ระหว่างที่อยู่ในคุกหลวง
ฮูหยินเ้าได้เขียนฎีกาเืโดยใช้ผ้าคลุมเป็กระดาษใช้เืเป็น้ำหมึก เพื่อร้องขอความเป็ธรรมจากฝ่าาให้ทรงสืบพิจารณาคดีอย่างเป็ธรรม แต่มีหรือจะได้รับความเป็ธรรม
เพราะแม้แต่กระดาษแผ่นเดียวและน้ำหมึกที่ร้องขอกลับมิเคยได้เลยซักครา แม้นไม่มีกระดาษไม่เป็ไรใช้เสื้อคลุมนั้นทดแทน ส่วนน้ำหมึกนะเหรอก็มีเืของตนแล้วไง จะ้าน้ำหมึกไปใย เ็ปเพียงเท่านี้คงไม่ถึงตาย
เมื่อความหวังสุดท้ายไม่ได้การตอบรับและไร้ความเป็ธรรม หนทางสุดท้ายคือความตาย ท่านแม่ ท่านย่า ท่านป้าและท่านอาหญิงได้จบชีวิตลงในคุกหลวง พร้อมอักษรเืบนกำแพง สละชีพเพื่อความเป็ธรรม ทุกคนในตระกูลล้วนจงรักภัคดี ปกป้องบ้านเมือง คืนความเป็ธรรมให้คนในตระกูลจ้าว
ก่อนลาจากยังทิ้งเสื้อคลุมเืความในเสื้อคลุมว่า
จ้าวซีซวน แม่ของเ้า ท่านย่า ท่านป้า ท่านอาหญิงมิอาจมีชีวิตอยู่ต่อ ทำเพียงแค่ได้ใช้ชีวิตอันเล็กจ้อยของพวกข้าร้องเรียกความเป็ธรรม
ซวนซวนลูกรักของแม่เ้าแต่งเข้าจวนจวิ้นอ๋องแล้วอีกทั้งกำลังจะเป็แม่คน แม่ขอให้เ้าจงลืมเื่ราวเหล่านี้เสีย อย่าได้ถือโทษโกรธแค้นเคือง แม่และทุกคนในตระกูลล้วนอยากเห็นเ้าและหลานมีชีวิตที่ดี
จ้าวซีซวนเมื่อได้รับเสื้อคลุมเื ถึงแม้จะเจ็บซ้ำ ปวดร้าว ทุกข์ทรมานใจซักเพียงไหน นางก็ทำได้เพียงเก็บความทุกข์ตรมไว้ภายในจิตใจ นางมิอาจทำอะไรได้เลยแม้แต่คิดแก้แค้น
ฮ่าๆนางหัวเราะทั้งน้ำตา คิดถึงอดีตที่เคยโง่งม
นางจำได้ว่านางมีความสุขมากมายซักเพียงไหนเมื่อนางได้รับราชโองการให้แต่งเข้าจวนจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงก่อนวันที่บุรุษในตระกูลจะได้รับราชโองการนำทัพออกรบ 1 ปี แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือหายนะของตระกูล
เวลานั้นนางดีใจและสุขใจยิ่งนัก จวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงผู้ที่มีดีทั้งรูปร่างและหน้าตา อีกทั้งความสามารถไม่ว่าสตรีใดเห็นแล้วก็ต้องพึ่งปราถนา สุดท้ายแล้วก็เป็นางที่ได้ ไม่เพียงแต่เท่านั้นยังเป็ถึงรักแรกและรักฝั่งใจของนาง
ในวันมงคล สินเ้าสาวของนางยาวถึง 10 ลี้ ตลอดทั่วทั้งเมืองหลวงมีการจุดพลุแสดงความยินดี เจ็ดวันเจ็ดคืน มีการตั้งโรงทานและแจกลูกอมให้แก่เด็กๆและผู้ยากไร้ตลอดทาง
ไม่เพียงแต่เท่านั้นจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงยังเป็ผู้ขี่ม้ามารับนางเองั้แ่หน้าจวน ส่วนจ้าวซีฮันผู้เป็น้องชายขณะนั้นอายุ 10 หนาวเป็ผู้แบกนางขึ้นเกี้ยวด้วยตนเองไม่มีบ่นว่าหนักแม้แต่คำเดียว
นางมีความสุขยิ่งนัก แม้แต่ตอนเข้าหอจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงอยู่กับนาง 7 วัน 7 คืน มิยินยอมให้นางออกไปไหน ถึงแม้ตามธรรมเนียมสะใภ้หลวงจะต้องเข้าวังหลวงคารวะน้ำชาพร้อมกับผ้าปูเตียงเพื่อพิสูจน์พรหมจรรย์ในวันรุ่งขึ้นทันที แต่ไหนเลยจะทำได้หากจวิ้นอ๋องไม่ยินยอม อันเป็เหตุให้นางต้องเข้าวังในเช้าวันที่ 8 ของการแต่งงาน
ถึงแม้ว่าร่างกายนางจะไม่เอื้ออำนวยเลยก็ตาม จวิ้นอ๋องเคี่ยวเข็ญนางยิ่งนัก อีกทั้งคำพูดวาจาที่แสนหวานและเอาใจ “ข้ารักเ้าเพียงผู้เดียวรู้หรือไม่ หากขาดเ้าไปข้าจะอยู่เยี่ยงไร ดวงใจของข้า” และอีกสารพัดคำหวานที่ชวนลุ่มหลงมัวเมา
แต่งได้เพียงเดือนเดียวความชื่นหวานเ่าั้ก็เริ่มจางหาย เมื่อจวิ้นอ๋องเริ่มรับเหล่าผีเสื้อและดอกเข้ามาในจวน ด้วยคำกล่าวที่ว่า
“ถึงแม้ในใจข้าจะมีเพียงเ้า แต่ด้วยภาระหน้าที่ของข้า ข้ามิอาจมีเพียงแต่เ้าได้ เ้าก็รู้ว่าฐานะแบบข้าสุ่มเสี่ยงยิ่งนักทั้งตัวเ้าและตัวข้าหากเ้าเป็อะไรไปข้าจะอยู่ได้เยี่ยงไร ?
ข้ามิอยากให้ใครมาเทียบเคียงอำนาจหรือทำร้ายเ้าได้ ข้าจึงได้แต่งบุตรสาวตระกูลเล็กๆเข้ามาเป็ชายารอง และเพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ของเ้าข้าจึงให้นางเป็ผู้ดูแลจวน ส่วนตัวเ้าแค่ทำหน้าที่ตั้งครรภ์และเป็ภรรยาของข้าก็พอ”
ย่างเข้าสู่เดือนที่ 3 ระดูของหญิงสาวก็เริ่มขาดหาย รู้สึกวิงเวียนและหน้ามืด จางมามารีบส่งข่าวให้หมอหลวงเข้ามาดูอาการ
“ขอแสดงความยินดีด้วย พ่ะย่ะค่ะ ชีพจรนี้เป็ชีพพจรมงคลหงษ์ั พ่ะย่ะค่ะ”
“หมายความว่าอย่างไร”
“หมายความว่าพระชายากำลังตั้งครรภ์ พ่ะย่ะค่ะ”
ณ เวลานั้นจ้าวซีชวนรู้สึกสุขใจและยินดีอย่างยิ่งกับสิางที่ตนได้ยิน ในที่สุดตนรอคอยและปราถนาก็มาถึง
เมื่อจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงทราบข่าวก็มาพบในทันทีและกล่าวว่า
“ซวนเอ่อเ้ามิต้องกังวลใจรับใช้ปฏิบัติพี่ดูแลลูกของเราเป็พอ จนกว่าลูกเราจะคลอดหากไม่จำเป็พี่จะไม่มาพบเ้าจะเป็การดีกว่า
มิใช่ว่าพี่ไม่รักเ้า แต่พี่กลัว กลัวว่า ถ้าพี่มา พี่จะเผลอรังแกเ้า พี่ไม่สามารถ อดใจได้แม้เพียงจิบชา (1จิบชา=3นาที) เอ๋ยแล้วก็ช่างน่าอายนัก จะเป็การดีกว่าหากพี่หักห้ามใจไม่มาพบเ้า
ดูอย่างตอนนี้สิพี่ก็ไม่สามารถหักห้ามใจรังแกเ้าได้”
ไฟในห้องค่อยๆดับลงมีเพียงแสงไฟสลัวๆที่ส่องแสงรำไร จวิ้นอ๋องอุ้มหญิงสาวขึ้นช้าๆและเดินไปที่เตียงพร้อมกับวางหญิงสาวลงและค่อยๆโน้มตัวลงตามในขณะที่เสื้อผ้าบนร่างกายของหญิงสาวหายไปตอนใดก็ไม่อาจรู้สึกตัวได้
หลังจากวันนั้นจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงก็ไม่มาพบนางอีกเลย
จนกระทั่งวันที่8เดือน 8 เมื่อนางได้รับข่าวตระกูลจ้าวก่อฏร่วมมือกับศัตรูถูกข้าศึกตลบหลังพาทหารทั้งสองแสนนายติดกับดักกลางหุบเขาเก้าเซียน ถูกเผาล้างทำลายล้างสิ้นไร้ผู้รอดชีวิตแม้แต่เพียงผู้เดียว ฮองเต้ออกราชโองการยึดทรัพย์ และนำจับสตรีตระกูลเ้าส่งเข้าคุกหลวงรอการสืบส่วน
ขณะนั้นหนทางเดียวที่นางคิดได้ จวิ้นอ่องอี้เทียนหลงผู้ที่เป็ที่พึ่งสุดท้ายของนาง ที่นางคิดว่าเป็ผู้ที่รักและหวังดีต่อนางที่สุด
แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างกลับมลายหายไป เมื่อสิ่งที่คิดอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็ จนได้มาฟังและเห็นด้วยหูและตาตนเอง
เ้าซีซวนได้ฟังและได้เห็นอะไร?
ใครรู้บ้าง? อะไรดี?