(มีประกาศท้ายบท โฆษณาเพิ่มเติม ใครสนใจแวะอ่านหน่อยนะฮะ)
(ปลาวาฬกราบ... ขอบคุณมากครับ)
บทที่ 166
ทหารเซริสต้องทำได้ทุกอย่าง
เสบียงของทหารจากเซริสถูกส่งออกมาจนถึงเมืองซาลาม ส่วนใหญ่เป็นธัญพืชและเมล็ดข้าวโพดชั้นเยี่ยมซึ่งมีขนาดใหญ่อย่างที่ชาวอินเซนเดียไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากนี้ยังมีเนื้อที่ถูกตากแห้งมาอย่างดีจนพร้อมแปรรูปเพื่อใช้เป็นอาหาร นับว่าผู้นำอย่างเดวิดเสียสละเสบียงของตนเองมากถึง 4 ใน 5 พวกเขาคงเหลือไว้เพียงบางส่วนอย่างเช่นเกลือ สมุนไพร และเครื่องเทศจากบ้านเกิดเท่านั้น
ทว่าท่านชายไม่ได้ทำลงไปด้วยความประมาท การติดต่อสื่อสารระหว่างขบวนเสบียงกลุ่มที่สองทำให้ทราบว่าพวกเขาจะมาถึงในอีกประมาณสองวัน อาหารจากท้องทะเลก็ยังมีเหลือเฟือและถูกถนอมไว้ล่วงหน้าด้วยการแช่เกลือแล้วตากแห้ง ปัญหาเรื่องปากท้องจึงไม่เกิดขึ้น
กลุ่มซาลามต้อนรับขบวนเสบียงด้วยความยินดี แม้มันจะมีปริมาณไม่มากนัก แต่ถ้าจัดสรรอย่างเหมาะสมแล้ว ทุกคนคงจะพอมีพอกินอย่างไม่อดอยากได้อีกเกือบครึ่งเดือน ถึงเวลานั้นไร่ธัญพืชที่หว่านไว้คงเริ่มผลิดอกออกผลแล้ว พวกเขายังมีปลาที่หาได้ตามลุ่มน้ำ คงจะยืดเวลาเพื่อรอคอยการสนับสนุนจากเซริสออกไปได้อีกระยะหนึ่ง
หนังสือมอบดินแดนให้ปกครองอย่างเป็นทางการถูกร่างลงบนแผ่นหนังแกะพร้อมกับตราประทับเพื่อยืนยันความถูกต้องโดยสามฮาดราห์แล้ว ลอร์ดเดวิดเองก็ได้ประทับตราส่วนตัวลงบนหนังสือสำคัญฉบับนั้นเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายถือครองหนังสือสำคัญฉบับจริงเอาไว้คนละส่วน
ดินแดนแถบคาบสมุทรตะวันออกเฉียงเหนือของอินเซนเดีย ตกอยู่ในการครอบครองของเซริสเรียบร้อยแล้ว
ท่านชายเดวิดยังคงทำงานหนักเพื่อสร้างเส้นทางปลอดภัยสำหรับขนย้ายเสบียง ดังนั้นเวลาที่เหลือระหว่างรอคอยการเดินทางของขบวนช่วยเหลือจากเซริส จึงถูกใช้ในการปรับปรุงเส้นทางที่เป็นถนนหินระหว่างโอเอซิสคามาริ ไปยังเมืองร้างของอาดิน แน่นอนว่าเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างคามาริกับชายฝั่งก็ถูกจัดสร้างจนเสร็จสิ้นหลังจากกลุ่มทหารเสบียงห้าพันคนมาถึงเพียงไม่กี่วัน
พวกเขาไม่พบกับการรบกวนของอสูรมานาหลังจากนั้น อากาศและสภาพแวดล้อมก็สงบลงและสดชื่นขึ้น พายุทรายที่พัดมาบ้างเป็นบางเวลาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ไม่ได้สร้างปัญหาร้ายแรงอีกต่อไป
พื้นที่รอบโอเอซิสคามาริถูกจับจองจนแน่นขนัด ในอนาคตอีกไม่กี่วันคงจะเต็มไปด้วยกระโจมขนาดใหญ่สไตล์บาบาริสตั้งอยู่มากกว่าร้อยกระโจม พื้นที่สีเขียวที่อยู่ตรงกึ่งกลางน่าจะเล็กไปถนัดตา
จดหมายชี้แจงความคืบหน้าของคิทยังถูกส่งไปให้ญาติผู้ใหญ่และคนสำคัญในเซริสได้รับทราบเป็นระยะ ลอร์ดออดริคได้ตัดสินใจร่วมกับลอร์ดเอ็ดวินเพื่อทำการส่งทหาร เสบียง ช่างฝีมือ และอุปกรณ์ก่อสร้างจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นระลอกที่สามเช่นกัน
วาร์ปเกทยังคงทำหน้าที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง องค์เอริคที่มีภาระสำคัญในอาณาจักรบางส่วนเริ่มคลี่คลายจึงตัดสินใจส่งทหารและแรงงานจำนวนรวมอีกห้าพันคน ทำให้ขบวนเดินทางกลุ่มที่สามมีขนาดใหญ่ถึงหนึ่งหมื่นคน โชคดีที่ไม่มีใครบ่นถึงภารกิจในครั้งนี้ เพราะการได้รับใช้ท่านชายเดวิดผู้ยิ่งใหญ่นับเป็นวาสนาตามความรู้สึกของพวกเขาแล้ว
“เมืองของท่านอาดินเป็นอย่างไรบ้าง?” อีวานที่กลับมาหลังจากภารกิจตรวจสอบฐานที่มั่นแห่งใหม่ถูกซักถามตั้งแต่เริ่มประชุม
“กำแพงอิฐและหินอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างทรุดโทรมมากครับ ขนาดของเมืองก็เล็กนัก น่าจะพอๆ กับเรดวู้ดชั้นใน ก่อนจะมีการขยายตัวรับกลุ่มคนอพยพในครั้งนั้น...”
“ที่พักและบ้านเรือนที่ทำจากดินและอิฐก็มีสภาพย่ำแย่เช่นกันครับ” หนึ่งในหัวหน้าทหารที่ออกไปตรวจสอบกล่าวเสริม “อาคารว่าราชการหลังใหญ่ที่น่าจะเป็นที่พำนักของท่านอาดินก็... มีสภาพที่ไม่ต่างกันนัก คงเป็นเพราะพวกเขาเร่งอพยพไปตั้งแต่ปีที่แล้ว จึงไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร”
“ที่แถบนั้นใกล้ลุ่มน้ำค่ะ เราสามารถใช้ดินเหนียวในแถบนั้นมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ เพียงแค่ว่าจ้างนายช่างในเมืองก็พอแล้ว”
“แถบนี้ไม่มีไม้ให้ใช้สอยเลยนี่นะ ส่วนใหญ่ก็เป็นเชื้อเพลิงจากมูลสัตว์ตากแห้งกันหมดใช่ไหม? อืม... อามิร่า ข้าสงสัยมาสักพักแล้ว ผู้คนในอินเซนเดียได้พรจากทวยเทพบ้างหรือไม่? ส่วนใหญ่ได้พรจากเทพองค์ใดบ้าง?”
“อินเซนเดียต่างจากเซริสนิดหน่อยค่ะ ทุกคนได้พรหมดนะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพรระดับต่ำ... พรจากองค์อัมบาร์คน่าจะมีมากที่สุด จากนั้นก็จะเป็นเทพีนีด้า และเทพีมิ้วส์ค่ะ แต่ว่าท่านเทพที่ได้รับการบูชาและสรรเสริญมากที่สุดคือองค์แลนด์บรูห์ในความเชื่อของชาวเซริส แต่ที่อินเซนเดียเราเรียกขานนามของท่านผู้ยิ่งใหญ่ว่า องค์อัลซีราอา ค่ะ”
“เป็นเพราะอาหารขาดแคลน ทุกคนถึงทุ่มแรงศรัทธาไปที่องค์แลนด์บรูห์สินะ แต่กลุ่มคนที่ได้รับพลังจากท่านก็มีน้อยมากใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ อาจจะแค่หนึ่งในห้าพันเท่านั้น” เธอมีสีหน้าสลดลง บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าโลกไม่ยุติธรรม
ทว่าคิททราบสาเหตุของปัญหาดังกล่าวดี เครือญาติขององค์ฟอริสค่อนข้างเป็นปฏิปักษ์กับองค์อิกนัสพอสมควร ยิ่งเป็นดินแดนที่มีพลังของเทพแห่งไฟเข้มข้นแล้ว พรที่ถูกส่งมาถึงยิ่งน้อยลงไปอีก เขาเองก็ได้ยืนยันแล้วว่าพลังที่มีเริ่มลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เดินเข้าอินเซนเดีย... ปัญหาระหว่างทวยเทพมีผลถึงมนุษย์บนโลกใบนี้จริงๆ
ฐานที่มั่นแห่งใหม่ยังต้องการแรงงานที่มีความสามารถอีกจำนวนมาก ทว่าจะให้พึ่งแต่ฝีมืองานช่างและพลังของคนจากซาลามก็คงจะไม่เพียงพอกับการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมั่นคง
“ข้าจะส่งคำขอร้องไปยังนายช่างฮิวและโบสถ์แลนด์บรูห์ พวกเราจะได้มีแรงงานที่ใช้การได้เพิ่มมากขึ้นอีกหน่อย แล้วก็...ถ้าได้พลังของเหล่านักบวชมาช่วยให้พรกับที่เพาะปลูกก็น่าจะดี” ทุกคนยอมรับการตัดสินใจนั้น คงมีแต่ท่านชายเดวิดที่มีกำลังมากพอจะสั่งการและกระตุ้นความเปลี่ยนแปลงบนพื้นที่ทุรกันดารแห่งนี้ได้
“อีวาน คัดเลือกทหารหัวไวที่ยินดีจะเรียนภาษาอินเซนเดียกับท่านหญิง ข้าอยากให้พวกเราสื่อสารกับคนในท้องถิ่นเพื่อถ่ายทอดคำสั่งได้ง่ายขึ้นภายในเดือนหน้า”
“รับทราบขอรับ”
“อเล็กซิส ควบคุมหน่วยทหารหาเสบียงในท้องถิ่นร่วมกันอาเธอร์ เราจะใช้คนสองกองร้อยหาอาหารตลอดแนวชายฝั่ง เรื่องความปลอดภัยข้าจะเริ่มจัดการติดตั้งแท่นสลักอักขระควบคู่ไปด้วย ระหว่างนี้ไปนัดแนะพวกพ้องเอาไว้ก่อน ข้ามีข้อกำหนดบางอย่างเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรทางทะเล” สองหัวหน้ากองร้อยส่งเสียงตอบรับอย่างเข้มแข็งเช่นกัน พวกเขาได้งานที่สำคัญอย่างมากไปรับผิดชอบ และต้องทำให้ดีที่สุด
“โทมัสกับเอ็ดเวิร์ด ออกเคลียร์พื้นที่รอบเมืองของท่านอาดิน แล้วก็สำรวจทรัพยากรกับคลองส่งน้ำด้วย ค่อยๆ สำรวจ ไม่ต้องรีบร้อน พวกเรายังพอมีเวลา เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก”
“รับทราบขอรับ” หัวหน้าทหารอีกสองคนเดินออกจากกระโจมเพื่อไปสั่งงานต่อ เหลือเพียงอีกหนึ่งคนเท่านั้นที่ยังรอรับคำสั่งอยู่ภายในที่ประชุม
“คริส... หน้าที่รักษาความปลอดภัยของคามาริเป็นของเจ้า อย่างน้อยก็จนกว่าเมืองแห่งใหม่จะสมบูรณ์ นอกจากนี้จะต้องจัดการดูแลขบวนเสบียงระลอกถัดๆ ไปที่จะลงมาจากเซริสด้วย ถ้าต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมก็แจ้งได้”
“ขอรับท่านชาย... ข้าจะทำสุดความสามารถ”
การประชุมจบลงด้วยดี อามิร่าและสองสาวใช้ก็แยกไปปฏิบัติหน้าที่ของพวกตนเมื่ออีวานรวบรวมทหารที่สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วจำนวนหนึ่ง คิทยังส่งจดหมายโดยตรงไปหานายช่างฮิวและคาดินัลโรแลนด์ที่เซริส เพื่อให้ช่วยจัดหาบุคลากรที่พร้อมจะออกเดินทางมาช่วยเหลือในต่างแดน แน่นอนว่าเขาอธิบายสภาพอากาศอันเลวร้าย และความแร้นแค้นที่มีอย่างไม่ปกปิดแต่อย่างใด
กลุ่มช่างและนักบวชจึงจะเดินทางติดตามมาพร้อมขบวนเสบียงกลุ่มที่สาม ระยะเวลาที่ใช้คงจะทันกับการปรับปรุงเมืองแห่งใหม่พอดิบพอดี โอเอซิสอีกสองแห่งที่อยู่ทางตอนเหนือจะได้รับการปรับปรุงร่วมไปด้วย แต่มันก็คงไม่เสียเวลามากนัก
.
.
.
สองวันถัดมา...
ขบวนเสบียงขนาดยักษ์พร้อมทหารอีกห้าพันคนได้เดินทางมาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านชายเดวิดออกไปต้อนรับพวกเขาด้วยตนเอง พร้อมกล่าวคำขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทาง
หลังจัดตั้งที่พักในรูปแบบเดียวกันขึ้นอีกเกือบร้อยหลัง รอบโอเอซิสคามาริก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมายตามที่ได้คาดการณ์ไว้ โชคดีนักที่ทหารกลุ่มแรกได้เตรียมอาหารเอาไว้รับรองแล้ว พวกพ้องที่เพิ่งมาถึงจึงไม่ต้องเหนื่อยเตรียมอาหารอีก เรื่องราวปากต่อปากเกี่ยวกับประสบการณ์แสนตื่นเต้นตลอดการเดินทางถูกนำขึ้นมาพูดคุยอย่างออกรส ทำให้บรรยากาศค่อนข้างชื่นบานแม้ว่าสภาพอากาศจะร้อนมากก็ตาม
อามิร่ามองเสบียงจำนวนมากที่ถูกขนส่งมาจากเซริสด้วยตาเป็นประกาย แต่เธอก็ยังมีความลังเลบางอย่าง...
“เดวิด... รอเวลาหน่อยเถอะ อย่างน้อยก็อีกสักสองสัปดาห์ ข้าไม่มั่นใจนักว่าชนชั้นสูงในซาลามจะทำตัวเช่นไรถ้าเห็นอาหารมากมายขนาดนี้”
“อืม ข้าก็คิดอย่างนั้น อาจจะมากกว่าสองสัปดาห์ด้วยซ้ำ พวกเราต้องใช้ทรัพยากรพวกนี้เพื่อสร้างรากฐานของเมืองใหม่ให้มั่นคงเสียก่อน อีกอย่าง... ข้าไม่มั่นใจว่าฤดูเพาะปลูกของที่นี่จะเป็นเช่นไร”
“ถ้าจำไม่ผิด แม่น้ำเส้นหลักทางใต้ของเมืองแห่งนั้น น่าจะมีน้ำไหลตลอดปี แต่เมชที่พวกเราปลูกไว้เป็นอาหารหลัก กับต้นอินทผลัมมีฤดูกาลออกผลผลิตตามสภาพอากาศ ระดับน้ำคงจะลดลงในอีกสองเดือน เทือกเขาที่กั้นพวกเรากับทะเลทรายขนาดใหญ่พอจะผลิตน้ำได้ตลอด แต่มันก็ไม่คงที่”
“แสดงว่าช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด คือ สามเดือนแรกของปีสินะ”
“ใช่แล้วค่ะ แต่ถ้าผนวกกับการประมงริมชายฝั่งที่ท่านว่า พวกเราคงจะไม่อดอยากแน่นอน”
“นอกจากข้าวโพดรุ่นโบราณ... ข้าหมายถึงเมชน่ะ อินเซนเดียไม่มีอาหารอย่างอื่นเลยหรือ”
“ข้าเคยได้ยินอามาลพูดถึงบ้านเกิดในกลุ่มคนทำเครื่องเทศในตอนใต้ ที่นั่นน่าจะมีข้าวฟ่างและธัญพืชอีกสองสามอย่างเป็นอาหารหลักค่ะ แต่เราก็ยังเข้าถึงพวกเขาไม่ได้...” เธอเท้าความถึงแผนที่อินเซนเดียที่จำได้ขึ้นใจ “เส้นทางติดต่อกับคนกลุ่มนั้นต้องผ่านทะเลทรายใหญ่ เป็นเส้นทางที่ทรหดมากค่ะ”
“ข้าคงใช้พลังพิเศษปรับปรุงธัญพืชบางส่วนให้ทนต่ออากาศแล้งได้ น่าจะใช้เวลาไม่นานนัก ถ้าหากพวกเราติดต่อซาลามเพื่อแลกเปลี่ยนเสบียงส่วนเกินกับแพะ ก็คงจะดีไม่น้อย” คิทบ่นพึมพำกับตัวเอง ซึ่งมันก็ดังมากพอที่จะทำให้อามิร่าได้ยินเช่นกัน “แต่ที่ข้าเป็นกังวลมากจริงๆ ... ชาวอินเซนเดียไม่มีอาหารอย่างอื่นเลยหรือ? อย่างเช่นผลไม้ ผัก หรือพืชกินได้อะไรเทือกนี้”
“ถ้าเป็นบ้านเกิดของข้าใกล้ทะเลสาบอิชมูร์ก็คงมีผักหรือดอกไม้กินได้ในบางฤดูกาลค่ะ แต่เรื่องผลไม้นั้น... คงจะมีแต่อินทผลัมกระมัง” อามิร่าถอนหายใจ “ผลไม้เปรี้ยวหวานแบบอื่นเป็นของล้ำค่า อันที่จริงแล้วคงจะมีแค่เวสเทรนและรัสเซลที่พอจะเพาะปลูกได้”
“อ้อ... ข้าเคยกินลูกสีแดงๆ รสหวานอมเปรี้ยวในวัยเด็ก แต่มันนานมากแล้ว จำรายละเอียดไม่ค่อยได้เหมือนกัน ขออภัยด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ ข้าคงต้องสำรวจด้วยตัวเองอีกที...”
บทสนทนาสอบถามความคืบหน้าระหว่างหน่วยรับผิดชอบต่างๆ รวมไปถึงการซักถามข้อมูลบางอย่างที่ยังสงสัยในอินเซนเดียยังเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมืองของฮาดราห์อาดินถูกจัดการอย่างเป็นระบบ บ้านเรือนที่ทรุดโทรมและไม่เป็นระเบียบถูกรื้อถอนออกด้วยพลังแห่งแผ่นดินที่ยังใช้การได้ เหล่าทหารขนทรัพยากรที่ยังพอใช้ได้ออกไปตลอดเวลา
คฤหาสน์ว่าการหลังใหม่ของท่านอาดินถูกปรับปรุงโครงสร้างให้ปลอดโปร่งและเหมาะสมแล้ว กระโจมบางส่วนถูกย้ายมาบนพื้นที่ว่างในเมืองแห่งนี้เพื่อกระจายกำลังคน คลองส่งน้ำถูกขุดลอกให้ใช้การได้สะดวก น้ำใสที่ไหลเย็นไปทั่วทุกเขตของเมืองทำให้เหล่าทหารใช้ดื่มกินเพื่อดับกระหายได้อย่างง่ายดาย
ในขณะเดียวกัน แปลงเพาะปลูกที่ถูกทิ้งไว้จนรกร้างและเต็มไปด้วยต้นหญ้าได้ถูกปรับหน้าดินเรียบร้อยแล้ว ท่านชายเดวิดทำงานจนดึกดื่นทุกวันเพื่อปรับปรุงธัญพืชจากแดนเหนือให้สามารถทนความร้อนและแดดแรงจัดในอินเซนเดียได้
เขารู้สึกขอบคุณพรจากทวยเทพจริงๆ เพราะถ้าหากไม่มีมัน ทุกอย่างคงย่ำแย่และผู้คนคงจะลำบากมากกว่านี้หลายเท่านัก
เมล็ดพันธุ์รุ่นแรก กำลังถูกเหล่าทหารจำนวนสามกองร้อย นำไปรับผิดชอบเรื่องการหว่านและเพาะปลูกแล้ว
ทหารหลายคนได้รับพรจากองค์แลนด์บรูห์และเทพีฟอริส การเพาะปลูกในครั้งนี้น่าจะสร้างผลผลิตให้กับชาวเซริสได้อย่างมหาศาล
ท่านชายเดวิดได้กล่าวให้กำลังใจพวกเขาว่า...
“เป็นทหารก็ต้องทำไร่ทำสวนเป็น ไร้ศึกให้สู้รบเมื่อใด พวกเจ้าจะได้ไม่อดตายอย่างไรเล่า”
______________________________
สวัสดีครับทุกคนนน เรื่องนี้เขียนเป็นอีบุ๊คจนจบแล้วนะฮะ ใครไม่อยากเสียค่าอ่านรายตอนยิบย่อยวุ่นวาย แวะไปอุดหนุนที่ MEB Market ได้เลยครับ
ในเล่มมีตอนพิเศษ ภาพประกอบสวย ๆ เนื้อหาสาระน่ารู้แทรกตามบท จบ 4 ภาค จำนวนรวม 9 เล่ม
ถ้าอยากสนับสนุนวาฬตัวน้อย ๆ แวะไปเสิร์ชชื่อ หรือกดดูตามลิ้งก์ได้เลยนะฮะ
ขอบคุณมาก ๆ เลยครับผม >3<
https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=223064