ครอบครัวที่ถูกละเลย
หนิงหนิงทอดสายตามองไปยังคุณปู่และเด็กแฝดชายหญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกจุกในอก
คุณปู่ ‘หยางฟูไห่’ มีรูปร่างผอมเกร็ง ผิวซีดเซียว ผมบนศีรษะขาวโพลนไปทั้งหมด ท่านมักจะมีอาการไอโขลกไอชิอยู่บ่อยครั้ง
ส่วนเด็กชายตัวน้อย ‘หยางฟู่หลง’ ในวัยเจ็ดขวบนั้น แม้จะมีท่าทางเรียบร้อยและร่างกายผอมบาง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววเฉลียวฉลาดเกินวัย ผิดกับคนน้องอย่าง ‘หยางฟู่หลิน’
ที่มีใบหน้าเรียวเล็กและดวงตาแจ่มใสที่ดูซื่อตรง และน่ารัก จนมู่หนิงหนิงอยากที่จะหยิกแก้มนุ่มนิ่มนี้วันละร้อยครั้ง
คงเป็เพราะบ้านหลังนี้ไม่มีคนดูแล ทุกคนถึงได้ดูผอมแห้งและแคระแกร็นกว่าอายุที่ควรจะเป็เช่นนี้
เด็กทั้งสองใช้ดวงตากลมใสกระจ่างมองมาที่มู่หนิงหนิง ทำให้เธอที่ตั้งใจจะจากไปในตอนแรกไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำพูดรุนแรงออกมา
"หนิงหนิง... อย่าไปสนใจไอ้หลานเลวคนนั้นเลย เมื่อมันกลับมาปู่จะจัดการให้เอง แล้วเ้าก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ปู่ยอมรับหนิงหนิงเป็หลานสะใภ้เพียงคนเดียวเท่านั้น!" คุณปู่พูดด้วยสีหน้าตั้งใจที่จะเข้าข้างหลานสะใภ้อย่างเต็มที่
คุณปู่คงได้ยินตอนที่หยางไป่หลงไล่เธอพร้อมกับทิ้งหนังสือหย่าเอาไว้ แต่ท่านคงห้ามหลานชายไม่ทัน เพราะฝ่ายนั้นมาไวไปไวเพื่อรีบไปทำภารกิจทันที
"แต่ว่า..." มู่หนิงหนิงมีสีหน้าลำบากใจ
อันที่จริงหากเธอออกจากบ้านหลังนี้ไปก็ไม่ได้เดือดร้อนเลยสักนิด แผนการเป็เศรษฐีนีก็อยู่แค่เอื้อมแท้ ๆ
แต่พอเห็นสายตาอ้อนวอนของคุณปู่และเด็กน้อยทั้งสองคนที่ขาดคนดูแล เธอก็รู้สึกสงสารจับใจ
ถ้าฉันอยู่ที่นี่ต่อ ก็ต้องรับภาระเลี้ยงดูคนแก่หนึ่งคนกับเด็กอีกสองคน แผนการรวยทางลัดอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าเดิม...
"พี่สะใภ้... อย่าไปเลยนะคะ" หยางฟู่หลินเข้ามาเกาะแขนมู่หนิงหนิงไว้แนบเน่น ดวงตาเริ่มแดงก่ำ
"ใช่ครับพี่สะใภ้ อย่าไปเลยนะครับ" หยางฟู่หลง (แฝดพี่) ช่วยขอร้องอีกแรง
เด็กทั้งสองเสียพ่อแม่ไปั้แ่อายุห้าขวบ พ่อของพวกเขาเป็ทหารและเสียชีวิตในหน้าที่ ส่วนแม่ก็ตรอมใจตายตามไปในหนึ่งปีให้หลัง พวกเขาแทบไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวเลย
จนกระทั่งคุณปู่บอกว่าพี่ชายคนโตแต่งงานแล้ว พี่สะใภ้คนนี้ก็คือพี่สาว... และจะเป็เหมือน ‘แม่’ ของพวกเขา
เด็กทั้งสองจึงยึดมั่นว่ามู่หนิงหนิงคือคนในครอบครัวั้แ่วันแรกที่นางก้าวเข้ามา
เมื่อมองสายตาใสบริสุทธิ์ของเด็ก ๆ และความหวังของคุณปู่ หญิงสาวจึงตัดสินใจในที่สุด
เอาเถอะ... รอจนกว่าพระเอกของเื่อย่างหยางไป่หลงจะพานางเอก 'ดอกโบตั๋น' กลับมาในอีกหกเดือนข้างหน้า
ถึงตอนนั้นค่อยหย่าแล้วจากไปก็ยังไม่สาย เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเด็ก ๆ และคุณปู่คงมีนางเอกคอยดูแลแล้ว
"ก็ได้ค่ะ แต่มีข้อแม้... ไม่ว่าหนูจะทำอะไร คุณปู่ต้องไม่ห้ามหนูนะคะ"
มู่หนิงหนิงบอกไว้ก่อน เพราะเส้นทางสู่การเป็เศรษฐีของเธอจะถูกขัดขวางไม่ได้เด็ดขาด!
"ได้ ๆ! ขอเพียงหลานอยู่ที่นี่ ทุกอย่างหลานตัดสินใจได้เลย!" คุณปู่ยิ้มออกมาด้วยความยินดี
"ไชโย! พี่สะใภ้ไม่ไปไหนแล้ว!"
เด็กทั้งสองร้องอุทานด้วยความดีใจ
"เช่นนั้นวันนี้เพื่อเป็การฉลอง พี่สะใภ้จะทำอาหารอร่อย ๆ ให้ทานดีไหมคะ?"
มู่หนิงหนิงเห็นสภาพผอมแห้งของทั้งสามคนแล้วจึงเสนอขึ้น
"ขอบคุณครับ/ค่ะพี่สะใภ้!"
เด็กน้อยทั้งสองยิ้มแก้มปริ พวกเขารู้สึกเหมือนมีแม่จริง ๆ อย่างที่คุณปู่บอกไม่มีผิด
"หลานสะดวกหรือเปล่า? ปู่มีเงินติดตัวอยู่เล็กน้อย หลานเอาไว้ใช้นะ" คุณปู่ยื่นเงินส่งให้
"ไม่ต้องค่ะคุณปู่ หยางไป่หลงให้ไว้เยอะมากแล้ว มีใช้ได้ทั้งปีเลย" มู่หนิงหนิงดันมือคุณปู่กลับไปเพื่อให้ท่านเก็บไว้เอง
"ถ้าไม่พอก็บอกปู่ได้นะ"
"ได้ค่ะ... ถ้าไม่พอหนูไม่เกรงใจคุณปู่แน่นอน" หญิงสาวยิ้มรับเพื่อให้คนแก่สบายใจ แต่เธอตั้งใจแล้วจะไม่ยุ่งกับเงินของคุณปู่โดยเด็กขาด
มู่หนิงหนิงขอตัวนำกระเป๋าไปเก็บ โดยมีหยางฟู่หลินเดินตามต้อย ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
"พี่สะใภ้ หนูไปช่วยนะคะ"
"ได้จ๊ะ"
มู่หนิงหนิงมองใบหน้าเหมือนลูกหมากลัวถูกทิ้งของเด็กหญิงแล้วก็ใจอ่อน ยอมให้เข้ามาในห้องด้วย ส่วนแฝดพี่อย่างฟู่หลงก็ช่วยพยุงคุณปู่ไปพักผ่อน
"พี่สะใภ้จะทำอะไรทานคะ?" เด็กน้อยเอ่ยถามถึง 'ของอร่อย' ที่พี่สะใภ้สัญญาไว้
"ฟู่หลินอยากทานอะไรล่ะ พี่สะใภ้จะทำให้"มู่หนิงหนิงถามเด็กหญิงตัวน้อยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยน
"อยากกิน... สามชั้นตุ๋นได้ไหมคะ? เมื่อปีใหม่บ้านของจงไห่ถังได้กินด้วย" ฟู่หลินเล่าถึงสิ่งที่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันเคยอวดไว้
เด็กน้อยไม่เคยได้ลิ้มรสเนื้อชั้นดีแบบนั้นเลย เพราะพี่ชายคนโตมักจะยุ่งจนไม่มีเวลา
ทุกปีพวกเขาจึงได้ทานเพียงผัดผักกับซาลาเปาไส้ผัก อย่างดีที่สุดก็แค่ซาลาเปาไส้หมูที่ซื้อหามาจากตลาดเท่านั้น
"ได้สิ วันนี้พี่สะใภ้จะทำสามชั้นตุ๋นให้ฟู่หลินทานเยอะ ๆ เลยดีไหม"
"ดีมากเลยค่ะ! พี่สะใภ้ใจดีที่สุดในโลกเลย!"
ฟู่หลินโผเข้ากอดมู่หนิงหนิงด้วยความดีใจ หญิงสาวลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยความรัก
แต่ทว่า... ััที่มือกลับทำให้เธอชะงัก ผมของฟู่หลินเหนียวเหนอะหนะจนน่าใ นี่ไม่ได้สระผมมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย!
"ฟู่หลิน... หนูไม่ได้สระผมมากี่วันแล้วจ๊ะ?"
เด็กน้อยทำหน้าฉงน พยายามนึก "ขอโทษค่ะพี่สะใภ้ หนูยังนับเลขไม่เป็เลยไม่รู้ว่ากี่วันแล้ว แต่นานมากแล้วค่ะ"
"หา? ฟู่หลินยังไม่ได้เรียนหนังสือเหรอจ๊ะ?"
"พี่ใหญ่บอกว่าจะพาไปฝากเรียน แต่ไม่ว่างสักที... สงสัยพี่ใหญ่จะลืมไปแล้วค่ะ" ฟู่หลินก้มหน้าเศร้า เธออยากเรียนหนังสือแต่ก็ไม่อยากกวนใจพี่ชาย
"แล้วฟู่หลงล่ะ?" อย่าบอกนะว่ายังไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนกัน
"ก็ยังไม่ได้เรียนเหมือนกันค่ะ"
จะบ้าตาย! มู่หนิงหนิงสบถในใจ พระเอกเื่นี้สนใจแต่แม่นางเอกดอกโบตั๋นจนมืดหน้ามัวตา ไม่สนใจปู่กับน้องตัวเองเลยหรือไงกัน!
"ถ้าอย่างนั้น วันนี้พี่สะใภ้จะอาบน้ำให้ฟู่หลินกับฟู่หลงก่อน แล้วเราค่อยไปสหกรณ์เพื่อซื้อของมาทำอาหารกัน ดีไหม?"
ส่วนเื่เรียนฉันจะสอนให้เองก่อนที่จะไปเรียน เพราะไม่อย่างนั้นเด็กทั้งสองคนคงจะตามเพื่อนไม่ทัน และคงจะถูกล้ออย่างแน่นอน
"ดีค่ะ! เดี๋ยวหนูไปเรียกฟู่หลงให้นะคะ!"
ฟู่หลินรีบวิ่งออกไปตามแฝดพี่ทันที ทิ้งให้มู่หนิงหนิงถอนหายใจกับภารกิจ "ดูแลครอบครัวของสามีในนาม" ที่ดูจะหนักหนากว่าที่คิด
แต่เอาเถอะ... ในเมื่อตัดสินใจอยู่ต่อแล้ว เธอก็จะเปลี่ยนเด็กพุงโรหัวโตพวกนี้ให้กลายเป็เด็กที่สมบูรณ์ที่สุด!
ทั้งต้องเลี้ยงน้องสามี และมุ่งสู่เศรษฐีนีในอนาคตเธอจะต้องทำมันให้ได้
..........................