ฉินฟงเดินกลับไปโอบเอวฮูหยินเพื่อพาไปที่โต๊ะอาหาร และพากันนั่งทานอาหารกันสองคนอย่างสบายใจ
พอทานเสร็จ ชิงชิงก็ลุกเก็บถ้วยชามไปล้าง นางกำลังจะเดินกลับเข้าไปในกระท่อม แต่อยู่ดีๆ ก็มีนกพิราบบินตัดหน้านาง แล้วบินไปเกาะอยู่บนโต๊ะอาหาร
ชิงชิงเห็นสามีเดินเข้าไปหยิบจดหมายที่ติดอยู่กับขาของนกพิราบตัวนั้น เขารีบเปิดอ่านทันที นางก็เลยสอบถามสามีด้วยความสงสัย “นี่คือนกพิราบสื่อสารงั้นหรอคะ งั้นข้าปล่อยให้ท่านพี่อ่านตามสบาย ข้าขอไปดูสวนสมุนไพรก่อนก็แล้วกัน”
ฉินฟงหยุดอ่าน แล้วเดินไปจับมือฮูหยินให้มานั่งที่โต๊ะด้วยกัน พร้อมกับกล่าวว่า “นี่เป็นจดหมายขององค์หญิง”
“นี่ท่านกับองค์หญิงติดต่อสื่อสารกันประจำหรอคะ” ชิงชิงนึกไม่ถึงว่าทั้งสองจะสนิทสนมกันขนาดนี้
“ข้าแค่สอนองค์หญิงส่งพิราบสื่อสารเท่านั้น ไม่ได้ติดต่อกันเป็นประจำหรอก” ฉินฟงอธิบาย
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นคะ” ชิงชิงเห็นว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่สาวร่วมสาบาน
“ให้ข้าอ่านให้ฟังก็แล้วกัน” ฉินฟงเปิดจดหมายอ่านอีกครั้ง
ถึง ท่านฉินฟง
ช่วยข้าด้วยท่านฉินฟง!
ท่านอ๋องทรงหลอกให้ข้าไปที่แคว้นเยี่ย เพื่อให้ข้าเข้าพิธีแลกวิญญาณ ท่านอ๋องทรงรักพระชายาองค์ที่สิ้นพระชนม์ไปแล้วมาก ถึงขั้นให้พ่อหมอมนต์ดำทำพิธีนี้โดยให้วิญญาณของพระชายาเข้าร่างของข้า จะได้คืนชีพในร่างข้า โชคดีที่คืนก่อนพิธีข้าแอบได้ยินท่านอ๋องตรัสคุยกับพ่อหมอเสียก่อน ข้าและกองทัพแคว้นลู่พากันหลบหนีไปอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง แม้ข้าจะปลอดภัยอยู่ที่วัด แต่ตอนนี้ทหารของท่านอ๋องกำลังตามล่าข้าอย่างไม่ลดละ ข้าคงโดนจับได้เข้าสักวัน ได้โปรดเดินทางมาช่วยข้าให้เร็วที่สุดนะ
องค์หญิงซานยี่
“ข..ข้า จะรีบไปเดี๋ยวนี้” หานอู่นอนฟังจนจบ ก็รีบลุกจากเตียง
“นี่เจ้ายังไม่หลับหรอหานอู่” ฉินฟงกล่าวทัก
“ว..ว่า ที่ฮูหยินข้ามีภัย ข้าก็ต้องรีบไปสิ” หานอู่ห่วงองค์หญิงมาก
“แต่ตอนนี้ท่านยังเมาไม่สร่างเลยนะ ปล่อยให้ข้าไปคนเดียวก่อนเถิด” ฉินฟงสังเกตอาการของมือปราบที่ดื่มเหล้าจนเมามาย
“ขะ…ข้า ไหวจริงๆ” หานอู่เดินโซเซเข้ามาหาฉินฟง จนสองสามีภรรยาพากันส่ายหน้า
“ตามใจพี่หานอู่เถอะนะคะ ท่านพี่ เขาคงห่วงองค์หญิงจริงๆ” ชิงชิงเห็นใจพี่ชาย
ชิงชิงจึงเดินตามไปส่งสามีกับหานอู่ที่โรงม้า
ฉินฟงหันกลับไปดึงตัวฮูหยินเข้ามากอด พร้อมกับจูบกับนางโดยไม่เกรงใจชายอีกคนที่กำลังเดินโซเซไปขึ้นม้า
ชิงชิงตั้งสติได้ก็รีบผลักสามีออกด้วยความอาย “ท่านพี่ พวกเราไม่ได้อยู่กันตามลำพังนะคะ”
“เจ้าก็รู้ว่าข้าต้องเดินทางไปไกล และจากเจ้าไปหลายวัน ข้าคงคิดถึงเจ้าแย่ ครั้นจะพาเจ้าไปด้วย ข้าก็คงยิ่งห่วงหน้าพะวงหลัง” ฉินฟงกล่าวพร้อมกับจับไหล่ของฮูหยินทั้งสองข้าง
“ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่นะคะ ขอให้ท่านพี่และพี่หานอู่เดินทางปลอดภัย และสามารถช่วยองค์หญิงกลับมาที่แคว้นลู่ให้จงได้” ชิงชิงมีน้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว
ฉินฟงเช็ดน้ำตาให้ฮูหยิน พร้อมกับกอดและจูบหน้าผากชิงชิงอีกครั้ง ถึงผละออกมา แล้วรีบขี่ม้าตามหานอู่ที่กำลังควบคุมม้าอย่างโซเซด้วยความเมา
ฉินฟงคุมม้าได้ปกติ และสามารถควบม้านำหานอู่ไปไกล ส่วนหานอู่ที่ยังไม่สร่างเมา ก็ควบม้าเซไปเซมา มีบางครั้งที่เขาเกือบจะควบม้าไปชนต้นไม้ใหญ่
ฉินฟงหันกลับไปมอง ก็หมดความอดทน ดังนั้นเขาจึงยอมหยุดม้า แล้วควบไปดักหน้าหานอู่เพื่อให้เขาหยุด
“ข..ข้า จะรีบไป ท่านมาขวางข้าไว้ทำไม” หานอู่โวยวาย
“ท่านเมามายควบม้าโซเซแบบนี้ เมื่อไหร่จะถึง ให้ข้าไปก่อน ยังอาจช่วยว่าที่ฮูหยินท่านทันนะ” ฉินฟงกล่าว
“ก..ก็ ข้าอยากรีบไปช่วยองค์หญิงนี่” หานอู่กล่าวเสียงเศร้า
“งั้นเอาอย่างนี้” ฉินฟงเดินไปเป่าใบไม้เรียกลูกน้องชายคนหนึ่งให้มาพบ แล้วให้เขาไปนำรถม้ามารับหานอู่ จากนั้นตัวเองก็รีบควบม้าล่วงหน้าไปก่อน
ลูกน้องฉินฟงคอยควบคุมรถม้าให้ ในขณะที่หานอู่ก็เดินเข้าไปนอนในรถม้าแต่โดยดี เพราะกลัวตนไปไม่ถึงแคว้นเยี่ย
********************************************************
ณ วัดหลินพ่าน แห่งแคว้นเยี่ย
“ขอบคุณท่านไต้ซือ พวกท่านช่างมีความเมตตายิ่งนัก” องค์หญิงทรงซึ้งพระทัย
“ตามสบายนะประสก ขาดเหลืออะไรสามารถบอกป้าเสี่ยวหมิงได้เลย อาตมาขอตัวไปสวดมนต์ก่อนนะ” ไต้ซือกล่าว
องค์หญิงทรงไหว้ท่านไต้ซือ แล้วเดินไปหาป้าเสี่ยวหมิงที่กำลังยกอาหารในครัวเพื่อเตรียมนำไปแจกที่โรงทาน
“ท่านนำอาหารเหล่านี้ไปที่ไหนงั้นหรือ” องค์หญิงตรัสถาม
“นำไปโรงทานเพื่อแจกผู้ยากไร้ไง” ป้าเสี่ยวหมิงไม่ทราบว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นถึงองค์หญิงต่างแคว้น
“ท่านทำแล้วได้อะไร” องค์หญิงทรงอยากรู้
“มันไม่ได้อะไรเป็นสิ่งของตอบแทนหรอก แต่เมื่อบริจาคข้าวของให้คนยากคนจนแล้ว ข้าก็จะรู้สึกอิ่มเอิบใจและสบายใจ และที่สำคัญผู้ยากไร้ที่ได้รับอาหารจากข้า ก็จะได้ประทังความหิวโหยได้ มันเป็นการทำอะไรเพื่อคนยากไร้ที่อยู่ในแคว้นเยี่ย” ป้าเสี่ยวหมิงพูดยิ้มๆ
“ข้าอยากทำบ้าง ให้ข้าไปช่วยท่านแจกนะ” องค์หญิงทรงสนพระทัย
“งั้นตามมาสิ” ป้ายอมให้องค์หญิงทรงช่วยยกหม้ออาหารไปที่โรงทาน
พอแจกอาหารจนหมด องค์หญิงก็ทรงติดตามป้าเสี่ยวหมิงไปแจกเมล็ดพันธุ์ให้กับชาวบ้านเพื่อนำไปเพาะปลูกในไร่สวนของพวกเขา
องค์หญิงทรงไปช่วยแจกเมล็ด ระหว่างที่แจก พระองค์ก็จะได้รับคำขอบคุณจากชาวบ้าน ทำให้พระองค์ทรงมีความสุขอย่างประหลาด ทรงคิดในพระทัยว่า “ทำแล้วสบายใจจริงๆ ข้าอยากทำแบบนี้กับปวงชนแคว้นลู่บ้าง”
องค์หญิงทรงติดตามป้าเสี่ยวหมิงไปทุกที่ ทำให้ทั้งสองคุ้นเคยกัน จนกระทั่งตกเย็นวันหนึ่ง
ป้าเสี่ยวหมิงกลับมาจากตลาด ก็รีบเดินมุ่งหน้าไปหาองค์หญิงทันที
“ถวายบังคมเพคะ องค์หญิง” ป้าเสี่ยวหมิงกล่าวแสดงความเคารพ
“ท่านรู้ได้ยังไง” องค์หญิงทรงตกพระทัย
“มีประกาศจับตัวพระองค์ไปทั่วตลาดเพคะ” ป้าบอกตามตรง
“อีกไม่นานหรอกนะ รอให้คนสนิทข้าหายจากอาการป่วยเสียก่อน ข้าจะไปจากวัดทันที จะไม่ยอมทำให้พวกท่านเดือดร้อนเด็ดขาด” องค์หญิงตรัส
“งั้นหม่อมฉันขอมอบกำไลทองนี้ให้พระองค์ทรงเก็บไว้เป็นที่ระลึก” ป้าส่งกำไลให้
“มันมีค่ามากเลยนะ” องค์หญิงทรงไม่กล้ารับ
“พระองค์ทรงรังเกียจของของหม่อมฉันหรอเพคะ” ป้ากล่าวอย่างน้อยใจ
“เปล่า ข้ายอมรับก็ได้” องค์หญิงทรงสวมกำไลใส่ข้อมือข้างขวา
ป้ายิ้มให้แล้วก็เดินไปกวาดลานวัดต่อ
เหตุการณ์ในวัดสงบด้วยดี จนกระทั่งถึงกลางดึก
องค์หญิงทรงบรรทมอยู่ภายในห้อง สักพักก็ได้ยินเสียงกองทัพทหารบุกเข้ามาในวัด พร้อมกับประกาศเสียงดังว่า “องค์หญิงพะย่ะค่ะ ยอมไปกับพวกเราเถิด ไม่เช่นนั้นพวกเราจะเผาวัดนี้ให้พระองค์ทรงทอดพระเนตร” สักพักทหารก็นับ 1 2 3…..
องค์หญิงทรงห่วงผู้บริสุทธิ์ตาดำๆ ดังนั้นพระองค์จึงเสด็จเดินออกไปที่ลานวัด พร้อมกับเผชิญหน้ากับทหารแคว้นเยี่ยอย่างไม่เกรงกลัว
ทหารแคว้นเยี่ยเข้าจับกุมองค์หญิงและพรรคพวก ยอมไม่ทำร้ายคนในวัด มีทหารนายหนึ่งเดินเข้าไปมัดข้อพระหัตถ์ แล้วรีบพาพระองค์เข้าไปในรถม้ามุ่งหน้าเข้าวังเพื่อเตรียมเข้าพิธีแลกวิญญาณ