บนเตียงนอนหลินตงก็สังเกตเห็นว่ามีขวดยาโปร่งแสงที่ภายในอัดไปด้วยเม็ดยาสีทองนับสิบขวด เพียงแค่เขาเห็นมันก็บอกได้ทันทีว่าเจ้าพวกนี้คือเม็ดยาปรับแต่งจิตวิญญาณ ถ้ามองแค่คร่าวๆก็อาจจะมีถึงหลายร้อยเม็ดที่อัดแน่นอยู่ภายในขวดเลยก็ได้
"บรรพชนตงฟางใจปล้ำยิ่งนัก!!"
หลินตงพูดขึ้นอย่างเฉยชาพร้อมกับเอาพวกมันเก็บเข้าไป ขณะเดียวกันเขาก็มองไปยังป้ายหยกมรกตบนฝ่ามือพร้อมกับครุ่นคิดขึ้น จากการสัมผัสและตรวจสอบดูแล้วเหมือนว่าเจ้าป้ายหยกนี้จะเป็นของล้ำค่าที่สามารถผสานเข้ากับร่างกายได้
เมื่อคิดจบชายหนุ่มก็ส่งคลื่นพลังยุทธเข้าไปและเพียงชั่วครู่เดียวป้ายหยกมรกตที่อยู่บนฝ่ามือก็หายวับไปแล้ว มันตอนนี้ล่องลอยอยู่ภายในร่างของชายหนุ่มอย่างสงบนิ่งแต่ทว่ามันไม่หมดแค่นั้น ป้ายหยกมรกตจากที่มีขนาดเท่าฝ่ามือก็ขยายใหญ่ขึ้นราวกับแท่นหินโบราณ มันตั้งตระหง่านอยู่ที่ใจกลางของห้วงจิตวิญญาณ
หลินตงเมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนี้ก็อุทานออกมาอยู่หน่อยๆ ในตอนแรกเขาก็คิดว่ามันจะเกิดอันตรายขึ้นแต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่ โดยปกติแล้วถ้ามีสิ่งแปลกปลอมแบบนี้เข้ามาสายเลือดมังกรอมตะกับศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพจะเริ่มดำเนินการขับไล่สิ่งๆนั้นออกไปในทันทีแต่แท่นหยกที่สูงเกือบสิบเมตรนี้พวกมันกลับไม่ขับไล่ออกไปก็หมายความว่ามันไม่มีจุดประสงค์ร้ายต่อตัวชายหนุ่มนั้นเอง
"ดูเหมือนว่านี้คือช่องทางการติดต่อสิน่ะ ลงไปดูหน่อยดีกว่า"
เขาค่อยๆนั่งขัดสมาธิพลางหลับตา การจะเข้าสู่ห้วงจิตวิญญาณของผู้คนนั้นไม่ใช่ปัญหา พวกเขาเพียงแค่ตั้งสมาธิและบังคับจิตของตนให้เข้าไปยังห้วงจิตวิญญาณเพียงแค่นี้พวกเขาก็สามารถที่จะเข้าไปยังจิตวิญญาณของตนเองได้แล้ว
และเพียงพริบตาเดียวหลินตงตอนนี้ก็ก่อตัวเป็นร่างและปรากฏตัวขึ้นที่ห้วงจิตของตนเอง บรรยากาศภายในที่แห่งนี้เรียกได้ว่าราวกับสรวงสวรรค์ ห้วงจิตวิญญาณของเขาเต็มไปด้วยเมฆหมอกหนาทึบที่มีกลิ่นอายของมังกร มันเหมือนกับทรงพลังและไม่มีสิ่งใดเทียบเคียง ต้องบอกก่อนว่าถ้าทุกคนมาเห็นห้วงจิตวิญญาณของเขาละก็จะต้องอุทานออกมาอย่างตกใจเป็นแน่ โดยปกติแล้วห้วงจิตวิญญาณของผู้คนจะเป็นสถานที่ๆโล่งกว้างและไม่มีอะไรอยู่เลย แต่กับของชายหนุ่มมันไม่ใช่เช่นนั้น
ใจกลางห้วงจิตวิญญาณหลินตงแหงนหน้ามองไปยังแท่นหยกที่ตั้งตระหง่านนั้น กลิ่นอายของมันเรียกได้ว่าไม่ธรรมดา คลื่นพลังยุทธสีเขียวที่เปล่งประกายออกมาเป็นช่วงๆทำให้ห้วงจิตวิญญาณของเขาเริ่มเบาสบายขึ้น
บนแท่นหยกมีตัวอักษรมากมายที่ถูกสลักเอาไว้ มันเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ต่างๆที่ถูกจารึกไว้ของนิกายเทียนตี้ว่าพวกเขาเคยยิ่งใหญ่มากเพียงใดแต่ในตอนนี้พวกเขากลับเป็นขั้วอำนาจที่ชั่วร้ายภายในทวีปแทนส่วนผู้ร้ายตัวจริงมันก็ยังคงอยู่และชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมด
"นิกายเทียนตี้แห่งนี้ไม่ธรรมดาเลยถึงกับสร้างของจิตวิญญาณระดับนี้ขึ้นมาได้!!"
หลินตงใช้มือของตนสัมผัสไปมาบนแท่นหยกโบราณนั่นอย่างเบามือ แท่นหยกนี้สำหรับเขานั้นไม่มีปัญหาอะไร ในเมื่อสายเลือดเทพมังกรอมตะยังไม่ส่งสัญญาณเตีอนออกมาก็แสดงว่าแท่นหยกโบราณนี้ไม่มีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงกับตนจริงๆถ้ามิเช่นนั้นตัวของเขาคงจะเอามันออกมาแล้วแถมการเก็บไว้ภายในห้วงจิตวิญญาณของตนมันก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ดูเหมือนว่าแท่นหยกอันนี้จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาห้วงจิตวิญญาณขึ้นทีละนิด เพียงแค่เก็บมันไว้ก็สามารถพัฒนาพลังได้ง่ายๆเรียกได้ว่าเขามีแต่ได้กับได้นั้นเอง
"ตอนนี้เราต้องรีบฝึกฝนวิชานั้นให้สำเร็จ..!!"
เวลาผ่านไปชายหนุ่มก็็เริ่มวางแผนการณ์ต่างๆที่จะเข้าไปดูยังอาณาเขตต้องห้ามนั้น ถ้าเขาจะขอเดินเข้าไปดูแบบง่ายๆมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมละแต่ทว่าไม่เป็นไร เขามีแผนการณ์ที่ดียิ่งกว่านั้น ต่อให้จะมีพลังเพียงแค่ระดับต่ำแต่ทว่าถ้าใช้สิ่งนั้นตัวของเขาก็จะไร้เทียมทานเลยเชียวละ
เมื่อเขาคิดจบก็ค่อยๆสลายร่างวิญญาณของตนเพื่อกลับคืนสู่โลกภายนอก
บนเตียงนอนหลินตงตอนนี้เริ่มโคจรศาสตร์จักรพรรดิมังกรครอบภพขึ้นอย่างสุดกำลัง เสียงคำรามมังกรดังกึกก้องขึ้นภายในหัวพร้อมกับที่มีร่างเงาสีแดงเพลิงปรากฏตัวออกมาจากกล้ามเนื้อ มันเริ่มหมุนวนบินว่ายไปมาราวกับเป็นผู้พิทักษ์ของชายหนุ่ม
ภายในหัวสมองของของเขาตอนนี้ปรากฏภาพวิชาระดับสุดยอดของวิชามังกรเซียนขึ้น กระบวนท่าที่สามเริ่มปรากฏข้อมูลขึ้นในห้วงจิตวิญญาณ ภายในหัวของเขาตอนนี้มีร่างเงาที่คล่องแคล่วของมังกรเพลิงพุ่งทะยานผ่านห้วงกาลเวลาไปในพริบตา มันไร้ตัวตนเสมือนกับภูติผีและไม่มีใครสัมผัสถึงมันได้ ไม่ผิด เขาตอนนี้กำลังจะทำให้วิชามังกรเซียนกระบวนท่านึงนั้นสมบูรณ์ นี่คือไพ่ตายที่เขาจะไว้ใช้มันสำรวจเรื่องที่ชั่วร้ายของสำนักจิตวิญญาณยังไงละ
ต้องบอกก่อนว่าวิชามังกรเซียนของชิงหลงเซียนผู้เป็นท่านอาจารย์หลินตงนั้นไม่ธรรมดา ถึงชายหนุ่มจะไม่รู้แต่ทว่าพวกมันกลับมีเรื่องเล่าขานออกมามากมาย วิชาของเขาถูกยกย่องเป็นที่เลื่องลื่อในห้วงจักรวาลมวลว่าเป็นวิชาการต่อสู้ที่ทรงพลังและหลากหลายมากที่สุด
ภายใต้วิชามังกรเซียนก็ยังมีกระบวนท่าต่างๆที่แยกย่อยกันไปเป็นสิบๆกระบวนท่าแล้วแต่ละวิชาก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดและหลินตงตอนนี้ก็กำลังทบทวนข้อมูลของมันอยู่วิชานึง มันก็คือกระบวนท่ายุทธมังกรเซียนที่สาม มังกรอมตะเร้นกาย วิชานี้จะทำให้สามารถลบร่างกายและร่องรอยที่เกี่ยวกับตัวตนของผู้ที่ใช้งานมันออกไปทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดที่จะสัมผัสถึงผู้ใช้วิชานี้ได้เรียกง่ายๆว่ามันคือวิชาพรางตัวที่ทรงพลังนั่นเอง
หลินตงถ้าอยากจะรับรู้เรื่องราวต่างๆก็ต้องเพิ่งพากระบวนยุทธนี้เพียงเท่านั้น ตราบใดที่เขาใช้มังกรอมตะเร้นกายทุกสรรพสิ่งก็ไม่อาจที่จะสัมผัสเขาได้พบแม้แต่ห้วงจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งก็ยังต้องเมินในตัวตนของเขาเลยทีเดียว
และแล้วเวลาก็ผ่านไปรวมเดือนเจ้าหมายเลขตอนนี้นอนหมอบอยู่ข้างๆเตียงนอนของเขาอย่างสงบนิ่งแต่ดวงตาสีดำโตของมันก็มองมายังเจ้านายเป็นพักๆ ตลอดหนึ่งเดือนมานี้เจ้านายของมันนั่งขัดสมาธิอยู่ในท่าเดิมตลอดเวลา มันก็ไม่รู้ว่าเจ้านายของตนกำลังทำอะไรอยู่แต่ทว่ามันเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ บางครั้งตามเนื้อตัวของเจ้านายก็เริ่มที่จะจายหายไปจนทำให้มันต้องมึนงง บางครั้งร่างกายของเจ้านายก็มีมังกรเพลิงสีแดงชาดหมุนวนไปทั่วและยิ่งมันหมุนวนมากขึ้นเท่าไหร่ร่างกายของเจ้านายมันก็ยิ่งจะจางหายไปจากสัมผัสมากเท่านั้น
มีอยู่ครั้งนึงมันถึงกับตกใจว่าเจ้านายมันหายไปไหนทั้งๆที่เขาไม่ได้เคลื่อนย้ายเลยออกจากที่นั่งเลยแม้แต่จมูกการดมกลิ่นที่ทรงพลังของมันก็ยังไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของเจ้านายมันได้
ขณะที่มันกำลังนอนหมอบกราบอยู่นั้น มันก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหว หัวที่ใหญ่โตของมันลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับหันขวับมามองทางเตียง มันเริ่มส่งเสียงหงิกๆออกมาอย่างดีใจเพราะว่าในตอนนี้หลินตงนั้นตื่นแล้ว เขาลืมตาขึ้นพร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้มออกมาอย่างยินดี ใช้เวลากว่ารวมเดือนในที่สุดเขาก็สามารถใช้มันได้ วิชามังกรเซียนวิชาที่สามแม้แต่เขาก็ยังต้องอึ้งกับวิธีการเช่นนี้
"ในที่สุดก็เสร็จสมบูรณ์ กระบวนท่าเร้นกายที่ไม่มีสิ่งเทียบเคียงได้ ฮ่าฮ่าฮ่า"