สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 บทที่ 204 เหตุการณ์สำคัญของเมืองหลวง

        ในบ่อน้ำพุร้อน มีหอคอยเทียมสวรรค์หกแห่งตั้งตระหง่าน สูงขึ้นไปนับร้อยเมตรบนฟ้า

        จากตำแหน่งที่หอคอยพวกนี้ตั้งอยู่ ซุนเฟยรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความผันผวนของเวทมนตร์บางอย่างที่หนาแน่นมากขึ้น ราวกับคลื่นหลายชั้นที่แผ่กระจายออกมาอย่างไม่สิ้นสุด เป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก ไม่น้อยไปกว่าเวทธาตุซึ่งระเบิดออกมาอย่างเต็มที่ของนักเวทระดับห้าดาว ดูเหมือนว่าการคงอยู่ของหอคอยพวกนี้จะเป็นสาเหตุของการผันผวนที่ผิดปกติของเวทธาตุ

        “นี่คือหอคอยเวทในตำนานอย่างงั้นหรือ?”

        ในไม่ช้าซุนเฟยก็สังเกตเห็นว่าหอคอยเวททั้งหกในบ่อน้ำพุร้อนถูกตั้งตามลำดับในทุกจุดของรูปหกเหลี่ยม และเขาก็คุ้นเคยกับจุกที่ตั้งรูปแบบนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นรูปแบบของแผนผังเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่กำลังปลดปล่อยอาคมโปร่งใสแปลกๆที่ถูกบ่อน้ำพุร้อนกักไว้ข้างใน อย่างไรก็ตามความรุนแรงของอาคมนั่นอ่อนแอเกินกว่าจะสังเกตเห็นโดยคนส่วนใหญ่ นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมตั้งนานแล้ว ผังเวทมนตร์ขนาดยักษ์นี่ยังคงซ่อนอยู่ได้

        “เป็นแบบนี้นี่เอง...ทั้งเมืองตั้งอยู่บนวงเวทขนาดใหญ่ แม้กระทั่งกำแพงรอบๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของมัน เมื่อผู้รุกรานปรากฏตัวขึ้นมา พลังของหอคอยเวทมนตร์รวมทั้งนักเวททั้งหมดในเมืองก็จะกระตุ้นวงเวทนี้ให้ทำงานอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากเพิ่มพลังอาคมแล้ว มันอาจจะป้องกันตัวเองจากเหล่านักรบที่กระหายเลือดพวกนั้นได้หรือแม้กระทั่งตอบโต้พวกมันกลับไปได้ด้วย”

        ซุนเฟยค่อยๆขบคิดเรื่องราวต่างๆ ออกมามากมาย

        ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าโลกนี้ซับซ้อนกว่าที่คาดไว้มากนัก การแข่งขันอันรุนแรงเพื่อความอยู่รอด ตลอดจนประวัติศาสตร์ที่สะสมมายาวนานนับพันปีไม่เพียงทำให้โลกใบนี้น่าอัศจรรย์มากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซุนเฟยรู้สึกตกใจกับกำแพงชั้นเดียวของเมืองน้ำพุร้อน แต่ก็ดีใจเช่นกันที่เขาได้แผนการอันสมบูรณ์สำหรับการก่อสร้างแนวป้องกันของเมืองแซมบอร์ดใหม่

        ตลอดทางมีแต่เสียงหัวเราะของแองเจล่ากับเจ็มม่า การเดินมาเมืองหลวงในครั้งนี้ทำให้ซุนเฟยได้เปิดหูเปิดตาเช่นกัน

        บ่อน้ำพุร้อนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมทางภาคเหนือของราชอาณาจักร ประชากรก็มีจำนวนมากกว่าแซมบอร์ดเป็นสิบเท่า

        ในขณะที่กำลังจะใกล้เที่ยง ผู้คนจำนวนมากมาจากทั่วทุกสารทิศ เช่น คนหาบเร่ จิตรกรทหารรับจ้างและพ่อค้ากองคาราวานล้วนปรากฏตัวขึ้นบนถนน กลุ่มคนพวกนี้ทำให้ถนนสายนี้แออัดมากเสียจนได้ยินเสียงพูดคุยจอแจอยู่ข้างหูตัวเอง

        สองสาวกระโดดโลดเต้นไปรอบๆ ประหลาดใจกับภาพความคึกคักที่พวกนางไม่เคยเห็นมาก่อน และลืมเลือนอย่างอื่นในโลกนี้ไปทั้งหมด อดไม่ได้ที่จะซื้อของถูกใจทุกอย่างที่เห็น ราวเที่ยงวัน สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจว่าจะหยุดพักที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งที่ชื่อว่าไอวี่ลีก ตอนนี้เองที่เฟยตระหนักได้ว่าแหวนเก็บของนั้นเกือบที่จะเต็มแล้ว

        ไอวี่ลีกเป็นร้านเหล้ายอดนิยมของชนชั้นแรงงานในเมืองน้ำพุร้อน ผู้คนจากทุกสารทิศจะมารวมกันอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าทหารรับจ้างที่คึกคักแจ่มใส ซุนเฟยเลือกสถานที่แห่งนี้เพราะต้องการรับเบาะแสที่มีประโยชน์บางอย่างจากคนที่เดินทางไปทั่วพวกนี้

        แต่เรื่องที่ทำให้ซุนเฟยประหลาดใจก็คืออาหารที่ทางร้านเหล้าจัดเตรียม เป็นครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มรสอาหารที่น่าทึ่งจากส่วนอื่นของโลกใบนี้ ไม่ได้ไร้รสชาติเหมือนกับที่แซมบอร์ด ความรู้สึกของการได้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เริงร่าและอึกทึกครึกโครม ย้ำเตือนให้ซุนเฟยนึกถึงชีวิตในมหาวิทยาลัยของเขา การออกไปสังสรรค์กับพวกเพื่อนๆ กระดกเบียร์เท่าที่ใจอยากในร้านอาหารเล็กๆใกล้มหาวิทยาลัย สนุกสนานกับวัยหนุ่มและไร้ความกลัวเกรง

        ซุนเฟยจิบไรย์เบียร์ซึ่งเตือนความจำให้เขานึกถึงรสชาติที่เปรี้ยวและขม แต่ผ่อนคลายอารมณ์เมื่อผ่านลงคอไป ซุนเฟยหายใจด้วยความรื่นรมย์ จากนั้นก็เหลือบมองไปรอบร้านเหล้า

        ผู้ชายส่วนใหญ่ในร้านเหล้าเป็นทหารรับจ้าง สวมเกราะหนังเก่าๆ แต่สะอาดตา ดูเหมือนจะเป็นมันเงาอย่างมาก ทำให้เกราะหนังดูแวววาว ตอนที่พวกเขาคุยกันฟังราวกับเสียงฟ้าผ่า นั่งรวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ และระเบิดเสียงหัวเราะเป็นครั้งคราว มีบางคนเพลิดเพลินไปกับเบียร์พลางรอโอกาสจับก้นกลมกลึงของพนักงานเสิร์ฟสาว แล้วทุกคนก็จะหัวร่อกันอีกรอบ คนพวกนั้นมีกลุ่มของตัวเอง ถ้าเพ่งความสนใจให้มากขึ้น จะพบว่าพวกเขามีสัญลักษณ์บนตัวที่แตกต่างกันเพื่อแสดงสถานะของตัวเองต่อผู้อื่น ถึงแม้เมืองน้ำพุร้อนจะไม่อนุญาตให้กองกำลังของอาณาจักรบริวารเข้ามาข้างใน แต่พวกทหารรับจ้างเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นข้อยกเว้น ซุนเฟยสังเกตเห็นว่าเกือบทุกคนจะพกอาวุธมาด้วย

        เทียบกับเหล่าทหารรับจ้างในร้านเหล้าแล้ว ซุนเฟยกับสองสาวดูจะต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ไม่เพียงชุดที่พวกเขาสวม แต่ยังรวมถึงนิสัยที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว จากเริ่มต้นตอนที่ซุนเฟยพาแองเจล่ากับเอมม่าเข้าไปในร้านเหล้า บางคนก็เริ่มจ้องมองพวกเขาด้วยความสงสัย หรือพูดตรงๆก็คือพวกนั้นมองสองสาว แน่นอนว่าความไร้เดียงสาและความงามของแองเจล่ากับเจ็มม่าทำให้ร้านเหล้าที่เต็มไปด้วยความกักขฬะหยาบช้าดูมีชีวิตชีวาขึ้น

        “เฮ้ สาวสวย ได้โปรดให้ข้าตาเฒ่าซานตอนมีโอกาสเลี้ยงเหล้าพวกเจ้าหน่อยสิ”

        “พระเจ้าช่วย ข้าพบเจอเทพธิดาผู้ทรงเสน่ห์เข้าเสียแล้ว ฮ่าๆๆ มาดื่มกัน ข้าแทบไม่เคยเห็นสาวสวยขนาดนี้ที่นี่มาก่อน!”

        นานๆครั้งจะมีเรื่องน่าตื่นเต้น สหายใจใหญ่จากที่ห่างไกลจึงยกแก้วเหล็กขึ้นเพื่อคารวะพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

        ในขณะที่ตอบรับคำเชิญ แองเจล่าไม่ได้ขุ่นเคือง เธอเลือกที่จะตอบรับอย่างกระตือรือล้นด้วยท่าทีที่สง่างาม ถือแก้วด้วยรอยยิ้มหวานบนใบหน้าและจิบเหล้าไปหนึ่งอึกเพื่อให้เกียรติเหล่าทหารรับจ้าง ซึ่งเหมือนจะไม่เห็นความรู้สึกใดๆ กับเธอ มีเพียงความสง่างามอย่างล้ำลึกเท่านั้น

        ซุนเฟยรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าความน่าดึงดูดใจของคู่หมั้นตัวเองที่มีมาแต่เกิดไม่เพียงจะมีอิทธิพลต่อสัตว์เท่านั้น แม้แต่ทหารรับจ้างที่หยาบคายพวกนี้ยังส่งผลอย่างไม่น่าเชื่อ พวกนั้นทำตัวเป็นมิตรเมื่ออยู่ร่วมกับเธอ ซุนเฟยบอกได้เลยว่า มันคือความเมตตาจากส่วนลึกในจิตใจของคนพวกนั้น เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่จะมีต่อคนในครอบครัวเท่านั้น

        “น่าแปลก นี่เป็นเพราะแองเจล่ามีจิตวิญญาณของนางเอกยังงั้นหรือ?”

        ประตูไม้ถูกผลักเปิดในขณะที่ซุนเฟยกำลังหัวเราะในใจ เงาสองสายปรากฏขึ้นตรงทางเข้าประตู หนึ่งสูงหนึ่งเตี้ย

        “วะฮะฮ่า ดูสิว่าใครอยู่ที่นี่! ไอ้เฒ่ายอร์ก กลับมาที่ราชอาณาจักรตั้งแต่เมื่อไรกัน?”

        “ฮ่าๆ ข้าเพิ่งกลับมานี่แหละ แทบจะทนรอไม่ไหวที่จะมาดื่มกับคู่หูที่นี่เลย...” คนร่างสูงตอบกลับในขณะที่มองไปรอบๆ ในที่สุดก็เดินตรงไปยังโต๊ะของซุนเฟยพร้อมกับเพื่อนร่างเตี้ย “เฮ้ หนุ่มน้อย ข้าขอนั่งด้วยได้ไหม? ที่นั่งอื่นเต็มหมดแล้ว”

        ซุนเฟยยิ้มและเลื่อนเก้าอี้ไม้สองตัวไปทางเขา “เชิญนั่ง”

        “ขอบใจนะหนุ่มน้อย...” ชายร่างสูงที่ชื่อว่ายอร์กค่อยๆนั่งลง

        ทันใดนั้นซุนเฟยก็รู้สึกว่าตรงหน้าเขากลายเป็นมืดลง ราวกับภูเขาใหญ่ยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ชายคนนี้มีความแข็งแกร่งเป็นเลิศ แม้แต่คนเถื่อนในโลก Diablo ยังด้อยกว่า เขาอายุราวสามสิบหรือสี่สิบปี แต่มีเคราสีแดงเพลิง ดึงดูดความสนใจของผู้คนเป็นอย่างมาก ทำให้เขาดูเป็นผู้ชายที่องอาจมั่นคง ในทางกลับกันสหายของเขาเป็นคนที่ผอมมากและผิวสีแทน แต่ก็ยังบอกได้ว่าเขาดูดีมาก ไม่นานนัก ซุนเฟยก็สังเกตเห็นว่าชายผิวสีแทนคนนี้ค่อนข้างขี้อาย ส่วนใหญ่เขาเอาแต่มองลงพื้น แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็จะมีรอยยิ้มขัดเขิน ประกอบกับฟันสีขาวและลักยิ้มบนใบหน้า ทำให้เขาดูเหมือนชายหนุ่มที่น่าทึ่งคนหนึ่ง

        “เฮ้ย ขอเบียร์ไรย์แบบใหญ่พิเศษให้พวกข้าสองแก้ว! เร็วเข้า...” ยอร์กชายร่างใหญ่เคาะโต๊ะและตะโกนดังลั่น ดูเหมือนว่าเขาไม่อาจทนรอได้แม้เพียงวินาทีเดียว

        เสียงของเขาดังก้องราวกับฟ้าร้องในร้านเหล้า อย่างไรก็ตาม ทหารรับจ้างคนอื่นดูท่าทางจะเคยชินกับเรื่องนี้แล้ว ทั้งหมดล้วนระเบิดเสียงหัวเราะก๊าก มีคนหนึ่งถามเสียงสูงว่า “หืม เบียร์แก้วใหญ่พิเศษ? ไอ้เฒ่ายอร์ก ดูเหมือนว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวรอบนี้จะมีโชคดีนา...”

        “อืม ก็ได้มาเล็กน้อย แต่แค่นิดเดียวเท่านั้น” ชายร่างใหญ่เกาหัวพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ไม่พยายามปิดบังความจริงที่เขาได้รับโชคมาด้วยซ้ำ

        “ไม่เอาน่าพวก ในเมื่อมีเงินก็ควรจะเลี้ยงพวกเราหน่อยสิ” ใครบางคนตะโกนขึ้นมา

        “ก็ได้ เลี้ยงเครื่องดื่มทุกคน...ข้าหมายถึง เบียร์ไรย์ธรรมดานะ ข้าจ่ายแบบพิเศษให้คนมากขนาดนี้ไม่ไหว” ชายร่างใหญ่พูดตรงๆ โดยไม่ลังเล

        ฝูงชนตอบโต้โดยการปรบมือและส่งเสียงเชียร์ลั่น ร้านเหล้าเต็มไปด้วยเสียงโหวกเหวก

        แต่อย่างไรก็ตามเพื่อนร่วมทางอีกคนดูเหมือนจะไม่มีความสุขเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไร ไม่ว่าจะพยายามขยิบตาให้กับชายร่างใหญ่เพื่อห้ามปรามมากแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่าชายร่างใหญ่จะไม่เข้าใจความนัยอะไรเลย ดังนั้นเขาจึงยอมแพ้ และอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวพลางมองชายร่างใหญ่ด้วยรอยยิ้มฝืนๆ

        พอเห็นเรื่องนี้ ซุนเฟยก็เริ่มหัวเราะให้ตัวเอง

        ซุนเฟยเฝ้าดูชายสองคนนี้ตลอดเวลา พวกเขาเป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่ค่อนข้างแปลก บอกได้แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับที่ดีที่สุด ชายร่างใหญ่น่าจะเป็นนักรบระดับหนึ่งดาวระยะปลาย แต่เด็กหนุ่มคนนี้น่าจะไม่ถึงระดับหนึ่งดาวด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกแปลกๆ กับประสาทสัมผัสอันเฉียบแหลมของซุนเฟยผู้มี 'บาบาเรี่ยนโหมด' บอกว่าชายหนุ่มผิวดำคนนี้ต้องไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิด ซุนเฟยบอกได้ว่าลึกๆ แล้ว ภายในตัวของชายคนนี้มีอันตรายบางอย่างซ่อนอยู่ และกลิ่นอายของเขาให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยกับซุนเฟยราวกับว่าเคยเจอกันที่ไหนสักแห่งมาก่อน

        “เฮ้ ตาเฒ่ายอร์ก บอกพวกเราเรื่องการเดินทางไปเที่ยวครั้งนี้มาสิว่ามีอะไรน่าสนใจไหม?” ใครบางคนในร้านเหล้าตะโกนมา

        “มีสิ พูดถึงเหตุการณ์สำคัญในราชอาณาจักร เรื่องที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดก็ต้องเป็นการแข่งขันซ้อมรบระหว่างสองร้อยห้าสิบอาณาจักรบริวารเหลืออีกเพียงสิบวัน และแปดสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของกองกำลังอาณาจักรบริวารตั้งค่ายอยู่นอกราชอาณาจักร ไม่ต้องเอ่ยถึงสิบอันดับแรกของอาณาจักรบริวารระดับหนึ่งที่อยู่ที่นี่แล้วเลย” ชายร่างใหญ่ไม่ได้พูดต่อจนกระทั่งดื่มเข้าไปอึกใหญ่ “ครั้งนี้ ทุกหอการค้าโรงเงินและบ่อนการพนันมีการตั้งอัตราต่อรองที่สูงจนน่าประหลาดใจ เหล่าพ่อค้ากับพวกชนชั้นสูงจำนวนมากกำลังพนันขันต่อการแข่งขันนี้อย่างบ้าคลั่งทีเดียว...”

        “หยุดพูดได้แล้วพวก นั่นมันข่าวเก่า เรื่องพวกนั้นพวกเรารู้หมดแล้ว ทุกคนในราชอาณาจักรรู้ว่ามีเพียงอาณาจักรบริวารระดับหนึ่งเท่านั้นถึงจะมีโอกาสเป็นผู้ชนะสุดท้าย” ใครบางคนโต้แย้ง

        "เจ้าไม่รู้อะไร ในการแข่งขันซ้อมรบครั้งนี้มันต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่ๆ” ชายร่างใหญ่หัวเราะพลางส่ายหัว “ข้าได้ยินว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน ในบรรดาราชาของอาณาจักรบริวารมียอดฝีมือที่น่าตื่นตะลึงโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้กำลังมาร่วมแข่งขัน ผู้ที่ทำให้ทั้งราชอาณาจักรแตกตื่นโดยการยัดเยียดความปราชัยให้กับอัศวินพระอาทิตย์สีทอง คริส ซัตตัน หนึ่งในสิบของอัศวินผู้ตัดสินในการต่อสู้ที่หอคอยคู่"

        ---------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน