ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 แอบสะกดรอย

            พงไพรกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดทั้งเร้นลับและลึกลับ

            เมื่อทอดสายตามองออกไป บนผืนป่าอันกว้างไกลดูคล้ายมหาสมุทรสีเขียวส่วนลึกของเทือกเขาคือภูผา แม่น้ำ และหุบเขาเรียงสลับซับซ้อนดุจดั่งกระดูกมังกรขดกายอยู่บนดิน

            รังสีพลานุภาพเหนือสามัญ สำแดงอานุภาพแห่งความยิ่งใหญ่และไพศาล

            ส่วนลึกของเทือกเขานั้นแว่วเสียงคำรามของสัตว์ร้ายไม่ทราบชนิดไม่เว้นช่วง

            ด้วยเป็นเขตที่สูงที่อันตรายของอาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์ทุกหนทุกแห่งในเทือกเขาไร้กระดูกจึงอบอวลด้วยภยันตรายอันมืดครึ้ม

            ตูม! ปึง!

            ห้วงเวลานี้ ที่ใดสักแห่งในป่ารอบนอกระยะห้าร้อยเมตรของเทือกเขาไร้กระดูกกลับเกิดเหตุต่อสู้ห้ำหั่นอันดุเดือดขึ้น

            กรร

            เสียงคำรามน่าพรั่นพรึงทรงพลังน่าเกรงขาม สัตว์ปีศาจขนสีขาวทั้งตัวสูงราวสามเมตร กว้างห้าเมตร รูปลักษณ์เหมือนสิงโตตัวผู้แต่กลับไม่มีด้านใดเลยที่สิงโตตัวผู้ธรรมดาจะเปรียบเทียบได้

            นี่คือมหาปีศาจขั้นหนึ่ง ‘สิงโตบูชาหิมะ’

            เทียบเท่าระดับพลังลมปราณเชื่อมหยวนขั้นหนึ่งของมนุษย์นอกจากพลังบุกโจมตีจะแกร่งมากแล้ว ยังรวดเร็วเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย

            กระนั้นผู้ห้ำหั่นกับสิงโตบูชาหิมะกลับเป็นบุรุษหนุ่มถือหอกยาวสีดำผู้หนึ่งเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นดินและคราบไคล ดูช่างน่าอดสูนัก...แต่ใบหน้าคมทรหดดุจสลักจากมีดและดวงตาอันลุ่มลึกนั้นกลับสุขุมไม่ไหวติง ไม่แตกตื่นหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

            กรร

            สิงโตบูชาหิมะดวงตาดุร้าย มันแยกเขี้ยว ทั่วร่างกระจายกลิ่นอายทารุณ

            ฉับพลัน สิงโตบูชาหิมะโผทะยานแล้วตะปบลงมาอย่างทรงพลังเกินต้านทาน

            ทันใดนั้นเอง!

            ดวงตาของชายหนุ่มฉายประกายหนาวคมกริบ เมื่อสิงโตบูชาหิมะโผถึงจุดสูงสุดแล้วเขาจึงกระโจนขึ้นบ้างปลดปล่อยพลังหยวนแท้โหมกระหน่ำออกมา พลังงานมหาศาลไต่ขึ้นหอกในมืออย่างเร็วรี่

            วาบ!

            พริบตานั้น หอกเงามืดสีดำพลันปลดปล่อยประกายแสงสีทองแสบตาพลังหยวนแท้คึกคะนองเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งดูราวกับคว้าเอาแก่นแห่งแสงอริยะในดวงตะวันมาครอบครอง

            เพียงแวบเดียว ชายหนุ่มก็ขว้างหอกในมือออกไป

            รวดเร็วดุจสายฟ้า อานุภาพคมกล้า!

            ฉัวะ!

            สิ้นเสียง อากาศธาตุถูกกรีดกระชากหอกเงามืดก็แทงเข้าไปในหัวของสิงโตบูชาหิมะ เฉกเช่นตะเกียบแทงทะลุเต้าหู้

            เสียงกรีดร้องโหยหวนหลุดรอดจากปากของสิงโตบูชาหิมะ เลือดสดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเริงรำในอากาศ

            ปึ้ง!

            ร่างอันใหญ่โตของสิงโตบูชาหิมะตกกระแทกพื้นดินอย่างแรงฝุ่นดินและใบไม้จำนวนมากฟุ้งขึ้นมา มันดิ้นรนสองสามครั้งก็แน่นิ่ง

            ปลิดชีพสิ้นในการโจมตีครั้งเดียว ใสสะอาดและไร้ที่ติ

            ฉู่เหินมองสิงโตบูชาหิมะตรงหน้าอย่างสงบใบหน้าไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจออกนอกหน้า

            เขามาถึงเทือกเขาไร้กระดูกได้เกือบครึ่งเดือนแล้วนี่มิใช่มหาปีศาจขั้นหนึ่งตัวแรกที่ถูกเขาสังหาร

            นับแต่เริ่มเข้าเทือกเขาไร้กระดูกมาเขาก็ประสบกับสัตว์ปีศาจไม่ต่ำกว่าร้อยตัว สังหารไปเสียห้าสิบหกสิบตัวเขาพบตัวที่แกร่งที่สุดตัวหนึ่ง คือมหาปีศาจขั้นสอง

            ศึกนั้นฉู่เหินทุ่มเทแรงกำลังหมดสิ้นเลยก็ว่าได้

            หลังผ่านการต่อสู้อันดุเดือดเลือดพล่านฉู่เหินก็ปลิดชีพมหาปีศาจขั้นสองได้อย่างหวุดหวิด

            ฉู่เหินได้บาดแผลสาหัสน้อยใหญ่มาเต็มตัวก็เพราะการต่อสู้ไม่เว้นแต่ละวันนี่เองเพื่อจะยกระดับความสามารถในการต่อสู้จริงของตนเองขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพฉู่เหินถึงไม่เคยใช้พลังวิปัสสนาของกายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจเลยสักครั้งเดียว

            กระทั่งพลังกายโกลาหลเขายังใช้น้อยครั้งนัก

            แต่กระนั้น ผลสัมฤทธิ์ของการห้ำหั่นต่อสู้ไม่หยุดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดนักโดยเฉพาะด้านของวิชาหอก ที่พื้นฐานของเขาแน่นและมั่นคงขึ้นเข้าใจในหอกสลาตันเงาโลหิตยิ่งขึ้นทุกชั่วขณะ

            เห็นจากการสู้กับสิงโตบูชาหิมะตัวนี้เมื่อครู่ก็ได้ หากเป็นแต่ก่อนฉู่เหินไม่มีทางปลิดวิญญาณมันได้ง่ายดายเพียงนี้แน่

            เป็นข้อพิสูจน์คำกล่าวที่ว่าการต่อสู้จริงต่างหากคือหนึ่งในวิธีที่จะยกระดับพลังของตนเองได้เร็วที่สุด

            ฉูด

            ฉู่เหินชักหอกเงามืดกลับมา โลหิตสาดกระเซ็น

            คมหอกมืดแหลมคมส่งเสียงออกมา ‘ดื่ม’ เลือดมาหลายต่อหลายวัน หอกเงามืดเฉียบคมกว่าแต่ก่อนมากนัก มิหนำซ้ำยังอวลกลิ่นอายเฉียบแหลมเยือกเย็นบางอย่างด้วย

            “หอกเงามืดนี้พอสำหรับข้าในตอนนี้แล้วแต่หลังจากนี้ก็ต้องเปลี่ยนอันที่ดีกว่ามาแทน...”

            ฉู่เหินพึมพำพลางเก็บหอกเงามืดเข้าแหวนเก็บของจากนั้นจึงใช้กริชผ่าหัวสิงโตบูชาหิมะแล้วหยิบแก่นสัตว์อันโปร่งใสแวววาวออกมา

            แก่นสัตว์ปีศาจโดยมากเป็นทรงกรวย ขนาดประมาณลูกพุทรา

            แก่นสัตว์มหาปีศาจขั้นหนึ่งอย่างต่ำๆแลกได้เป็นหินผลึกหยวนขั้นกลางยี่สิบสามสิบก้อนมหาปีศาจขั้นสองย่อมจะแลกได้มากกว่าเท่าตัวหนึ่ง

            ฉู่เหินในยามนี้เก็บรวบรวมแก่นของมหาปีศาจขั้นสองได้เม็ดหนึ่งแก่นสัตว์มหาปีศาจขั้นหนึ่งอีกห้าเม็ด แก่นสัตว์ปีศาจขั้นต่ำอีกสี่ห้าสิบเม็ด

            ส่วนภารกิจที่สืบหามาจากหอประคองเมฆเขาก็ทำสำเร็จไปสองสามอย่างแล้ว

            เช่น ดีงูของงูเก้าส่วน หลินจือดำแฝด...

            นี่คือผลเก็บเกี่ยวตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมาของเขาหากนำของเหล่านี้ไปแลกกับเครือการค้าประคองเมฆแล้วไซร้ คงจะได้หินผลึกหยวนขั้นกลางราวสามร้อยกว่าก้อนเห็นจะได้

            ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการไล่ล่าฆ่าสัตว์ปีศาจพวกนี้เป็นช่องทางทำเงินที่ดี

            แต่ความจริงแล้ว เป็นหนทางที่เอาชีวิตแลกมา เขาอาจสิ้นใจที่นี่ได้ทุกเมื่อตายในปากสัตว์ปีศาจได้ทุกเวลา

            สวบสาบ

            ตอนฉู่เหินจะไปต่อนั้นเอง เสียงฝีเท้าสวบสาบก็ดังเข้ามาทางนี้กะทันหัน

            ฉู่เหินหันไปด้านข้างเล็กน้อย เพ่งหางตา ครุ่นคิดชั่วระยะสั้นๆกายาวูบไหวไปโผล่บนต้นไม้ใหญ่เทียมฟ้าไม่ไกลออกไปตีลังกาสองสามรอบโจนทะยานขึ้นไปในพุ่มไม้ที่กิ่งใบหนาทึบ

            ไม่ทันไร ขบวนคนแปดเก้าคนที่สีหน้าไม่เป็นมิตรและกลิ่นอายชั่วร้ายก็ปรากฏตัว

            “ฟังจากเสียงต่อสู้เมื่อครู่น่าจะมาจากทางนี้นี่...หัวหน้าเลือดสิงโตบูชาหิมะนี่ยังอุ่นอยู่เลย เจ้านั่นเพิ่งไปได้ไม่ไกล...”

            เสียงแปร๋นเหมือนเป็ดตัวผู้ไม่น่าฟังเอาเสียเลย

            ฉู่เหินค่อยๆ แหวกพุ่มไม้ออกมองสำรวจผ่านช่องระหว่างกิ่งใบ

            ผู้พูดเป็นชายเตี้ยแคระใช้มือจุ่มเลือดสดของสิงโตบูชาหิมะแล้วจึงเลียสองสามทีใบหน้าเผยยิ้มชั่วร้ายและพอใจ

            “ลูกพี่ ตามต่อดีไหม?” ชายหน้าบากอีกคนถามเสียงต่ำ

            สายตาทุกคู่มองตรงไปยังร่างชายฉกรรจ์หัวโล้นคนหนึ่ง กล้ามเป็นมัดๆดวงตาดุร้ายวาววามแสงแห่งความโหดเหี้ยมอำมหิต

            “ฮะๆ แน่นอนว่าต้องตาม...” ชายฉกรรจ์หัวโล้นตอบชายเตี้ยอ้วนเลียเลือดสิงโตบูชาหิมะหัวเราะชอบใจ“มีปัญญามาถึงที่นี่ได้ต้องเก็บรวบรวมแก่นสัตว์ปีศาจไว้ได้ไม่น้อยแน่ที่พวกเราเจอช่วงนี้มีแต่ ‘แกะผอม’ ทั้งนั้น กินเนื้อได้สักกี่คำ กว่าจะพบเจอ ‘แกะอ้วน’ ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย จะปล่อยให้มันหนีไปได้อย่างไรเล่า?”

            ...

            ได้ยินบทสนทนาของคนเบื้องล่างแล้วฉู่เหินก็เข้าใจในพลัน

            เห็นทีคนพวกนี้คงไม่พ้นเป็นโจรปล้นฆ่า

            ‘ขโมย’ ของในเทือกเขาไร้กระดูกคงเร็วกว่าไล่ล่าสัตว์ปีศาจเพื่อเอาแก่นสัตว์นักมิหนำซ้ำยังมีคนตายในเทือกเขาไร้กระดูกตั้งมากมาย ส่งผลให้คนพวกนี้สบโอกาสกระทำความชั่วไม่อายฟ้าอายดินเพื่อผลประโยชน์

            “ลูกพี่ ท่านพูดอะไรสักคำสิ? ขืนยังไม่ตามต่อ มันจะหนีไปไกลเอานา”ชายหน้าบากท้วง

            ชายหัวโล้นมองหางตา เอ่ยขึ้นในพลัน “ไม่เอาแกะอ้วนตัวนี้แล้ว”

            “ทำไมเล่า? ลูกพี่?”

            “พวกเจ้าดูเสียก่อนว่าสิงโตบูชาหิมะตัวนี้มีแผลฉกรรจ์แค่ที่เดียวเท่านั้นแปลว่าเจ้านั่นโจมตีทีเดียวตายคาที่ คนที่สามารถฆ่ามหาปีศาจขั้นหนึ่งทิ้งได้อย่างหมดจดรวดเร็วเยี่ยงนี้พลังคงเหนือกว่าระดับเชื่อมหยวนขั้นหนึ่งขึ้นไป...”

            ชายฉกรรจ์หัวโล้นหยุดไป แววตาชั่วร้ายเจือความจริงจังหลายส่วน เขาว่าต่อ“อย่าลืมเป้าหมายที่พวกเรามาที่นี่วันนี้ ก่อนจะได้ของสิ่งนั้นมา ต้องออมแรงเอาไว้ก่อน”

            “ฮะๆ ลูกพี่ท่านพูดได้ถูกต้องยิ่งนัก ออมแรงไว้ก่อน ฮะๆ ลูกพี่ หากได้ของนั่นมาแล้วเราก็เอาไปแลกหินผลึกหยวนขั้นสูงที่เครือการค้าประคองเมฆได้ห้าก้อนแล้วถึงเวลานั้นพวกเราจะได้พักผ่อนหาความสุขสำราญกันสักที”

            ชายร่างอ้วนเตี้ยหัวเราะชอบใจ

            “ฮึ ไอ้โง่” ชายฉกรรจ์หัวโล้นหัวเราะเยาะ

            “ลูกพี่ ท่านด่าข้าทำไมเล่า?”

            “หินผลึกหยวนขั้นสูงห้าก้อนแล้วอย่างไร? พวกเราเอาของนั่นไปขายต่อในตลาดมืดหินผลึกหยวนขั้นสูงสามสิบก้อนยังขายได้เลย”

            ได้ยินดังนั้นแล้ว ทุกคนก็ตาลุกวาว

            “ดี เช่นนั้นพวกเราเอาไปขายที่ตลาดมืดดีกว่าไปเครือการค้าประคองเมฆทำซากอะไร”

            “เวลาวารีไม่คอยท่า ลูกพี่ พวกเราไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่าเดี๋ยวคนอื่นจะชิงตัดหน้าเราไปก่อน”

            “ไปเร็ว!”

            ...

            เหล่าโจรรีบร้อนจากไป พริบตาก็หายไปในส่วนลึกของป่า

            ฉู่เหินผู้ซ่อนในร่มไม้ยังไม่ลงมาในทันที เพียงใช้สมาธิฟังเสียงความเคลื่อนไหวโดยรอบ

            หินผลึกหยวนขั้นสูงสิบห้าก้อน เครือการค้าประคองเมฆ

            แค่ไม่กี่คำนี้ก็ทำให้ฉู่เหินพอคาดเดาได้ว่าของที่คนพวกนั้นพูดถึงต้องเป็นโกมลผลึกกุหลาบโลหิต

            ฉู่เหินตรึกตรองอย่างหนัก ในบรรดาฝูงโจรเมื่อครู่เหมือนชายฉกรรจ์หัวโล้นจะแกร่งที่สุด ตัดสินจากรังสีพลานุภาพที่แผ่ออกมาแล้วน่าจะอยู่ราวระดับเชื่อมหยวนขั้นสอง

            แค่คนเดียวก็รับมือยาก นับประสาอะไรกับคนที่เหลือ

            แต่จะว่าไปแล้ว หากได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาฉู่เหินจะไม่ได้แลกหอกเกล็ดแสลงเหลือมทองมาได้เท่านั้นยังไม่ต้องกลัดกลุ้มสุมอกเรื่องหินผลึกหยวนแท้ไปอีกยาวด้วย

            หลังลังเลชั่วครู่ ดวงตาฉู่เหินก็ฉายแววตัดสินใจ

            ลองตามไปดูก่อนชั่วคราว สบโอกาสค่อยลงมือหากมีอันตรายจริงค่อยถอยร่นกลับมา

            “ตามนี้แล้วกัน!”

            หลังตั้งใจมั่นแล้ว ฉู่เหินก็กระโจนลงจากพุ่มไม้แล้วไล่ตามทิศทางที่พวกโจรรีบรุดไปทันที

     

             ………………………..

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน