ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 181 ความประมาทอาจคร่าชีวิตผู้คน

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 181  ความประมาทอาจคร่าชีวิตผู้คน



        จินมองภาพการต่อสู้ของทั้งสี่คนอยู่นาน คนชุดเทาทั้งสามร่วมมือกันได้อย่างลงตัว สามารถต้านรับการบุกจู่โจมของร่างสูงได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ


        การต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับเช่นนี้ดำเนินอยู่นาน จนจินคิดว่าคงไม่อาจรู้ผลในเร็วๆ นี้ ชายหนุ่มส่งคำสั่งผ่านกระแสจิตไปยังร่างสูงที่พัวพันอยู่กับการต่อสู้ทันที


        'กลับมา เข้ามาในประตูมิติ เรากำลังจะไปจากที่นี่แล้ว' จินส่งกระแสจิตไปยังร่างสูงที่กำลังต่อสู้อย่างห้าวหาญ


        แม้ว่าคู่ต่อสู้ทั้งสามจะอ่อนแอลงบ้างแล้วเพราะอาการบาดเจ็บที่ค่อยๆ สะสม แต่กว่าจะจัดการได้อย่างเด็ดขาดก็คงต้องใช้เวลานานมาก จินไม่แน่ใจว่าหากลากยาวออกไปมากกว่านี้ กลุ่มคนชุดเทาจะมีกำลังเสริมที่แข็งแกร่งในระดับใกล้เคียงกันมาเสริมทัพหรือไม่


        หากลัทธิประหลาดดังกล่าวเป็นองค์กรที่ใหญ่กว่านี้และยังคงมีตัวตนที่ทรงพลังอยู่อีก จินก็เริ่มไม่แน่ใจว่าฝั่งของเขาจะยังได้เปรียบเหมือนเช่นตอนนี้หรือไม่ แล้วเหตุใดไม่ใช้ช่วงเวลาที่อีกฝ่ายเริ่มตกเป็นรอง หลบหนีไปเสียเลยเล่า?


        อย่างไรจินก็ได้รับสิ่งที่ตนต้องการจากการลงทุนเดินทางข้ามมิติมาแล้ว เช่นนั้นที่นี่ก็ไม่เหลืออะไรที่เขาจำเป็นต้องจัดการอีก 


        ผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์คนอื่น? ไม่ล่ะ ตอนนี้จินยังคงอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับตัวตนที่สามารถเดินทางข้ามมิติคนอื่นๆ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะมีข้อมูลล้ำค่าอะไรเก็บไว้ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จินจะเข้าไปขุดคุ้ยอะไรได้ในตอนนี้


        ร่างสูงสองเมตรเมื่อได้รับคำสั่งผ่านกระแสจิต มันก็รัวการโจมตีใส่ศัตรูสามคนตรงหน้าก่อนจะถีบอกของหนึ่งในสามแล้วพุ่งตัวกลับไปยังแท่นหิน กระโจนเข้าไปยังประตูมิติสีดำที่เปิดกว้างราวกับอ้าแขนรอรับตัวมันอยู่แล้ว


        คนชุดเทาทั้งสามคนมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างอึ้งๆ ทำความเข้าใจอะไรไม่ได้ไปชั่วครู่


        ก่อนหน้านี้ร่างสูงยังต่อสู้พัวพันกับพวกมันอย่างเอาเป็นเอาตาย จนพวกมันต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อต่อสู้ต้านทาน แต่จู่ๆ ร่างสูงก็หนีไปเสียอย่างนั้นทั้งๆ ที่ได้เปรียบ


        รอยแยกมิติสีดำค่อยๆ หดตัวลง และหายไปในที่สุด รวดเร็วจนคนชุดเทาทั้งสามไม่ทันได้ตั้งตัว ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตาเดียว กว่าพวกมันจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ประตูมิติที่เปิดอ้าก็หายไปแล้ว


        ร่างสูงหลบหนีไปแล้ว!


        สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกมัน ได้หายไปแล้ว! ตอนนี้พวกมันรู้สึกเหมือนถูกโจรปล้นของมีค่าของตนเองไปต่อหน้าต่อตาแต่ทำอะไรไม่ได้ ไม่ได้เตรียมใจ และงุนงงเป็นที่สุด


        พวกมันไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าทำไมร่างสูงถึงฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้หรือเหตุใดอีกฝ่ายจึงโจมตีพวกตนทั้งๆ ที่พวกมันเป็นผู้ศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม


        ทุกสิ่งจะต้องเกิดจากฝีมือผู้ไม่หวังดีอย่างแน่นอน ร่างในชุดเทาทั้งสามไม่รู้ว่าผู้ไม่หวังดีรายนี้ทำทุกอย่างทั้งหมดนั่นและควบคุมร่างบนแท่นหินได้อย่างไร แต่สิ่งนี้ได้ทำลายแผนการทุกอย่างที่มันตั้งใจทำมาจนแทบจะกลับไปนับหนึ่งใหม่


        มีคนล่วงรู้แผนการฟื้นคืนชีพของพวกมัน! ซ้ำร้ายยังขโมยร่างที่พวกมันเพียรพยายามฟื้นฟูไปต่อหน้าต่อตา พรากปณิธานอันยิ่งใหญ่ไปจากพวกมัน! ความแค้นเคืองค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอกจนแผดเผาไปทั้งทรวง


        มันเป็นใคร! ใครกันที่กล้าทำเรื่องแบบนี้!! กลุ่มคนชุดเทาไม่อาจทราบได้เลย สิ่งที่มันเห็นทั้งหมดก็มีเพียงประตูมิติ และโกเลมหินที่ดูอ่อนแอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ให้ข้อมูลที่เพียงพอจะเชื่อมโยงไปสู่ขุมอำนาจใดที่พวกมันรู้จักแม้แต่น้อย


        “ฮว้ากกกกกกกก!” ชายชุดเทาที่ถูกถีบหน้าอกพลันกรีดร้องออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง มันพยายามโจมตีเข้าใส่จุดที่เคยเป็นประตูมิติ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


        แน่ล่ะ หลังจากจินปิดประตูมิติไปแล้ว ย่อมไม่เหลือทางเชื่อมต่อจากพื้นผิวโลกปกติไปยังมิติความว่างเปล่า หากอีกฝ่ายต้องการจะทำอันตรายต่อจิน มันจำเป็นต้องทรงพลังมากกว่านี้ ต้องมีพลังเพียงพอที่จะส่งการโจมตีข้ามผ่านมิติ


        ซึ่งแน่นอน เพื่อความปลอดภัย จินได้เปิดเกราะป้องกันรอบมิติประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบเอาไว้แล้ว ต่อให้มันมีพลังมากพอก็ไม่อาจผ่านเกราะป้องกันเข้ามาได้ แม้จะเปลืองพลังงานไปหน่อย แต่เพื่อความปลอดภัยจินก็ยอม 


        ชายในชุดเทาเริ่มบ้าคลั่งและโจมตีทุกอย่างไปทั่ว หลังจากทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้และรู้ว่าผลงานที่ตนเองตั้งใจสร้างขึ้นมาโดนฉกฉวยไปโดยใครก็ไม่รู้ จะไม่ให้น่าแค้นใจได้อย่างไร!?


        คนชุดเทาอีกสองคนไม่ได้ห้ามการกระทำนั้นแต่อย่างได้ พวกมันก็แค้นเช่นกัน และพยายามมองไปรอบๆ เผื่อจะพบเบาะแสอะไรของผู้ร้ายในครั้งนี้บ้าง


        จินฉวยโอกาสนี้ขับเคลื่อนมิติประดิษฐ์ออกไปโดยไม่สนใจพวกมันอีก ตอนนี้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ไม่ว่าการเคลื่อนไหวมิติประดิษฐ์จะทำให้พวกมันรับรู้การมีอยู่ของเขาหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลแล้ว


        ตอนนี้เขาต้องรีบหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนที่กลุ่มคนชุดเทาพวกนั้นจะเปิดใช้พิธีกรรมประหลาดอะไรมาขัดขวางเขาอีก แม้จะคิดว่าพวกมันคงไม่สามารถรั้งตนเองไว้ได้ก็ตาม แต่ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เขาทำภารกิจสำเร็จแล้ว และมันจะต้องสำเร็จอย่างงดงาม ไม่อาจปล่อยให้มีอุปสรรคมาขัดขวางได้อีก


        มิติประดิษฐ์แหวกว่ายไปในมิติความว่างเปล่า พุ่งไปยังทางออกที่มีอยู่แค่ทางเดียว ผ่านฝูงชนในชุดสีเทาที่ยืนออกันมากมายด้านนอกเพราะไม่กล้าเข้าไปใกล้การต่อสู้ของตัวตนทรงพลังทั้งสี่


        ในที่สุดจินก็พุ่งผ่านทุกโถงและออกมาด้านนอกของถ้ำหินได้สำเร็จโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าได้มีพื้นที่มิติขนาดใหญ่ลอยผ่านพวกมันไปแล้ว และนั่นยังเป็นคนที่ขโมยสิ่งสำคัญไปจากรังของพวกมันเสียด้วย!


        เมื่อออกมาจากถ้ำได้ มิติประดิษฐ์ก็ถูกเร่งความเร็วจนถึงขีดสุด พยายามออกห่างจากที่นี่ให้ได้มากที่สุด


        ศาสตร์ในการเดินทางข้ามมิติเป็นเรื่องที่ลึกลับมากไม่แพ้ศาสตร์ในด้านวิญญาณ แต่แน่นอนว่าย่อมมีผู้ที่ศึกษามันจนมีความเข้าใจในระดับสูงอยู่ไม่น้อย


        โดยเฉพาะในต่างมิติที่ผู้คนล้วนเต็มไปด้วยพลัง จะไม่แปลกใจเลยหากกลุ่มลัทธิประหลาดพวกนั้นสามารถหาคนที่เชี่ยวชาญด้านมิติมาได้ และขอร้องให้อีกฝ่ายแกะรอยข้อผิดพลาดที่มิติประดิษฐ์ได้สร้างเอาไว้


        ก็เหมือนกับตอนนี้ที่จินตรวจสอบร่องรอยของรอยแยกมิติในซากโบราณสถานซึ่งไปโผล่บนโลกมนุษย์ แม้จะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ แต่แน่นอนว่ามันก็มีโอกาสที่จะตามหาร่องรอยนั้นได้ ยิ่งรอยแยกมิติสดใหม่เท่าใด ก็ยิ่งตรวจสอบได้ง่ายขึ้นมากเท่านั้น


        นั่นเป็นเหตุผลที่จินจะต้องหนีออกมาให้ห่าง อย่างน้อยพวกมันก็ต้องไม่รู้จุดเฉพาะเจาะจงที่จินจะใช้เดินทางกลับไปยังโลกมนุษย์ นั่นจะทำให้พวกมันติดตามร่องรอยมาไม่ได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องใช้เวลายาวนานมากๆ ก่อนที่จะพบร่องรอยอะไรบางอย่าง


        โลกมนุษย์เป็นเหมือนกับบ้านของจิน เขาไม่อาจประกาศให้ศัตรูรู้อย่างแน่นอนว่าภูมิลำเนาของตนอยู่ที่ใด จินเชื่อว่าด้วยความบ้าคลั่งของคนในลัทธินี้ มันคงพร้อมทำทุกสิ่งอย่างไม่เลือกวิธีการ เพื่อสร้างความลำบากต่อผู้คนที่มันแค้นเคืองให้ได้มากที่สุดเท่าที่พวกมันจะทำได้


        จินขับเคลื่อนมิติประดิษฐ์ออกมาด้วยความเร็วสูง ผ่านเวลามาสักพักใหญ่ จินเองก็ไม่รู้ว่าออกมาไกลจากจุดเดิมเท่าใด แต่ระยะทางเท่านี้คงเพียงพอแล้วที่จะทำให้กลุ่มคนชุดเทาตามหาร่องรอยไปเป็นสิบปี


        ร่างวิญญาณบังคับมิติประดิษฐ์ให้สร้างเส้นทางกลับไปยังโลกมนุษย์ ระบบประมวลผลทำงาน ตรวจสอบความเรียบร้อยของทุกอย่าง สภาพความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ทุกชิ้น ก่อนที่จะแหวกเปิดมิติความว่างเปล่าออกและเคลื่อนไปสู่ความว่างเปล่าชั้นที่ลึกลงไปอีก


        จินกลับมาอยู่ในฉากที่รอบตัวกลายเป็นพลังงานสีแดงสว่างราวกับลาวาที่ไหลพล่านไปทั่ว


        พื้นที่มิติภายในสั่นไหวเพราะเกราะพลังงานไม่สามารถกรองแรงกระแทกทั้งหมดที่เข้ามาได้หมด แรงสั่นสะเทือนจึงส่งมาถึงภายในบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้ส่งผลร้ายแรงอะไร


        เมื่อระบบประมวลผลสำรวจเส้นทางที่มุ่งไปยังโลกมนุษย์เสร็จเรียบร้อย มิติประดิษฐ์ก็เคลื่อนที่พุ่งตรงฝ่าพลังงานอันวุ่นวายไปด้วยความเร็วสูงสุดทันที


        …


        ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เพราะมิติแห่งความว่างเปล่าส่วนที่ลึกขึ้นนั้นเต็มไปด้วยพลังงานรุนแรงมากมาย มันส่งผลกระทบหลายอย่าง เช่น การรับรู้เรื่องของเวลาผิดเพี้ยน และไม่อาจรับรู้ว่าทิศทางไหนคือเหนือใต้ออกตก ทุกอย่างเต็มไปด้วยความเวิ้งว้างอย่างแท้จริง


        จินไม่อาจรู้ได้เลยว่าเวลาได้ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วหากไม่มีระบบประมวลผลของมิติประดิษฐ์ แม้จะไม่ได้แม่นยำนัก แต่มันสามารถคำนวณได้คร่าวๆ ว่าในขณะที่เดินทางอยู่ในชั้นที่ลึกลงไปของมิติความว่างเปล่านี้ เวลาบนโลกมนุษย์ไหลผ่านไปเท่าไหร่


        สำหรับขามา จินใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบสามวันในการเดินทางข้ามไปยังมิติสไปรอน สำหรับขากลับ...ตอนนี้จินเดินทางมาได้สองวันกว่าๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงจุดหมาย


        ร่างวิญญาณที่ดูอ่อนจางจ้องมองไปยังหน้าจอแสดงผลด้านหน้า เขาคิดว่าอีกไม่นานคงจะถึงจุดหมาย การเดินทางในครั้งนี้เสียเวลาไปพอสมควร และส่วนใหญ่มาจากการเดินทางภายในมิติความว่างเปล่าเสียด้วย


        ขณะที่ร่างวิญญาณกำลังจ้องหน้าจอแสดงผลเพลินๆ อยู่นั้น เสียงจักรกลไร้อารมณ์ก็ดังขึ้นภายในหัว มันเป็นเสียงของระบบบรรพบุรุษ


        [แจ้งเตือน : สมาชิกตระกูลพีไรซ์รุ่นที่เจ็ดตกอยู่ในอันตราย โปรดเร่งช่วยเหลือโดยด่วน!]


        [แจ้งเตือน : สมาชิกตระกูลพีไรซ์รุ่นที่แปดตกอยู่ในอันตราย โปรดเร่งช่วยเหลือโดยด่วน!]


        การแจ้งเตือนดังขึ้นมาสองครั้งซ้อนทำให้จินซึ่งกำลังตกอยู่ในภวังค์ตื่นตัวทันที ดวงตาเบิกกว้างก่อนจะเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง


        ดูเหมือนว่าลูกหลานของเขาที่ตกอยู่ในอันตรายจะมีเพียงรุ่นที่แปดกับรุ่นที่เจ็ดเท่านั้น นี่ทำให้จินตัดความเป็นไปได้ออกไปได้หลายอย่าง 


        เหตุร้ายที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นที่คฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์ และไม่ใช่เรื่องที่เกิดกับสมาชิกตระกูลที่เผลอออกไปทำธุระบางอย่างด้วย


        มันจะต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับสมาชิกตระกูลที่อยู่เป็นกลุ่มใหญ่ มีทั้งรุ่นที่แปดและรุ่นที่เจ็ด แต่ไม่มีรุ่นที่เก้า


        สิ่งเดียวที่จินคิดได้คือเกิดเรื่องกับกลุ่มที่ถูกเกณฑ์ออกไปรวมกับกองทัพส่วนกลาง


        ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง...การเกณฑ์คนออกไปน่าจะเกิดขึ้นเร็วมาก และเพียงไม่กี่วันก็เกิดเรื่องขึ้นแล้วอย่างนั้นหรือ? เกิดอะไรขึ้นบนโลกฝั่งนั้นกันแน่? จินได้แต่งุนงงสับสนภายในใจ ดูเหมือนระยะเวลาที่เขาหายไป จะมีเรื่องหลายอย่างเกิดขึ้นภายในเขต B? เป็นไปได้อย่างไรกัน?


        จินรู้สึกว่าทุกอย่างมันแปลกไปหมด เป็นไปได้หรือที่เขต C หรืออาณาจักรดาร์กฮาไรซอนจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขนาดนั้นหลังจากเพิ่งจะจัดการกิจการภายในเสร็จ?


        หรือเกิดการปะทะกันภายในของขุมกำลังภายในเขต B เสียเอง? ตระกูลพีไรซ์ไปกระทบกระทั่งกับใครเข้าหรือเปล่า?


        ทุกความเป็นไปได้ผุดขึ้นมาภายในหัวของจิน แต่ก็ไม่มีเรื่องใดที่ดูมีน้ำหนักมากพอให้ปักใจเชื่อได้เลย


        จินเริ่มร้อนใจขึ้นมา มองหน้าต่างแสดงผลของมิติประดิษฐ์ ก็เห็นว่านี่เป็นความเร็วสูงสุดเท่าที่มันจะทำได้แล้ว เขาไม่สามารถเร่งการเดินทางให้เร็วไปกว่านี้


        ดีที่จินรอบคอบเพียงพอ ได้สั่งซากศพชุดทองให้ติดตามไปปกป้องกลุ่มลูกหลานทั้งห้าคน นี่น่าจะช่วยรับประกันความปลอดภัยให้แก่พวกเขาได้บ้าง


        แต่จินก็ไม่ได้คิดในแง่ดีมากขนาดนั้น กับเรื่องความเป็นความตายของสมาชิกภายในตระกูลเขาจำเป็นต้องคาดคิดไปในทางที่เลวร้ายที่สุดก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ความประมาทของตนคร่าชีวิตของลูกหลานภายในตระกูลไป


คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน