บทที่ 8
"ฮู้ว~"
หลังจากล้างหน้าเสร็จ อีอันนำผ้าขนหนูที่สะอาดมาซับน้ำออก ในขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็กวาดมองทุกซอกทุกมุมของห้องกว้าง เขามักจะมองเช่นนี้จนติดเป็นิสัยเพื่อดูว่ามีอะไรเปลี่ยนไปจากเมื่อคืนบ้าง แน่นอนว่าไม่มี
"อะแฮ่ม"
อยู่ดี ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่าทิวทัศน์ในห้องค่อนข้างคุ้นเคย ก็ต้องเป็อย่างนั้นแน่นอน เขาอยู่ที่นี่มาได้เดือนหนึ่งแล้ว
ในระหว่างนั้น ห้องที่ดีที่สุดในโรงเตี๊ยมก็ได้กลายเป็ห้องของเขา ห้องนี้มีแสงแดดส่องเข้าถึงและมีเตียงที่สะอาดทั้งยังขนาดใหญ่ที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดูแย่กว่าโรงแรมจิ้งหรีด*[1]ในสายตาของเขา
"...ในอนาคตก็คงดีเองแหละ" อีอันถอนหายใจและเดินออกมาจากห้อง
"ตื่นแล้วเหรอคะ? ท่านนักแก้ปัญหา"
ขณะที่เขาก้าวลงบันได สาวใช้ที่กำลังทำความสะอาดห้องโถงก็แสดงสีหน้าดีใจ นักแก้ปัญหาเป็ชื่อเรียกใหม่ของอีอัน ซึ่งเป็ชื่อที่ไม่ค่อยน่ารำคาญเท่าไร
"ใช่แล้ว เตรียมอาหารเช้าให้หน่อย"
"ค่ะ โปรดรอสักครู่นะคะ ข้าจะเตรียมเนื้อกับไข่ที่ท่านชอบให้"
สาวใช้วางผ้าถูพื้นลง เธอเป็เพียงไม่กี่คนในหมู่บ้านแห่งนี้ที่ไม่กลัวอีอัน ตรงกันข้าม เธอทำตัวไม่รู้ที่ต่ำที่สูงจนน่ารำคาญ
อีอันกล่าวเสริมขณะที่เขานั่งลง
"เดี๋ยวเถ้าแก่ก็มาได้ยินเอาหรอก"
"แล้วยังไงคะ? เพราะท่านช่วยแก้ปัญหาให้ เลยได้รับการดูแลอย่างดี เขาต้องเข้าใจอยู่แล้ว" สาวใช้ทำเสียงว่าคล้ายไม่พอใจในลำคอ
นี่เป็หนึ่งในเหตุผลที่อีอันพักผ่อนในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ได้อย่างสบายใจ เ้าของโรงเตี๊ยมได้รับค่าตอบแทนจากผู้้าความช่วยเหลือแทนการให้คำแนะนำ
เพียงรับเงินอย่างมีคุณธรรม อีอันก็ไม่ได้ห้ามอะไร แล้วมักจะคอยถามมากขึ้นด้วย
"ถ้างั้นขอเบียร์แก้วนึงด้วย" อีอันพูดเสริมอย่างสบาย ๆ สาวใช้ตอบกลับมาว่า ‘ค่ะ’ แล้วเข้าไปในครัว
ตอนนี้เหลืออีอันอยู่เพียงคนเดียว เขาพูดพลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะ
"คงใกล้จะได้เวลาแล้ว"
ความ้าขอให้ช่วยลดลงอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่า่เวลาที่จะได้ออกจากหมู่บ้านก็ใกล้เข้ามาแล้ว
ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องเร่ร่อนและย้ายถิ่นฐานไปจนกว่าจะไปถึงหมู่บ้านถัดไป
ถึงจะไม่ได้อยากทำแต่ก็ช่วยไม่ได้ การปรับตัวเข้าสู่ชีวิตประจำวันที่สงบสุขเท่ากับการฆ่าตัวตายอย่างช้า ๆ พอลองคิดดูแล้ว เขาไม่ได้ฆ่าอะไรเลยใน่สัปดาห์ที่แล้ว
เขาได้เห็นเืแค่ตอนที่ตัดข้อมือของคนที่พยายามจะเรียกเก็บค่าตอบแทนและตัดนิ้วของคนที่ลวนลามสาวใช้เท่านั้น
"หากตรวจสอบเสร็จแล้ว..."
ขณะเดียวกันจานก็ถูกวางอยู่ตรงหน้าเขา มีไข่กับมันฝรั่งบดและเนื้ออบ มันมากเกินไปสำหรับมื้อเช้า แต่อีอันก็หยิบมีดและส้อมขึ้นมาทันที อย่างไรก็ตาม เรียกว่าได้เป็อาหารที่หายากมากในโลกนี้
"คิดอะไรอยู่เหรอคะ?" สาวใช้นั่งลงตรงข้ามขณะวางแก้วเหล้าที่เต็มไปด้วยเบียร์
"เ้าไม่จำเป็ต้องรู้"
สาวใช้ทำปากเบะเมื่ออีอันตอบกลับ อีอันกล่าวเสริมพลางถอนหายใจ "เ้าของโรงเตี๊ยมออกไปตอนไหน"
"เมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ตอนนี้ไม่มีใครคอยกวนท่านด้วยการถามว่า ‘มีอะไรทำหรือเปล่า’ ไม่ใช่เหรอคะ?"
สาวใช้เดาะลิ้น "เขาเริ่มสนุกกับมันมากขึ้นเรื่อย ๆ และมักจะพึมพำว่าอย่างน้อยเขาก็อยากให้มีโคโบลด์ที่ยังหลงเหลืออยู่ออกมาบ้าง"
"นั่นสินะ"
อีอันพยักหน้าพลางเคี้ยวเนื้อไปด้วย ถ้าพูดถึงขนาดนั้น แสดงว่าตอนนี้คงจะหมายความว่างานหมดแล้วจริง ๆ
"แต่นี่เป็ครั้งแรกที่หมู่บ้านสงบสุขแบบนี้ มันดีมากเลย" สาวใช้เอามือทั้งสองข้างเท้าคางขณะมองไปที่อีอัน
"ทั้งหมดนี้เป็เพราะท่านนักแก้ปัญหาเลยค่ะ"
"อืม มันก็แค่แป๊บเดียวเอง" อีอันตอบอย่างเฉยเมย
"เดี๋ยวปัญหาก็จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้"
"คุณดูมั่นใจจังเลยนะคะ..."
"ก็มันเห็นได้ชัด"
ในยุคมืดเช่นนี้ หมู่บ้านที่ไม่มีกองกำลังป้องกันอย่างจริงจังเป็ปัญหาที่ไม่ต้องคิดให้ลึกเลย
ขณะที่อีอันมุ่งความสนใจไปที่อาหารอีกครั้ง สาวใช้ก็พูดต่อ "ขอถามคำถามหนึ่งได้ไหมคะ"
"ไม่ได้"
"ทำไมท่านนักแก้ปัญหาถึงไม่บอกใครว่าเป็นักเวทล่ะคะ"
ก็บอกว่าไม่ได้ไง อีอันขบลิ้นแล้วมองไปยังสาวใช้ที่ขณะนี้มีแววตาเป็ประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในที่สุดเขาก็เลียปากแล้วพูดว่า "ก็มันน่ารำคาญไง อีกอย่างข้าไม่ชอบพวกผู้ใช้เวทมนตร์ด้วย"
"เพราะว่าพวกนักเวทหยิ่งและเ้าเล่ห์ ทั้งยังเห็นแก่ตัวเหมือนที่คนอื่นพูดกันเหรอคะ"
"ก็…ประมาณนั้นแหละ"
จู่ ๆ อีอันก็นึกถึงนัทเวทที่เขาเจอเป็ครั้งแรกในหนองน้ำ นัทเวทนั่นเป็ชายชราที่อย่างน้อยก็ฉลาด ขณะเดินทางไปด้วยกัน เขาเห็นอีอันใช้เวทมนตร์ในลักษณะต่าง ๆ จนเกิดสงสัยในเคล็ดลับนั้น
อีอันตอบอย่างใจดี ‘ท่านทำไม่ได้หรอก’
แน่นอนว่าชายชราไม่ยอมแพ้ เขาพยายามค้นหาความลับด้วยตัวเองแทน ชายชราพยายามเจาะสมองของอีอัน แต่ความพยายามนั้นไม่ประสบความสำเร็จ ชายชราจึงถูกตัดคอ
อีอันได้รับบทเรียน ถ้าเป็ไปได้ก็อย่าไปยุ่งกับนักเวท
นี่เป็หนึ่งในสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากตอนเล่นเกม แม้ว่าเหล่าเอ็นพีซีที่เป็นักเวทในตอนนั้นจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้แบ่งแยกหรือระมัดระวังอะไร และพวกเขาไม่ได้พยายามเจาะสมอง
"ถ้างั้น ท่านนักแก้ปัญหาชอบอะไรหรือคะ"
สาวใช้ถามต่อ อีอันหยุดขยับทันที เพราะทุกสิ่งทุกอย่างผ่านเข้ามาในหัว
น่าเสียดายที่ของส่วนใหญ่ไม่สามารถหาได้ในโลกใบนี้ อาจเป็น้ำอัดลมที่ช่วยแก้เลี่ยนอาหารพวกนี้ ให้ตายเถอะ
อีอันพูดออกมา "สมบัติและเงิน"
"โอ้..."
สาวใช้ทำหน้าเหมือนพูดไม่ออก อีอันหันไปมองจาน
"มีแค่นั้นจริง ๆ เหรอคะ"
สาวใช้ถามอีกครั้ง แต่เขาไม่ตอบอีกเลย เอาแต่เคี้ยวเนื้ออยู่เต็มปาก
ขณะที่อีอันกินอาหารบนจานใกล้เสร็จ
"โอ๊ะ ตื่นแล้วเหรอ" เ้าของโรงเตี๊ยมกลับมาแล้ว เขาทักทายอย่างกระอักกระอ่วน ขณะที่มือยังจับอยู่ที่กลอนประตู ในที่สุดอีอันก็พูดออกมา
"มีอะไร? พูดมา อย่ามัวยืนอยู่อย่างนั้น"
เ้าของโรงเตี๊ยมเกาแก้มของเขา "คะ…คือว่า มีคนมาหาท่านบ้างไหม"
"คนที่้าให้ช่วยเหรอ?"
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน…แต่…"
ทันทีที่เ้าของโรงเตี๊ยมกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ประตูที่เขาพยายามจะปิดก็ถูกเปิดออกอีกครั้งโดยชายหนุ่มที่ดูเป็มิตรในชุดเกราะหนัง
"ขออนุญาต"
ชายหนุ่มเปิดประตูออกกว้าง จึงได้เห็นคนยืนอยู่เื้ัของชายหนุ่มเกราะหนัง
คนนั้นสวมชุดเกราะเหล็ก ทั้งยังเป็ชุดเกราะเต็มตัวที่ไม่เปิดเผยผิวเปลือยเปล่าสักนิด ทั้งยังใส่หมวกเหล็กที่ชวนให้นึกถึงจะงอยปากของนกอินทรีหรือเหยี่ยวปกปิดใบหน้ามิดชิด
ปลายด้ามดาบตรงสะโพกตกแต่งด้วยเขากวางแทนที่จะเป็พู่ธรรมดา
สัญลักษณ์ของอะเกลลัน
โดยรวมแล้วแขกที่มาหาเขาเป็อัศวินเอกของอาณาจักรอะเกลลัน ไม่มีทางมาอยู่ในที่ชนบทแบบนี้หรอก แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่อีอันเอียงศีรษะมอง
‘รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ’
เพราะเคยเห็นชุดเกราะเต็มตัวแบบนั้นที่ไหนสักแห่งอย่างแน่นอน
[1] โรงแรมจิ้งหรีด ความหมายในปัจจุบันคือ โรงแรมขนาดเล็กที่มีสภาพเก่าแก่หรือตามมีตามเกิด และจะได้ยินในบริบทเกี่ยวกับการค้าบริการบ้าง