ตอนที่ 97
ระหว่างทาง ทีมสำรวจถูกโจมตีโดยสัตว์ปีศาจนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นหมี เสือภูเขา เหยี่ยว หรือแม้กระทั่งแพะภูเขา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขตสร้างแก่นปราณ ไปจนถึงขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นสูง และเมื่อเริ่มเข้าใกล้บริเวณยอดเขา ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณ ที่ไหลเวียนอยู่ใต้ฝ่าเท้าได้อย่างชัดเจน
ทีมสำรวจเดินเลียบเชิงเขา ด้วยความระมัดระวัง โอวหยางจื่อหลิน ใช้กล้องส่องทางไกลดูลาดเลาอยู่เป็นระยะ ส่วนทางด้านมู่ซือเหยียน ก็เอาแต่จ้องมองแผ่นหลังชายหนุ่ม อย่างไม่วางตา ทำให้ชิงเทียนเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย ทันใดนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง แล้วรีบพุ่งเข้าไปคว้าตัวหญิงสาวในทันที หินขนาดใหญ่ หล่นลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ในจุดที่มู่ซือเหยียนเคยยืนอยู่ ทีมสำรวจทุกคน ต่างแตกตื่นกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน หนึ่งในทีมสำรวจก็ถูกเศษหินที่แตกออก แทงเข้าที่ขา จนมีเลือดซึมออกมาเป็นวงกว้าง
ชิงเทียน รีบวิ่งเข้ามาดูอาการคนเจ็บ พร้อมกับทำการจี้สกัดจุดเพื่อห้ามเลือด เศษหินถูกดึงออกอย่างรวดเร็ว เสียงร้องจากความเจ็บปวด ดังก้องไปทั่วทั้งภูเขา
“ใครก็ได้ ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดปากแผลให้เขาหน่อย" ชิงเทียน หันไปขอความช่วยเหลือจากอู๋เหว่ยหมิน ซึ่งเป็นเป็นคนที่ดูจะพึ่งพาได้มากที่สุด
“ข...เข้าใจแล้วครับ"
ชิงเทียน นำยาพอกสมานแผล ออกมาจากเป้สะพายหลัง จากนั้นจึงนำไปพอกลงบนปากแผล แล้วใช้ผ้าสะอาดพันทับไว้ หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ชายคนดังกล่าว ก็สามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง ราวกับปาฏิหาริย์ ทำเอาทีมสำรวจทุกคนอ้าปากค้างไปตามๆกัน
“เอาหล่ะ รีบเดินทางต่อได้แล้ว เราต้องหาจุดตั้งแคมป์ก่อนที่จะมืดนะ" โอวหยางเจิ้งหยู กล่าวออกมา สำหรับเขาที่เห็นความสามารถของชิงเทียน มานับครั้งไม่ถ้วน รู้สึกชาชินกับเหตุการณ์เช่นนี้มานานแล้ว
มู่ซือเหยียนเดินตรงมาหาชิงเทียน “ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหม ว่านายใช้วิธีไหนในการห้ามเลือดแล้วยาสมานแผลนั่น ใช่ตัวเดียวกับที่บริษัทนายกกำลังผลิตหรือเปล่า"
ชิงเทียน ที่กำลังเก็บของเข้าไปในเป้ ถอนหายใจออกมา ด้วยความเหนื่อยหน่าย “ฉันไม่มีทางบอกเรื่องนั้น กับคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งการขอบคุณหรอกนะ"
“นี่นาย!!" มู่ซือเหยียน ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ แต่ทันในนั้นเธอก็ฉุกคิดได้ว่า คนที่ผิดก็คือตัวเธอเอง ที่มัวแต่ตื่นเต้น จนลืมที่จะขอบคุณชายหนุ่ม ที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้
“ขอบคุณ…" มู่ซือเหยียน พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ชิงเทียนยกมือขึ้นป้องหู “ฮะ!! ว่าไงนะ ไม่ค่อยได้ยินเลย"
มูซือเหยียน หน้าแดงเพราะความอับอาย “ก็บอกว่าขอบคุณไงเล่า!!...พอใจรึยัง"
“ด้วยความยินดี" ชิงเทียน เผยยิ้มออกมา ก่อนที่จะเดินกลับไปรวมกลุ่ม ดูจากอายุแล้วมู่ซือเหยียน น่าจะมีอายุพอๆกับจิ่วหยวนปิง แต่นิสัยเอาแต่ใจของเธอ ก็ค่อนข้างที่จะน่าลำคาญเลยทีเดียว
มู่ซือเหยียนรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ที่ชายหนุ่มไม่ยอมตอบคำถาม แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา ผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึง ซากโบราณสถาน ที่ดูคล้ายกับสถานที่ สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แม้ว่าอาคารหลายหลัง จะอยู่ในสภาพทรุดโทรม แต่ภาพฝาผนังที่แสนวิจิตรตระการตา กลับยังคงมีให้เห็นอย่างเด่นชัด
ในระหว่างที่ทุกคน กำลังตะลึงกับความสวยงามอยู่นั่นเอง พื้นดินก็เริ่มสั่นไหว เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้นเอง ร่างที่ปกคลุมไปด้วยเส้นขนสีดำทมิฬ ก็ปรากฏขึ้นในกรอบสายตา ดวงตาของมันแดงฉานราวกับเปลิวเพลิง กงเล็บที่ยืดยาวออกมา คมกริบจนสามารถหั่นเหล็กกล้าได้เป็นชิ้นๆ
หมียักษ์วิ่งตรงมาหาทีมสำรวจ พร้อมกับแววตาที่กระหายเลือด อู๋เหว่ยหมินและพรรคพวก ระดมยิงใส่ร่างขนาดมหึมาไม่ยั้ง แต่กระสุนทุกนัด กลับไม่ระคายผิวสัตว์ร้ายเลยแม้แต่น้อย
“บ้าเอ้ย!!…" อู๋เหว่ยหมิน นำอุปกรณ์บางอย่างออกมาจากเป้ ด้วยความลนลาน แล้วติดตั้งเข้าที่ปลายกระบอกปืน
ลูกระเบิดขนาดเล็ก ถูกยิงออกมาด้วยความเร็วสูง ทันทีที่มันปะทะเข้ากับร่างสีดำทมิฬ เสียงระเบิดก็ดังสั่นหวั่นไหว กลุ่มทหารรับจ้าง ต่างพากันส่งเสียงเฮดังลั่น นี่คือกระสุนระเบิดรุ่นใหม่ล่าสุด ที่โอวหยางจื่อหลิน ใช้เส้นสายสั่งซื้อมาจากต่างประเทศ แม้จะมีขนาดที่กระทัดรัด แต่ความรุนแรงนั้น สามารถเทียบได้กับ ระเบิดที่มีอาณุภาพทำลายล้างสูงได้เลยทีเดียว แต่หลังจากที่ฝุ่นควันจางลง รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขา ก็จางหายไปในทันที
หมียักษ์ จ้องมองมายังอู๋เหว่ยหมิน พร้อมกับแผ่จิตสังหารออก ร่างกายอันใหญ่โตของมัน ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ทว่าในขณะที่มันกำลังเคลื่อนไหว ร่างของชิงเทียน ก็ไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าหมียักษ์อย่างกระทันหัน
‘ดาบโลกาวินาศ'
ร่างขนาดใหญ่ของหมียักษ์ รวมถึงผาหินด้านหลัง ถูกคมดาบเฉือนผ่าจนแยกออกจากกัน แววตาของชิงเทียน ยังคงแฝงไปด้วยความเย็นชา เขาเดินไปหยิบลูกแก้วแก่นปราณขึ้นมา แล้วเก็บเข้าไปในกระเป๋า และเมื่อหันกลับมา ก็พบเข้ากับทีมสำรวจ ที่ยืนจ้องมองเขา ด้วยดวงตาที่แทบจะถลนออกจากเบ้า ในที่สุดชายหนุ่มก็พึ่งจะรู้ตัวว่า เขาพึ่งจะแสดงพลังที่แท้จริงออกไป
อู๋เหว่ยหมิน มองดาบสีฟ้าครามในมือชายหนุ่ม สลับกับรอยฟันบนผาหิน แล้วกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง “เอ๋อ...คุณหมอชิงเทียน คุณคงจะไม่ใช่ปีศาจจำแลงกายมาหรอกใช่ไหม?"
โอวหยางเจิ้งหยู รีบเข้ามาควบคุมสถานการณ์ “ไว้คุยเรื่องนี้กันทีหลัง ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มจะมืดแล้ว เอาเป็นว่าเรามาช่วยกันกางเต็นท์ แล้วค่อยออกสำรวจซากโบราณสถาน ในวันพรุ่งนี้ดีไหม"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทีมสำรวจทุกคน ก็แยกย้ายกันไปสร้างที่พักแรม เมื่อดวงอาทิตย์หายลับไป อุณหภูมิโดยรอบ ก็ลดลงอย่างเฉียบพลัน โชคดีที่โอวหยางจื่อหลิน เตียมเครื่องทำความร้อนแบบพกพามาด้วย จึงช่วยบรรเทาความหนาวได้ในระดับหนึ่ง
มู่ซือเหยียน เดินเข้าไปหาชิงเทียน พร้อมกับยื่นแก้วกาแฟให้ “ย...อย่าเข้าใจผิดนะ!! ฉันแค่ทำตามคำสั่งของท่านประธานเท่านั้น"
ชิงเทียน ยื่นมือไปรับแก้วกาแฟจากหญิงสาว “ได้ยินว่าเธอยื่นเรื่อง เพื่อขอรับตำแหน่งแพทย์เทวะ ไปหลายรอบแล้วใช่ไหม"
มู่ซือเหยียน นิ่งเงียบไปสักพัก สำหรับเธอแล้ว ตำแหน่งแพทย์เทวะ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพราะมันคือทางเดียว ที่จะทำให้พ่อของเธอหันมาสนใจ และยอมรับในตัวเธอ “ท่านประธาน เล่าเรื่องนี้ให้นายฟังสินะ"
ชิงเทียนพยักหน้ายอมรับ “ฉันคิดว่าเธอรู้เหตุผลอยู่แล้วนะ ว่าทำไมเธอถึงยื่นเรื่องไม่ผ่าน อย่าลืมว่าตำแหน่งแพทย์เทวะ คือผู้บรรลุในศาสตร์การรักษาทุกแขนง ถ้าเธอมัวหมกมุ่นแต่กับการคิดค้นตัวยา ก็ไม่มีทางไปถึงจุดนั้นได้อย่างแน่นอน"
หญิงสาวเข้าใจสิ่งที่ชิงเทียนต้องการจะสื่อ เธอรู้มาโดยตลอดว่าตนเอง มีดีเพียงแค่ทักษะการสกัดสมุนไพร แต่ไม่ว่าเธอจะฝึกฝนหนักแค่ไหน ก็ไม่สามารถก้าวข้ามกำแพง ที่เรียกว่าพรสวรรค์ได้
ขณะที่มู่ซือเหลียน กำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง ชิงเทียน ก็ยื่นแผ่นหยกให้กับเธอ “ถ้าเธอต้องการคำแนะนำ ก็มาหาฉันที่หอนพเก้าสาขาหลักได้ตลอดเวลา ขอแค่มีแผ่นหยกชิ้นนั้นอยู่กับตัว พนักงานที่นั่น ก็จะให้การต้อนรับเธอเป็นอย่างดี"
มู่ซีอเหยียน มีท่าทีที่สับสน คำพูดของชิงเทียน ราวกับว่า เขาต้องการที่จะฝึกเธอ เพื่อเป็นแพทย์เทวะ หญิงสาวดูลังเลเล็กน้อย ก่อนที่จะยื่นมือไปหยิบแผ่นหยก ในมือชายหนุ่ม
“ฉ...ฉันแค่รับตามมารยาทหรอกนะ" มู่ซือเหยียนหันมาพูดกับชายหนุ่ม ก่อนจะเดินจากไปอย่างเร่งรีบ
“เป็นผู้หญิงที่เข้าใจยากจริงๆ" ชิงเทียนมองหญิงสาวพลางส่ายหน้า หากไม่นับเรื่องที่เธอชอบทำตาขวางตลอดเวลา เขาก็คิดว่ามูซือเหยียน น่าจะเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากเลยทีเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้น โอวหยางจื่อหลิน ได้เรียกทุกคนมาประชุม โดยที่ทีมขิงอู๋เหว่ยหมิน ได้รับหน้าที่สำรวจหาสมุนไพร ที่ขึ้นอยู่ตามซากโบราณสถาน ส่วนนักวิจัย มีหน้าที่วิเคราะห์ตัวอย่างดิน รวมถึงวิเคราะห์ปัจจัย การเจริญเติบโตของสมุนไพร เพื่อนำไปทดลองปลูก ในสถานที่แห่งใหม่
ชิงเทียนและโอวหยางเจิ้งหยู เดินมาหยุดอยู่ที่ ซากโบราณสถานขนาดใหญ่ ทางทิศตะวันออก ที่มีรูปปั้นพระพุทธรูป ประดิษฐานอยู่ภายใน ซึ่งสถานที่แห่งนี้ คือจุดที่มีพลังปราณ หนาแน่นที่สุด หลังจากที่ชายหนุ่ม เดินสำรวจอยู่เกือบชั่วโมง แต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ ทันใดนั้นเอง สายตาของเขา ก็เหลือบไปเห็นสัญลักษณ์บางอย่าง ปรากฏอยู่บนพื้น
ชิงเทียน ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขาสร้างเพลิงสีฟ้าขึ้นมาบนผ่ามือ แล้วประทับลงไปบนสัญลักษณ์ พริบตาต่อมา แสงสีทองก็สาดส่องไปทั่วบริเวณ จากนั้นฐานของพระพุทธรูปก็ค่อยๆเปิดออก จนเผยให้เห็นเส้นทางลับที่ซ่อนอยู่
----------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771