ขณะเครื่องบินของ บดท.กำลังจะโหม่งโลกในเขตน่านฟ้ารัฐยะโฮร์ของมาเลเซีย ฉับพลันนั้นแม่ชีบุหงา การะบุหนิง เห็นภาพนิมิตนั้นจึงใช้ฤทธิจากอภิญญามาประคองเครื่องให้เชิดขึ้นและบินออกนอกเส้นทางไปยังประเทศโซวันน่าท่ามกลางความโล่งใจของผู้โดยสารทุกคน ต่างพากันสรรเสริญขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิที่ตนนับถือ
“เจ็บใจนักเกือบตายกันหมดแล้วเชียว ใครกันนะมาช่วยพวกมันไว้ได้” แอร์โฮสเตสคิดขณะนั่งรัดเข็มขัดติดกับที่นั่งของลูกเรือ แล้วใบหน้าของหล่อนก็แปรเปลี่ยนเป็นางมารรมิตาสมุนคู่ใจของกามันดา
เวลาเดียวกันนั้นปริวรรตที่นั่งอยู่ติดหน้าต่างเครื่องบินก็แลเห็นบุคคลหนึ่งกำลังเดินจงกรมอยู่บนเมฆ ผู้นั้นก็คือแม่ชีบุหงา การะบุหนิง แห่งสำนักปฏิบัติธรรมเขาห้าร้อยยอดชายแดนไทยมาเลเซีย ซึ่งเธอสำเร็จอภิญญา ๕ สามารถแสดงฤทธิ์ได้ ระลึกชาติ มีหูทิพย์ตาทิพย์ อ่านใจคนอื่นได้ รู้การเกิดตายของสรรพสัตว์ต่าง ๆ ยกเว้นอาสวักขยะญาณที่มีแต่โสดาบันบุคคลขึ้นไปเท่านั้นจะมีไว้ตัดภพชาติสังสารวัฏ เขาจึงรู้ว่าเธอนั่นเองที่เป็ผู้ช่วยโอบอุ้มเครื่องบินที่กำลังโดยสารมา
เมื่ออากาศยานร่อนลงจอดณ สนามบินกรุงเจมทาวน์ ประเทศโซวันน่าแล้ว (ชื่อเดิมของประเทศคือสุวรรณสีมาเมืองหลวงชื่อรัตนสีมา) ผู้โดยสารต่างพากันนั่งรอลงทะเบียนเพื่อรับการช่วยเหลือจากรัฐบาลในการจัดหาเครื่องบินไปยังจุดหมายของแต่ละคนส่วนปริวรรตได้ติดต่อไปยังสำนักพระราชวังเพราะมีสายสัมพันธ์กับเ้าหน้าที่ระดับสูงั้แ่รุ่นพ่อแม่ของเขา ที่เคยร่วมต่อสู้และกอบกู้ราชบัลลังก์มาั้แ่พระาายังเป็เ้าชาย
ณพระราชวังอกานันดอ
พระเ้าค้ำฟ้ากระยาหงันและราชินีกาวิต้าให้การต้อนรับปริวรรตและภคินีจินตาอย่างอบอุ่นและเป็กันเอง
“พ่อกับแม่สบายดีหรือปริวรรตไม่ได้เจอกันนานแล้ว” าาธิบดีทรงถาม และราชินีก็ถามแม่ชีว่า
“ซิสเตอร์กลับมาจากอาฟริกาใต้ั้แ่เมื่อไหร่คะั้แ่หนูเรียนจบที่ปีนังก็ไม่ได้เจอท่านเลย ทำไมยังดูไม่แก่เลยคะ”
“แม่เพิ่งกลับมาก็ไปเจอปริวรรตที่อินโดตอนต่อเครื่องบินเที่ยวนี้น่ะแหละแม่มีสูตรลับกินแล้วแก่ช้าจ้า ไว้ว่าง ๆ จะบอกให้”
ขณะทั้งหมดกำลังคุยกันอย่างชื่นชมยินดีนั้นมหาดเล็กก็เข้ามารายงานว่า
“กราบทูลฝ่าาจอมมารกามันดามันจับตัว แวว มธุรสกับพ่อของเธอมาเป็ตัวประกันเพื่อจะเรียกร้องอะไรบางอย่างขอรับ”
“ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”พระาาทรงถาม
“รออยู่ที่ท้องพระโรงขอรับ”
“พาเราไปพบพวกมันเดี๋ยวนี้”ทรงตรัสแล้วก็ลุกพระราชดำเนินไป โดยมีราชินีและพวกปริวรรตตามไปด้วย
ในท้องพระโรงแห่งพระราชวังอกานันดอกามันดาและอสูรทรมานนั่งที่บัลลังก์กษัตริย์อย่างไม่ให้เกียรติเ้าของสถานที่โดยมีรมิตาและสมุนอื่น ๆ ยืนคุมตัวแวว มธุรสกับพ่อที่เป็ตัวประกัน
เมื่อพระเ้าค้ำฟ้าและพวกปริวรรตเข้าไปถึง
“พี่วรรตรีบหนีไป พวกมันจับหนูเป็ตัวประกันเพื่อแลกกับเทวรูป พี่อย่าให้มันนะหนูกับพ่อยอมตาย แต่ไม่ยอมให้มันทำร้ายคนทั้งโลก” นั่นคือคำพูดจากน้ำใจของผู้หญิงอาชีพพาร์ทเนอร์ที่สังคมดูิ่ถิ่นแคลนว่าเป็คนกลางคืน
“พวกแก้าอะไร”องค์าายืนถามจอมมาร
“ข้าก็้าเทวรูปทั้ง6 องค์ที่พวกไอ้ปริวรรตรวบรวมมาน่ะสิ รีบส่งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นสองคนนี้ได้กลายเป็ปุ๋ยแน่”
ปริวรรตกับพระเ้าค้ำฟ้าต่างจ้องมองกันและกระซิบคุยอยู่สองสามประโยคก่อนปริวรรตจะตอบอสูรไปว่า
“ขอเวลาเราติดต่อทางCRA ให้เขานำเทวรูปมาส่งก่อน อย่าเพิ่งทำอะไรตัวประกันนะ”
“ได้สิ ข้าให้เวลาแค่วันเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้เวลานี้ ข้าจะมาแน่นอน เฮ้ยไปเว้ย” กามันดาเรียกสมุนทั้งหลายหายวับไปพร้อมแววสองพ่อลูก
“เ้าจะให้มันจริง ๆ เหรอ ปริวรรต กว่าจะได้เทวรูปมา ต้องเสี่ยงอันตรายด้วยชีวิตแล้วถ้ามันได้ไปมนุษย์โลกจะมีชะตากรรมอย่างไร”
“แต่ชีวิตคนก็สำคัญนะครับ ผมจะปล่อยให้แววกับพ่อถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองถ้าเป็แบบนั้น”
“บางครั้งเราก็ต้องยอมสละส่วนน้อย เพื่อรักษาส่วนใหญ่นะปริวรรตเหมือนการทำายังต้องยอมเสียกำลังไพร่พลพวกเขายอมสละชีพเพื่อปกป้องคนในชาติให้อยู่รอดปลอดภัย”
“แต่กามันดากับพ่อมันได้รับพรจากมหาเทพว่า ใครในสามโลกก็ฆ่ามันไม่ได้ไม่ว่าจะเป็เทพพรหม คนหรือสัตว์ แม้ผสมร่างอย่างละครึ่งก็ผลาญชีวิตมันไม่ได้เลยแล้วเราจะสู้มันได้อย่างไรกันครับฝ่าา”
“อืม ถ้าเช่นนั้นก็ต้องปล่อยไปตามยถากรรมละสินะ”พระเ้าค้ำฟ้าก็อับจนปัญญาจะต่อกรกับจอมอสูรเช่นกัน
ณฐานบัญชาการของกามันดา
“เรียนนายท่าน นักสำรวจธรณีวิทยาของเรารายงานว่าใต้แผ่นดินประเทศโซวันน่านั้น อุดมไปด้วยแร่พลูโตเนียม ซึ่งใช้ทำะเินิวเคลียร์ได้ข้าน้อยขอเสนอให้ยึดประเทศของมันมาเป็ของเรา เพื่อใช้เป็ฐานการผลิตอาวุธไปจำหน่ายทั่วโลกเ้าค่ะ”นางมารรมิตาเสนอความเห็น
“จริงเหรอ ดีมากถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าจะให้มันสละราชสมบัติยกบ้านเมืองให้เราพร้อมเทวรูปนั่นด้วยนับเป็ข่าวดีจริง ๆ “ จอมมารรู้สึกร่าเริงแจ่มใสกว่าปกติที่มักเกรี้ยวกราดกับลูกน้อง
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ พระราชวังอกานันดอ
คณะสายลับ CRA เดินทางด่วนด้วยเครื่องบินเจ็ตนำเทวรูปอีก 5 องค์มาสมทบกับของปริวรรตเพื่อเตรียมส่งมอบให้กับกามันดา
“นี่เราจะต้องมอบเทวรูปให้มันจริงๆ เหรอ อุตส่าห์เสี่ยงชีวิต เสียเวลา เสียงบประมาณไปเอามา” สังข์ชัยบ่นอย่างเสียไม่ได้
“ที่เราทำไปมันก็เหนื่อยแรงเปล่าละสินะ”จักราบ่นบ้าง
“มันเป็เวรกรรมอะไรกันไม่มีเทพเ้าที่ไหนจะจัดการกับมันได้เลยเหรอ ไอ้กามันดานี่”กมลกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า
พรเทพ คทาวุธและฮาสุโกะ ต่างก็ยืนซึมเศร้าพูดอะไรไม่ออก
เมื่อกามันดาและสมุนมาถึงบรรดาสายลับ CRA 6 คน ยืนเรียงแถวหน้ากระดานถือเทวรูปรอส่งมอบให้จอมมาร
“ต้องแบบนี้สิถึงจะเรียกว่าภักดีต่อข้า ฮ่าฮ่าฮ่า เฮ้ย พวกเอ็งไปรับเอามา” จอมอสูรสั่งแล้วลูกน้อง 6 ตนก็เดินไปรับมา
พระเ้าค้ำฟ้ารู้สึกอัดอั้นตันใจระคนกับเสื่อมพระเกียรติยศที่ต้องยอมอ่อนข้อต่อกามันดาแบบไม่มีทางสู้
“ข้ายังมีเื่จะบอกเ้าอีกอย่างคือขอให้เ้ายกแผ่นดินโซวันน่าให้ข้าเสีย เ้าจะขัดข้องหรือไม่”
“อะไรนะท่านจะเอาไปทำไม แค่ประเทศเล็ก ๆ อันยากจน”
“เ้าอย่ามาหลอกข้าใต้ผืนดินที่เรายืนนี้ เต็มไปด้วยแร่พลูโตเนียม ใช้ทำะเิปรมาณูได้ แค่ส่งออกแร่ชนิดนี้ไปขายเราก็รวยอื้อกินทั้งชาติก็ไม่หมด เ้าอย่ามาหวงไว้เลย ถึงข้าจะยึดมาแต่ก็ยอมให้เ้าเป็ทาสทำการขุดแร่มาให้ข้า ชีวิตของเ้าก็จะยืนยงต่อไป ว่าอย่างไร”
“เอ่อ คือ....” พระเ้าค้ำฟ้าอ้ำอึ้งอยู่ชั่วครู่ก็ทรงกล่าวว่า
“ ขอเวลาให้เรา 7 วัน เพื่อเตรียมสถานที่และพิธีการให้สมเกียรติของท่านจะได้ไหมท่าน”
“ฮ่าฮ่า พูดแบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย ได้สิพอดีข้าก็ต้องทำพิธียัญกรรมปลุกพลังเทพจากเทวรูปนี้มาใส่ตัวข้าเป็เวลา 7วันเหมือนกัน ตกลงวันที่ 7 นับจากนี้ เราจะมานั่งบัลลังก์ของเ้า
เฮ้ย พวกเอ็ง จัดกองทัพของเราล้อมพระราชวังนี้ไว้นะจนกว่าข้าจะทำพิธีเสร็จ” จอมมารกล่าวแล้วก็พาสมุนทั้งหลายกลับไป
แล้วพระเ้าค้ำฟ้าก็รับสั่งกับมหาดเล็กว่า
“ให้ขุนหลวงมะลังคะ นาคินมณี ม่านคำ จางไห่จู มาช่วยอพยพราษฏรชาวโซวันน่าออกนอกประเทศด้วยทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ยกเว้นตัวเราจะขออยู่ในวังนี้ตราบจนตัวตาย”
“รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ”
ณ ฐานบัญชาการของกามันดา
จอมมารเมื่อได้เทวรูปทั้ง 6 มาแล้ว ก่อนทำพิธียัญกรรมก็เกรงว่าพวกสายลับเทพ์จะมาก่อกวนจนเสียฤกษ์ยามจึงทำการปลุกชีพปีศาจหลายตนขึ้นมา
“ข้าน้อยจอมพลสดมภ์รายงานตัวขอรับ”
“ข้ามหันต์มารายงานตัวแล้วขอรับ”
“ผู้น้อยหลี่จิงจิง คารวะท่านจอมมาร”
“ข้าเนเลม่า ขอคารวะนายท่าน”
(ทั้งสี่ตนนี้ ล้วนเป็ตัวร้ายในเื่ยอดรักเืฏและตำนานบุหรงลายังเชิญย้อนไปติดตามอ่านเพื่อทราบที่มาของคนเหล่านี้)
“ข้าน้อยโทโมเอะ มาแล้วเ้าค่ะ” ปีศาจซามูไรหญิงรายงานตัว
“ข้าน้อยมูซาชิ ขอคารวะเ้านาย” ผีซามูไรอันดับหนึ่งกล่าว
“พวกเ้ามาก็ดีแล้วในระหว่าง 7 วันที่ข้าทำพิธียัญกรรมอยู่นั้น ขอให้เ้าทั้งหลายนำลูกสมุนออกไปก่อความวุ่นวายและบันดาลให้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆ ขึ้น ทั้งแผ่นดินไหว แผ่นดินแยก น้ำท่วม พายุถล่ม คลื่นสึนามิเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกสายลับเทพ์ อย่าให้มันมาขัดขวางการทำพิธีของข้าได้เข้าใจมั๊ย”
“รับทราบครับ/ค่ะ นายท่าน”สมุนจอมมารกล่าวพร้อมกัน
“ดีแล้ว ไปได้”
แล้วบรรดาลูกสมุนของกามันดาก็ออกไปสร้างความปั่นป่วนโกลาหลให้เกิดขึ้นทั่วโลกจนะเืไปถึง์ชั้นฟ้า
ณ สำนักแม่ชี เขาห้าร้อยยอด
บรรดาสายลับเทพ์ทุกคน(ยกเว้นนัทสึมิและเ้าชายฟุมิโอะ) มารวมตัวนั่งฟังแม่ชีบุหงาภายในศาลาปฏิบัติธรรม
“แม่เรียกพวกเธอมารวมตัวในที่นี้เพื่อทำกรรมฐานรวบรวมพลังจิตให้เป็หนึ่งเดียว และใช้พลังนั้นไปต่อสู้กับกามันดา ให้ทันภายใน7 วันที่มันทำพิธียัญกรรม แต่ต้องจำไว้ว่า ทุกคนต้องมีศรัทธา สติ สมาธิ วิริยะและปัญญา ที่เท่าเทียมกันทุกคน ไม่มากไม่น้อยเกินไป หากลังเลสงสัยแม้เพียงนิดเดียวพลังเราจะแตกเป็เสี่ยง”
“แค่ทำกรรมฐานก็จะปราบมันได้จริงๆ หรือครับแม่ชี ถ้าทำได้จริงน่าจะทำตั้งนานแล้ว ไม่ต้องไปหาเทวรูปให้เหนื่อยหรอก”สังข์ชัยพูดโพล่งด้วยความสงสัยและไม่เชื่อ
ปริวรรตต้องตบหัวเขาเบา ๆก่อนจะบอกว่า
“ไอ้นี่ แม่ชีเพิ่งบอกหยก ๆว่าต้องศรัทธา ยังไม่ทันไรก็สงสัยแล้ว”
แม่ชีบุหงายิ้ม ๆ ก่อนจะบอกว่า
“เดี๋ยวทำถึงก็จะรู้เองเรามาลงมือทำกันเถอะ”
แม่ชีหันไปกล่าวกับแม่ชีมะเหมี่ยวลูกศิษย์คนสนิทซึ่งเป็ลูกบุญธรรมของโสมสุดาว่า
“มะเหมี่ยวจงไปตามโยมจางไห่จูไมตรี และโสมสุดามาที่นี่นะ”
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์”
ณฟาร์มไก่ NPF ปากช่อง นครราชสีมา
หิรัญกำลังเดินตรวจสภาพไก่ไข่ในกรงแต่ละแถวในฟาร์มก็มีคนร้ายลอบมายิงเขา แต่ะุพลาดไปโดนไก่ตายไปจำนวนหนึ่ง
“เฮ้ยใครวะ”
ไม่มีเสียงตอบผู้จัดการหนุ่มจึงชักปืนยิงสวน นัดแรกไม่โดน มือปืนวิ่งหนีไปยังลานจอดรถ หิรัญก็ยิงอีกนัดเข้ากลางหลังคนร้ายจนล้มลงเขาจับคนร้ายพลิกตัวแล้วจิกหัวถามว่า
“บอกมานะใครใช้ให้มึงมายิงกู”
“เสี่ยเริงศักดิ์ครับเขาว่าเฮียชอบไปยุ่งกับคุณหนูเล็ก เตือนแล้วไม่ฟัง เลยต้องสั่งเก็บ”
“ไอ้เชี่ยเอ้ยกูไม่เคยรักมันเลยนะอีพรนั่น มายิงกูทำไม แบบนี้ได้เจอดีกันแน่” หิรัญกล่าวแล้วก็รีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งมือปืนให้นอนครวญครางอยู่อย่างนั้น
ณ พระราชวังหยกอ๋องเทียนกงอันเป็ที่ประทับของเง็กเซียนฮ่องเต้
“เบิกตัวแม่ชีบุหงา จางไห่จู ไมตรี และโสมสุดา”
“ข้าน้อยแม่ชีบุหงา ขอคารวะองค์ราชันย์์เพคะ”
“ข้าน้อยจางไห่จู ขอคารวะท่านเง็กเซียน”
“ข้าน้อยโสมสุดาเติ้งเสี่ยวเยี่ยน ขอคารวะองค์จักรพรรดิหยกเพคะ”
“ข้าน้อยไมตรี ขอถวายบังคมองค์หยกอ๋องส่งเต่”
“ตามสบาย ที่ข้าเชิญพวกเ้ามาในวันนี้ เพราะได้รับรายงานว่ามารร้ายกามันดามันไปยึดเทวรูปทั้ง6 จากพวกสายลับเทพ์ได้แล้ว กำลังทำพิธียัญกรรมเพื่อรวมพลังเทพเข้าสู่ตัวมันในระหว่าง 7 วันนี้ มันให้ลูกสมุนไปสร้างความวุ่นวายทั่วโลกเพื่อเบนความสนใจของพวกเรา
ดังนั้น ข้าขอให้จางไห่จูซึ่งชาติก่อนเคยเป็ขุนพลหญิงบน์นามว่า ชิงหลิวหนฺวี่เจี้ยง ( 清流女將 เช็งลิ้วหนึงเจี่ยง )มีหน้าที่ดูแลแม่น้ำอมฤตบนเทวโลก จงกลับคืนร่างเดิมชั่วคราวเพื่อปราบมารในครั้งนี้
ส่วนเ้าไมตรี เ้าคือเทพเสวียนเทียนซ่างตี้ (玄天上帝 หรือตั่วเหล่าเอี้ยคนไทยรู้จักในนามเ้าพ่อเสือ)ที่อวตารลงไปในโลก
และเ้า โสมสุดา คือเ้าแม่จิ่วเทียนเสวียนหนวี่(九天玄女กิ่วเทียงเหี่ยงนึ่ง) เทพนารีบน์ชั้นสูงสุด ที่ข้าให้อวตารลงไป
พวกเ้าทั้งสามจงไปรับมือกับพวกสมุนของกามันดาที่มันปลุกชีพขึ้นมาห้อมล้อมประเทศโซวันน่าอยู่อย่าให้ประชาชนต้องเดือดร้อนเพราะพวกมัน แม้ว่าเราจะยังสังหารกามันดาไม่ได้ในตอนนี้ก็ตาม”
“รับด้วยเกล้า” เทพอวตารทั้งสามรับคำบัญชาแล้วก็กลับคืนลงมายังโลกพร้อมกับแม่ชีบุหงา
ณ บ้านเนรมิตโภคา
เสี่ยเริงศักดิ์กลับมาจากธุระต่างจังหวัดก็นั่งดูทีวีกับบุญพริ้ง เพลินใจ และพรดารี ส่วนพิมพ์ดาราเพิ่งกลับมาจากสอนภาษากำลังขับรถเข้าบ้าน เมื่อจอดรถที่โรงรถแล้วก็ก้าวลงจากรถ
“ว้าย พี่หิรัญมาจับหนูทำไมคะมีปืนด้วย ปล่อยค่ะ” หิรัญที่กำลังบ้าคลั่งมาจากฟาร์มไก่เอาปืนจี้คุณหนูพิมเข้าไปในบ้าน
“เฮ้ย อะไรน่ะ มาจับหนูพิมทำไมไอ้หิรัญ เอ็งบ้าไปแล้วเหรอ” เสี่ยเริงศักดิ์ลุกขึ้นะโถาม
“ใช่ ผมบ้า เพราะเสี่ยน่ะแหละ จู่ๆ ก็ส่งคนไปลอบยิงผม เสียแรงที่ผมจงรักภักดีรับใช้มานานเกือบยี่สิบปีแค่ย้ายผมไปปากช่องมันก็แย่พอแล้ว นี่ยังจะฆ่าผมตายอีก เพราะอะไรวะ”
“ก็แกมันรนหาที่เองฉันเตือนแกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับหนูพร แต่แกไม่ยอมเลิกยังให้หนูพรแอบไปเจอที่ปากช่องอีก”
“ผมไม่เคยรักคุณหนูเล็กเลยมีแต่คุณหนูน่ะแหละที่มาตามตื๊อผม แล้วเสี่ยรู้มั๊ย ว่าเมียเสี่ยน่ะเป็ชู้กับนายเภสันไม่เชื่อถามคุณเพลินใจดูสิ”
“อะไรนะ จริงเหรอหนูเพลิน”เสี่ยเริงศักดิ์หันไปถามลูกเลี้ยง
เพลินใจไม่กล้าบอก ก็อ้ำอึ้งอยู่ พ่อเลี้ยงจึงชักปืนออกมาจี้ให้ตอบ
“แกจะบอกหรือไม่บอก”
“เอ่อ บอกค่ะ บอก ๆ “เพลินใจกลัวตายจนลืมว่าบุญพริ้งเป็แม่ของตน จึงบอกไปว่า
“จริงค่ะ”
“อีลูกชั่ว มึงก็เป็เมียไอ้หิรัญกับเภสันเหมือนกันแหละ”
“ถึงหนูจะเป็เมียสองคนนั่นแต่หนูโดนข่มขืนจึงจำใจ ไม่เหมือนแม่ที่เต็มใจเป็ทั้งสองคนอย่าคิดว่าหนูจะไม่รู้นะ” ความโมโหทำให้เพลินใจลืมไปว่ากำลังนำความตายมาสู่แม่ตัวเอง
“อีพริ้ง” เสี่ยเริงศักดิ์โกรธจนเืขึ้นหน้า
“เปรี้ยง” สิ้นเสียงปืนของเสี่ยบุญพริ้งก็ล้มลงมีเืไหลออกมาจากหน้าอก สิ้นใจทันที
“แม่!!!”เพลินใจวิ่งไปกอดศพแม่
ขณะกำลังชุลมุน พิมพ์ดาราเห็นหิรัญเผลอก็ดิ้นจนหลุดแล้ววิ่งไปทางเสี่ยเริงศักดิ์ หิรัญเห็นดังนั้นก็ชักปืนยิงพิม แต่ยิงไม่ออก
เสี่ยก็ยิงสวนกลับไปโดนหน้าอกหิรัญหนึ่งนัดหิรัญก็จ่อปืนยิงใส่เสี่ย คราวนี้ะุทำงานเจาะเข้ากลางหน้าผากอดีตนายจ้างของเขาตายคาที่ ส่วนหิรัญล้มลงดิ้นกระตุกสองสามทีก็ขาดใจตายตามไปอีกคน
ทั้งพิมพ์ดารา พรดารี และเพลินใจต่างกอดกันกลมด้วยความกลัวจนตัวสั่น
เมื่อรถมูลนิธิมาจัดการเก็บศพไปทำตามขั้นตอนแล้ว นาคินมณี ม่านคำ พาฮาสุโกะเหาะจากเขาห้าร้อยยอดมารับพวกพิมพ์ดาราทั้งสามกลับไปหาพวกปริวรรตทันที
เมื่อโสมสุดาพร้อมทั้งไมตรีและจางไห่จูเดินทางมาถึงเขาห้าร้อยยอดแม่ชีบุหงาก็เล่าเื่ปริศนากรรมของโสมสุดาว่า
“ชาติก่อนโยมเคยสร้างบาปร่วมกับครอบครัวของหลี่หงหมินโดยในชาติหนึ่งโยมเคยเป็พรานป่าล่าสัตว์ทำให้สัตว์ทั้งหลายต้องพลัดพรากจากฝูงและลูกเมียส่วนอีกชาติหนึ่งครอบครัวของหลี่จื้อโหย่ว และโยม เคยเป็ขุนนางกังฉินกลั่นแกล้งขุนนางตงฉินจนบ้านแตกสาแหรกขาดและโดนปะาทั้งครอบครัวจึงต้องมาโดนยึดทรัพย์และทยอยตายไปทีละคนดังที่ทราบมาแล้ว และหลี่หงหมินก็กลับชาติมาเกิดเป็ปริวรรตลูกชายของโยมโสมสุดานั่นเอง
( อ่านเื่ของโสมสุดากับหลี่หงหมินได้ในเื่รักแรกของโสมสุดาหรือตำนานบุหรงลายังตอนนกน้อยผจญภัยถึงตอนวิมานทลาย)
ส่วนโยมจางไห่จูนั้นอดีตชาติเกิดเป็พี่น้องกับโยมโสมสุดา เคยร่วมทำบุญถวายพระพุทธรูปองค์เดียวกันจึงต้องมามีสามีคนเดียวกันในชาตินี้
แม่ชีขอเล่าถึงอดีตชาติของตนเองว่าเหตุใดจึงผิดหวังในรักกับโยมไมตรีและเหตุใดจึงตกเป็เมียของมหันต์ เป็เพราะห้าร้อยชาติที่แล้ว ฉันเกิดเป็ชายเ้าชู้ชื่อโมดู มีเมียชื่อนางราศีก็คือคนที่มาเกิดเป็ไมตรีในชาตินี้ และยังไปบังคับขืนใจผู้หญิงอีกคน ชื่อ ฮานาซึ่งก็คือมหันต์ในชาตินี้ จนเสียตัวตกเป็เมียโดยไม่เต็มใจผลกรรมจึงส่งผลให้ผิดหวังจากไมตรี และชดใช้หนี้กรรมให้มหันต์ด้วยการตกเป็เมียดังว่ามาแล้ว”
ทั้งสามคนกับเพลินใจได้ฟังก็รู้สึกสลดสังเวชใจเบื่อหน่ายในสังสารวัฏที่ต้องเวียนว่ายตายเกิด เสวยผลบุญผลกรรมไม่สิ้นสุด ต่างก็ละสังโยชน์ 3 ข้อแรกได้ คือ สักกายทิษฐิความยึดมั่นว่ากายนี้เป็ของตน , วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในบุญบาป การเวียนว่ายตายเกิดว่ามีจริง,สีลัพตปรามาส การถือศีลพรตอย่างผิด ๆ บรรลุโสดาบัน อันเป็อริยบุคคลชั้นต้นและแม่ชีบุหงาก็บรรลุอภิญญาเพิ่มเป็ 6 ข้อ คือได้อาสวักยญาณความหยั่งรู้ในการตัดกิเลสชั้นต้นได้ เป็โสดาปัตติผลเช่นกันเพลินใจขอบวชเป็แม่ชีอยู่ปฏิบัติในสำนักเขาห้าร้อยยอดตลอดชีวิต
แล้วปริวรรตก็ถามว่า
“เราจะทำอย่างไรกับกามันดาต่อไปดีครับแม่ชี”
“ภายใน 7วันนี้ให้ทุกคนนั่งสมาธิจนจิตนิ่งดีแล้ว รวมรวมจิตไว้เป็หนึ่งเดียว ก็จะดึงจิตของทุกคนมารวมกันเพื่อเชื่อมจิตกับอำนาจฌานสมาบัติของอาทิพุทธะ ผ่านทางพระธยานิพุทธะบนพุทธเกษตรทั้ง5 พระองค์ หลังจากนั้นจะเกิดผลอย่างไรพวกเธอจะทราบเอง ถ้าแม่บอกทุกอย่างในตอนนี้ มีแต่จะเกิดความลังเลสงสัยมากขึ้นเคล็ดลับสำคัญคือจิตต้องรวมเป็หนึ่ง จำไว้”
ระหว่างนั้น ทางฝ่ายเทพทั้งหลายบน์ได้จัดกองทัพโดยมีพระคเณศเป็แม่ทัพใหญ่เทพเ้าจีนเป็ทัพรอง ( มีกวนอู ซิยิ่นกุ้ย ซิติงซัน งักฮุย ขุนศึกตระกูลหยางโป๊ยเซียน ฯลฯ) รวมทั้งเ้าชายฟุมิโอะและนัทสึมิ ก็มาช่วยรบกับสมุนของกามันดา
โสมสุดาในร่างเ้าแม่จิ่วเทียนมือขวาถือดาบมือซ้ายถือน้ำเต้า ขี่นกฟินิกซ์ซึ่งกางปีกหางมาอย่างสง่างาม รบกับผีเผ่ามนุษย์กินคนเนเลม่าและสหายเก่าหลี่จิงจิง ใช้โล่รูปโป๊ยก่วยแปดเหลี่ยมขว้างไปตัดคอผีเนเลม่าและใช้ดาบเทวะตัดคอผีเพื่อนเก่าส่งิญญาไปเกิดใหม่
ไมตรีในร่างของเ้าพ่อตั่วเหล่าเอี้ยหรือเ้าพ่อเสือมือขวาถือดาบ มือซ้ายชูสองนิ้วเหมือนเตรียมรบเท้าทั้งสองเหยียบงูและเต่าไว้ข้างละตัว รบกับจอมพลสดมภ์และมหันต์เนรมิตสัตว์ที่เท้าสองข้างให้ตัวใหญ่โตกัดกินผีบ้าอำนาจสองตนนี้
จางไห่จูในร่างขุนพลหญิงอมฤตนที สวมชุดเกราะสีทองแบบนักรบหญิง ถือดาบเล่มใหญ่พร้อมโล่ รบกับผีซามูไรโทโมเอะและมูซาชิกระโจนเข้าฟาดฟันกองทัพมารอย่างห้าวหาญ ส่งผีญี่ปุ่นกลับไปเมืองนรก
บรรดาสมุนที่กระจอกงอกง่อยของจอมมารก็โดนทวยเทพปราบจนราบคาบเหลือแต่นางมารรมิตาและอสูรทรมาน
เ้าแม่จิ่วเทียนจับรมิตาขังไว้ในน้ำเต้าส่วนอสูรทรมานถูกเทพนาจาและเทพสามตาหยางเจี่ยนจับไปขังไว้บนเกาะนิโคบาผนึกยันต์แ่าออกไม่ได้ แต่ยังสังหารอสูรทรมานไม่ได้เพราะเขาได้รับพรจากพระพรหม ว่าเทพ,คน,สัตว์ที่ไหนมาฆ่าก็ไม่ตาย
พวกสายลับเทพ์ประกอบด้วยปริวรรต พิมพ์ดารา พรดารี จักรา สังข์ชัย คทาวุธ ตรีมิตร ฮาสุโกะ กมลและพรเทพ นั่งทำสมาธิเป็รูปแผนผังมันดาลาตรงกลาง 5 คนล้อมเป็วงกลม และอีก 4 คนนั่งในทิศเหนือใต้ออกตกทิศละคน
6 วันแรก จิตของบางคนในกลุ่มยังไม่มั่นคงบางคนลังเลสงสัย จึงยังรวมจิตเป็หนึ่งเดียวไม่ได้
ทางฝ่ายกามันดาใช้ตัวแวว มธุรสเป็ศูนย์กลางรวมพลังจากเทวรูป 6 องค์ 6 สีที่ตั้งเป็แผนผังมันดาลาเช่นกัน แต่มีบ่อไฟที่ทำจากอิฐก่อเป็รูปสี่เหลี่ยมใส่เชื้อเพลิงลงไปเรื่อย ๆ พร้อมพร่ำบ่นมนต์คาถา อันเป็กรรมวิธีบูชายัญตามแบบคัมภีร์พระเวทของพราหมณ์
เมื่อครบกำหนด 7 วันกามันดาทำพิธียัญกรรมสำเร็จ ได้พลังเพิ่มขึ้นมาก
“ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ ทีนี้ละ จะได้สามโลกไว้ใต้ฝ่าตีนของข้า ต่อไปคือต้องไปล้างบัญชีแค้นกับเหล่าทวยเทพหน้าโง่”
ว่าแล้วจอมมารก็ไปช่วยอสูรผู้พ่อให้ออกจากที่คุมขังเว้นแต่นางรมิตาที่ยังอยู่ในน้ำเต้าของเ้าแม่จิ่วเทียน แล้วก็กลับไปทวงสัญญากับพระเ้าค้ำฟ้า
“ว่ายังไง นี่ก็ครบ 7วันตามสัญญาแล้วนะ เ้าจะมอบราชสมบัติและแผ่นดินโซวันน่าให้เราได้หรือยัง ไหนล่ะ ปะรำพิธีส่งมอบ”
“ได้สิ แต่ต้องข้ามศพของเราไปก่อน”พระเ้าค้ำฟ้าตรัสอย่างไม่เกรงกลัว
“ไอ้นี่ไม่เกรงกลัวข้าใช่มั๊ย ได้ ถ้าอยากลองของ ข้าก็จะแสดงให้ดู”
กามันดาโกรธจัดจึงบันดาลให้เกิดลมพายุ คลื่นทะเลั์สูง 25 เมตร แผ่นดินไหวใหญ่ หวังจะถล่มประเทศโซวันน่าให้จมทะเล
แม่ชีบุหงาบอกว่า
“ถึงเวลาแล้วที่เวรกรรมจะตามสนองกามันดา”
พวกปริวรรตเชื่อมจิตกับพุทธะได้สำเร็จก่อเกิดเป็กายทิพย์ของ พระจักรพรรดิเก้าเศียร 18 กรนามพระนวโลกนาถบรมสิทธิพิชิตมาร เปล่งฉัพพรรณรังสีสว่างไสวไปทั่วสามแดนโลกธาตุ
พระโพธิสัตว์ทั้งหลายทั่วจักรวาลมารวมตัวกันเป็กำแพงจักรวาลรอบทิศครอบตัวกามันดาและอสูรบิดาไว้ราวกับอยู่ในลูกตะกร้อสีทอง
กามันดาก็เนรมิตกายนับพันมาสู้พระนวโลกนาถก็ใช้ตาข่ายทิพย์ดักจับไว้ทั้งหมด
กามันดาร้องท้าทายว่า
“ข้าไม่มีใครฆ่าตายไม่ว่าจะเป็เทพ คน สัตว์ หรือผสมอย่างละครึ่ง”
พระนวโลกนาถก็ตอบว่า
“เราไม่ใช่เทพไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ส่วนผสมครึ่งเ่าั้”
“แล้วท่านเป็อะไร”
“ดูก่อนจอมมารเราเกิดจากอำนาจฌานของพระอาทิพุทธะ อันเป็พระพุทธเ้าองค์แรกที่เกิดพร้อมกับโลก สร้างทุกสรรพสิ่งในโลกและอยู่คู่กับโลกชั่วนิรันดร์ ผ่านทางพระธยานิพุทธะ 5 พระองค์ [a] ที่เปล่งรัศมีมารวมกัน
ด้วยเหตุที่เราเกิดจากอำนาจฌานของพระอาทิพุทธะจึงไม่ใช่เทพ ไม่ใช่มนุษย์ที่มีเนื้อหนัง ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ครึ่งคนครึ่งเทพไม่ใช่ครึ่งคนครึ่งสัตว์
เ้าคืออวิชชาแต่เราเป็พุทธะ”
ครั้นกล่าวจบพระนวโลกก็ใช้พระขรรค์ฟันใส่กามันดาพร้อมบิดาจนกายทิพย์แตกสลายกลายเป็ปรมาณูธาตุ ส่งจิติญญาของพวกมันลงไปสู่นรกอเวจีแล้วตาข่ายทิพย์ก็หายไป ปิดตำนานจอมมารไว้เพียงนี้
เมื่อปราบกามันดาลงได้แล้วพระอินทร์ก็นำเทวรูปทั้ง 6 กลับไปคืน์
ส่วนนางรมิตานั้นพระศิวะให้ลงมาเกิดใหม่เพื่อชดใช้เวรกรรม ต้องเป็สุนัขตัวเมียห้าร้อยชาติ
และแล้วพระเ้าค้ำฟ้าก็จัดงานเลี้ยงฉลองที่ประเทศโซวันน่าโดยปริวรรต ฮาสุโกะและอีก 6 หนุ่มวงเทวินคอรัส ร้องเพลงและเล่นดนตรี ให้ทีมงาน CRA ทุกคนเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน สาวๆ โอนเนียงลออ ,มะซอจี,ถายถิฮวา,สาวแอน,ตันหยง ก็มาร่วมงานเลี้ยงด้วย
“หลังจากนี้พวกเราจะไปทำอะไรกันต่อล่ะ”พระเ้าค้ำฟ้าถามขณะเดินถือแก้วเครื่องดื่มทักทายทุกคนในงานเลี้ยง
ไมตรีกับโสมสุดาตอบว่า“พวกหม่อมฉันจะกลับไปจังหวัดตรังค่ะ/ครับ”
จางไห่จูว่า
“หม่อมฉันจะกลับไปสงขลาและจะเลิกขายหวยใต้ดินแล้วเพคะ”
“ว้า จะเลิกทำไมว่าจะซื้อหมื่นคูณหมื่นอยู่” าาโซวันน่าแซวเล่น
ขุนหลวงมะลังคะนางม่านทิพย์ ม่านคำ ว่า
“หมู่ข้าเ้าจะกลับไปขายลาบเมียงอยู่เจียงฮาย”
นาคินมณีว่า
“ผมก็จะกลับไปทำร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ที่จังหวัดเชียงรายครับ”
วิกานดาว่า
“หนูจะไปบริหารงานโรงเรียนสอนบัลเลต์ที่สยามสแควร์”
พรดารีว่า “หม่อมฉันจะไปเรียนต่อที่อังกฤษเพคะ”
ฮาสุโกะว่า “หม่อมฉันได้สูตรรักษาความงามจากแม่ชีจินตาก็จะกลับไปตั้งโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ ส่วนน้องสาวหนูนัทสึมิ ได้แต่งงานกับเ้าชายฟุมิโอะเลื่อนฐานันดรเป็เ้าหญิงแล้วเพคะ”
เพลินใจ “หนูขอบวชชีอยู่กับแม่ชีบุหงาตลอดไปค่ะ”
ตรีมิตรว่า “ผมจะกลับไปหาโอน เนียง ลออที่กัมพูชาครับ”
สังข์ชัยว่า “ผมจะกลับไปหาน้องแอมที่เวียดนามไปสานสัมพันธ์ต่อ”
จักราว่า “ผมจะกลับไปหามะซอจีที่พม่า”
พรเทพว่า “ผมสิกลับไปหาสาวแอนที่ลาวเด้อครับ”
“แล้วกมลกับคทาวุธล่ะไม่มีสาว ๆ กับเขาบ้างเหรอ” ราชินีกาวิต้าทรงถาม
“ยังหาไม่ได้เลยขอรับกระหม่อมขอกลับไปเล่นดนตรีที่สกายไลท์ไนต์คลับก่อนจะดีกว่า”
ดร.ตันหยงว่า “หนูจะไปสำรวจโบราณคดีกับพวกอะบอริจินอยู่ออสเตรเลีย”
แวว มธุรสว่า “หนูได้สามีเป็ทหารจีไอจะตามไปอยู่สหรัฐอเมริกาค่ะ”
“เหลือแต่สองคนนี้ไหน ๆ ก็จัดงานวันนี้แล้ว แต่งงานกันซะเลยเป็ไง” พระเ้าค้ำฟ้าทรงตรัสกับปริวรรตและพิมพ์ดารา
“ขอบพระทัยฝ่าา”หนุ่มวรรตกับสาวพิมพูดพร้อมกัน
แล้วปริวรรตก็แต่งงานกับพิมพ์ดาราและครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป
ณ แกแลคซี่แอนโดรเมดา
ยานอวกาศทรวดทรงโค้งมนรูปเลข8 ลำหนึ่งกำลังลอยขึ้นจากดวงดาวปริศนา
“พวกเราปฏิวัติไม่สำเร็จกลายเป็ฏต้องหนีไปตั้งฐานทัพในโลกมนุษย์ รอโอกาสสะสมทรัพยกรเพื่อกลับไปชิงอำนาจคืนภายหลัง”สิ่งมีชีวิตต่างดาวตนแรกเอ่ย
“แล้วเราต้องใช้เวลากี่ปีกว่าจะถึงโลกล่ะ”เพื่อนร่วมดวงดาวถามขณะขับยาน โดยมีสหายร่วมชะตากรรมอีกหลายสิบคนในยาน
“อีก 20ปีของเวลามนุษย์”
“ลาก่อนดาวสกาเลต”
แล้วยานลำนั้นก็แล่นด้วยความเร็วเท่าแสงแทรกผ่านหมู่ดาวแต่ละระบบสุริยะ มุ่งหน้ามาทางแกแลกซี่ทางช้างเผือก
อวสาน
โปรดติดตามภาคต่อของสายลับเทพ์ ใน
“สายลับปราบเอเลี่ยน”
เร็ว ๆ นี้
(แต่งจบเื่เมื่อ15 พ.ย. 2567 เวลา 22.05 น.)
หมายเหตุ
[a] พระธยานิพุทธะ หรือ พระฌานิพุทธะ(บางแห่งเรียกพระชินพุทธะ) เป็พระพุทธเ้าในคติความเชื่อของมหายานเชื่อว่าอวตารมาจากพระอาทิพุทธะ สำเร็จเป็พระพุทธเ้าด้วยอำนาจฌานของอาทิพุทธะไม่ได้ลงมาสร้างบารมีเหมือนพระมานุสสพุทธะ (พระพุทธเ้าที่เป็มนุษย์)ดำรงในสภาวะสัมโภคกายมีแต่พระโพธิสัตว์ที่เห็นพระองค์ได้ในคัมภีร์มหาไวโรจนสูตรมีพระธารณีมนตร์ว่าโอมอโฆมะ ไวโรจนะ มหามุทรา มณี ปัทมะ ชวล ประ วะ รัตน ยะ หูม อักษพีชะ อา
พระธยานิพุทธะ 5พระองค์ ได้แก่ 1. พระไวโรจนพุทธะ วรกายสีขาว อยู่ศูนย์กลาง 2.พระรัตนสัมภวะวรกายสีเหลือง อยู่ทิศใต้ 3.พระอมิตาภะ วรกายสีแดง อยู่ทิศตะวันตก 4.พระอโมฆะสิทธิ วรกายสีเขียว อยู่ทิศเหนือ 5. พระอักโษภยะ วรกายสีน้ำเงินอยู่ทิศตะวันออก
(ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)