“ฮ่าๆๆ ข้าจะฆ่าเจ้าตงฟาง”
บรึ้ม~!
ร่างสีแดงเลือดค่อยๆดึงเลือดจำนวนมากมายภายใต้เท้าของตงฟางเข้าไปรวมในร่างของมัน เกิดเป็นร่างใหญ่ยักษ์สูงกว่าร้อยเมตร ด้วยการดึงเลือดทั้งหมดจากพื้นที่ไข่มุกที่ทิ้งไว้ไปรวมกัน เจ้านิกายโลหิตก็เริ่มปลดปล่อยพลังงานมหาศาลก้อนสุดท้ายของมันออกไปรอบๆ จนตงฟางลงไปนั่งคุกเข่าบนพื้นดิน ด้วยท่ายื่นมือไปด้านบนแบกรับพลังวิญญาณมหาศาลกำลังพุ่งกดทับร่างของเขา
“หึหึหึ ไหนล่ะ พลังที่เจ้าบอกจะใช้ฆ่าข้าคนนี้ มันหายไปไหน”
บู้ม~!
เปลวเพลิงมากมายที่ตงฟางสร้างขึ้นรวมไปถึงลมที่มาจากพลังจิตของเขาสลายหายไปในทันที จากการสะบัดมือของผู้นำนิกายโลหิต ตงฟางกลับไม่คิดกลัวเลยสักนิด เขาทำเพียงแค่ปล่อยมือแล้วเช็ดเลือดมุมปาก แม้เขาจะถูกกดดันอย่างหนักเขากลับไม่คิดกลัว ทำการยืนต้านแรงกดดันขึ้นมามองจ้องผู้นำนิกายโลหิตด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
“อยากเห็นมากขนาดนั้นเลยเหรอตาแก่ พลังที่จะฆ่าคนอย่างแกอะ”
“ใช่ ถ้ามีอะไรก็ใช้ออกมาให้หมด ก่อนที่เจ้าจะไม่มีโอกาส”
“งั้นผมจะพูดแบบเดียวกัน ตาแก่อย่างคุณมีอะไรก็ใช้ออกมาให้หมด ก่อนที่ผมจะปรับตัวเข้ากับพลังในตอนนี้ได้”
“ฮ่าๆๆ ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วไม่รับ งั้นข้าจะทำให้เจ้าตายเพราะความจองหองของเจ้าเอง”
มือข้างขวาชูขึ้นฟ้าสร้างเป็นฝ่ามือสีเลือดขนาดใหญ่กว่าสองร้อยเมตร ตงฟางที่เห็นมือสีแดงเลือดเขาทำเพียงแค่ฉีกยิ้ม มองจ้องการโจมตีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่เปรียบเสมือนบ้านของเขา
“ตายซะ”
“เช่นกันตาแก่”
วิ๊ง!
บอลเพลิงสีแดงปรากฎในมือขวาของตงฟาง ขนาดของมันไม่ต่างจากกำปั้นเลยสักนิด จากนั้นตงฟางก็สร้างบอลสายลมขึ้นมาในมือซ้ายด้วยขนาดไม่ต่างกัน เมื่อการเตรียมการของเขาเสร็จสิ้นตงฟางก็ไม่รอช้าใช้มือทั้งสองจับไปยังบอลพลังงานทั้งสองแล้วยัดพวกมันหลอมรวมกันทันที ภายใต้มือขนาดใหญ่ยักษ์ร่วงตกลงมานี้ ตงฟางก็เริ่มฉีกยิ้มกว้าง มองไปยังผู้นำนิกายโบราณด้วยความรู้สึกยิ้มเยาะ
“ตาแก่ ขอต้อนรับสู่กรงขังเพลิงมรณะ”
บรึ้ม~!
ฝ่ามือสีแดงเลือดพุ่งกระแทกร่างตงฟางกลบเสียงพูดของเขาไปในทันที ทางฝั่งผู้นำนิกายโลหิตที่รู้ว่าตงฟางถูกฆ่าไปแล้วนี้จึงหัวเราะเยาะออกมาด้วยความสะใจ ทันใดนั้นมันกลับขยิบตาเมื่อร่างที่ควรจะหายไปยังคงยืนนิ่งท่ามกลางฝ่ามือเลือดของมัน แต่แล้วมันกลับเป็นฝ่ายตะลึงบ้างเมื่อจู่ๆรอบข้างของมันเกิดโดมพลังงานสีแดงโอบล้อมทุกทิศทาง ภายในโดมที่กำลังวิ่งโอบไปทั่วร่างของมันได้ปรากฎพลังลมกำลังพัดพาเพลิงสีแดงหมุนปั่นทำให้พื้นที่ข้างในที่มันอยู่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ
“แกทำอะไรข้าคนนี้ไม่ได้หรอกตงฟาง ย๊าก~!”
ฝ่ามือทั้งสองซัดเข้าโจมตีโดมพลังจิตของตงฟาง ไม่ว่ามือทั้งสองข้างจะตบ จะต่อย หรือจะข่วน โดมสีแดงของตงฟางกลับไม่สะเทือนเลยสักนิด ผู้นำนิกายโลหิตที่รู้ว่าตงฟางกำลังจะเผามันในโดมพลังงานความร้อนสูงจึงพยายามทุบทำลาย มันไม่คิดว่าตัวของมันจะไม่สามารถทำลายโดมพลังงานนี้ได้
ปึง ปึง ปึง ปึง
“เชิญเลยตาแก่ อยากทำอะไรก็ทำ ผมบอกแล้ว นี่มันที่ของผม”
บอลพลังงานเล็กๆทั้งสองลูกในมือของตงฟางที่รวมไฟและลมเข้าด้วยกันถูกเขาบีบอัดจนมันมีขนาดเล็กลง เป็นจังหวะเดียวกันกับโดมพลังงานขนาดใหญ่ครอบร่างผู้นำนิกายหดเล็กลงด้วย ยิ่งตงฟางพยายามบีบอัดพลังจิตในมือให้เล็กลง พลังจิตที่ห่อหุ้มร่างของผู้นำนิกายก็เล็กลงเช่นเดียวกัน
“แก ตงฟาง แก~!”
“ก็นี่มันบ้านผม คิดจะยึดบ้านผมเอาโฉนดที่ดินมาดูก่อน”
“แก แกพูดบ้าอะไร ฆ่าจะข้าแก”
ตึง ตึง ตึง
เลือดสีแดงมากมายจากร่างของผู้นำนิกายโลหิตระเบิดเข้าใส่ม่านพลังของตงฟาง ทางฝั่งของเขาก็พยายามบีบอัดพลังในมือให้เล็กลงเช่นกัน เพื่อเพิ่มการเผาไหม้ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น ทางฝั่งผู้นำนิกายโลหิตที่ถูกจำกัดพื้นที่ให้เล็กลงเรื่อยๆ ในที่สุดมันก็ไม่สามารถขยับแขนกวัดแกว่งไปรอบๆ ทำได้เพียงใช้มือทั้งสองข้างพยายามดันม่านพลังที่กำลังบีบอัดวิญญาณของมันให้ขยายออกไป
“ตาแก่ ยอมซะ”
“อร๊าก~!”
“ยอมซะตาแก่~!!!”
ฝั่งหนึ่งพยายามบีบอัดส่วนอีกฝั่งพยายามขยาย แต่โดมพลังงานของตงฟางไม่ใช่พลังจิตธรรมดา ข้างในมันมีเปลวไฟและลมมากมายกำลังหนุนเสริมกัน ด้วยพลังจิตที่อัพเลเวลมาเป็น 5ด้วยพลังของไข่มุกสีเลือดนั้น ทำให้ตงฟางปลดล็อกพลังของการสร้างลม จนทำให้เขาใช้ธาตุไฟคู่กับลมได้
“ตาย!”
บรึ้ม~!
เกิดแรงระเบิดมหาศาลพุ่งกระจายไปทั่วจิตของตงฟาง การระเบิดของมันมีลักษณะไม่ต่างจากดาวเคราะห์น้อยระเบิดตัวเลยสักนิด ตงฟางที่เผาไหม้จิตของผู้นำนิกายแล้วบีบอัดมันอีกรอบจนสลายต่างถอนหายใจเพราะตอนนี้ เขาทำลายวิญญาณของระดับบรรพกาลวิญญาณได้แล้ว
“งั้นที่นี่ก็ไม่จำเป็นอีก” เป๊าะ
เสียงดีดนิ้วดังขึ้นเบาๆ มิติของไข่มุกที่ดูดเขาเข้ามาก็เริ่มสลายหายไป พร้อมกับตงฟางมองจ้องร่างกาย หลังจากจิตกลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง
“ฮ่าๆๆ เป็นอย่างที่พูดจริงๆด้วยสินะตาแก่ งั้นผมจะใช้มันให้ดี”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ด้วยทักษะ 5 อย่างที่พุ่งเข้ามาในหัวของเขาหลังจากฆ่าผู้นำนิกายโลหิตตาย เป็นอย่างที่ผู้นำนิกายพูดเอาไว้ว่าถ้ามันตายเขาจะได้ครอบครองทักษะ แต่ที่ทำให้ตงฟางดีใจมากกว่าได้ทักษะทั้ง 5 คือพลังของเขาเอง ที่ตอนนี้มีพลังจิตเพิ่มขึ้นอีกระดับ กลายเป็นผู้ใช้พลังจิตเลเวล 5
“ขอบเขตของพลังทั้งหมดกว้างขึ้นจนอยู่ที่ 3 กิโลเมตร น้ำหนักวัตถุที่ยกด้วยพลังจิตเพิ่มขึ้นมาเป็น 50 ตัน นอกจากไฟที่ควบคุมได้แล้วนั้น ยังปลดล็อกการควบคุมลมได้อีก ฮ่าๆๆ”
ตงฟางหัวเราออกมาเบาๆก่อนจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสายลม แม้ร่างของเขาจะไม่โปร่งใส กลับมีลมมากมายพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา บ่งบอกให้เขารู้ว่าตัวเองควบคุมลมได้ตามต้องการ แต่ที่ทำให้ตงฟางรู้สึกดีใจมากอีกหนึ่งอย่าง หลังจากพลังจิตเลเวลกลายเป็น 5 คือการปลดล็อกพลังจิตไมน์คอนโทรล เดิมทีเขาต้องสัมผัสสิ่งที่อยากจะสะกดจิต ตอนนี้เขาเพียงแค่มองจ้องตา หรือไม่ก็ทำให้เป้าหมายสนใจในวัตถุสิ่งของที่เขาใช้เป็นตัวกลางในการสะกดจิตเท่านั้น เขาก็สามารถสะกดจิตได้แล้ว
“ฮ่าๆๆ ระดับผสานวิญญาณคงเป็นได้แค่มดตัวหนึ่งเท่านั้น ส่วนระดับจากรึก หึหึ”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้างด้วยความสะใจ พลังจิตเลเวล 5 ของเขาตอนนี้เทียบเท่ากับระดับจารึกขั้น 9 หากศัตรูเข้าไม่ถึงตัวของเขาได้ก่อนที่เขาจะโจมตี พวกมันคงเป็นได้เพียงแค่ศพเดินได้เท่านั้น
ระดับผสานวิญญาณที่เป็นระดับส่วนใหญ่ของศิษย์สายใน ตอนนี้ในสายตาของตงฟางกลับเป็นระดับที่ไม่ทำให้เขาเกิดความกลัว ระดับจารึกวิญญาณที่มีเพียงแค่ศิษย์สายตรงเข้าถึง ก็ยากจะฆ่าเขา
หากย้อนกลับไปเจอจงหูและเพื่อนของมัน ตงฟางไม่จำเป็นต้องใช้พิษฆ่าพวกมันเลย ด้วยพลังจิตเลเวล 5 ของเขาในตอนนี้ มีมากพอจะฆ่าพวกมันด้วยการยืนซึ่งๆหน้า
“อย่างน้อยๆ การเข้ามาในประตูแห่งเทพธิดา ก็ได้หลายอย่างกลับไป”
ตงฟางเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสายลมแล้วลองสะบัดมือไปยังกำแพงด้านหนึ่ง ด้วยการระบุรูปแบบลมที่พุ่งไปให้เกิดเป็นคมมีดสายลม กลุ่มก้อนลมที่พุ่งออกไปจากมือก็กลายเป็นมีดสายลมอย่างที่ตงฟางอยากให้เป็น
บรึ้ม~!
“เหลือแค่ลองหาเลือดมาดูดซับ ทุกอย่างของนิกายโลหิตจะเป็นของเรา”
ตงฟางเดินจากโครงกระดูกมุ่งหน้าออกจากห้องโถงหลักแห่งนี้ แม้รูปปั้นขนาดใหญ่ใจกลางห้องจะมีทักษะซ่อนเอาไว้ให้เขาได้ไขความลับเพื่อสืบทอดมัน เขากลับไม่สามารถรับมันมาใช้งานได้ เนื่องจากมันระบุเอาไว้ว่าจะต้องเป็นผู้มีสายเลือกจักรพรรดิ
สายเลือดของเขาไม่มีคำว่าจักรพรรดิอยู่เลยสักนิด เขาจึงคิดจะปล่อยมันทิ้งไป ถึงมันจะมีอีกวิธีในการสืบทอดทักษะจากรูปปั้นที่เป็นของชิ้นสุดท้ายที่นิกายโบราณทิ้งเอาไว้ มันกลับเป็นวิธีที่น่าอายแล้วเขาก็คิดว่าคงไม่มีใครอยากจะทำร่วมกับเขา จึงไม่สน
“ช่างมัน ไว้มีแฟนค่อยเข้ามาใหม่ก็ได้ หากอายุไม่เกิน 25 ปีแล้วก็ยังไม่เป็นระดับราชาวิญญาณ”
ปึง~!
ใบหน้าของตงฟางกระแทกเข้ากับค่ายกลปิดกั้นทางเข้าออก จนเขาเดินถอยหลังมาจับจมูกของตัวเองด้วยความเจ็บปวด
“เกิดอะไรขึ้น ตอนเข้ามาก็ทำได้ง่ายๆหนิ”
ตงฟางนวดจมูกแล้วนำดาบมารโลหิตฟันไปข้างหน้า ปรากฎว่ามันถูกสะท้อนการโจมตีกลับคืนมาสร้างความตกใจให้เขาไม่น้อย
“เฮ่ย”
เพล้ง~!
พลังจิตเลเวล 5 บังคับดาบมารโลหิตให้ถาโถมการโจมตีเข้าใส่ค่ายกล ปรากฎว่าเขาทำไม่ได้ สร้างความตกใจให้เขาไม่น้อย แต่เขาไม่ยอมติดอยู่ที่นี่แน่นอนจึงโจมตีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านมา 1 ชั่วโมงตงฟางก็เก็บอาวุธ เปลี่ยนไปสำรวจทางออกอื่นที่อาจจะมี
“ให้ตายเหอะ ไม่ใช่ว่าผู้นำนิกายโลหิตตายเพราะสาเหตุเหมือนกันกับเราหรอกนะ”
ตงฟางมองไปยังศพของผู้นำนิกายโลหิต จากนั้นก็นำไปคิดวิเคราะห์กับทักษะภายในห้อง หากเขาเดาไม่ผิดผู้นำนิกายโลหิตคงสามารถหาทางเข้ามาในห้องแห่งนี้ได้ แต่เขาไม่สามารถสืบทอดทักษะจึงถูกขังเอาไว้ ทันใดนั้นตงฟางกลับเสียใจเพราะทางออกมีเพียงทางเดียวแล้วมันก็ถูกปิดไม่ยอมให้เขาออก
“บ้าเอ๊ย ต้องสืบทอดจริงๆเหรอ ใครมันจะยอมแก้ผอมมานอนกับฉัน ไอ้นิกายโบราณบ้า ปล่อยฉันออกไปนะโว๊ย~!”
ตงฟางลงไปนั่งหมดหนทางหน้าค่ายกลปิดทางเข้าออก เขาสิ้นหวังมากๆเพราะในห้องแห่งนี้ไม่มีกลไกอื่นส่งเขาออกไปเลยนอกจากต้องสืบทอดทักษะ เขาจึงลองหลับตาติดต่อกับซูฮวาเผื่อเธอจะรู้จักรูปแบบค่ายกลเหล่านี้
“อยู่ไหนนะ เจอแล้ว” คิ้วของตงฟางคลายตัวหลังจากตรวจเจอตำแหน่งของซูฮวา ยังดีที่เธอกลับเข้ามาตามหาเขาจึงอยู่ในระยะการติดต่อของพลังจิต
“ซูฮวา ฉันเจอห้องโถงหลักแล้วนะ” ตงฟางติดต่อซูฮวา พลางรับรู้ได้ว่ารอบข้างของเธอมีคนมากมายตกตายไปด้วยพลังน้ำแข็งที่เธอปลดปล่อย
“อือ”
“แต่ฉันมีข่าวร้ายจะบอก คนที่เข้ามาแล้วไม่สามารถออกไปได้ ถ้าไม่สืบทอดวิชาให้ได้ก่อน”
“ต้องการคนช่วยเหรอ”
“ใช่ๆ แต่อย่าพึ่ง ฉันขอถามก่อน เธอฆ่าคนทำไมกัน”
“พวกเขาคิดจะวางยาฉัน”
“อ๋อ งั้นก็ฆ่าเลย ไอ้พวกเลวนั่นสมควรตาย ฉันรู้จักพิษมากมาย ถ้าว่างจะสอนวิธีแก้พิษให้เอาไหม”
“อือ แล้วห้องโถง”
“อ๋อ เรื่องนี้มันน่าอายอยู่หน่อยน่ะ พอดีทักษะที่ต้องสืบทอดชื่อทักษะปิดตาสวรรค์ตัดสัมผัสปีศาจ หากได้รับสืบทอดไม่จำเป็นต้องฝึกเพราะมันเป็นทักษะติดตัว สามารถทำให้การฝึกพลังวิญญาณไม่มีคอขวด แต่ว่ามันต้องการสายเลือดจักรพรรดิถึงจะสืบทอดได้ เธอมีมันไหมถ้ามีฉันจะบอกทาง”
“แล้วอีกวิธีล่ะ”
“มันต้องใช้ชายหญิงที่มีความยินยอมทำเรื่องอย่างว่า เรื่องนั้น…..เธอ เธอพอจะรู้ใช่ไหม ฉันหมายถึงเรื่องอะไร”
“อือ”
“เพราะงั้นตามหาคนที่มีสายเลือดจักรพรรดิมาหน่อย ค่ายกลที่ปิดไว้มันถึงจะเปิดได้”
“แล้วเส้นทางล่ะ”
“ซูฮวา เธอมีสายเลือดจักรพรรดิเหรอ ดีเลย งั้นฉันจะบอกเส้นทางให้นะ ”
ตงฟางแสดงท่าทางดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด นอกจากหนิงเหอแล้วเขาไม่คิดว่าจะมาเจอคนที่มีสายเลือดจักรพรรดิอีกคน
“เดินตรงมาเลยนะ เดี๋ยวจะบอกว่าตอนไหนถึงจะต้องเลี้ยวขวา”