บทที่59
ปะทะกับยอดฝีมือหลอมกายาขั้นสูงสุด
“เจ้าคือปุถุชนผู้นั้นงั้นหรือ?”จางหวังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นดวงตาคมกริบกวาดมองชายตรงหน้าอย่างพินิจ ทั้งรูปลักษณ์ อาภรณ์ และหน้ากากเหล็กบนใบหน้าล้วนตรงกับคำบอกเล่าที่มันได้รับมาไม่ผิดเพี้ยน
แม้จะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาแต่จางหวังก็ไม่ใช่คนประมาทเขาย่อมไม่ลืมว่าเจ้าปุถุชนตรงหน้าเคยสังหารผู้ฝึกตนในขอบเขตหลอมกายาไปแล้วหลายรายการที่อีกฝ่ายมายืนรอเขาอยู่ก่อน ย่อมมีบางสิ่งแปลกประหลาดแฝงอยู่
เสียงของหยุนโม่ลอดออกจากหน้ากากเหล็ก “เจ้าคือ จางหวัง”
จางหวังหรี่ตาลง ก่อนเอ่ยตอบ “รู้จักข้าด้วยหรือ? เช่นนั้นแสดงว่าฝั่งเจ้าก็มีคนส่งข่าวมาให้เช่นกันสินะ”
“ก็ประมาณนั้น”หยุนโม่ตอบเสียงเรียบ
จางหวังไม่หยุดหยั่งเชิงถามต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “ได้ยินว่าเจ้าเป็นแค่ปุถุชนธรรมดาไม่ใช่ผู้ฝึกตนด้วยซ้ำแต่กลับมีอาวุธพิเศษที่สามารถสังหารผู้ฝึกตนในขอบเขตหลอมกายาได้?”
“กลัวหรือ?” หยุนโม่กล่าวตอบ พร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ แฝงความยียวน
คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของจางหวังเปลี่ยนไปคิ้วทั้งสองข้างขมวดแน่น ดวงตาฉายแววไม่พอใจ
ผู้ฝึกตนยิ่งมีขอบเขตสูงเท่าใดก็ยิ่งทนคำดูหมิ่นได้น้อยลงโดยเฉพาะจากปุถุชนที่ไม่อาจเหยียบยืนบนเส้นทางแห่งการฝึกตน
เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้นจากปากของจางหวังก่อนจะกล่าวตอบอย่างเหี้ยมเกรียม
“ฮ่า ๆ ๆข้าเนี้ยนะจะกลัว? เจ้าต่างหากเจ้ามนุษย์ต่ำต้อยอย่าคิดว่าสังหารผู้ฝึกตนในขอบเขตหลอมกายาไปไม่กี่คนแล้วจะสามารถเทียบชั้นกับผู้ฝึกตนเช่นข้าได้!”
วาจาของมันสิ้นสุดลงพร้อมกับที่ร่างกายย่อต่ำลงเล็กน้อยปราณวิญญาณภายในร่างพลันพลุ่งพล่านหมุนวนอย่างรุนแรงจนทั่วทั้งพื้นที่รอบกายเริ่มสั่นสะเทือนเบา ๆ
สายลมที่พัดผ่านแปรเปลี่ยนเป็นแรงกดดันหนักอึ้งกระแสพลังที่พวยพุ่งออกมาจากจางหวังนั้น หนาแน่นทรงพลังยิ่งนักแสดงให้เห็นถึงจุดสูงสุดของผู้ฝึกตนในขอบเขตหลอมกายา
คลื่นปราณสีน้ำเงินเข้มไหลเวียนรอบตัวเป็นวงทอดแนวเป็นชั้น ๆ ราวกับม่านพลังที่บีบอัดอากาศโดยรอบจนหนาแน่นฝ่ามือขวาของจางหวังยื่นไปจับที่ด้ามดาบเหล็กซึ่งสะพายอยู่ด้านหลังกลิ่นอายแห่งการต่อสู้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน…
“ตาย!!”
เสียงคำรามดังก้องจากปากของจางหวังขณะระเบิดพลังปราณจากภายในร่างร่างกายของเขากระโจนพุ่งออกไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วแรงเหวี่ยงของฝ่าเท้ากระแทกกับพื้นจนใบไม้ปลิวว่อน
ปลายนิ้วกระชับแน่นที่ด้ามดาบเหล็กดาบถูกชักออกจากฝักในจังหวะเดียวกับที่ปราณวิญญาณไหลทะลักจากร่างห่อหุ้มใบดาบจนเกิดเป็นแสงพลังวูบวาบรัศมีแห่งปราณที่แผ่ออกมารุนแรงถึงขั้นฉีกอากาศโดยรอบให้เกิดเสียงหวีดแหลมและแรงกดดันมหาศาล
ดาบของจางหวังฟาดลงมาด้วยความเร็วและความแรงที่ตั้งใจจะตัดร่างของหยุนโม่ให้ขาดครึ่งในพริบตาเดียวทว่าทุกสิ่งกลับไม่เป็นเช่นนั้น…
เพียงพริบตาหลังจากพุ่งร่างออกไปได้ยังไม่ถึงสิบก้าว
ทว่า…
“กริ๊ก!
เสียงแหลมเบาทว่าชัดเจนดังขึ้นใต้ฝ่าเท้าขวาของจางหวัง
สายตาของเขาเบิกโพลงสัญชาตญาณของผู้ฝึกตนที่เฉียบคมร้องเตือนขึ้นอย่างรุนแรง
แต่สายเกินไปแล้ว!
“กับดัก!!”
จางหวังตะโกนลั่นด้วยเสียงที่แฝงความโกรธและตกใจแต่ยังไม่ทันได้เคลื่อนไหวหลบหลีก —
ตูม!!
เสียงระเบิดคำรามสนั่นสะท้านป่าพื้นดินสั่นสะเทือนแรงอัดจากกับดักระเบิดส่งร่างอันแข็งแกร่งของเขากระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศท่ามกลางเปลวเพลิงและฝุ่นควันที่กระจายโหมกระหน่ำ
รอยแผลจากแรงระเบิดและสะเก็ดระเบิดปรากฏขึ้นตามแขนขาอาภรณ์ดำขาดวิ่นเป็นริ้วสายตาของเขาแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดและความเดือดดาลถึงขีดสุด!
ร่างกายของจางหวังในฐานะผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดแทบไม่หลงเหลือความสง่างามใด ๆ ให้เห็นอีกต่อไป ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผลจากแรงระเบิดโดยเฉพาะขาข้างขวาที่เป็นจุดสัมผัสกับระเบิดโดยตรงนั้น แทบจะเละจนผิดรูปกระดูกบิดเบี้ยว เนื้อหนังฉีกขาดจนเห็นถึงชั้นในของร่างกายเลือดสีคล้ำไหลอาบจนเปียกชุ่มอาภรณ์สีดำของเขา
“อ๊ากกก!”
จางหวังกระอักเลือดออกมากลางอากาศพลังปราณภายในร่างแปรปรวนอย่างรุนแรงจากอาการบาดเจ็บฉับพลัน
แต่ถึงแม้จะสาหัสเพียงใดโทสะของมันกลับยิ่งลุกโชน ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าเกร็งเขม็งด้วยความกราดเกรี้ยว
“หมาลอบกัด!”
มันคำรามออกมาด้วยเสียงสั่นสะท้าน
หยุนโม่ได้ยินเช่นนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะต่ำในลำคอก่อนกล่าวอย่างยั่วเย้า
“หึ หึ หึ…หมาลอบกัดงั้นหรือ? บิดาเจ้าเถอะ ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเจ้าซึ่งเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาสูงสุดกลับยังกล่าวเช่นนี้ยังจะมีหน้ามาร้องเรียกว่าถูกลอบกัดอีกหรือ?”
เขาส่ายหัวพลางถอนหายใจแล้วกล่าวต่อเสียงเรียบปนเย้ยหยัน
“เฮ้อ...ผู้ฝึกตนอย่างพวกเจ้ามักมั่นใจในตนเองเกินไปจนกลายเป็นโง่เขลาเจ้ารู้หรือไม่ว่ามีแต่พวกไม่มีสมองเท่านั้นที่ประมาทเช่นนี้?”
ใบหน้าของจางหวังแปรเปลี่ยนอย่างชัดเจนความเดือดดาลพลุ่งพล่านขึ้นในอก
แม้บาดเจ็บสาหัสแต่ประสบการณ์ในฐานะนักฆ่าชั้นยอดทำให้มันสามารถรวบรวมสติกลับมาได้อย่างรวดเร็วปราณภายในเริ่มหมุนเวียนอีกครั้ง ดาบในมือค่อย ๆแปรเปล่งแสงสว่างขึ้นอีกครั้งหนึ่งเตรียมพร้อมจะตอบโต้ทันทีที่ร่างกายสามารถตั้งหลักได้
ทว่า…
ร่างในชุดคลุมสองคนปรากฏกายจากเงามืดอย่างเงียบเชียบราวกับผุดขึ้นมาจากอากาศ ทั้งสองยืนประกบซ้ายขวาห่างจากร่างของจางหวังเพียงไม่กี่ก้าว
ปากกระบอกปืนที่ติดตั้งอยู่บริเวณข้อมือของพวกมันยกขึ้นอย่างพร้อมเพรียงเล็งเป้าหมายตรงมายังร่างของจางหวังอย่างไม่ลังเล
“อะไร...!?”
ดวงตาของจางหวังเบิกกว้างร่างกายชะงักงันด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่สัมผัสถึงชีพจรใด ๆจากพวกมันเลยก่อนหน้านี้!
นั่นยิ่งทำให้มันตกใจหนักกว่าเดิมในฐานะมือสังหาร ความสามารถในการจับชีพจรของศัตรูถือเป็นสิ่งจำเป็นแต่นี่กลับไม่มีวี่แววของพลังชีวิตแม้แต่น้อย…
แต่ไม่ทันจะได้ตั้งหลักเสียงปืนก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกันจากทั้งสองฝั่ง
ปัง! ปัง!
เส้นแสงของกระสุนปราณวิญญาณพุ่งฝ่าอากาศมาอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าร่างของจางหวังที่ยังลอยอยู่กลางอากาศอยู่ในระยะประชิดเสียจนไม่อาจหลบหลีกทัน
จางหวังกัดฟันแน่นเขาสลายพลังปราณที่รวบรวมไว้เพื่อโจมตีเปลี่ยนเป็นกำลังภายในผลักเร่งกล้ามเนื้อเพื่อหมุนตัวหลบการโจมตีในเสี้ยววินาทีร่างของเขากลิ้งกลางอากาศ หมุนคว้างหลบออกจากแนววิถีกระสุนอย่างเฉียดฉิว
แสงปราณวิญญาณพุ่งเฉียดร่างเขาไปทิ้งเพียงกลิ่นไหม้จากอากาศที่ถูกแหวกด้วยความรุนแรง