เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่89 วิวัฒนาการต้นไม้ชีวิต

    แต่ด้วยสภาพ ริน ตอนนี้ ยังคงไม่เหมาะที่จะอยู่ภายในการทดสอบอีกต่อไป จู่ ๆ เชนไม่กล้ากล่าวขัดจังหวะคำพูดของริน เอื้อมมือ โน้มหน้าเข้าไปหาตัวหญิงสาว สภาพไม่สู้ดีนัก ดื้อๆ

     

    รินใบหน้าซีดขาว ราวกระดาษขาดเลือดอยู่แล้ว รีบเอ่ยถามด้วยความตกใจ ปนความเฝ้าระวังตัวที่เผยออกมา “เจ้าคิดจะทำอะไร เชน!”

     

    ซึ่งบรรยากาศมันพาไป ภายในถ้ำเย็นชื้น มีแสงจันทร์ส่องผ่านใบหน้า เกือบทำให้รินเนื้อตัวขาว ปากเผยอ กระตุก น้อยๆ แทบหายใจรดกัน ไปจูบปากอีกฝ่ายอยู่แล้ว

     

    ทว่าเสี้ยวขณะที่เชนเจอวิทยุสื่อสารด้านหลังของริน เขาเกือบเผลอใจไปเหมือนกัน จะคลี่ยิ้มกว้าง เปลี่ยนบรรยากาศภายในถ้ำทันที “เจอแล้ววิทยุสื่อสาร” พร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ที่ดูเจ้าเล่ห์ของเขา

     

    ริน เองเหมือนจะรู้ เสียเหลี่ยมให้เชน ทำปากมุ่ย เบ้ปาก น้อยๆ แววตาอิดโรยมองค้อน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีมุมเจ้าเล่ห์เหมือนกัน

     

    “เชน เธอเล็งวิทยุสื่อสาร ส่งข้อความตั้งแต่ทีแรกแล้วซินะ” พร้อมปากรินกล่าวแยกเขี้ยว คิ้วย่นเข้าติดกันเล็กๆ

     

    เชน เองอยู่ภายในป่านี้ ก็ดูผ่ายผอมลงไปบ้างเล็กน้อย พลางคลี่ยิ้มทอประกายเจิดจ้า เมื่อกล่าวน้ำเสียงจริงจัง “ตอนนี้รุ่นพี่ ถอยกลับไปรักษาตัวก่อนเถอะครับ สภาพร่างกายบาดแผลติดเชื้อแบบนี้ คงจะไม่ไหว”

     

    เมื่อแตะฝ่ามือ บนหน้าผากหญิงสาว มีไข้ขึ้นสูง เชนก็เอ่ยต่อประโยคสั้นๆ “จบเรื่องนี้แล้ว ค่อยหาโอกาสเลี้ยงข้าวผมแล้วกัน” คำพูดที่กล่าว มีความคาดหวังแฝง เชนก็เดินออกไปทันที

     

    ปล่อยให้ริน ได้ยินประโยคสุดท้ายหน้าแดงระเรื่อ รีบพยักหน้ารับคำอย่างเร็ว “อืมๆ เข้าใจแล้ว…น่า” แล้วเมินหน้าอายบิดหนี กล่าวคำพูดสุดท้ายออกมา เบาๆ “เธอเองก็ระวังตัวด้วยล่ะ รุ่นน้องผู้น่ารักของข้า”

     

    เชนที่เดินออกไปหาสัญญาณขอความช่วยเหลือ เขาก็เปิดแจ้งวิทยุสื่อสาร ก็เอ่ยเสียงที่เด็ดขาดออกมา “รุ่นพี่ริน ขอถอนตัวออกจากการทดสอบครั้งนี้ครับ”

     

    ซึ่งไม่นานก็มียานพาหนะบิน มารับตัวรินไป เชน เฝ้ามองอยู่ห่างๆ เขาก็จะเดินทางไปต่อทันที

     

    แม้จะเห็นกลุ่มฮันเตอร์ ทหารเจ้าถิ่น รวมกลุ่มสร้างปัญหา เชนก็ไม่ได้คิดจะลงมือกับพวกมัน…

     

    เมื่อเปิดเผยพลังข่มขู่ กลุ่มอีกฝ่าย คิดจะสร้างเรื่องให้เชน กดดันให้อีกฝ่ายออกจากการทดสอบ พวกมันก็พากันคิดหนัก เปลี่ยนเป้าหมาย ไปยังฮันเตอร์คนอื่นทันที

     

    เชนพลางรอบส่ายหัว มั่นใจว่า ริน สามารถแก้แค้นคืนคนพวกนี้ได้แบบ สบายๆ หากเปลี่ยนเป็นเผชิญหน้าตัวต่อตัว นางไม่มีทางแพ้คนเหล่านี้แน่

     

    เผลอ ๆ แม้แต่รินไม่ต้องทำอะไร… คนพวกนี้กลับออกไปด้านนอกการทดสอบ ก็น่าจะถูกพวกรุ่นพี่ จองตัวสั่งสอน ไปแล้ว หรือเปล่าก็ไม่รู้

     

    ขณะคนของพวกมันสั่ง “ถอย!” เมื่อรู้เชนอันตราย พริบตาล่างของอีกฝ่าย ก็หายไปในป่า ราวกับเป็นยมทูต…

     

    ด้านของรินที่เหมือนจะบาดเจ็บหนักจากบาดแผล ติดเชื้อ ไข้ขึ้นสูงไม่หยุด หญิงสาวถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลใหญ่ ตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียดทันที เมื่อออกจากป่าปากัว ไม่ได้รั้งรอรักษาภายในเรือฟริเกต จอดกลางทะเลแต่อย่างใด

     

    ส่วนนี้เองเชนก็คาดการณ์ไว้เหมือนกันว่า เป็นไปได้ที่รินอาจถูกถอนตัว ออกจากการทดสอบครั้งนี้ไปเลย

     

    …พริบตาเดียวการทดสอบเอาชีวิตรอด ภายในพื้นที่เกตแตกป่าปากัว ก็ผ่านไปร่วม20วันแล้ว ซึ่งมีฮันเตอร์ที่ยังอยู่บนเกาะ ไม่มากนับได้ตอนนี้ เหลือไม่ถึง10นิ้วมือแล้ว

     

    แม้แต่กลุ่มทหารรัฐปกป้องตนเอง ที่ไล่ล่าริน พวกเขาบัดนี้ยังถอนตัวกันไปหมดแล้ว

     

    เชนเข้าไปถึงส่วนลึกน่าจะเป็นเขตใจกลางป่า พอได้ยินเสียง ฮันเตอร์ตามเขามาเป็นระยะเช่นกัน

     

    ร่างซูบผอม ผมสีขาวเปอะเปื้อน เนื้อตัวดูมอมแมม เชนมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต มาจากระยะไกล สายตาราวๆ เกือบ200เมตร คล้ายเขาได้เห็นความลับของโลกหล้าอีกหนึ่งสิ่ง

     

    ขณะมองรากเถาวัลย์ต้นไม้ใหญ่ขยับอย่างเชื่องช้า แต่สายตาของเชนมั่นใจจดจ่อไปที่ ‘ผลชีวิต’ ด้านบนต้นไม้

     

    เขาเองก็ไม่คิดมาก่อนว่า เกาะที่พวกเขาเหยียบย่าง มันก็คือร่างกายของเต่ายักษ์ขนาดใหญ่ ต้นไม้ชีวิต กำลังดูดซับพึ่งพาอาศัยมันเติบโต

     

    เชนดีใจจนเนื้อเต้นเป็นบ้าเป็นหลัง จนแทบอยากจะโห่ร้อง เต้นแร้งเต้นกาออกมาแล้ว

     

    ทว่า จู่ๆ ที่เชนตั้งใจมองออกไปเบื้องหน้า เขาจะเห็นอาเวยอีกด้านไม่ห่าง มองไปทิศทางเดียวกัน เสียงอีกด้านจะกล่าวออก หา “นั้นหรือ ‘ผลชีวิต’ ที่เจ้าต้องการ ไปปลุกท่านน้า”

     

    เชน ไม่ได้ปิดบังที่มองไปทางอีกฝ่าย “อืมๆ ถูกต้อง” ทันใดที่พวกเขาเผยรอยยิ้ม ความต้องการเป้าหมายของพวกเขาแจ่มชัด ที่จะช่วงชิงผลพลังชีวิต

     

    เสี้ยวขณะ พวกเชนจะได้ยินเสียงเหมือนหยดน้ำ ‘หนึ่งหยด’ ไหลตกลงมาจากสวรรค์

     

    ติ้ง! เสียงนั้นดังก้องกังวาน เข้าไปภายในโสตประสาท พวกเชนให้หดหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ

     

    ต้นไม้ชีวิต จู่ๆ ก็ระเบิดพลังการเติบโต ขึ้นมาอย่างมากมาย ขณะดูดกลืนพลัง ถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างผิดแปลก

     

    วูม! ระลอกคลื่นทรงพลังที่แผ่กระจัดกระจาย ส่งเสียงให้ใต้พื้นดินสะเทือน เลื่อนลั่นดังขึ้นมา เปรี๊ยะๆ ไม่ขาด

     

    เชน กระทั้ง อาเวยที่มองวิวทิวทัศน์เบื้องหน้า หน้าตาตื่น ดวงตากระตุก ถี่ๆ ทันใด ที่เห็นพลังการสูบกลืน ต้นไม้ ใบหญ้ารอบๆ เหี่ยวเฉา สูญเสียพลังชีวิตของพวกมันไปทันตาเห็น

     

    ทว่าไม่ได้จบแค่นั้นที่มันไหลลามกลืนกินเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง

     

    อาเวย วางมาดเคร่งขรึม แววตาแฝงความกังวลสุดขีด กล่าวเตือนเชนอีกด้านทันที เมื่อรับรู้ถึงหายนะ “รีบถอยออกมาเร็ว เข้า เชน!”

     

    คลื่นรากไม้นับไม่ถ้วน ที่ปะทุ แทงออกมา แหก แผ่นดินร่างเนื้อเต่าเป็นแผ่นๆ กวาดกลืนกินถาโถมสิ่งมีชีวิตรอบๆ ราวกับคลื่นเถาวัลย์อสรพิษพุ่งฉกเหยื่อ แม้แต่บอสเต่ายังคำรามโหยหวน ทั่วเกาะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นด้วยเสียงคร่ำครวญ

     

    เชนถอยฉากฝีเท้า ออกไปอย่างต่อเนื่อง เร่งห่อตะบึง เหาะทะยานหนีถอยห่างอย่างไม่คิดชีวิต “มันเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ต้นไม้ชีวิตก็วิวัฒนาการ กลายเป็นบอสไปแล้วงั้นหรือ?”

     

    อาเวยเร่งฝีเท้าเหาะทะยาน หลบเลี่ยงเถาวัลย์ออกไปอย่างปราดเปรียว ว่องไว ยังพยักหน้าเห็นด้วยในข้อนี้ “เกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น บอสเต่านั้น น่าจะถูกดูดพลังชีวิต ไปแทบหมดแล้ว” ที่เห็นเกาะแห่งนี้ คล้ายว่าจะเป็นสารอาหารของต้นไม้ชีวิตไปแล้ว

     

    กว่าครึ่งชั่วโมงที่รากไม้กวาดกลืนกิน ถึงจุดที่มันจะสูบกลืนกินสวาปามได้หมด การกลืนกินของมัน ก็ดูเชื่องช้าลงไปอย่างเห็นได้ชัด

     

    ทว่าก็เล่นเอาพวกเชน รับรู้อันตรายขึ้นมาสุดแสน ครั้นหนีรอดการกลืนกิน ก็หอบหายใจหนักหน่วง ขึ้นมา ถี่ๆ ขณะเผยแววตาไม่จำยอมเท่าใดนัก ที่จะให้มันจบลงแบบนี้


    คล้ายกับเรื่องเมื่อยามรัตติกาล ที่คุณอ่าน