คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 45 :สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

    ตอนที่ 45:สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

     

            “คุณพ่อคะ พวกคุณพ่อเก่งมาก ! ”

     

            หลังจากลงจากเวทีแล้วเยว่เยว่ที่ฝากให้ซ่งจิงจ้านและซู่ปางจือดูแลชั่วคราวก็วิ่งเข้าไปหาหลิวจือเซียทันที

     

            หลิวจือเซียก้มลงไปอุ้มเยว่เยว่และพูดขึ้นว่า “เยว่เยว่ชอบการแสดงของลุงไป่ไหม ? ”

     

            ไป่เหลียนเฉิงและหลางหยิงหยิงก็มองเยว่เยว่ด้วยสายตาคาดหวัง

     

             “ชอบค่ะ ! ” เยว่เยว่พยักหน้าใบอันน่ารักของเธอ“ลุงไป่… ไม่ ไม่ ไม่ ควรจะเป็นป้าไป่มากกว่าหรือเปล่า…แต่เยว่เยว่ก็ชอบการแสดงนี้นะคะ”

     

            ก่อนหน้านี้ซ่งจิงจ้านและซู่ปางจือก็นั่งอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้ชมในโรงละครอีกทั้งยังเป็นหนึ่งในคะแนนเสียง 3,875 ของไป่เหลียนเฉิงอีกด้วย

     

            ส่วนเยว่เยว่ก็สับสนเล็กน้อยเพราะบางครั้งไป่เหลียนเฉิงก็เป็นเสียงผู้ชาย บางครั้งก็เป็นเสียงผู้หญิง

     

    ไป่เหลียนเฉิงยิ้มอย่างขมขื่น และพูดอะไรไม่ออก

     

             “รุ่นพี่หลิวขอแสดงความยินดีที่ได้ที่หนึ่งในรายการนี้”ซุ่ยเหมินรุ่ยที่เดินลงจากเวทีก็กล่าวแสดงความยินดีกับหลิวจือเซีย

     

            หลิวจือเซียยิ้มและกล่าวว่า “ต้องขอบคุณผู้ชมและคณะกรรมการจริงๆ ”

     

             “รุ่นพี่หลิวถ่อมตัวเกินไปแล้ว”

     

            ซุ่ยเหมินรุ่ยยิ้มออกมาราวกับดอกไม้ที่บานสะพรั่งสวยงาม“ผู้ที่ชนะการแสดงครั้งนี้จะได้เข้าร่วมในมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ของหลิวฉีฉีอีกด้วยและตอนนี้เธอรออยู่ที่ชั้นบนของโรงละคร แล้วก็รุ่นพี่ไป่ คุณหลี่อ้ายกังต้องการพบคุณอีกด้วย”

     

            “ผมงั้นหรือ ? ” ไป่เหลียนเฉิงชี้ไปที่ใบหน้าของตัวเอง“ไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม ? ”

     

            ไป่เหลียนเฉิงไม่ได้รู้จักกับหลี่อ้ายกังเป็นการส่วนตัวดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันเท่านั้น

     

            “ถูกต้อง ! ” ซุ่ยเหมินรุ่ยมองไปที่ไป่เหลียนเฉิงด้วยรอยยิ้ม“คุณหลี่อ้ายกังกล่าวว่าเขาชอบเสียงร้องของรุ่นพี่ไป่โดยเฉพาะเทคนิคการร้องเสียงของผู้ชายและผู้หญิงบางที่คุณหลี่อ้ายกังอาจจะชวนรุ่นพี่ไป่ไปร่วมงานกับสตูดิโอของเขาก็ได้นะ”

     

            ไป่เหลียนเฉิงพูดไม่ออกนี่อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเขาเลยก็ว่าได้ !

     

            …………………

     

            บนชั้นสองของโรงละครหลิวจือเซียกำลังนั่งอยู่บนโซฟาโดยมีเยว่เยว่อยู่ในอ้อมแขนของเขา ส่วนไป่เหลียนเฉิงก็นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางประหม่าและตึงเครียดเล็กน้อย

     

            ส่วนหลิวฉีฉีและหลี่อ้ายกังก็นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพวกเขา

     

            “คุณคงประหลาดใจใช่ไหม ? ” หลิวฉีฉีกระพริบดวงตาอันกลมโตของเธอและถามขึ้นด้วยรอยยิ้มที่สดใส “คุณจำฉันได้ไหม ? ”

     

            หลิวจือเซียเกาหัวและพูดอย่างเขินอาย “พี่สาวก่อนหน้านี้ผมไม่ค่อยสนใจวงการบันเทิงมากนัก ดังนั้น... พี่สาวโปรดยกโทษให้ผมด้วย”

     

             “ฉีฉีคุณสองคนเคยพบกันมาก่อนหรือ ? ” หลี่อ้ายกังรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

     

            หลิวฉีฉียิ้มและเล่าเรื่องที่หลิวจือเซียนำทางให้เธอวันนั้นให้ทุกคนฟัง

     

            “มีคนที่ไม่รู้จักคุณอยู่ด้วยหรือ ? ” หลี่อ้ายกัง ตกตะลึง“หลิวจือเซีย คุณ… คุณพิเศษจริง ๆ ! ”

     

            ในฐานะนักร้องแนวหน้ายอดนิยมมีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่ไม่รู้จักหลิวฉีฉี แต่มีที่นี่คนหนึ่ง

     

            “ฮ่าฮ่า เป็นเรื่องบังเอิญล้วน ๆ ”หลิวจือเซียกล่าวพลางลูบหัวของเยว่เยว่ด้วยความเขินอาย

     

            “เรามาคุยเรื่องธุระกันเถอะ ! ”หลิวฉีฉีไม่ได้สนใจเรื่องนั้นอีก “จือเซียคุณไม่รังเกียจใช่ไหมที่ฉันจะเรียกคุณแบบนี้ เรื่องก็คือว่ามิวสิควิดีโอเพลงใหม่ของฉันยังไม่มีตัวเอกชาย คุณต้องการที่จะแสดงบทบาทนั้นไหม ? ”

     

            “ตกลง ! ” หลิวจือเซียพยักหน้ารับโดยไม่ลังเลเพราะเขาและหลางเวิ่นซิงเคยคุยกันเรื่องนี้แล้ว

     

            “ฮ่าฮ่า ง่ายขนาดนี้เลยหรือ ? ” หลิวฉีฉีหัวเราะ

     

            เผยให้เห็นรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ของเธอ

     

            “ถ้าผมไม่ฉวยโอกาสที่จะปรากฏตัวในมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ของนักร้องแนวหน้าของประเทศผมก็คงจะเป็นคนโง่แล้วล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” หลิวจือเซียตอบกลับ

     

             “คุณพ่อไม่ได้โง่ ! ”เสี่ยวเย่วเยว่ยกศีรษะออกจากอ้อมแขนของหลิวจือเซีย และพูดออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง“คุณพ่อฉลาดที่สุดในโลก ! ”

     

             “ใช่แล้วเยว่เยว่พูดถูกต้อง ! ” หลิวฉีฉีชอบหนูน้อยคนนี้อยู่แล้ว และเมื่อเธอได้ยินคำพูดของเด็กตัวเล็กๆ คนนี้เธอก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าอันนุ่มนิ่มสีชมพูของเจ้าหนูน้อย

     

             “ปัง ! ”

     

            ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาจากทางด้านนอกซึ่งคนที่ผลักเข้ามาก็คือต่งลี่และจางหนิงที่ใบหน้าแดงก่ำราวกับถูกทุบตีมายังไงยังงั้น

     

            “สวัสดี อยู่กันพร้อมหน้าเลยนะ ! ” พอเปิดประตูเข้ามาต่งลี่ก็พูดกับหลิวจือเซียด้วยความเย่อหยิ่งว่า “หลิวจือเซีย คุณออกไปได้แล้ว”

     

            หลิวจือเซียไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเพียงแค่หรี่ตาลงด้วยความสับสนเท่านั้น

     

            จางหนิงผู้ซึ่งเดินตามหลังต่งลี่เข้ามา ก็มองหลิวจือเซียด้วยสายตาเยาะเย้ยและพูดขึ้นว่า “หลิวจือเซีย ผมขอโทษจริง ๆ ”

     

            หลิวจือเซียไม่ได้พูดอะไรเขาเพียงแค่หันไปหาหลิวฉีฉีด้วยความสงสัย

     

             “พี่ลี่คุณต้องการจะทำอะไร ? ” หลิวฉีฉีลุกขึ้นยืนและถามขึ้น

     

            การแสดงออกของหลี่อ้ายกังเปลี่ยนไปเล็กน้อยเขาก็มองทั้งสองคนที่ผลักประตูเข้ามาด้วยความสงสัยเช่นกัน

     

            “ฉีฉีจางหนิงคนนี้เข้ากับภาพลักษณ์ของตัวเอกชายในมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ของคุณมากไม่ว่าจะทั้งบุคลิกหรือนิสัย”

     

            ต่งลี่ไม่แม้แต่จะหันไปมองหลิวจือเซีย เธอพูดต่อว่า“จางหนิงและบริษัทฮัวเยว่มีเดียเหลือสัญญาเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้นและฉันในนามตัวแทนของบริษัทเฉิงกวงจะเซ็นสัญญากับเขาเป็นเวลา 5 ปีอีกทั้งฉันยังจะเป็นผู้จัดการให้เขาอีกด้วย”

     

            ต่งลี่ในเวลานี้ทุ่มสุดตัวเลยก็ว่าได้ดูเหมือนว่าเธอจะมั่นใจมากว่าจะสามารถโน้มน้าวหลิวฉีฉีได้สำเร็จ

     

            “พี่ลี่ จางตงบอกฉันว่าในมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ฉันสามารถเลือกคนแสดงเองได้ คุณไม่มีสิทธิ์จะมาตัดสินใจแทนฉัน ! ”

     

            ใบหน้าที่สวยงามของหลิวฉีฉีแดงก่ำด้วยความโกรธ“นอกจากนี้หลิวจือเซียก็ชนะในรายการนี้ ! ”

     

             “แล้วนี่มันอะไรกัน ? ”

     

            ต่งลี่พูดอย่างเฉยเมย “ตอนประกาศรางวัลสำหรับการแสดงพวกเขาก็ไม่ได้บอกว่าที่ 1 ในรายการจะมีส่วนร่วมในมิวสิควิดีโอของคุณอย่างแน่นอนบอกแค่ว่ามีโอกาสจะได้เข้าร่วม แล้วคุณก็มาตัดสินใจเอาเองแบบนี้งั้นหรือฉันขอพูดตรง ๆ เลยแล้วกันว่าคนที่คุณเลือกไม่เหมาะกับบทนั้นเลย ! ”

     

            “แต่ฉันไม่เห็นด้วย ! ”

     

            หลิวฉีฉีกำลังจะระเบิดความโกรธออกมาแม้ว่าผู้จัดการของเธอจะใจร้ายไปหน่อย แต่อีกฝ่ายก็เป็นคนดีและทำไมวันนี้ถึงได้ไปเข้าข้างคนอื่นแบบนี้กัน ?

     

            “ฉีฉี ฉันต้องบอกเรื่องนี้กับคุณเช่นกัน”

     

            ท้ายที่สุดต่งลี่ก็เป็นผู้จัดการของหลิวฉีฉีเธอจะเฉยเมยต่อหลิวฉีฉีได้อย่างไร จากนั้นต่งลี่ก็อธิบายว่า

     

            “ความจริงก็คือจางหนิงบอกฉันว่าตอนนี้หลิวจือเซียเป็นศิลปินที่ทำสัญญากับบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์แล้วและฉันก็รายงานเรื่องนี้ไปยังจางตงเรียบร้อยคุณก็คงจะเข้าใจเรื่องความคับข้องใจระหว่างบริษัทเฉิงกวงและบริษัทเวิ่นซิงดีเรื่องนี้เป็นคำสั่งของจางตง ! ”

     

            ‘จางหนิงอีกแล้วหรือ ? ’

     

            หลิวจือเซียเลิกคิ้วขึ้น เหตุใดถึงมีคนคนนี้อยู่ทุก ๆ ที่กัน

     

            เมื่อคิดเช่นนั้น หลิวจือเซียก็หันไปมองจางหนิงอีกครั้ง

     

            ในขณะนั้น จางหนิงก็จ้องมองมาที่หลิวจือเซียด้วยสายตาเย้ยหยันจากนั้นก็ยื่นมืออกมาเกาใต้คางของเขาอย่างเย่อหยิ่ง

     

            เยว่เยว่ที่เห็นการกระทำนี้ก็ถามขึ้นทันที “คุณพ่อคะลุงคนนี้ที่รังแกพวกลุงซู่ เขาอยากโกนหนวดใช่ไหมคะ ? ”

     

            ดูเหมือนว่าจางหนิงจะทิ้งความประทับใจแรกให้กับเยว่เยว่ก็คือคนไม่ดี

     

            “พรืด ! ”

     

            ไป่เหลียนเฉิงที่นั่งนิ่งไม่แสดงท่าทีอะไรเป็นเวลานานก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา

     

            บรรยากาศที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงทันทีและหลิวซีเซียก็ยิ้มและลูบหัวของเยว่เยว่เบา ๆ

     

              และในเมื่ออีกฝ่ายรู้เรื่องของเขากับบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์แล้วคงมีแต่จะต้องยอมรับไปตรง ๆ แล้วเท่านั้น

     

            “พี่สาวฉีฉี ผมต้องขอโทษด้วยดูเหมือนว่าผมจะไม่มีโอกาสได้มีส่วนร่วมในมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ของคุณแล้วสินะ ! ”

     

            หลิวจือเซียส่ายศีรษะและยืนขึ้น “อย่างไรก็ตามผมก็ควรจะต้องได้รับสิ่งที่ควรจะได้รับ ผมจะให้เลขบัญชีธนาคารภายหลังสำหรับรางวัลของการชนะรายการนี้อีกอย่าง…”

     

            ขณะที่พูดอยู่นั้นหลิวจือเซียก็มองไปที่จางหนิงผู้ซึ่งมีใบหน้าภาคภูมิใจตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้“จางหนิง ถ้าหากผมจำไม่ผิด คุณยังติดหนี้สัญญาที่ไว้กับพี่ไป่อยู่ด้วยใช่ไหม ? ”

     

            ความภาคภูมิใจบนใบหน้าของจางหนิงเริ่มหายไปเพราะก่อนหน้านี้เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับความสุขในการเป็นศิลปินที่จะได้เซ็นสัญญากับบริษัทเฉิงกวงมีเดียแล้วเขาจะไปจำเรื่องที่เคยสัญญากับไป่เหลียนเฉิงได้อย่างไร

     

            เมื่อนึกถึงความพ่ายแพ้ทั้งหมดของเขาบนเวทีร่างกายของจางหนิงก็แข็งทื่อและนิ่งไป และเมื่อมองไปที่หลิวจือเซียใบหน้าของเขาก็เริ่มเผยให้เห็นความโกรธ

     

             “หลิวจือเซีย ! ”จางหนิงพยายามข่มใจเอาไว้ไม่ให้ระเบิดความโกรธออกมาในที่แห่งนี้

     

            เขาไม่คิดว่าเขาจะแพ้ให้กับไป่เหลียนเฉิงถ้าไม่ใช่เพราะหลิวจือเซีย ผู้แพ้จะต้องเป็นไป่เหลียนเฉิงอย่างเลี่ยงไม่ได้และตอนนี้เขาก็คงจะไม่ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้

     

            ทุกอย่างเป็นเพราะหลิวจือเซียที่เขาต้องอับอายก็เป็นเพราะหลิวจือเซีย !

     

            ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นหลิวฉีฉีหรือหลี่อ้ายกังสีหน้าของทั้งสองคนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยดูเหมือนว่านี่จะเป็นการแก้แค้นจากหลิวจือเซีย

     

            ข้อตกลงของไป่เหลียนเฉิงและจางหนิงไม่ได้เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมแสดงในมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ของหลิวฉีฉีเลยแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว

     

            แม้ว่าจางหนิงจะเซ็นสัญญากับบริษัทเฉิงกวงมีเดียถึง 5 ปีแต่การที่เขาทำให้บริษัทต้องอับอายจากการที่เขาไปแก้ผ้าวิ่งรอบสนามของวิทยาลัยนั้นบริษัทเฉิงกวงมีเดียจะยังเก็บเขาเอาไว้อีกงั้นหรือ ?

     

             “ผมก็นั่งอยู่ตรงนี้จะตะโกนเรียกทำไม ? ”

     

            หลิวจือเซียมองไปที่จางหนิงด้วยใบหน้านิ่งเรียบ“ผมเห็นว่าคุณและพี่ไป่ได้ทำข้อตกลงกันไว้และตอนนี้เรื่องนี้คงกระจายไปทั่วทั้งวิทยาลัยการละครฮัวเซียแล้วหวังว่าคุณจะไม่ผิดสัญญานะ”

     

            ในหัวของจางหนิงตอนนี้ข้อตกลงนั้นมันแค่คำสัญญาปากเปล่าไม่ใช่หรือ มันไม่ได้เป็นสัญญาที่มีลายลักษณ์อักษรไม่มีหลักฐานอะไรเลย

     

            ความคิดของต่งลี่ก็เหมือนกับจางหนิงเพราะไม่มีหลักฐานอะไรที่จะพิสูจน์ได้ว่ามีข้อตกลงดังกล่าวที่ว่าผู้แพ้จะต้องไปวิ่งแก้ผ้าหากปล่อยทิ้งไว้ ไม่นานก็คงจะลืมกันไปเอง

     

            ราวกับว่าหลิวจือเซียจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรทันใดนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และเปิดวิดีโอที่เขาได้บันทึกเอาไว้

     

            สิ่งที่กำลังเล่นอยู่ในวิดีโอคือฉากที่จางหนิงและไป่เหลียนเฉิงได้ทำข้อตกลงกันมีทุกรายละเอียดไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องเลย

     

            “อย่าคิดว่าจะหนีเชียวล่ะ ! ”

     

            หลิวจือซียเก็บโทรศัพท์และพูดต่อว่า “หากคุณไม่ทำตามข้อตกลงแล้วล่ะก็ผมจะโพสต์วิดีโอนี้บนเจี้ยงฮัวสกาย ไม่เพียงเท่านั้นผมจะขอให้คุณหลางสั่งให้ศิลปินทุกคนในบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์โพสต์ลงเวยป๋อของตัวเองเมื่อถึงตอนนั้นก็มาดูกันว่าเสียงของชาวเน็ตจะดังแค่ไหน ! ”

     

            แผนการนี้ของหลิวจือเซียช่างโหดเหี้ยมจริง ๆ !

     

            ไม่มีโอกาสไหนที่จางหนิงจะได้ลืมตาอ้าปากในวงการบันเทิงเลยถ้าเขาทำตามข้อตกลงและไปแก้ผ้าวิ่งรอบสนามเหตุการณ์นี้จะถูกรายงานในหน้าแรกของหนังสือพิมพ์บันเทิงรายใหญ่ในวันรุ่งขึ้นอย่างแน่นอน

     

            แต่หากเขาไม่ทำตามข้อตกลงชื่อเสียงของเขาในวงการบันเทิงก็จะฉาวโฉ่อย่างยิ่งแม้ว่าจะมีการสนับสนุนจากบริษัทที่เขาเซ็นสัญญาด้วยแต่คาดว่าคงมีคนไม่มากนักที่ยินดีจะร่วมงานกับเขา

     

            นี่เป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่ไม่ว่ายังไง สำหรับจางหนิง ผลลัพธ์ที่ตามมาก็มีแต่อันที่ร้ายแรงทั้งนั้น !

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน