(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer

    บทที่ 166 ทหารเซริสต้องทำได้ทุกอย่าง +ประกาศ

    (มีประกาศท้ายบท โฆษณาเพิ่มเติม ใครสนใจแวะอ่านหน่อยนะฮะ)

    (ปลาวาฬกราบ... ขอบคุณมากครับ)


    บทที่ 166

    ทหารเซริสต้องทำได้ทุกอย่าง



    เสบียงของทหารจากเซริสถูกส่งออกมาจนถึงเมืองซาลาม ส่วนใหญ่เป็นธัญพืชและเมล็ดข้าวโพดชั้นเยี่ยมซึ่งมีขนาดใหญ่อย่างที่ชาวอินเซนเดียไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากนี้ยังมีเนื้อที่ถูกตากแห้งมาอย่างดีจนพร้อมแปรรูปเพื่อใช้เป็นอาหาร นับว่าผู้นำอย่างเดวิดเสียสละเสบียงของตนเองมากถึง 4 ใน 5 พวกเขาคงเหลือไว้เพียงบางส่วนอย่างเช่นเกลือ สมุนไพร และเครื่องเทศจากบ้านเกิดเท่านั้น

    ทว่าท่านชายไม่ได้ทำลงไปด้วยความประมาท การติดต่อสื่อสารระหว่างขบวนเสบียงกลุ่มที่สองทำให้ทราบว่าพวกเขาจะมาถึงในอีกประมาณสองวัน อาหารจากท้องทะเลก็ยังมีเหลือเฟือและถูกถนอมไว้ล่วงหน้าด้วยการแช่เกลือแล้วตากแห้ง ปัญหาเรื่องปากท้องจึงไม่เกิดขึ้น


    กลุ่มซาลามต้อนรับขบวนเสบียงด้วยความยินดี แม้มันจะมีปริมาณไม่มากนัก แต่ถ้าจัดสรรอย่างเหมาะสมแล้ว ทุกคนคงจะพอมีพอกินอย่างไม่อดอยากได้อีกเกือบครึ่งเดือน ถึงเวลานั้นไร่ธัญพืชที่หว่านไว้คงเริ่มผลิดอกออกผลแล้ว พวกเขายังมีปลาที่หาได้ตามลุ่มน้ำ คงจะยืดเวลาเพื่อรอคอยการสนับสนุนจากเซริสออกไปได้อีกระยะหนึ่ง


    หนังสือมอบดินแดนให้ปกครองอย่างเป็นทางการถูกร่างลงบนแผ่นหนังแกะพร้อมกับตราประทับเพื่อยืนยันความถูกต้องโดยสามฮาดราห์แล้ว ลอร์ดเดวิดเองก็ได้ประทับตราส่วนตัวลงบนหนังสือสำคัญฉบับนั้นเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายถือครองหนังสือสำคัญฉบับจริงเอาไว้คนละส่วน


    ดินแดนแถบคาบสมุทรตะวันออกเฉียงเหนือของอินเซนเดีย ตกอยู่ในการครอบครองของเซริสเรียบร้อยแล้ว


    ท่านชายเดวิดยังคงทำงานหนักเพื่อสร้างเส้นทางปลอดภัยสำหรับขนย้ายเสบียง ดังนั้นเวลาที่เหลือระหว่างรอคอยการเดินทางของขบวนช่วยเหลือจากเซริส จึงถูกใช้ในการปรับปรุงเส้นทางที่เป็นถนนหินระหว่างโอเอซิสคามาริ ไปยังเมืองร้างของอาดิน แน่นอนว่าเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างคามาริกับชายฝั่งก็ถูกจัดสร้างจนเสร็จสิ้นหลังจากกลุ่มทหารเสบียงห้าพันคนมาถึงเพียงไม่กี่วัน


    พวกเขาไม่พบกับการรบกวนของอสูรมานาหลังจากนั้น อากาศและสภาพแวดล้อมก็สงบลงและสดชื่นขึ้น พายุทรายที่พัดมาบ้างเป็นบางเวลาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ไม่ได้สร้างปัญหาร้ายแรงอีกต่อไป


    พื้นที่รอบโอเอซิสคามาริถูกจับจองจนแน่นขนัด ในอนาคตอีกไม่กี่วันคงจะเต็มไปด้วยกระโจมขนาดใหญ่สไตล์บาบาริสตั้งอยู่มากกว่าร้อยกระโจม พื้นที่สีเขียวที่อยู่ตรงกึ่งกลางน่าจะเล็กไปถนัดตา

    จดหมายชี้แจงความคืบหน้าของคิทยังถูกส่งไปให้ญาติผู้ใหญ่และคนสำคัญในเซริสได้รับทราบเป็นระยะ ลอร์ดออดริคได้ตัดสินใจร่วมกับลอร์ดเอ็ดวินเพื่อทำการส่งทหาร เสบียง ช่างฝีมือ และอุปกรณ์ก่อสร้างจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นระลอกที่สามเช่นกัน

    วาร์ปเกทยังคงทำหน้าที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง องค์เอริคที่มีภาระสำคัญในอาณาจักรบางส่วนเริ่มคลี่คลายจึงตัดสินใจส่งทหารและแรงงานจำนวนรวมอีกห้าพันคน ทำให้ขบวนเดินทางกลุ่มที่สามมีขนาดใหญ่ถึงหนึ่งหมื่นคน โชคดีที่ไม่มีใครบ่นถึงภารกิจในครั้งนี้ เพราะการได้รับใช้ท่านชายเดวิดผู้ยิ่งใหญ่นับเป็นวาสนาตามความรู้สึกของพวกเขาแล้ว


    “เมืองของท่านอาดินเป็นอย่างไรบ้าง?” อีวานที่กลับมาหลังจากภารกิจตรวจสอบฐานที่มั่นแห่งใหม่ถูกซักถามตั้งแต่เริ่มประชุม

    “กำแพงอิฐและหินอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างทรุดโทรมมากครับ ขนาดของเมืองก็เล็กนัก น่าจะพอๆ กับเรดวู้ดชั้นใน ก่อนจะมีการขยายตัวรับกลุ่มคนอพยพในครั้งนั้น...”

    “ที่พักและบ้านเรือนที่ทำจากดินและอิฐก็มีสภาพย่ำแย่เช่นกันครับ” หนึ่งในหัวหน้าทหารที่ออกไปตรวจสอบกล่าวเสริม “อาคารว่าราชการหลังใหญ่ที่น่าจะเป็นที่พำนักของท่านอาดินก็... มีสภาพที่ไม่ต่างกันนัก คงเป็นเพราะพวกเขาเร่งอพยพไปตั้งแต่ปีที่แล้ว จึงไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร”

    “ที่แถบนั้นใกล้ลุ่มน้ำค่ะ เราสามารถใช้ดินเหนียวในแถบนั้นมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ เพียงแค่ว่าจ้างนายช่างในเมืองก็พอแล้ว”

    “แถบนี้ไม่มีไม้ให้ใช้สอยเลยนี่นะ ส่วนใหญ่ก็เป็นเชื้อเพลิงจากมูลสัตว์ตากแห้งกันหมดใช่ไหม? อืม... อามิร่า ข้าสงสัยมาสักพักแล้ว ผู้คนในอินเซนเดียได้พรจากทวยเทพบ้างหรือไม่? ส่วนใหญ่ได้พรจากเทพองค์ใดบ้าง?”

    “อินเซนเดียต่างจากเซริสนิดหน่อยค่ะ ทุกคนได้พรหมดนะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพรระดับต่ำ... พรจากองค์อัมบาร์คน่าจะมีมากที่สุด จากนั้นก็จะเป็นเทพีนีด้า และเทพีมิ้วส์ค่ะ แต่ว่าท่านเทพที่ได้รับการบูชาและสรรเสริญมากที่สุดคือองค์แลนด์บรูห์ในความเชื่อของชาวเซริส แต่ที่อินเซนเดียเราเรียกขานนามของท่านผู้ยิ่งใหญ่ว่า องค์อัลซีราอา ค่ะ”

    “เป็นเพราะอาหารขาดแคลน ทุกคนถึงทุ่มแรงศรัทธาไปที่องค์แลนด์บรูห์สินะ แต่กลุ่มคนที่ได้รับพลังจากท่านก็มีน้อยมากใช่ไหม?”

    “ใช่ค่ะ อาจจะแค่หนึ่งในห้าพันเท่านั้น” เธอมีสีหน้าสลดลง บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าโลกไม่ยุติธรรม


    ทว่าคิททราบสาเหตุของปัญหาดังกล่าวดี เครือญาติขององค์ฟอริสค่อนข้างเป็นปฏิปักษ์กับองค์อิกนัสพอสมควร ยิ่งเป็นดินแดนที่มีพลังของเทพแห่งไฟเข้มข้นแล้ว พรที่ถูกส่งมาถึงยิ่งน้อยลงไปอีก เขาเองก็ได้ยืนยันแล้วว่าพลังที่มีเริ่มลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เดินเข้าอินเซนเดีย... ปัญหาระหว่างทวยเทพมีผลถึงมนุษย์บนโลกใบนี้จริงๆ

    ฐานที่มั่นแห่งใหม่ยังต้องการแรงงานที่มีความสามารถอีกจำนวนมาก ทว่าจะให้พึ่งแต่ฝีมืองานช่างและพลังของคนจากซาลามก็คงจะไม่เพียงพอกับการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมั่นคง


    “ข้าจะส่งคำขอร้องไปยังนายช่างฮิวและโบสถ์แลนด์บรูห์ พวกเราจะได้มีแรงงานที่ใช้การได้เพิ่มมากขึ้นอีกหน่อย แล้วก็...ถ้าได้พลังของเหล่านักบวชมาช่วยให้พรกับที่เพาะปลูกก็น่าจะดี” ทุกคนยอมรับการตัดสินใจนั้น คงมีแต่ท่านชายเดวิดที่มีกำลังมากพอจะสั่งการและกระตุ้นความเปลี่ยนแปลงบนพื้นที่ทุรกันดารแห่งนี้ได้

    “อีวาน คัดเลือกทหารหัวไวที่ยินดีจะเรียนภาษาอินเซนเดียกับท่านหญิง ข้าอยากให้พวกเราสื่อสารกับคนในท้องถิ่นเพื่อถ่ายทอดคำสั่งได้ง่ายขึ้นภายในเดือนหน้า”

    “รับทราบขอรับ”

    “อเล็กซิส ควบคุมหน่วยทหารหาเสบียงในท้องถิ่นร่วมกันอาเธอร์ เราจะใช้คนสองกองร้อยหาอาหารตลอดแนวชายฝั่ง เรื่องความปลอดภัยข้าจะเริ่มจัดการติดตั้งแท่นสลักอักขระควบคู่ไปด้วย ระหว่างนี้ไปนัดแนะพวกพ้องเอาไว้ก่อน ข้ามีข้อกำหนดบางอย่างเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรทางทะเล” สองหัวหน้ากองร้อยส่งเสียงตอบรับอย่างเข้มแข็งเช่นกัน พวกเขาได้งานที่สำคัญอย่างมากไปรับผิดชอบ และต้องทำให้ดีที่สุด

    “โทมัสกับเอ็ดเวิร์ด ออกเคลียร์พื้นที่รอบเมืองของท่านอาดิน แล้วก็สำรวจทรัพยากรกับคลองส่งน้ำด้วย ค่อยๆ สำรวจ ไม่ต้องรีบร้อน พวกเรายังพอมีเวลา เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก”

    “รับทราบขอรับ” หัวหน้าทหารอีกสองคนเดินออกจากกระโจมเพื่อไปสั่งงานต่อ เหลือเพียงอีกหนึ่งคนเท่านั้นที่ยังรอรับคำสั่งอยู่ภายในที่ประชุม

    “คริส... หน้าที่รักษาความปลอดภัยของคามาริเป็นของเจ้า อย่างน้อยก็จนกว่าเมืองแห่งใหม่จะสมบูรณ์ นอกจากนี้จะต้องจัดการดูแลขบวนเสบียงระลอกถัดๆ ไปที่จะลงมาจากเซริสด้วย ถ้าต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมก็แจ้งได้”

    “ขอรับท่านชาย... ข้าจะทำสุดความสามารถ”


    การประชุมจบลงด้วยดี อามิร่าและสองสาวใช้ก็แยกไปปฏิบัติหน้าที่ของพวกตนเมื่ออีวานรวบรวมทหารที่สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วจำนวนหนึ่ง คิทยังส่งจดหมายโดยตรงไปหานายช่างฮิวและคาดินัลโรแลนด์ที่เซริส เพื่อให้ช่วยจัดหาบุคลากรที่พร้อมจะออกเดินทางมาช่วยเหลือในต่างแดน แน่นอนว่าเขาอธิบายสภาพอากาศอันเลวร้าย และความแร้นแค้นที่มีอย่างไม่ปกปิดแต่อย่างใด

    กลุ่มช่างและนักบวชจึงจะเดินทางติดตามมาพร้อมขบวนเสบียงกลุ่มที่สาม ระยะเวลาที่ใช้คงจะทันกับการปรับปรุงเมืองแห่งใหม่พอดิบพอดี โอเอซิสอีกสองแห่งที่อยู่ทางตอนเหนือจะได้รับการปรับปรุงร่วมไปด้วย แต่มันก็คงไม่เสียเวลามากนัก


    .

    .

    .


    สองวันถัดมา...

    ขบวนเสบียงขนาดยักษ์พร้อมทหารอีกห้าพันคนได้เดินทางมาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านชายเดวิดออกไปต้อนรับพวกเขาด้วยตนเอง พร้อมกล่าวคำขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทาง


    หลังจัดตั้งที่พักในรูปแบบเดียวกันขึ้นอีกเกือบร้อยหลัง รอบโอเอซิสคามาริก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมายตามที่ได้คาดการณ์ไว้ โชคดีนักที่ทหารกลุ่มแรกได้เตรียมอาหารเอาไว้รับรองแล้ว พวกพ้องที่เพิ่งมาถึงจึงไม่ต้องเหนื่อยเตรียมอาหารอีก เรื่องราวปากต่อปากเกี่ยวกับประสบการณ์แสนตื่นเต้นตลอดการเดินทางถูกนำขึ้นมาพูดคุยอย่างออกรส ทำให้บรรยากาศค่อนข้างชื่นบานแม้ว่าสภาพอากาศจะร้อนมากก็ตาม

    อามิร่ามองเสบียงจำนวนมากที่ถูกขนส่งมาจากเซริสด้วยตาเป็นประกาย แต่เธอก็ยังมีความลังเลบางอย่าง...


    “เดวิด... รอเวลาหน่อยเถอะ อย่างน้อยก็อีกสักสองสัปดาห์ ข้าไม่มั่นใจนักว่าชนชั้นสูงในซาลามจะทำตัวเช่นไรถ้าเห็นอาหารมากมายขนาดนี้”

    “อืม ข้าก็คิดอย่างนั้น อาจจะมากกว่าสองสัปดาห์ด้วยซ้ำ พวกเราต้องใช้ทรัพยากรพวกนี้เพื่อสร้างรากฐานของเมืองใหม่ให้มั่นคงเสียก่อน อีกอย่าง... ข้าไม่มั่นใจว่าฤดูเพาะปลูกของที่นี่จะเป็นเช่นไร”

    “ถ้าจำไม่ผิด แม่น้ำเส้นหลักทางใต้ของเมืองแห่งนั้น น่าจะมีน้ำไหลตลอดปี แต่เมชที่พวกเราปลูกไว้เป็นอาหารหลัก กับต้นอินทผลัมมีฤดูกาลออกผลผลิตตามสภาพอากาศ ระดับน้ำคงจะลดลงในอีกสองเดือน เทือกเขาที่กั้นพวกเรากับทะเลทรายขนาดใหญ่พอจะผลิตน้ำได้ตลอด แต่มันก็ไม่คงที่”

    “แสดงว่าช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด คือ สามเดือนแรกของปีสินะ”

    “ใช่แล้วค่ะ แต่ถ้าผนวกกับการประมงริมชายฝั่งที่ท่านว่า พวกเราคงจะไม่อดอยากแน่นอน”

    “นอกจากข้าวโพดรุ่นโบราณ... ข้าหมายถึงเมชน่ะ อินเซนเดียไม่มีอาหารอย่างอื่นเลยหรือ”

    “ข้าเคยได้ยินอามาลพูดถึงบ้านเกิดในกลุ่มคนทำเครื่องเทศในตอนใต้ ที่นั่นน่าจะมีข้าวฟ่างและธัญพืชอีกสองสามอย่างเป็นอาหารหลักค่ะ แต่เราก็ยังเข้าถึงพวกเขาไม่ได้...” เธอเท้าความถึงแผนที่อินเซนเดียที่จำได้ขึ้นใจ “เส้นทางติดต่อกับคนกลุ่มนั้นต้องผ่านทะเลทรายใหญ่ เป็นเส้นทางที่ทรหดมากค่ะ”

    “ข้าคงใช้พลังพิเศษปรับปรุงธัญพืชบางส่วนให้ทนต่ออากาศแล้งได้ น่าจะใช้เวลาไม่นานนัก ถ้าหากพวกเราติดต่อซาลามเพื่อแลกเปลี่ยนเสบียงส่วนเกินกับแพะ ก็คงจะดีไม่น้อย” คิทบ่นพึมพำกับตัวเอง ซึ่งมันก็ดังมากพอที่จะทำให้อามิร่าได้ยินเช่นกัน “แต่ที่ข้าเป็นกังวลมากจริงๆ ... ชาวอินเซนเดียไม่มีอาหารอย่างอื่นเลยหรือ? อย่างเช่นผลไม้ ผัก หรือพืชกินได้อะไรเทือกนี้”

    “ถ้าเป็นบ้านเกิดของข้าใกล้ทะเลสาบอิชมูร์ก็คงมีผักหรือดอกไม้กินได้ในบางฤดูกาลค่ะ แต่เรื่องผลไม้นั้น... คงจะมีแต่อินทผลัมกระมัง” อามิร่าถอนหายใจ “ผลไม้เปรี้ยวหวานแบบอื่นเป็นของล้ำค่า อันที่จริงแล้วคงจะมีแค่เวสเทรนและรัสเซลที่พอจะเพาะปลูกได้”

    “อ้อ... ข้าเคยกินลูกสีแดงๆ รสหวานอมเปรี้ยวในวัยเด็ก แต่มันนานมากแล้ว จำรายละเอียดไม่ค่อยได้เหมือนกัน ขออภัยด้วยนะคะ”

    “ไม่เป็นไรครับ ข้าคงต้องสำรวจด้วยตัวเองอีกที...”


    บทสนทนาสอบถามความคืบหน้าระหว่างหน่วยรับผิดชอบต่างๆ รวมไปถึงการซักถามข้อมูลบางอย่างที่ยังสงสัยในอินเซนเดียยังเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมืองของฮาดราห์อาดินถูกจัดการอย่างเป็นระบบ บ้านเรือนที่ทรุดโทรมและไม่เป็นระเบียบถูกรื้อถอนออกด้วยพลังแห่งแผ่นดินที่ยังใช้การได้ เหล่าทหารขนทรัพยากรที่ยังพอใช้ได้ออกไปตลอดเวลา

    คฤหาสน์ว่าการหลังใหม่ของท่านอาดินถูกปรับปรุงโครงสร้างให้ปลอดโปร่งและเหมาะสมแล้ว กระโจมบางส่วนถูกย้ายมาบนพื้นที่ว่างในเมืองแห่งนี้เพื่อกระจายกำลังคน คลองส่งน้ำถูกขุดลอกให้ใช้การได้สะดวก น้ำใสที่ไหลเย็นไปทั่วทุกเขตของเมืองทำให้เหล่าทหารใช้ดื่มกินเพื่อดับกระหายได้อย่างง่ายดาย

    ในขณะเดียวกัน แปลงเพาะปลูกที่ถูกทิ้งไว้จนรกร้างและเต็มไปด้วยต้นหญ้าได้ถูกปรับหน้าดินเรียบร้อยแล้ว ท่านชายเดวิดทำงานจนดึกดื่นทุกวันเพื่อปรับปรุงธัญพืชจากแดนเหนือให้สามารถทนความร้อนและแดดแรงจัดในอินเซนเดียได้


    เขารู้สึกขอบคุณพรจากทวยเทพจริงๆ เพราะถ้าหากไม่มีมัน ทุกอย่างคงย่ำแย่และผู้คนคงจะลำบากมากกว่านี้หลายเท่านัก


    เมล็ดพันธุ์รุ่นแรก กำลังถูกเหล่าทหารจำนวนสามกองร้อย นำไปรับผิดชอบเรื่องการหว่านและเพาะปลูกแล้ว

    ทหารหลายคนได้รับพรจากองค์แลนด์บรูห์และเทพีฟอริส การเพาะปลูกในครั้งนี้น่าจะสร้างผลผลิตให้กับชาวเซริสได้อย่างมหาศาล

    ท่านชายเดวิดได้กล่าวให้กำลังใจพวกเขาว่า...


    “เป็นทหารก็ต้องทำไร่ทำสวนเป็น ไร้ศึกให้สู้รบเมื่อใด พวกเจ้าจะได้ไม่อดตายอย่างไรเล่า”



    ______________________________

    สวัสดีครับทุกคนนน เรื่องนี้เขียนเป็นอีบุ๊คจนจบแล้วนะฮะ ใครไม่อยากเสียค่าอ่านรายตอนยิบย่อยวุ่นวาย แวะไปอุดหนุนที่ MEB Market ได้เลยครับ

    ในเล่มมีตอนพิเศษ ภาพประกอบสวย ๆ เนื้อหาสาระน่ารู้แทรกตามบท จบ 4 ภาค จำนวนรวม 9 เล่ม 

    ถ้าอยากสนับสนุนวาฬตัวน้อย ๆ แวะไปเสิร์ชชื่อ หรือกดดูตามลิ้งก์ได้เลยนะฮะ

    ขอบคุณมาก ๆ เลยครับผม >3<

    https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=223064


    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271