[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    111 ปะทะผู้นำนิกายโลหิต

    “ฮ่าๆๆ ข้าจะฆ่าเจ้าตงฟาง”


    บรึ้ม~!


    ร่างสีแดงเลือดค่อยๆดึงเลือดจำนวนมากมายภายใต้เท้าของตงฟางเข้าไปรวมในร่างของมัน เกิดเป็นร่างใหญ่ยักษ์สูงกว่าร้อยเมตร ด้วยการดึงเลือดทั้งหมดจากพื้นที่ไข่มุกที่ทิ้งไว้ไปรวมกัน เจ้านิกายโลหิตก็เริ่มปลดปล่อยพลังงานมหาศาลก้อนสุดท้ายของมันออกไปรอบๆ จนตงฟางลงไปนั่งคุกเข่าบนพื้นดิน ด้วยท่ายื่นมือไปด้านบนแบกรับพลังวิญญาณมหาศาลกำลังพุ่งกดทับร่างของเขา


    “หึหึหึ ไหนล่ะ พลังที่เจ้าบอกจะใช้ฆ่าข้าคนนี้ มันหายไปไหน”


    บู้ม~!


    เปลวเพลิงมากมายที่ตงฟางสร้างขึ้นรวมไปถึงลมที่มาจากพลังจิตของเขาสลายหายไปในทันที จากการสะบัดมือของผู้นำนิกายโลหิต ตงฟางกลับไม่คิดกลัวเลยสักนิด เขาทำเพียงแค่ปล่อยมือแล้วเช็ดเลือดมุมปาก แม้เขาจะถูกกดดันอย่างหนักเขากลับไม่คิดกลัว ทำการยืนต้านแรงกดดันขึ้นมามองจ้องผู้นำนิกายโลหิตด้วยความรู้สึกตื่นเต้น


    “อยากเห็นมากขนาดนั้นเลยเหรอตาแก่ พลังที่จะฆ่าคนอย่างแกอะ”


    “ใช่ ถ้ามีอะไรก็ใช้ออกมาให้หมด ก่อนที่เจ้าจะไม่มีโอกาส”


    “งั้นผมจะพูดแบบเดียวกัน ตาแก่อย่างคุณมีอะไรก็ใช้ออกมาให้หมด ก่อนที่ผมจะปรับตัวเข้ากับพลังในตอนนี้ได้”


    “ฮ่าๆๆ ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วไม่รับ งั้นข้าจะทำให้เจ้าตายเพราะความจองหองของเจ้าเอง”


    มือข้างขวาชูขึ้นฟ้าสร้างเป็นฝ่ามือสีเลือดขนาดใหญ่กว่าสองร้อยเมตร ตงฟางที่เห็นมือสีแดงเลือดเขาทำเพียงแค่ฉีกยิ้ม มองจ้องการโจมตีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่เปรียบเสมือนบ้านของเขา


    “ตายซะ”


    “เช่นกันตาแก่”


    วิ๊ง!


    บอลเพลิงสีแดงปรากฎในมือขวาของตงฟาง ขนาดของมันไม่ต่างจากกำปั้นเลยสักนิด จากนั้นตงฟางก็สร้างบอลสายลมขึ้นมาในมือซ้ายด้วยขนาดไม่ต่างกัน เมื่อการเตรียมการของเขาเสร็จสิ้นตงฟางก็ไม่รอช้าใช้มือทั้งสองจับไปยังบอลพลังงานทั้งสองแล้วยัดพวกมันหลอมรวมกันทันที ภายใต้มือขนาดใหญ่ยักษ์ร่วงตกลงมานี้ ตงฟางก็เริ่มฉีกยิ้มกว้าง มองไปยังผู้นำนิกายโบราณด้วยความรู้สึกยิ้มเยาะ


    “ตาแก่ ขอต้อนรับสู่กรงขังเพลิงมรณะ”


    บรึ้ม~!


    ฝ่ามือสีแดงเลือดพุ่งกระแทกร่างตงฟางกลบเสียงพูดของเขาไปในทันที ทางฝั่งผู้นำนิกายโลหิตที่รู้ว่าตงฟางถูกฆ่าไปแล้วนี้จึงหัวเราะเยาะออกมาด้วยความสะใจ ทันใดนั้นมันกลับขยิบตาเมื่อร่างที่ควรจะหายไปยังคงยืนนิ่งท่ามกลางฝ่ามือเลือดของมัน แต่แล้วมันกลับเป็นฝ่ายตะลึงบ้างเมื่อจู่ๆรอบข้างของมันเกิดโดมพลังงานสีแดงโอบล้อมทุกทิศทาง ภายในโดมที่กำลังวิ่งโอบไปทั่วร่างของมันได้ปรากฎพลังลมกำลังพัดพาเพลิงสีแดงหมุนปั่นทำให้พื้นที่ข้างในที่มันอยู่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ


    “แกทำอะไรข้าคนนี้ไม่ได้หรอกตงฟาง ย๊าก~!”


    ฝ่ามือทั้งสองซัดเข้าโจมตีโดมพลังจิตของตงฟาง ไม่ว่ามือทั้งสองข้างจะตบ จะต่อย หรือจะข่วน โดมสีแดงของตงฟางกลับไม่สะเทือนเลยสักนิด ผู้นำนิกายโลหิตที่รู้ว่าตงฟางกำลังจะเผามันในโดมพลังงานความร้อนสูงจึงพยายามทุบทำลาย มันไม่คิดว่าตัวของมันจะไม่สามารถทำลายโดมพลังงานนี้ได้


    ปึง ปึง ปึง ปึง


    “เชิญเลยตาแก่ อยากทำอะไรก็ทำ ผมบอกแล้ว นี่มันที่ของผม”


    บอลพลังงานเล็กๆทั้งสองลูกในมือของตงฟางที่รวมไฟและลมเข้าด้วยกันถูกเขาบีบอัดจนมันมีขนาดเล็กลง เป็นจังหวะเดียวกันกับโดมพลังงานขนาดใหญ่ครอบร่างผู้นำนิกายหดเล็กลงด้วย ยิ่งตงฟางพยายามบีบอัดพลังจิตในมือให้เล็กลง พลังจิตที่ห่อหุ้มร่างของผู้นำนิกายก็เล็กลงเช่นเดียวกัน


    “แก ตงฟาง แก~!”


    “ก็นี่มันบ้านผม คิดจะยึดบ้านผมเอาโฉนดที่ดินมาดูก่อน”


    “แก แกพูดบ้าอะไร ฆ่าจะข้าแก”


    ตึง ตึง ตึง


    เลือดสีแดงมากมายจากร่างของผู้นำนิกายโลหิตระเบิดเข้าใส่ม่านพลังของตงฟาง ทางฝั่งของเขาก็พยายามบีบอัดพลังในมือให้เล็กลงเช่นกัน เพื่อเพิ่มการเผาไหม้ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น ทางฝั่งผู้นำนิกายโลหิตที่ถูกจำกัดพื้นที่ให้เล็กลงเรื่อยๆ ในที่สุดมันก็ไม่สามารถขยับแขนกวัดแกว่งไปรอบๆ ทำได้เพียงใช้มือทั้งสองข้างพยายามดันม่านพลังที่กำลังบีบอัดวิญญาณของมันให้ขยายออกไป


    “ตาแก่ ยอมซะ”


    “อร๊าก~!”


    “ยอมซะตาแก่~!!!”


    ฝั่งหนึ่งพยายามบีบอัดส่วนอีกฝั่งพยายามขยาย แต่โดมพลังงานของตงฟางไม่ใช่พลังจิตธรรมดา ข้างในมันมีเปลวไฟและลมมากมายกำลังหนุนเสริมกัน ด้วยพลังจิตที่อัพเลเวลมาเป็น 5ด้วยพลังของไข่มุกสีเลือดนั้น ทำให้ตงฟางปลดล็อกพลังของการสร้างลม จนทำให้เขาใช้ธาตุไฟคู่กับลมได้


    “ตาย!”


    บรึ้ม~!


    เกิดแรงระเบิดมหาศาลพุ่งกระจายไปทั่วจิตของตงฟาง การระเบิดของมันมีลักษณะไม่ต่างจากดาวเคราะห์น้อยระเบิดตัวเลยสักนิด ตงฟางที่เผาไหม้จิตของผู้นำนิกายแล้วบีบอัดมันอีกรอบจนสลายต่างถอนหายใจเพราะตอนนี้ เขาทำลายวิญญาณของระดับบรรพกาลวิญญาณได้แล้ว


    “งั้นที่นี่ก็ไม่จำเป็นอีก” เป๊าะ


    เสียงดีดนิ้วดังขึ้นเบาๆ มิติของไข่มุกที่ดูดเขาเข้ามาก็เริ่มสลายหายไป พร้อมกับตงฟางมองจ้องร่างกาย หลังจากจิตกลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง


    “ฮ่าๆๆ เป็นอย่างที่พูดจริงๆด้วยสินะตาแก่ งั้นผมจะใช้มันให้ดี”


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ด้วยทักษะ 5 อย่างที่พุ่งเข้ามาในหัวของเขาหลังจากฆ่าผู้นำนิกายโลหิตตาย เป็นอย่างที่ผู้นำนิกายพูดเอาไว้ว่าถ้ามันตายเขาจะได้ครอบครองทักษะ แต่ที่ทำให้ตงฟางดีใจมากกว่าได้ทักษะทั้ง 5 คือพลังของเขาเอง ที่ตอนนี้มีพลังจิตเพิ่มขึ้นอีกระดับ กลายเป็นผู้ใช้พลังจิตเลเวล 5


    “ขอบเขตของพลังทั้งหมดกว้างขึ้นจนอยู่ที่ 3 กิโลเมตร น้ำหนักวัตถุที่ยกด้วยพลังจิตเพิ่มขึ้นมาเป็น 50 ตัน นอกจากไฟที่ควบคุมได้แล้วนั้น ยังปลดล็อกการควบคุมลมได้อีก ฮ่าๆๆ”


    ตงฟางหัวเราออกมาเบาๆก่อนจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสายลม แม้ร่างของเขาจะไม่โปร่งใส กลับมีลมมากมายพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา บ่งบอกให้เขารู้ว่าตัวเองควบคุมลมได้ตามต้องการ แต่ที่ทำให้ตงฟางรู้สึกดีใจมากอีกหนึ่งอย่าง หลังจากพลังจิตเลเวลกลายเป็น 5 คือการปลดล็อกพลังจิตไมน์คอนโทรล เดิมทีเขาต้องสัมผัสสิ่งที่อยากจะสะกดจิต ตอนนี้เขาเพียงแค่มองจ้องตา หรือไม่ก็ทำให้เป้าหมายสนใจในวัตถุสิ่งของที่เขาใช้เป็นตัวกลางในการสะกดจิตเท่านั้น เขาก็สามารถสะกดจิตได้แล้ว


    “ฮ่าๆๆ ระดับผสานวิญญาณคงเป็นได้แค่มดตัวหนึ่งเท่านั้น ส่วนระดับจากรึก หึหึ”


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้างด้วยความสะใจ พลังจิตเลเวล 5 ของเขาตอนนี้เทียบเท่ากับระดับจารึกขั้น 9 หากศัตรูเข้าไม่ถึงตัวของเขาได้ก่อนที่เขาจะโจมตี พวกมันคงเป็นได้เพียงแค่ศพเดินได้เท่านั้น 


    ระดับผสานวิญญาณที่เป็นระดับส่วนใหญ่ของศิษย์สายใน ตอนนี้ในสายตาของตงฟางกลับเป็นระดับที่ไม่ทำให้เขาเกิดความกลัว ระดับจารึกวิญญาณที่มีเพียงแค่ศิษย์สายตรงเข้าถึง ก็ยากจะฆ่าเขา 


    หากย้อนกลับไปเจอจงหูและเพื่อนของมัน ตงฟางไม่จำเป็นต้องใช้พิษฆ่าพวกมันเลย ด้วยพลังจิตเลเวล 5 ของเขาในตอนนี้ มีมากพอจะฆ่าพวกมันด้วยการยืนซึ่งๆหน้า


    “อย่างน้อยๆ การเข้ามาในประตูแห่งเทพธิดา ก็ได้หลายอย่างกลับไป”


    ตงฟางเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสายลมแล้วลองสะบัดมือไปยังกำแพงด้านหนึ่ง ด้วยการระบุรูปแบบลมที่พุ่งไปให้เกิดเป็นคมมีดสายลม กลุ่มก้อนลมที่พุ่งออกไปจากมือก็กลายเป็นมีดสายลมอย่างที่ตงฟางอยากให้เป็น


    บรึ้ม~!


    “เหลือแค่ลองหาเลือดมาดูดซับ ทุกอย่างของนิกายโลหิตจะเป็นของเรา”


    ตงฟางเดินจากโครงกระดูกมุ่งหน้าออกจากห้องโถงหลักแห่งนี้ แม้รูปปั้นขนาดใหญ่ใจกลางห้องจะมีทักษะซ่อนเอาไว้ให้เขาได้ไขความลับเพื่อสืบทอดมัน เขากลับไม่สามารถรับมันมาใช้งานได้  เนื่องจากมันระบุเอาไว้ว่าจะต้องเป็นผู้มีสายเลือกจักรพรรดิ  


    สายเลือดของเขาไม่มีคำว่าจักรพรรดิอยู่เลยสักนิด เขาจึงคิดจะปล่อยมันทิ้งไป ถึงมันจะมีอีกวิธีในการสืบทอดทักษะจากรูปปั้นที่เป็นของชิ้นสุดท้ายที่นิกายโบราณทิ้งเอาไว้  มันกลับเป็นวิธีที่น่าอายแล้วเขาก็คิดว่าคงไม่มีใครอยากจะทำร่วมกับเขา จึงไม่สน 


    “ช่างมัน ไว้มีแฟนค่อยเข้ามาใหม่ก็ได้ หากอายุไม่เกิน 25 ปีแล้วก็ยังไม่เป็นระดับราชาวิญญาณ”


    ปึง~!


    ใบหน้าของตงฟางกระแทกเข้ากับค่ายกลปิดกั้นทางเข้าออก จนเขาเดินถอยหลังมาจับจมูกของตัวเองด้วยความเจ็บปวด


    “เกิดอะไรขึ้น ตอนเข้ามาก็ทำได้ง่ายๆหนิ”


    ตงฟางนวดจมูกแล้วนำดาบมารโลหิตฟันไปข้างหน้า ปรากฎว่ามันถูกสะท้อนการโจมตีกลับคืนมาสร้างความตกใจให้เขาไม่น้อย


    “เฮ่ย”


    เพล้ง~!


    พลังจิตเลเวล 5 บังคับดาบมารโลหิตให้ถาโถมการโจมตีเข้าใส่ค่ายกล ปรากฎว่าเขาทำไม่ได้ สร้างความตกใจให้เขาไม่น้อย แต่เขาไม่ยอมติดอยู่ที่นี่แน่นอนจึงโจมตีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านมา 1 ชั่วโมงตงฟางก็เก็บอาวุธ เปลี่ยนไปสำรวจทางออกอื่นที่อาจจะมี


    “ให้ตายเหอะ ไม่ใช่ว่าผู้นำนิกายโลหิตตายเพราะสาเหตุเหมือนกันกับเราหรอกนะ”


    ตงฟางมองไปยังศพของผู้นำนิกายโลหิต จากนั้นก็นำไปคิดวิเคราะห์กับทักษะภายในห้อง หากเขาเดาไม่ผิดผู้นำนิกายโลหิตคงสามารถหาทางเข้ามาในห้องแห่งนี้ได้ แต่เขาไม่สามารถสืบทอดทักษะจึงถูกขังเอาไว้  ทันใดนั้นตงฟางกลับเสียใจเพราะทางออกมีเพียงทางเดียวแล้วมันก็ถูกปิดไม่ยอมให้เขาออก


    “บ้าเอ๊ย ต้องสืบทอดจริงๆเหรอ ใครมันจะยอมแก้ผอมมานอนกับฉัน ไอ้นิกายโบราณบ้า ปล่อยฉันออกไปนะโว๊ย~!”


    ตงฟางลงไปนั่งหมดหนทางหน้าค่ายกลปิดทางเข้าออก เขาสิ้นหวังมากๆเพราะในห้องแห่งนี้ไม่มีกลไกอื่นส่งเขาออกไปเลยนอกจากต้องสืบทอดทักษะ เขาจึงลองหลับตาติดต่อกับซูฮวาเผื่อเธอจะรู้จักรูปแบบค่ายกลเหล่านี้


    “อยู่ไหนนะ เจอแล้ว”  คิ้วของตงฟางคลายตัวหลังจากตรวจเจอตำแหน่งของซูฮวา ยังดีที่เธอกลับเข้ามาตามหาเขาจึงอยู่ในระยะการติดต่อของพลังจิต


    “ซูฮวา ฉันเจอห้องโถงหลักแล้วนะ” ตงฟางติดต่อซูฮวา พลางรับรู้ได้ว่ารอบข้างของเธอมีคนมากมายตกตายไปด้วยพลังน้ำแข็งที่เธอปลดปล่อย


    “อือ”


    “แต่ฉันมีข่าวร้ายจะบอก คนที่เข้ามาแล้วไม่สามารถออกไปได้ ถ้าไม่สืบทอดวิชาให้ได้ก่อน”


    “ต้องการคนช่วยเหรอ”


    “ใช่ๆ แต่อย่าพึ่ง ฉันขอถามก่อน เธอฆ่าคนทำไมกัน”


    “พวกเขาคิดจะวางยาฉัน”


    “อ๋อ งั้นก็ฆ่าเลย ไอ้พวกเลวนั่นสมควรตาย ฉันรู้จักพิษมากมาย ถ้าว่างจะสอนวิธีแก้พิษให้เอาไหม”


    “อือ แล้วห้องโถง”


    “อ๋อ เรื่องนี้มันน่าอายอยู่หน่อยน่ะ พอดีทักษะที่ต้องสืบทอดชื่อทักษะปิดตาสวรรค์ตัดสัมผัสปีศาจ หากได้รับสืบทอดไม่จำเป็นต้องฝึกเพราะมันเป็นทักษะติดตัว สามารถทำให้การฝึกพลังวิญญาณไม่มีคอขวด แต่ว่ามันต้องการสายเลือดจักรพรรดิถึงจะสืบทอดได้ เธอมีมันไหมถ้ามีฉันจะบอกทาง”


    “แล้วอีกวิธีล่ะ”


    “มันต้องใช้ชายหญิงที่มีความยินยอมทำเรื่องอย่างว่า เรื่องนั้น…..เธอ เธอพอจะรู้ใช่ไหม ฉันหมายถึงเรื่องอะไร”


    “อือ”


    “เพราะงั้นตามหาคนที่มีสายเลือดจักรพรรดิมาหน่อย ค่ายกลที่ปิดไว้มันถึงจะเปิดได้”


    “แล้วเส้นทางล่ะ”


    “ซูฮวา เธอมีสายเลือดจักรพรรดิเหรอ ดีเลย งั้นฉันจะบอกเส้นทางให้นะ ”


    ตงฟางแสดงท่าทางดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด นอกจากหนิงเหอแล้วเขาไม่คิดว่าจะมาเจอคนที่มีสายเลือดจักรพรรดิอีกคน


    “เดินตรงมาเลยนะ เดี๋ยวจะบอกว่าตอนไหนถึงจะต้องเลี้ยวขวา”