พงไพรกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดทั้งเร้นลับและลึกลับ
เมื่อทอดสายตามองออกไป บนผืนป่าอันกว้างไกลดูคล้ายมหาสมุทรสีเขียวส่วนลึกของเทือกเขาคือภูผา แม่น้ำ และหุบเขาเรียงสลับซับซ้อนดุจดั่งกระดูกมังกรขดกายอยู่บนดิน
รังสีพลานุภาพเหนือสามัญ สำแดงอานุภาพแห่งความยิ่งใหญ่และไพศาล
ส่วนลึกของเทือกเขานั้นแว่วเสียงคำรามของสัตว์ร้ายไม่ทราบชนิดไม่เว้นช่วง
ด้วยเป็นเขตที่สูงที่อันตรายของอาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์ทุกหนทุกแห่งในเทือกเขาไร้กระดูกจึงอบอวลด้วยภยันตรายอันมืดครึ้ม
ตูม! ปึง!
ห้วงเวลานี้ ที่ใดสักแห่งในป่ารอบนอกระยะห้าร้อยเมตรของเทือกเขาไร้กระดูกกลับเกิดเหตุต่อสู้ห้ำหั่นอันดุเดือดขึ้น
กรร
เสียงคำรามน่าพรั่นพรึงทรงพลังน่าเกรงขาม สัตว์ปีศาจขนสีขาวทั้งตัวสูงราวสามเมตร กว้างห้าเมตร รูปลักษณ์เหมือนสิงโตตัวผู้แต่กลับไม่มีด้านใดเลยที่สิงโตตัวผู้ธรรมดาจะเปรียบเทียบได้
นี่คือมหาปีศาจขั้นหนึ่ง ‘สิงโตบูชาหิมะ’
เทียบเท่าระดับพลังลมปราณเชื่อมหยวนขั้นหนึ่งของมนุษย์นอกจากพลังบุกโจมตีจะแกร่งมากแล้ว ยังรวดเร็วเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย
กระนั้นผู้ห้ำหั่นกับสิงโตบูชาหิมะกลับเป็นบุรุษหนุ่มถือหอกยาวสีดำผู้หนึ่งเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นดินและคราบไคล ดูช่างน่าอดสูนัก...แต่ใบหน้าคมทรหดดุจสลักจากมีดและดวงตาอันลุ่มลึกนั้นกลับสุขุมไม่ไหวติง ไม่แตกตื่นหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
กรร
สิงโตบูชาหิมะดวงตาดุร้าย มันแยกเขี้ยว ทั่วร่างกระจายกลิ่นอายทารุณ
ฉับพลัน สิงโตบูชาหิมะโผทะยานแล้วตะปบลงมาอย่างทรงพลังเกินต้านทาน
ทันใดนั้นเอง!
ดวงตาของชายหนุ่มฉายประกายหนาวคมกริบ เมื่อสิงโตบูชาหิมะโผถึงจุดสูงสุดแล้วเขาจึงกระโจนขึ้นบ้างปลดปล่อยพลังหยวนแท้โหมกระหน่ำออกมา พลังงานมหาศาลไต่ขึ้นหอกในมืออย่างเร็วรี่
วาบ!
พริบตานั้น หอกเงามืดสีดำพลันปลดปล่อยประกายแสงสีทองแสบตาพลังหยวนแท้คึกคะนองเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งดูราวกับคว้าเอาแก่นแห่งแสงอริยะในดวงตะวันมาครอบครอง
เพียงแวบเดียว ชายหนุ่มก็ขว้างหอกในมือออกไป
รวดเร็วดุจสายฟ้า อานุภาพคมกล้า!
ฉัวะ!
สิ้นเสียง อากาศธาตุถูกกรีดกระชากหอกเงามืดก็แทงเข้าไปในหัวของสิงโตบูชาหิมะ เฉกเช่นตะเกียบแทงทะลุเต้าหู้
เสียงกรีดร้องโหยหวนหลุดรอดจากปากของสิงโตบูชาหิมะ เลือดสดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเริงรำในอากาศ
ปึ้ง!
ร่างอันใหญ่โตของสิงโตบูชาหิมะตกกระแทกพื้นดินอย่างแรงฝุ่นดินและใบไม้จำนวนมากฟุ้งขึ้นมา มันดิ้นรนสองสามครั้งก็แน่นิ่ง
ปลิดชีพสิ้นในการโจมตีครั้งเดียว ใสสะอาดและไร้ที่ติ
ฉู่เหินมองสิงโตบูชาหิมะตรงหน้าอย่างสงบใบหน้าไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจออกนอกหน้า
เขามาถึงเทือกเขาไร้กระดูกได้เกือบครึ่งเดือนแล้วนี่มิใช่มหาปีศาจขั้นหนึ่งตัวแรกที่ถูกเขาสังหาร
นับแต่เริ่มเข้าเทือกเขาไร้กระดูกมาเขาก็ประสบกับสัตว์ปีศาจไม่ต่ำกว่าร้อยตัว สังหารไปเสียห้าสิบหกสิบตัวเขาพบตัวที่แกร่งที่สุดตัวหนึ่ง คือมหาปีศาจขั้นสอง
ศึกนั้นฉู่เหินทุ่มเทแรงกำลังหมดสิ้นเลยก็ว่าได้
หลังผ่านการต่อสู้อันดุเดือดเลือดพล่านฉู่เหินก็ปลิดชีพมหาปีศาจขั้นสองได้อย่างหวุดหวิด
ฉู่เหินได้บาดแผลสาหัสน้อยใหญ่มาเต็มตัวก็เพราะการต่อสู้ไม่เว้นแต่ละวันนี่เองเพื่อจะยกระดับความสามารถในการต่อสู้จริงของตนเองขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพฉู่เหินถึงไม่เคยใช้พลังวิปัสสนาของกายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจเลยสักครั้งเดียว
กระทั่งพลังกายโกลาหลเขายังใช้น้อยครั้งนัก
แต่กระนั้น ผลสัมฤทธิ์ของการห้ำหั่นต่อสู้ไม่หยุดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดนักโดยเฉพาะด้านของวิชาหอก ที่พื้นฐานของเขาแน่นและมั่นคงขึ้นเข้าใจในหอกสลาตันเงาโลหิตยิ่งขึ้นทุกชั่วขณะ
เห็นจากการสู้กับสิงโตบูชาหิมะตัวนี้เมื่อครู่ก็ได้ หากเป็นแต่ก่อนฉู่เหินไม่มีทางปลิดวิญญาณมันได้ง่ายดายเพียงนี้แน่
เป็นข้อพิสูจน์คำกล่าวที่ว่าการต่อสู้จริงต่างหากคือหนึ่งในวิธีที่จะยกระดับพลังของตนเองได้เร็วที่สุด
ฉูด
ฉู่เหินชักหอกเงามืดกลับมา โลหิตสาดกระเซ็น
คมหอกมืดแหลมคมส่งเสียงออกมา ‘ดื่ม’ เลือดมาหลายต่อหลายวัน หอกเงามืดเฉียบคมกว่าแต่ก่อนมากนัก มิหนำซ้ำยังอวลกลิ่นอายเฉียบแหลมเยือกเย็นบางอย่างด้วย
“หอกเงามืดนี้พอสำหรับข้าในตอนนี้แล้วแต่หลังจากนี้ก็ต้องเปลี่ยนอันที่ดีกว่ามาแทน...”
ฉู่เหินพึมพำพลางเก็บหอกเงามืดเข้าแหวนเก็บของจากนั้นจึงใช้กริชผ่าหัวสิงโตบูชาหิมะแล้วหยิบแก่นสัตว์อันโปร่งใสแวววาวออกมา
แก่นสัตว์ปีศาจโดยมากเป็นทรงกรวย ขนาดประมาณลูกพุทรา
แก่นสัตว์มหาปีศาจขั้นหนึ่งอย่างต่ำๆแลกได้เป็นหินผลึกหยวนขั้นกลางยี่สิบสามสิบก้อนมหาปีศาจขั้นสองย่อมจะแลกได้มากกว่าเท่าตัวหนึ่ง
ฉู่เหินในยามนี้เก็บรวบรวมแก่นของมหาปีศาจขั้นสองได้เม็ดหนึ่งแก่นสัตว์มหาปีศาจขั้นหนึ่งอีกห้าเม็ด แก่นสัตว์ปีศาจขั้นต่ำอีกสี่ห้าสิบเม็ด
ส่วนภารกิจที่สืบหามาจากหอประคองเมฆเขาก็ทำสำเร็จไปสองสามอย่างแล้ว
เช่น ดีงูของงูเก้าส่วน หลินจือดำแฝด...
นี่คือผลเก็บเกี่ยวตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมาของเขาหากนำของเหล่านี้ไปแลกกับเครือการค้าประคองเมฆแล้วไซร้ คงจะได้หินผลึกหยวนขั้นกลางราวสามร้อยกว่าก้อนเห็นจะได้
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการไล่ล่าฆ่าสัตว์ปีศาจพวกนี้เป็นช่องทางทำเงินที่ดี
แต่ความจริงแล้ว เป็นหนทางที่เอาชีวิตแลกมา เขาอาจสิ้นใจที่นี่ได้ทุกเมื่อตายในปากสัตว์ปีศาจได้ทุกเวลา
สวบสาบ
ตอนฉู่เหินจะไปต่อนั้นเอง เสียงฝีเท้าสวบสาบก็ดังเข้ามาทางนี้กะทันหัน
ฉู่เหินหันไปด้านข้างเล็กน้อย เพ่งหางตา ครุ่นคิดชั่วระยะสั้นๆกายาวูบไหวไปโผล่บนต้นไม้ใหญ่เทียมฟ้าไม่ไกลออกไปตีลังกาสองสามรอบโจนทะยานขึ้นไปในพุ่มไม้ที่กิ่งใบหนาทึบ
ไม่ทันไร ขบวนคนแปดเก้าคนที่สีหน้าไม่เป็นมิตรและกลิ่นอายชั่วร้ายก็ปรากฏตัว
“ฟังจากเสียงต่อสู้เมื่อครู่น่าจะมาจากทางนี้นี่...หัวหน้าเลือดสิงโตบูชาหิมะนี่ยังอุ่นอยู่เลย เจ้านั่นเพิ่งไปได้ไม่ไกล...”
เสียงแปร๋นเหมือนเป็ดตัวผู้ไม่น่าฟังเอาเสียเลย
ฉู่เหินค่อยๆ แหวกพุ่มไม้ออกมองสำรวจผ่านช่องระหว่างกิ่งใบ
ผู้พูดเป็นชายเตี้ยแคระใช้มือจุ่มเลือดสดของสิงโตบูชาหิมะแล้วจึงเลียสองสามทีใบหน้าเผยยิ้มชั่วร้ายและพอใจ
“ลูกพี่ ตามต่อดีไหม?” ชายหน้าบากอีกคนถามเสียงต่ำ
สายตาทุกคู่มองตรงไปยังร่างชายฉกรรจ์หัวโล้นคนหนึ่ง กล้ามเป็นมัดๆดวงตาดุร้ายวาววามแสงแห่งความโหดเหี้ยมอำมหิต
“ฮะๆ แน่นอนว่าต้องตาม...” ชายฉกรรจ์หัวโล้นตอบชายเตี้ยอ้วนเลียเลือดสิงโตบูชาหิมะหัวเราะชอบใจ“มีปัญญามาถึงที่นี่ได้ต้องเก็บรวบรวมแก่นสัตว์ปีศาจไว้ได้ไม่น้อยแน่ที่พวกเราเจอช่วงนี้มีแต่ ‘แกะผอม’ ทั้งนั้น กินเนื้อได้สักกี่คำ กว่าจะพบเจอ ‘แกะอ้วน’ ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย จะปล่อยให้มันหนีไปได้อย่างไรเล่า?”
...
ได้ยินบทสนทนาของคนเบื้องล่างแล้วฉู่เหินก็เข้าใจในพลัน
เห็นทีคนพวกนี้คงไม่พ้นเป็นโจรปล้นฆ่า
‘ขโมย’ ของในเทือกเขาไร้กระดูกคงเร็วกว่าไล่ล่าสัตว์ปีศาจเพื่อเอาแก่นสัตว์นักมิหนำซ้ำยังมีคนตายในเทือกเขาไร้กระดูกตั้งมากมาย ส่งผลให้คนพวกนี้สบโอกาสกระทำความชั่วไม่อายฟ้าอายดินเพื่อผลประโยชน์
“ลูกพี่ ท่านพูดอะไรสักคำสิ? ขืนยังไม่ตามต่อ มันจะหนีไปไกลเอานา”ชายหน้าบากท้วง
ชายหัวโล้นมองหางตา เอ่ยขึ้นในพลัน “ไม่เอาแกะอ้วนตัวนี้แล้ว”
“ทำไมเล่า? ลูกพี่?”
“พวกเจ้าดูเสียก่อนว่าสิงโตบูชาหิมะตัวนี้มีแผลฉกรรจ์แค่ที่เดียวเท่านั้นแปลว่าเจ้านั่นโจมตีทีเดียวตายคาที่ คนที่สามารถฆ่ามหาปีศาจขั้นหนึ่งทิ้งได้อย่างหมดจดรวดเร็วเยี่ยงนี้พลังคงเหนือกว่าระดับเชื่อมหยวนขั้นหนึ่งขึ้นไป...”
ชายฉกรรจ์หัวโล้นหยุดไป แววตาชั่วร้ายเจือความจริงจังหลายส่วน เขาว่าต่อ“อย่าลืมเป้าหมายที่พวกเรามาที่นี่วันนี้ ก่อนจะได้ของสิ่งนั้นมา ต้องออมแรงเอาไว้ก่อน”
“ฮะๆ ลูกพี่ท่านพูดได้ถูกต้องยิ่งนัก ออมแรงไว้ก่อน ฮะๆ ลูกพี่ หากได้ของนั่นมาแล้วเราก็เอาไปแลกหินผลึกหยวนขั้นสูงที่เครือการค้าประคองเมฆได้ห้าก้อนแล้วถึงเวลานั้นพวกเราจะได้พักผ่อนหาความสุขสำราญกันสักที”
ชายร่างอ้วนเตี้ยหัวเราะชอบใจ
“ฮึ ไอ้โง่” ชายฉกรรจ์หัวโล้นหัวเราะเยาะ
“ลูกพี่ ท่านด่าข้าทำไมเล่า?”
“หินผลึกหยวนขั้นสูงห้าก้อนแล้วอย่างไร? พวกเราเอาของนั่นไปขายต่อในตลาดมืดหินผลึกหยวนขั้นสูงสามสิบก้อนยังขายได้เลย”
ได้ยินดังนั้นแล้ว ทุกคนก็ตาลุกวาว
“ดี เช่นนั้นพวกเราเอาไปขายที่ตลาดมืดดีกว่าไปเครือการค้าประคองเมฆทำซากอะไร”
“เวลาวารีไม่คอยท่า ลูกพี่ พวกเราไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่าเดี๋ยวคนอื่นจะชิงตัดหน้าเราไปก่อน”
“ไปเร็ว!”
...
เหล่าโจรรีบร้อนจากไป พริบตาก็หายไปในส่วนลึกของป่า
ฉู่เหินผู้ซ่อนในร่มไม้ยังไม่ลงมาในทันที เพียงใช้สมาธิฟังเสียงความเคลื่อนไหวโดยรอบ
หินผลึกหยวนขั้นสูงสิบห้าก้อน เครือการค้าประคองเมฆ
แค่ไม่กี่คำนี้ก็ทำให้ฉู่เหินพอคาดเดาได้ว่าของที่คนพวกนั้นพูดถึงต้องเป็นโกมลผลึกกุหลาบโลหิต
ฉู่เหินตรึกตรองอย่างหนัก ในบรรดาฝูงโจรเมื่อครู่เหมือนชายฉกรรจ์หัวโล้นจะแกร่งที่สุด ตัดสินจากรังสีพลานุภาพที่แผ่ออกมาแล้วน่าจะอยู่ราวระดับเชื่อมหยวนขั้นสอง
แค่คนเดียวก็รับมือยาก นับประสาอะไรกับคนที่เหลือ
แต่จะว่าไปแล้ว หากได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาฉู่เหินจะไม่ได้แลกหอกเกล็ดแสลงเหลือมทองมาได้เท่านั้นยังไม่ต้องกลัดกลุ้มสุมอกเรื่องหินผลึกหยวนแท้ไปอีกยาวด้วย
หลังลังเลชั่วครู่ ดวงตาฉู่เหินก็ฉายแววตัดสินใจ
ลองตามไปดูก่อนชั่วคราว สบโอกาสค่อยลงมือหากมีอันตรายจริงค่อยถอยร่นกลับมา
“ตามนี้แล้วกัน!”
หลังตั้งใจมั่นแล้ว ฉู่เหินก็กระโจนลงจากพุ่มไม้แล้วไล่ตามทิศทางที่พวกโจรรีบรุดไปทันที
………………………..