“เป็ยังไงบ้าง…หาเจอไหม”
นางนิตาถาม เสียงสั่นจนแทบไม่เป็คำ
ดวงตาเธอจับจ้องร่างบอบบางตรงหน้า ราวกับหวังให้คำตอบเปลี่ยนไปจากความจริง
ไอรดายืนนิ่ง น้ำตาไหลเป็สาย
ริมฝีปากสั่นระริกก่อนเปล่งเสียงออกมา
“ไม่เจอเลยค่ะ…”
คำตอบสั้น ๆ แต่หนักอึ้ง
เสียงสะอื้นกลืนลงกลางประโยค
“ครูที่โรงเรียนบอกว่า…เปาเปานั่งรอหนูอยู่หน้าโรงเรียนตามปกติ”
เธอพูดทั้งน้ำตา
“พอถึงเวลาเลิกเรียน เด็กก็หายไปแล้ว ไม่มีใครเห็นว่าไปทางไหน”
นางนิตายกมือปิดปาก หัวใจหล่นวูบ
“เด็กทั้งคน จะหายไปได้ยังไง…โดยไม่มีใครเห็น”
ที่ซาฮีราน
ระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดอย่างยิ่ง
เมืองทั้งเมืองอยู่ภายใต้การปกครองของ **ชีคคามิน บิน รอชิด อัล–ซาฮีร์**
กฎหมายรุนแรงกับอาชญากรรมทุกชนิด
โดยเฉพาะ “การลักพาตัว” — โทษสูงสุด ไม่มีข้อยกเว้น
ไม่มีใครในละแวกนี้คิดไกลถึงขั้นนั้น
ทุกคนเชื่อว่า เด็กอาจเพียงพลัดหลง
หลงทาง…หาทางกลับบ้านไม่เจอ
“หรือเราไปแจ้งความดี”
นางนิตาพูดขึ้นอย่างร้อนใจ
ไอรดาส่ายหน้า ทั้งที่น้ำตายังไม่หยุดไหล
“ยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ…เขาไม่รับแจ้งคนหาย”
ยังไม่ทันจบคำ
ฮาเซล เพื่อนบ้านหนุ่มที่มักวนเวียนมาช่วยเหลือ ก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ผมไปหาทางฝั่งตลาดแล้ว”
เขาพูดช้า ๆ “ไม่เจอเหมือนกันครับ”
ประโยคนั้นเหมือนตอกย้ำความกลัวทั้งหมด
ไอรดาปล่อยโฮ ร่างบางทรุดลงกับพื้นก่อนสติจะดับวูบ
นางนิตากับฮาเซลรีบรับร่างไว้แทบไม่ทัน
อีกฟากหนึ่งของถนน
รถ **Mercedes-Maybach สีดำสนิท** คันยาว
กระจกฟิล์มทึบสนิทจนไม่เห็นเงาภายใน
ไม่มีป้ายทะเบียน
จอดนิ่งราวกับเป็เพียงเงาสะท้อนของเมือง
ภายในรถ
ชายคนหนึ่งทอดสายตามองเหตุการณ์ทั้งหมด
สีหน้าเรียบเฉย…ไร้อารมณ์
*อ่อนแอ…ปวกเปียกเกินไป*
ความคิดเ็าแล่นผ่าน ก่อนเขาจะออกคำสั่งสั้น ๆ
“ไปได้”
คนขับตอบรับทันที
ขบวนรถเคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ รวดเร็ว และเป็ระเบียบ
ไม่มีใครในละแวกนั้นสนใจ
เพราะภาพเช่นนี้…คือเื่ปกติในซาฮีราน