หยวนฮั่นโป๋มีสีหน้าตกตะลึง ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องชะงักไป
เว่ยอวี่เหอเต็มไปด้วยความกังวล แล้วถามขึ้นมาว่า “ผู้เฒ่าหยวน คุณปู่เป็นอะไรไปหรือคะ?”
หยวนฮั่นโป๋ไม่พูดไม่จา แต่กลับหันไปหาหมอคนอื่นๆแล้วพูดอย่างตื่นตระหนกว่า “พวกคุณเห็นหรือเปล่า?”
“หะ… เห็นแล้ว!” พวกเขาพยักหน้าแล้วอดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้
เว่ยอวี่เหอรู้สึกร้อนรนขึ้นมา “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่พวกคุณพูดสิ!”
“อวี่เหอ อย่าเสียมารยาท!” เว่ยเกาหยวนตำหนิหนึ่งเสียงจากนั้นก็หันไปทางหยวนฮั่นโป๋และคนอื่นๆ ก่อนจะถามด้วยความตื่นตระหนกว่า “ผู้เฒ่าหยวน หรือว่ามะเร็งในกระเพาะอาหารของพ่อผมจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น?”
“ไม่… ไม่ใช่!” หยวนฮั่นโป๋ส่ายหน้าเขาพูดด้วยสีหน้าตกตะลึง “หลังจากเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารแล้วเซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายอย่างรุนแรงจนทำให้เยื่อบุในกระเพาะอาหารเกิดการกลายพันธุ์ และการแบ่งตัวผิดปกติ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือกระเพาะอาหารของนายพลเว่ยตอนนี้ควรจะต้องมีการหดตัวและการเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติ”
“แต่… แต่เมื่อกี้นี้ที่ฉันเพิ่งส่องกล้องในกระเพาะอาหารของนายพลเว่ยกลับพบว่าในกระเพาะอาหารเหมือนจะได้รับการซ่อมแซมจากอะไรบางอย่างเยื่อบุในกระเพาะอาหารเหล่านั้นไม่เสียหายเลยแม้แต่น้อยแม้กระทั่งชิ้นเนื้อมะเร็งที่เคยมีขนาดใหญ่กว่าสองเซนติเมตรตอนนี้ก็มีขนาดหดเล็กลงเล็กน้อย”
ลมหายใจของเว่ยเกาหยวนกระชั้นชิดมากขึ้น “ผู้เฒ่าหยวนคุณหมายความว่า อาการป่วยของพ่อผมนั้นทุเลาลงแล้ว?”
“ใช่แล้ว อีกทั้งระดับก็ไม่ได้ต่ำกว่าการถือหยกอายุยืนก่อนหน้านี้เลย” หยวนฮั่นโป๋สูดลมหายใจเข้าลึกๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ทันทีที่สิ้นเสียง เว่ยอวี่เหอก็เผยสีหน้ายินดีร่างกายอันบอบบางของเธอนั้นสั่นสะท้านอย่างอดไม่ได้
“แต่ว่าสาเหตุมันคืออะไรกันแน่ ถึงสามารถทำให้โรคมะเร็งในกระเพาะอาหารทุเลาลงได้?” หลงอีกับหลงเออร์มองหน้ากัน แล้วถามออกมา
เว่ยอวี่เหอกลอกตาขึ้น แล้วพูดอย่างจนปัญญาว่า “เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ต้องเป็นเพราะยาที่ผู้เฒ่าหยวนจ่ายมาแน่นอน!”
“อย่างนี้นี่เอง” เมื่อได้ยินดังนั้น หลงอีกับหลงเออร์ที่มองหน้ากันก็เข้าใจได้ในทันที
เว่ยเกาหยวนประสานมือโค้งคำนับ แล้วกล่าวขอบคุณว่า “ผู้เฒ่าหยวน คุณเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลเว่ยที่แท้จริง!”
หากไม่ใช่เพราะว่าหยวนฮั่นโป๋พยายามรักษามะเร็งกระเพาะอาหารของเว่ยซานเต๋ออย่างเต็มที่เกรงว่าเว่ยซานเต๋อคงไม่สามารถเดินต่อไปได้แล้ว ทำได้เพียงนอนรอความตายอยู่บนเตียง
“ฉันคิดว่าทุกคนเข้าใจผิดแล้ว” หยวนฮั่นโป๋ส่ายหน้าแล้วพูดอย่างจริงจัง “ยาที่ฉันจ่ายให้นั้น ช่วยลดความเจ็บปวดจากมะเร็งกระเพาะอาหารเท่านั้นไม่สามารถช่วยป้องกันและยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ และยิ่งไม่สามารถทำให้อาการทุเลาลงได้แน่นอน”
ทันทีที่เขาพูดจบ ทุกคนก็เบิกตากว้างอ้าปากค้าง
หัวใจของเว่ยอวี่เหอฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง และถามด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ผู้เฒ่าหยวน ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณปู่ของฉันถึงมีอาการดีขึ้นล่ะคะ?”
“ขอพูดตามความจริง ฉันเองก็ไม่แน่ใจ ฉันอยู่ในวงการแพทย์มาหลายปีนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นว่ากระเพาะอาหารสามารถซ่อมแซมได้” หยวนฮั่นโป๋หรี่ตาลงเล็กน้อยและหันไปถามหมอคนอื่นที่อยู่ด้านข้างเพื่อความมั่นใจ และพบว่าผลลัพธ์นั้นถูกต้อง
ทันใดนั้นเขาก็หันไปมองที่ชามยา
เขาครุ่นคิดไปพักหนึ่ง แล้วถามขึ้นมาว่า “เมื่อครู่นี้คุณให้ผู้เฒ่าเว่ยดื่มอะไรอย่างนั้นหรือ?”
“ยาที่คุณจ่ายให้คุณปู่” เว่ยอวี่เหอตอบอย่างตรงไปตรงมา
หยวนฮั่นโป๋ขมวดคิ้ว “นอกจากของพวกนั้นแล้วคุณได้ใส่อะไรลงไปเพิ่มอีกหรือเปล่า?”
“เปล่า!” เว่ยอวี่เหอส่ายหน้าแต่เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงพูดว่า “ก่อนหน้านี้คุณปู่พูดว่ายาขมมากเพื่อทำให้เขาดื่มได้ ฉันจึงให้คนรับใช้ไปหยิบยาอมที่อยู่ในห้องฉันแล้วใส่ผสมลงไปกับยาน้ำชามนี้ด้วย”
“ยาอม?” หยวนฮั่นโป๋นวดขมับของตัวเองแล้วถามอย่างมึนงงว่า “หรือว่ายาอมเม็ดนั้นอาจจะมีสรรพคุณในการบรรเทาโรคมะเร็งกระเพาะอาหารคุณเว่ย คุณแน่ใจนะครับว่าใส่ยาอมผสมลงไปจริงๆ ?”
เว่ยอวี่เหอหันไปมองคนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้าง แล้วถามขึ้นว่า “ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอเข้าไปในห้องของฉัน เธอหยิบยาอมใส่ลงไปใช่ไหม?”
“คือว่า… ฉันเข้าไปหาในห้องของคุณหนูแล้วและเห็นว่ามีกล่องหยกวางอยู่บนโต๊ะ ด้านในมียาลูกกลอนอยู่เม็ดหนึ่งฉันจึงใส่อันนั้นลงไป มันน่าจะเป็นยาอมใช่ไหมคะ?” คนรับใช้พูดขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆ น้ำเสียงรู้สึกผิดเล็กน้อย
“อะไรนะ?” เว่ยอวี่เหอตกใจมาก
“นั่นไม่ใช่ยาอม ยาอมที่ฉันพูดถึงอยู่ในลิ้นชัก”
คนรับใช้คนนั้นหน้าซีดขาว เธอตกใจจนเหงื่อท่วมตัว
“ขอโทษค่ะคุณหนู ฉันๆ ๆ … ฉันผิดไปแล้ว… ”
หยวนฮั่นโป๋ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเขาหันไปมองทางเว่ยอวี่เหอแล้วถามขึ้นมาว่า “คุณเว่ยยาลูกกลอนที่อยู่ในกล่องหยกนั้นคืออะไร?”
“คือว่ามันเป็นอย่างนี้ค่ะ… ” เว่ยอวี่เหอเล่าเรื่องยาบำรุงกระเพาะที่ชิวฉู่จีเป็นคนนำมามอบให้ทั้งหมดอย่างไม่ลังเล
หลังจากฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว หยวนฮั่นโป๋ก็ตกตะลึงอย่างมาก
ยาบำรุงกระเพาะอาหารหนึ่งเม็ดคาดไม่ถึงว่าจะสามารถบรรเทาโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารได้?
เว่ยเกาหยวนที่ยืนอยู่ด้านข้างก็รีบถามขึ้นมาว่า “อวี่เหอ ลูกมีเบอร์โทรศัพท์ของชิวฉู่จีหรือเปล่า?”
“มีค่ะ!” เว่ยอวี่เหอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วค้นหาเบอร์ของชิวฉู่จี
เว่ยเกาหยวนกดโทรหาอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล
“ฮัลโหล ใครครับ?” เหมือนว่าชิวฉู่จีที่อยู่ปลายสายกำลังขับรถอยู่รอบข้างมีแต่เสียงการจราจร
“ผู้ว่าชิว ฉันคือเว่ยเกาหยวน!”
ชิวฉู่จีตกใจมากจนรีบเหยียบเบรกอย่างกะทันหันแล้วถามขึ้นมาด้วยความเคารพว่า “ที่แท้ก็เป็นหัวหน้าตระกูลเว่ยนี่เองไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”
เว่ยเกาหยวนพูดเข้าประเด็นในทันที “ผู้ว่าชิวเรื่องมันเป็นอย่างนี้… ”
เขาใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีในการเล่าเรื่องทั้งหมดให้ชิวฉู่จีฟัง
“ฉันจึงอยากรู้ว่า ผู้ว่าชิวไปเอายาบำรุงกระเพาะอาหารนี้มาจากไหน?”
นานมากกว่าชิวฉู่จีที่อยู่ปลายสายจะสามารถดึงสติกลับมาได้
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขากับลูกชายซื้อยาบำรุงกระเพาะอาหารที่บ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋นพวกเขาก็แค่คิดว่า อยากลองรักษาม้าตายเหมือนม้าเป็น
ส่วนตอนที่เขาเอายาบำรุงกระเพาะอาหารมาให้เว่ยอวี่เหอเขาก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่าเว่ยอวี่เหอจะเอาให้เว่ยซานเต๋อกิน
คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเว่ยอวี่เหอจะใช้มัน
แต่ที่ยิ่งคิดไม่ถึงมากกว่าก็คือยาบำรุงกระเพาะอาหารนี้จะสามารถบรรเทาโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารได้
“ผู้ว่าชิว คุณได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า?”
“ได้ยินครับ” ชิวฉู่จีดึงสติกลับคืนมาแล้วพูดขึ้นว่า “หัวหน้าตระกูลเว่ยขอพูดตามความจริงนะครับผมซื้อยาบำรุงกระเพาะอาหารนี้มาจากบ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋น”
“บ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋น?” เพราะว่าเว่ยเกาหยวนเปิดลำโพงดังนั้นทุกคนในห้องหนังสือจึงได้ยินอย่างชัดเจน
เว่ยอวี่เหอรีบแย่งโทรศัพท์มา แล้วถามอย่างร้อนรนว่า “ผู้ว่าชิว ฉันเว่ยอวี่เหอนะคะ ที่นั่นมันอยู่ที่ไหนหรือคะ?”
“คุณเว่ย บ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋นอยู่ในเขตหลินไห่บนภูเขาชิงอวิ๋นครับ”
ดวงตาของเว่ยอวี่เหอเปล่งประกาย “ผู้ว่าชิวคุณช่วยพาฉันไปที่บ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋นตอนนี้เลยได้ไหมคะ?”
“เกรงว่าจะไม่ได้นะครับ ผมไปมาเมื่อตอนเช้า จึงได้รู้มาว่าเขาไม่เปิดร้านตอนดึก”
“อย่างนั้นหรือคะ… ” เว่ยอวี่เหอครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ฉันจะไปหาผู้ว่าชิวรบกวนคุณช่วยพาฉันไปที่บ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋นหน่อยได้ไหมคะ?”
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหาครับ แต่ว่าคุณเว่ยมีฐานะสูงกว่าผมไปหาคุณเว่ยที่บ้านจะดีกว่านะครับ” ชิวฉู่จีพูดประจบขึ้นมา
“ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นรบกวนผู้ว่าชิวแล้ว พรุ่งนี้คุณมาเช้าหน่อยนะคะ” เว่ยอวี่เหอพยักหน้า ตอนแรกเธอคิดจะวางสายแล้ว แต่เธอก็ครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ผู้ว่าชิว ขอบคุณสำหรับยาบำรุงกระเพาะอาหารนะคะหากครั้งนี้สามารถรักษาโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารของคุณปู่ได้จริงๆฉันและตระกูลเว่ยได้ติดหนี้บุญคุณคุณแล้ว”
ชิวฉู่จีรู้สึกมีความสุขมาก แต่เขาก็พูดด้วยท่าทีสง่าผ่าเผยว่า “คุณเว่ยเกรงใจกันเกินไปแล้วครับได้ช่วยเหลือตระกูลเว่ยถือว่าเป็นเกียรติของผมมากกว่า”
เว่ยอวี่เหอไม่ได้เปิดเผยความคิดของชิวฉู่จีดังนั้นจึงพูดคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนจะวางสายไป
เธอเก็บโทรศัพท์ลง แล้วหันไปมองทางหยวนฮั่นโป๋ “ผู้เฒ่าหยวน หลังจากที่รักษาโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารได้แล้วสุขภาพของคุณปู่จะดีขึ้นหรือเปล่า”
“แน่นอนครับ!” หยวนฮั่นโป๋พยักหน้าแล้วพูดว่า “ภายในสามสี่วันนี้ ร่างกายของนายพลเว่ยก็จะมีชีวิตชีวามากขึ้นอีกทั้งอาการปวดท้องก็จะลดน้อยลงครับ”
“ยอดไปเลย” เว่ยอวี่เหอถอนหายใจออกมาเว่ยเกาหยวนและคนอื่นๆ ก็มีลักษณะท่าทางเช่นเดียวกัน
“แต่ว่านี่เป็นเพียงการบรรเทาอาการชั่วคราวเท่านั้นหลังจากนี้หากไม่มียาบำรุงกระเพาะอาหาร เกรงว่าสุขภาพของนายพลเว่ยก็คงต้องพังทลายลง” หยวนฮั่นโป๋พูดขึ้นอย่างจริงจัง
“อีกทั้งพวกเรายังไม่รู้ว่ายาบำรุงกระเพาะอาหารจะมีผลดีแบบนี้อยู่ตลอดหรือเปล่ามียาบางชนิดที่มีประสิทธิภาพแข็งแกร่งมาก แต่เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องประสิทธิภาพก็จะลดลง ถึงขั้นไม่ได้ผลเลยก็มี”
“ถ้าพรุ่งนี้คุณเว่ยไปที่บ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋นเพื่อซื้อยาบำรุงกระเพาะอาหารล่ะก็ทางที่ดีที่สุดควรจะพูดคุยกับคนที่ผลิตยานี้บางทีเขาอาจจะมีวิธีรักษาที่พิเศษกว่านี้ หรืออาจจะมีตัวยาที่ดีกว่านี้”
เว่ยอวี่เหอพยักหน้าตอบรับ “ได้ค่ะฉันเข้าใจแล้ว”
หยวนฮั่นโป๋กำลังบอกเธอว่า ยาบำรุงกระเพาะอาหารนี้เป็นยาที่รักษาตามอาการไม่ได้รักษาต้นเหตุที่แท้จริง
ดั่งคำกล่าวที่ว่า แก้ปัญหาต้องแก้ที่ต้นเหตุ การตามหาคนที่ผลิตยาบำรุงกระเพาะอาหารนี้จึงจะมีความหวังที่ช่วยรักษาโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารของคุณปู่ได้
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของนายพลเว่ยแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” หยวนฮั่นโป๋เห็นดังนั้นก็เดินออกจากห้องหนังสือไปพร้อมกับนายแพทย์คนอื่นๆ
เว่ยเกาหยวนเดินติดตามไป “ผู้เฒ่าหยวนผมไปส่งนะครับ!”
ขณะที่พูด เขาก็ต้อนรับหยวนฮั่นโป๋และนายแพทย์คนอื่นๆ อย่างมีมารยาท
เว่ยอวี่เหอมองไปยังเว่ยซานเต๋อก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณปู่คะ ฉันบอกแล้วว่าสวรรค์ไม่มีทางปล่อยให้คนดีอายุสั้นแน่นอนแม้จะไม่ได้เจอกับคนที่แกะสลักหยกอายุยืน แต่ตอนนี้ก็มียาบำรุงกระเพาะอาหารที่มีสรรพคุณเทียบเท่ากับหยกอายุยืนเลยนะคะพรุ่งนี้ ปู่รอฟังข่าวดีจากฉันได้เลย”
“ได้… ” เว่ยซานเต๋อยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเขารู้สึกว่าหลานสาวของตัวเองนั้นโตขึ้นแล้ว
“คุณปู่ พักผ่อนเยอะๆ นะคะ ฝันดีค่ะ” เว่ยอวี่เหอโบกมือจากนั้นก็เดินออกจากห้องหนังสือพร้อมกับหลงอีและหลงเออร์ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
บ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋นหรือ?
เพื่อสุขภาพของคุณปู่ พรุ่งนี้ฉันจะต้องไปแน่นอน!
………………..
อีกด้านหนึ่ง ซูฮ่าวที่เพิ่งกลับมาบ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋นก็เห็นว่าห้องโถงยังเปิดไฟสว่างอยู่
เฉินไห่คั่ว เย่จื่ออี๋และเย่เฉียวเฉี่ยวกำลังนั่งดูทีวีจอโค้งที่มีคุณภาพคมชัดบนโซฟาในห้องโถงบรรยากาศสงบสุขมาก
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เขาก็ชะงักไปเล็กน้อยแล้วยิ้มออกมาอย่างเข้าอกเข้าใจ
ดูจากท่าทางแล้ว เฉินไห่คั่วน่าจะเชื่อฟังคำเตือนของเขาเมื่อครั้งที่แล้วจนสามารถขอเย่จื่ออี๋คืนดีได้สำเร็จ
“พี่ใหญ่ซูฮ่าว!” เหมือนสังเกตเห็นถึงความเคลื่อนไหวจากด้านหลังของเธอเย่เฉียวเฉี่ยวจึงหันกลับมามอง ใบหน้าของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
เธอโบกมือไปมาเล็กน้อย แล้วตะโกนเรียก “พี่ใหญ่ซูฮ่าวมานี่เร็วค่ะพวกเรากำลังดูมินเนี่ยนกันอยู่!”
“ได้!” ซูฮ่าวเดินเข้าไปหาพร้อมกับรอยยิ้มอย่างไม่ลังเล
เฉินไห่คั่วกับเย่จื่ออี๋เห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนท่าทางเหมือนมีอะไรอยากจะพูดด้วย
“คืนดีกันแล้วสินะ ยินดีด้วย ไม่ต้องพูดอะไรกันมากแล้วหลังจากนี้ก็อยู่ด้วยกันดีๆ ล่ะ มอบบ้านที่ดีให้กับเฉียวเฉี่ยว” ไม่รอให้ทั้งสองคนพูดอะไร ซูฮ่าวก็ประสานหมัดพูดอวยพรทันที
เฉินไห่คั่วมีสีหน้าซาบซึ้ง แล้วโค้งคำนับให้ซูฮ่าว
“คุณซู บุญคุณที่คุณมีต่อภรรยาและน้องสาวของฉันชั่วชีวิตนี้ฉันจะไม่มีทางลืมเลย”
“แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อนช่วยเพื่อนก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว” ซูฮ่าวโบกมือ แล้วหันไปมองทางเย่จื่ออี๋ ก่อนจะถามว่า “คุณเย่ คุณว่าฉันพูดถูกหรือเปล่า?”
“ถูกต้องค่ะ” เย่จื่ออี๋ยิ้มออกมาอย่างปล่อยวางแล้วพูดขอโทษอีกว่า “คุณซูขอบคุณสำหรับการดูแลในช่วงที่ผ่านมานี้นะคะ ฉันกับเฉินไห่คั่วตัดสินใจว่าเดือนหน้าจะพาเฉียวเฉี่ยวไปอาศัยอยู่ที่เยว่โจวค่ะดังนั้นเดือนหน้าจึงไม่สามารถช่วยคุณดูแลร้านขายยาได้อีกแล้ว ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ฉันพอมีหนทางอยู่” ซูฮ่าวคิดเอาไว้ตั้งนานแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร
หลังจากพูดจบ เขาก็ลูบศีรษะของเย่เฉียวเฉี่ยว แล้วพูดพร้อมกับรอยยิ้มว่า “เฉียวเฉี่ยว จากนี้เธอต้องเชื่อฟังพี่สาวและพี่เขย รู้ไหม?”
“อื้อๆ ” เย่เฉียวเฉี่ยวพยักหน้าอย่างเชื่อฟังจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์การ์ตูนออกมาเขย่า “พี่เขยซื้ออันนี้ให้ฉันค่ะเขาบอกว่าถ้ามีอันนี้ ไม่ว่าพี่ใหญ่ซูฮ่าวจะอยู่ไกลมากแค่ไหนก็จะสามารถมองเห็นพี่ใหญ่ซูฮ่าวได้”
ซูฮ่าวชะงักไปเล็กน้อย มุมปากเผยรอยยิ้มจางๆ “นั่นแน่นอนอยู่แล้ว”
เมื่อพูดจบ เขาก็ส่งสัญญาณมือให้กับเฉินไห่คั่วและเย่จื่ออี๋แล้วขึ้นไปด้านบน
“พวกคุณดูโทรทัศน์กับเฉียวเฉี่ยวต่อเถอะ ฉันจะไปที่ชั้นบนสุดก่อน”
วันมะรืนนี้จะเป็นวันจัดงานแข่งขันผู้นำเขาจึงจำเป็นจะต้องเลื่อนระดับให้อยู่เซียนเทียนขั้นปลายให้ได้เสียก่อน
หลังจากบำเพ็ญเพียรมาตลอดสองสามวันพลังสะสมในการเลื่อนขั้นของเขาก็อยู่ที่สองส่วนสี่ดังนั้นวันนี้และพรุ่งนี้เขาจะต้องขยันหน่อยและจะสามารถเลื่อนขั้นสู่เซียนเทียนขั้นปลายได้แน่นอน
เย่จื่ออี๋มองตามแผ่นหลังของซูฮ่าว แล้วอ้าปากขึ้นเล็กน้อยเหมือนมีอะไรอยากจะพูดแต่คำพูดนั้นติดอยู่ในลำคอ
เธอรู้สึกผิดกับซูฮ่าวเล็กน้อย เหลือเวลาอีกอาทิตย์เดียวก็จะเดือนหน้าแล้วซึ่งนั่นหมายความว่า เธอสามารถช่วยซูฮ่าวดูแลร้านขายยาได้เป็นเวลาสิบวันเท่านั้น
แต่ความช่วยเหลือที่ซูฮ่าวมอบให้นั้นไม่สามารถลืมเลือนได้ตลอดชีวิต
เฉินไห่คั่วที่อยู่ด้านข้างเห็นว่าเย่จื่ออี๋ผิดปกติไปเขาจึงยิ้มแล้วพูดว่า “จื่ออี๋ ไม่ต้องคิดมากนะหลังจากนี้ต้องมีโอกาสตอบแทนบุญคุณคุณซูแน่นอน ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย”
เย่จื่ออี๋ชะงักไปเล็กน้อย แล้วยิ้มออกมา
“จริงด้วย!”
เธอจึงหันกลับมานั่งบนโซฟากับเฉินไห่คั่วอีกครั้งโดยไม่คิดมากอีกและดูโทรทัศน์เป็นเพื่อนเย่เฉียวเฉี่ยวต่อ
ภายใต้แสงสว่าง เงาของครอบครัวค่อยๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้นทว่ามีแค่ซูฮ่าวเท่านั้นที่ยังอยู่ตัวคนเดียว…