ธรณีคลั่ง(ใหม่)

    ตอนที่56 ความหลัง

        เขาพยักหน้าเป็นคำตอบแล้วกล่าวเตือนอีกเล็กน้อยซึ่งเล่นเอาชายที่กล่าวถามถึงกับหน้าซีดไร้เลือดฝาดเลยทีเดียวที่น้องชายเพียงคนเดียวของมันได้ทำให้แผนของนายมันเสียหาย

        ในขณะที่ด้วยหนึ่งได้คุยกันบิวก็ได้ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาภูมิช้าๆ จากนั้นก็ในมือของเขาก็ได้มีดาบโผล่ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ

       "อโหสิให้ผมด้วยนะพี่"

        บิวพูดเบาๆ กับภูมิที่กำลังนั่งคุกเข่าแนบชิดติดพื้น สายตาของเขาจ้องมองไปยังคนที่หักหลังเขาอีกคน พร้อมหยาดน้ำตาที่หยดลงพื้นปูนแข็งๆ เย็นๆ อยู่

       แต่ทว่าก็ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรนั้น ภูมิก็ได้หัวเราะออกมาอย่างบ้าครั้งมันดังก้องไปทั่ว เสียงหัวเราะของเขานั้นมันกลับเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเศร้า อ้างว้าง

       ภูมิได้ใช้มือเพียงข้างเดียวค่อยดึงมีดออกจากดวงตาช้าๆ เลือดสดๆ มีฟองฟอดๆ หลั่งไหลออกมาตามมีดที่ได้ถูกดึงออก เสียงหัวเราะของเขาได้ทำให้ทุกคนได้หยุดการกระทำแม้แต่บิวที่กำลังเงื้อดาบจะฟาดฟัน

       จากนั้นเสียงหัวเราะก็ค่อยๆ หายไปมีแต่เสียงพึมพำที่ดังขึ้นแผ่วเบาของภูมิ

       " หลอกลวง อุตส่าห์ไว้ใจ เป็นของเล่นอีกแล้ว ๆ ฮ่าๆๆ "

       " ฉั๊วะ "

       แต่ทว่าบิวก็ได้สติเขาได้ฟันเข้าไปที่คอของภูมิจนมันขาดกระเด็นไปกลิ้งไปตามพื้น2-3เมตร ก่อนที่มันจะหยุดแล้วตั้งอยู่บนพื้นดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวจ้องมองไปยังพวกน้องๆ ที่เขาคิดว่าพวกนั้นเป็นน้องของเขาจริงๆ แต่พวกเขากลับมองไปยังหัวนั้นด้วยสายตาปกติเหมือนตอนฆ่ามอนเตอร์

       แต่ทว่าเรื่องราวที่พวกเขาไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้นเมื่อร่างที่ไร้ซึ่งศีรษะที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่นั้นที่ตอนนี้หยุดกะพริบไปแล้วนั้นกับแขนที่หลงเหลือเพียงข้างเดียวที่กำลังค้ำพื้นอยู่นั้นตรงนิ้วมือที่ได้สวมแหวนอยู่นั้น แหวนวงนั้นได้ค่อยเกิดรอยร้าวอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะกลายเป็นผุยผง แต่ผงนั้นกลับลอยขึ้นมาครอบร่างของภูมิเอาไว้และส่วนหนึ่งได้ลอยไปยังหัวของเขา แล้วค่อยๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้าจากนั้นแขนที่อยู่ในหน้าต่างโปร่งใสก็ได้ปรากฏขึ้น จากนั้นร่างกายของเขาก็ได้ประกอบเข้าด้วยกันจนสมบูรณ์และต่อมา สัตว์ซิงโครไนซ์ทั้งสองตัวก็ได้ออกมาจากรอบสักแล้วกลายเป็นแสงสีทองครอบฝุ่นผงของแหวนอีกที

       ร่างกายของเขาก็เหมือนเปิดการซิงโครไนซ์ขึ้นเองอัตโนมัติ รูปลักษณ์การซิงโครไนซ์ของเขาในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปพอสมควร เริ่มจากหัวที่เกรียนของเขาได้มีเขาสีขาวอมชมพูอันใหญ่สองอันเกิดขึ้น ใบหูที่ยืดยาวเรียวแหลมของค้างคาวอันเท่าฝ่ามือ เสื้อผ้าที่สวมใส่หายไปจนหมดถูกแทนที่ด้วยขนสีดำและสีเผือกเกิดขึ้นทั่วทั้งตัว มันดูสวยงามแต่น่ากลัวในเวลาเดียวกัน ปีกสีชมพูขาว ของค้างคาวกางออกยาวเกือบๆ 5เมตรมันมีเส้นเลือดยึกยักเต็มไปหมดจนเห็นได้ชัด

       แขนมีกล้ามเป็นมัดๆ เหมือนคนเล่นกล้ามสวยได้รูปมีขนสีดำแซมผิวขาวชมพูเหมือนลำตัวและขา นิ้วมือทั้งสิบนิ้วดูแข็งแกร่งเป็นอย่างมากพร้อมกับเล็บที่แหลมและยาวเกือบหนึ่งนิ้ว

       ขาของเขากลับเป็นขาอันใหญ่ของควายและมีกีบเท้าสีดำมันเงา หางยาวๆ ส่ายไปมาตามแรงลม ดวงตาที่ปิดสนิททั้งสองข้างได้ค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ ในตาที่เคยมีสีดำกลับกลายเป็นสีแดงโลหิตทั้งสองข้างจนดูน่ากลัวราวกับปีศาจร้าย

       " ติ่ง "

       " ตรวจพบสิ่งผิดปกติๆ …"

       เสียงแจ้งเตือนได้ดังขึ้นรัวๆ ในหัวของภูมิ ภูมิจ้องมองไปยังพวกกลุ่มคนที่หักหลังเขาที่อยู่ด้านล่าง เขามองไปยังหญิงสาวที่แทงดวงตาของเขา แล้วเหตุการณ์ในวันวานก็ได้หวนกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง

       เหตุการณ์นั้นคือตอนที่เขาได้พบรักกับแฟนคนแรกในตอนสมัยที่เขาได้เรียนอยู่มหาลัย เขานั้นได้พบรักกับผู้หญิงคนหนึ่ง

    …………………………………………

       "ภูมิวันนี้เราอยากได้กระเป๋าอันนั้นอะ ขอเงินหน่อยได้ไหม"

       เสียงของหญิงสาววัยมหาลัยได้กล่าวที่กำลังยืนพิงกรอบประตูอยู่ และได้มีชายร่างอ้วนในชุดนักศึกษาที่ตอนนี้ที่กำลังยืนอยู่หน้าห้องเช่าเล็กๆ ข้างมหาลัย ของหญิงสาว

       "ได้สิวันนี้เอาไปหมดนี่เลย วันนี้เงินเดือนที่เราทำงานพาร์ทไทม์ออกพอดีกะบเงินที่เราเก็บไว้รวมๆ กันแล้วน่าจะได้สัก 3 หมื่น แล้วก็เหลือไว้จ่ายค่าห้องด้วยนะจ๊ะ "

       ภูมิได้ตอบทันทีพร้อมกับโอนเงินให้กับหญิงสาวคนนั้นไป

       "ภูมิน่ารักที่สุดแบบนี้รักตายเลย"

       หญิงสาวกล่าวตอบเป็นเชิงหยอกล้อ ซึ่งคำพูดของหญิงสาวนั้นทำเอาชายร่างอ้วนหน้าแดงระเรื่อเพราะความเขินอาย

       "ถ้างั้นเราของไปอาบน้ำก่อนนะ ภูมิก็ขยันทำงานเข้าละ"

       "ครับ"

       ภูมิได้กล่าวตอบเบาๆ ก่อนที่เขาจะบอกลาหญิงสาวแล้วกลับไปยังห้องเพื่อเปลี่ยนชุดไปทำงานต่อ

       แต่ทว่าเมื่อเขาไปทำงานนั้นหัวหน้ากลับบอกเขาว่าวันนี้ให้เขาเลิกงานเร็วกว่าปกติเพื่อที่เขาจะได้มีเวลาอ่านหนังสือสอบ เมื่อเลิกงานภูมิก็ได้เดินกลับมายังห้องของเขาแต่ในหัวก็ได้มีความคิดที่จะไปหาแฟน

       เมื่อเขาเดินไปถึงห้องที่เขาได้เช่าให้แฟนเขาอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้องแปลกๆ ดังออกมาเบาๆ เขารับรู้ได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นเขาได้เคาะประตูอย่างรุนแรงจนมันแทบจะพัง

       "ใครมาเคาะประตูตอนนี้วะ"