“นี่ไม่ใช่บุตรสาวท่านเจ้าเมืองหรือนี่ เหตุใดถึงมานอนกับผู้ชายอยู่หน้าจวนเช่นนี้”
“ผิวพรรณขาวผ่องถึงเพียงนี้เลยหรือ” เสียงชายหนุ่มดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจ
“ชุดที่สวมใส่ก็ช่างยั่วยวนยิ่งนัก” เสียงหญิงสาวพูดอย่างดูแคลน
เมื่อมีคนมาสมทบมากขึ้น เสียงที่พวกเขาพูดคุยกันก็ดังขึ้นตามไปด้วย ไม่นานจางฉีเซียนก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น นางมองเห็นผู้คนยืนรายล้อมอยู่มากมาย ในสายตาของคนเหล่านั้นมองนางด้วยสายตาดูแคลน หยาบคาย หื่นกระหาย นางรู้สึกตกใจและสับสน เวลานี้นางยังไม่รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นกับตนเอง ไม่นานสาวใช้ในจวนก็รีบวิ่งเอาผ้ามาห่อตัวให้นาง และพานางกลับเข้าจวนไป
เพล้งงงงงงงงงง
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด” จางฉีเซียนส่งเสียงกรีดร้องและเริ่มทำลายข้าวของอย่างคุ้มคลั่ง
“คุณหนู คุณหนูอย่าทำอย่างนี้เลยเจ้าค่ะ รอนายท่านกลับมาแล้วเราค่อยให้นายท่านช่วยจัดการนะเจ้าคะ”
“รอท่านพ่ออย่างนั้นหรือ แล้วเวลานี้ท่านอยู่ที่ไหน เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นกับข้าถึงเพียงนี้ ท่านพ่อก็ยังไม่รีบมาหาข้า”
“นายท่านออกไปทำธุระตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่กลับมาเลยเจ้าค่ะ”
“ธุระอะไรจะสำคัญไปกว่าธุระของข้า แม่นม ท่านออกไปเรียกหลงเปียวเข้ามาหาข้า ข้าจะให้เขาไปแก้แค้นให้ข้า หลิวจางหมิ่นเจ้าอย่าหวังเลยว่าชีวิตนี้เจ้าจะมีความสุข”
“คุณหนูใจเย็นๆ ก่อนนะเจ้าคะ หลงเปียวออกไปทำธุระกับนายท่านตั้งแต่เมื่อคืนเช่นกันเจ้าค่ะ แต่ข้าได้สั่งให้ผู้คุ้มกันนำเรื่องไปแจ้งต่อนายท่านแล้วนะเจ้าคะ คุณหนูท่านดื่มชาถ้วยนี้สักหน่อยเถอะนะเจ้าคะ” แม่นมยื่นถ้วยชาที่ผสมยานอนหลับให้กับจางฉีเซียน
“แม่นม ข้าจะใจเย็นอยู่ได้อย่างไร ข้าถูกทำร้ายถึงเพียงนี้ มีคนเห็นข้าในสภาพนั้นอยู่ไม่น้อย ต่อไปข้าจะมีหน้าออกไปข้างนอกได้อย่างไร แล้วท่านอ๋องล่ะ ท่านอ๋องจะคิดอย่างไร” จางฉีเซียนพูดอย่างกระวนกระวาย
“คุณหนู ท่านดื่มชาสักหน่อยนะเจ้าคะ ดื่มชาแล้วท่านก็ลองนอนพักผ่อนสักพัก ตื่นมาแล้วอะไรๆ มันอาจจะดีขึ้น”
“แม่นม ท่านอย่าทิ้งข้าไปนะ ท่านอยู่เป็นเพื่อนข้าก่อน” จางฉีเซียนเปลี่ยนจากอารมณ์ฉุนเฉียวเป็นหวาดกลัว
“แม่นมจะอยู่ข้างๆ คุณหนูนะเจ้าคะ จะไม่ไปไหนแน่นอน คุณหนูพักผ่อนเสียก่อนเจ้าค่ะ” แม่นมปลอบใจ
“แม่นม ท่านอย่าทิ้งข้าไป” จางฉีเซียนจับมือแม่นมไว้แน่น ก่อนจะพูดด้วยความเกรี้ยวกราดอีกรอบหนึ่ง “หลิวจางหมิ่นนางคนชั่วร้าย เจ้าทำร้ายข้าจนไม่มีหน้าจะออกไปไหนได้แล้ว รอดูว่าข้าจะจัดการกับเจ้าอย่างไร”
หลังจากดื่มชาไปไม่นาน จางฉีเซียนก็หลับไป แม่นมรีบเดินออกไปข้างนอกเพื่อรอนำเรื่องไปรายงานต่อฮูหยินท่านเจ้าเมือง โดยไม่ลืมกำชับสาวใช้ให้ดูแลจางฉีเซียนให้ดี หากนางตื่นขึ้นมาให้รีบไปรายงานตนที่เรือนฮูหยินใหญ่ทันที
“ผ่านไปคืนหนึ่งแล้วท่านอ๋องยังไม่กลับมาอีกหรือ” หลิวจางหมิ่นสอบถามองครักษ์
“ยังขอรับ มีการต่อสู้ขัดขืนกันเกิดขึ้น ท่านเจ้าเมืองและพวกพยายามหลบหนีไปทางชายแดน คาดว่าเขาน่าจะไปขอความช่วยเหลือจากศัตรูฝ่ายโน้นขอรับ”
“หรือการลักลอบขนเสบียงคราวนี้ เจ้าเมืองหลินตั้งใจจะขนเสบียงไปให้ศัตรูของเราอย่างนั้นหรือ” หลิวจางหมิ่นถามอย่างตกใจ
“จากที่ข้าได้ยินมา ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นขอรับ ท่านอ๋องไม่ต้องการปล่อยให้ท่านเจ้าเมืองหนีรอดไปได้ และยังไม่อยากเปิดศึกกับศัตรูเวลานี้ด้วยขอรับ”
“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ แต่หากท่านอ๋องกลับมาก็ให้คนมารายงานข้าด้วย”
หลิวจางหมิ่นนั่งอยู่ในห้องอย่างกังวลกลัวว่าสามีจะได้รับอันตราย เพราะไม่อยากให้ตนเองคิดฟุ้งซ่าน หลิวจางหมิ่นจึงเริ่มเขียนแผนการพัฒนาและฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของชาวเมือง จนกระทั่งดึกจึงได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้อง
“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ” หลิวจางหมิ่นรีบเดินเข้าไปหาสามี
“เหตุใดเจ้ายังไม่เข้านอน ข้าเคยบอกไว้แล้วว่าไม่ต้องรอ” ฉู่อันถามภรรยาด้วยเสียงอ่อน
“จะให้ข้านอนหลับลงไปได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ” หลิวจางหมิ่นยังคงมองสำรวจร่างกายของสามีอยู่อย่างนั้น
“ไม่มีส่วนใดได้รับบาดเจ็บ เจ้าไม่ต้องกังวล หรือถึงจะมี พี่สี่ก็จะไม่ปล่อยให้ข้าเป็นอันใด”
“บาดแผลเพียงเล็กน้อย ข้าก็ไม่อยากให้เกิดเจ้าค่ะ”
“เจ้าจะไม่เล่าให้ข้าฟังสักหน่อยหรือว่าวันนี้เจ้าไปทำเรื่องสนุกที่ใดมา” ฉู่อันเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้นางกังวล
“จางฉีเซียนช่างเป็นหญิงสาวที่ชั่วร้ายมากเลยเจ้าคะ วิธีการที่นางจะใช้ลงมือกับข้าและซื่อหนิงช่างร้ายกาจ หากนางทำสำเร็จข้าและซื่อหนิงคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เป็นแน่ เรื่องนี้ข้าต้องขอบคุณซื่อหนิงเจ้าค่ะ หากนางคิดร้ายกับข้าขึ้นมาจริงๆ ข้าคงจะจัดการกับเรื่องนี้ไม่สำเร็จ”
“นับว่านางยังมีสำนึกที่ดี”
“แล้วท่านลุงล่ะเจ้าคะ เวลานี้ท่านลุงอยู่ที่ใด ท่านเจ้าเมืองอีกเจ้าค่ะ ท่านจับเขาได้ไหมเจ้าคะ” หลิวจางหมิ่นถามอย่างอยากรู้
“ที่เจ้าไม่หลับไม่นอน เป็นเพราะห่วงข้าหรือว่าคอยฟังข่าวอยู่กันแน่” ฉู่อันแกล้งกระเซ้าภรรยา
“ข้าเป็นห่วงท่านหรอกเจ้าค่ะถึงยังไม่นอน แต่ในเมื่อท่านกลับมาอย่างปลอดภัย ข้าก็ต้องสอบถามเรื่องอื่นต่อสิเจ้าคะ” หลิวจางหมิ่นพูดอย่างแง่งอน
“ท่านลุงของเจ้าถูกทหารควบคุมตัวอยู่ เพื่อให้เขาเป็นพยานที่จะซัดทอดไปถึงตัวจางฉีซื่อ แต่ความผิดที่เขาทำก็ไม่อาจอภัยให้ได้ การขโมยเสบียงทหารถือเป็นความผิดร้ายแรงมีโทษถึงประหาร เราละเว้นโทษให้ครอบครัวของเขาได้ แต่จะละเว้นโทษให้เขาไม่ได้” ฉู่อันพูดพลางมองหน้าภรรยา
“ข้าได้พูดเตือนสติซื่อหนิงไปบ้างแล้วเจ้าค่ะ นางเป็นคนมีเหตุผล ข้าคิดว่านางต้องเข้าใจ”