“นี้ ระดับบนบัตรผจญภัยของฉันมันบอกว่ายังไม่สามารถเข้าพื้นที่ของป่าหมื่นปราณได้นิน่า นายจะพามาที่นี่ทำไมกัน”
หลังจากที่เ้าลงจากรถประจำทางมาถึงหน้าทางเข้าป่าที่เป็ผืนป่าไกลสุดลูกหูลูกตา เขาก็ถามไปที่ผู้ช่วยฝึกฝนของตัวเองที่พาเขามาที่ป่าแห่งนี้
“ระดับของนายน้อยมันก็เข้าพื้นที่ผจญภัยที่ไหนไม่ได้ทั้งนั่นแหละครับ ผมแค่ให้สมัครไว้เผื่อเราเจอของอะไรที่ขายได้จะนำไปขายผ่านสมาคมนักผจบภัยก็เท่านั้นเอง”
“ว่ายังไงนะ! แล้วเราจะเข้าไปฝึกฝนได้ยังไงล่ะ”
“ทีนี้มันป่านะครับนายน้อย คนพวกนี้ดูแลได้ไม่ทั่วถึงหรอก เราเดินเลาะขอบไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอทางเข้าที่ไม่มีคนดูแลเอง”
เมื่อเ้าได้ยินคำแนะนำของชายที่เขาฝากอนาคตไว้ มันก็ยิ่งทำให้เขาแสดงสีหน้าที่สิ้นหวังออกมา ก่อนที่ฮ่าฮ่าจะใช้เงินทอนที่เหลือของฟางเซียนที่เธอไม่ได้เอาไปด้วย ซื้อเซ็ทนอนป่าที่วางขายอยู่ด้านหน้าอยู่นาน
ในขณะที่เ้ารับของที่ชายหนุ่มซื้อมามากมายไว้เพราะเขาให้เด็กหนุ่มช่วยเขาถือ เ้าก็เดินตามผู้ช่วยฝึกฝนของตนเองที่นำหน้าเขาเลาะขอบเขตของป่าไปเรื่อยๆ อย่างไร้อารมณ์
ถึงแม้ว่าชายหนุ่มผู้ช่วยฝึกฝนจะแสดงท่าทีที่เร่งรีบอยากจะพัฒนาความสามารถของนายน้อยตนเองตลอดทั้งวัน แต่กว่าที่เขาจะหาทางเข้าเขตป่าหมื่นปราณได้ เขาก็เดินเลาะตามขอบมาจนถึงเวลามืดค่ำ และจำเป็ต้องหยุดการเดินทางของตัวเองลงก่อน
“นายน้อยครับ มันดึกมากแล้วเราคงต้องนอนพักที่นี่กันก่อน”
“ใช่มันดึกมากแล้ว แต่จะนอนยังไงละ นอนที่โล่งอย่างงี้หรอ ตอนแรกที่นายบอกว่าจะพาฉันเข้าไปฝึกฝนในป่า ฉันนึกว่าเราจะหาถ่ำนอนกันซะอีก”
“นายน้อยอย่าคิดไปเองสิครับ ใครเขาจะไปนอนในถ่ำกันน่ากลัวจะตาย...เรารีบกลางที่นอนแล้วนอนพักกันเถอะครับ”
“แล้วทั้งยุงทั้งแมลงต่างๆล่ะ นายไม่กลัวหรอไง นอนกลางแจ้งแบบนี้”
เมื่อเห็นความกังวลของนายน้อยตัวเอง ฮ่าฮ่าก็ทำเพียงแต่ยิ้มให้เขาก่อนที่จะเพ่งสมาธิไปที่นายน้อยของตน และดึงพลังปราณออกมาจากร่างของเขาพร้อมกับกางมันเป็ม่านพลังปราณที่ครอบคลุมพื้นที่รอบตัวพวกเขาไว้เพื่อกันแมลงต่างๆ
เ้าไม่ทันจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความสามารถของผู้ช่วยฝึกฝนของตัวเอง เมื่อพลังปราณถูกฮ่าฮ่าดึงใช้ไปจนหมด ร่างกายของเขาก็อ่อนเพลียขึ้นมาทันทีและทิ้งตัวลงในอ้อมแขนของฮ่าฮ่า
“ไม่ต้องกังวลนะครับนายน้อยเมื่อพลังปราณถูกใช้ไปจนหมดร่างกายก็จะอ่อนเพลียอย่างเถาวัลย์นี้ยแหละครับเพราะมันกำลังจะสร้างพลังปราณขึ้นมาใหม่ทำให้นายน้อยมีระดับพลังปราณที่มากกว่าเดิม…
ที่ผ่านมานายน้อยต้องทำงานรับใช้พวกขุนนางมาตลอดมันเลยไม่มีเวลาให้นายน้อยได้ฝึกฝนจนเกิดสภาวะร่างกายสร้างพลังปราณแบบนี้ และนั่นแหละคือเป้าหมายของพวกเขาที่ไม่้าให้ชนชั้นล่างของตัวเองมีเวลาว่างฝึกฝนเพื่อจะต่อต้านตัวเองในอนาคต”
ในขณะที่เ้ากำลังหมดแรงและพักพิงอยู่ที่แขนของชายหนุ่ม เขาก็ตั้งใจฟังทุกคำพูดของผู้ช่วยฝึกฝนของ ตัวเองและเป็ครั้งแรกที่รู้สึกชื่นชมในความสามารถของเขาก่อนที่ฮ่าฮ่าจะใช้มือที่วางมือหนึ่งพยายามคลายที่นอนแบบพับที่เขาซื้อออก แล้วค่อยๆ ประคองนายน้อยของตัวเองลงบนเตียงนั้น พร้อมกับกางที่นอนของตัวเองและนอนลงข้างข้างนายน้อยของเขา
“นายน้อยไม่ต้องห่วงนะครับด้วยม่านพลังปราณนี้ ผมจะไม่ปล่อยให้แมลงตัวไหนได้มากัดนายน้อยแน่นอน ผมเป็ผู้ช่วยฝึกฝนของนายน้อย ผมขอรับปากว่า ผมจะดูแลนายน้อยให้ดีที่สุด”
“นายน้อยครับ เมื่อไหร่จะทำอาหารเสร็จเนี่ย”
“ก็อาหารแห้งที่ซื้อมามันทำได้แต่ซุปผักนิ มันต้องใช้เวลาเคี่ยวอีกนาน นี้นายไม่เคยทำอาหารจริงๆ สินะ”
“ก็บอกแล้วไงครับว่าผมถูกอบรมมาให้ฝึกฝนนายน้อยตระกูลต่างๆ จะไปฝึกทำงานบ้านจากที่ไหนล่ะครับ ผมไม่เคยเป็คนรับใช้แบบนายน้อยนิ…ยังไงก็รีบทำหน่อยนะครับผมรอกินอยู่ จะได้เข้าป่าไปฝึกฝนกัน”
“อ้ากกกกกกก”
เป็อีกครั้งที่เ้าทำได้เพียงแต่ะโออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ ที่เขามีโอกาสได้หลุดพ้นจากชีวิตคนรับใช้ซีห่าว แต่กลับต้องมาทำหน้าที่นั้นให้กับผู้ช่วยฝึกฝนของตน ที่เพิ่งบอกกับเขาเมื่อคืนว่าจะดูแลเขาเป็อย่างดี
ก่อนที่เมื่อระบายความอัดอั้นตันใจไปแล้ว เขาจะตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารต่อและกินมันพร้อมกับชายหนุ่ม ก่อนที่จะเริ่มเก็บที่นอนของตนเองและออกเดินตามผู้ช่วยฝนของเขาไป
หลังจากที่ออกเดินกันมาได้ไม่นานรั่วที่กันเป็ขอบเขตของป้าหมื่นปราณอยู่ ก็เริ่มสูงน้อยลงเรื่อยๆ และเริ่มแปรสภาพเป็รั่วไม้ที่ผุพัง สามารถปีนข้ามไปได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่ผู้ช่วยฝึกฝนของเขาทำนั่นคือ การเตะไม้ที่ผุพังพวกนั้นทิ้ง และเดินเข้าไปอย่างที่ไม่สนใจอะไร
เพียงแค่เข้าเขตป่าหมื่นปราณมาได้ไม่นาน เ้าก็เริ่มได้ยินเสียงของสัตว์ต่างๆ ที่อยู่ในป่านี้ ก่อนที่ผู้ช่วยฝึกฝนของตนเองจะส่งสัญญาณมือให้เขาหยุดเดิน และได้ชี้ไปที่ต้นไม้วิเศษที่มีกิ่งแยกออกมาเหมือนขาของมัน กำลังเอียงตัวเดินไปมาอยู่
ถึงแม้ความสูงของมันจะสูงเท่าเด็กอย่างเ้า แต่เ้าไม้วิเศษเดินได้มันก็เป็ที่พูดถึงมากในกลุ่มผู้ที่ฝึกฝนพลังปราณ เพราะด้วยท่าทางที่ดูอ่อนแอของมัน มันได้หลอกให้ผู้ที่้าผลปราณของมันมาพัฒนาตนเอง ต้องพลาดท่าให้มันหลายต่อหลายคน
ความสามารถที่ปล่อยเถาวัลย์ออกมาจากรูที่ผุผังตามร่างกายของมันเ เละรัดไปตามตัวของผู้ที่หลงกล จนโดนมันจับฟาดไปมา ถ้าผู้ฝึกฝนที่มีระดับขั้นที่ต่ำไม่ได้รวมตัวกันเป็กลุ่มและช่วยกันฝึกฝน ก็คงมีเหยื่อที่เกิดเสียชีวิตเพราะมันอยู่หลายคน
“นายน้อยรวมพลังปราณไปที่หมัดเป็ใช่ไหมครับ”
“เื่พื้นฐานอย่างนั้นฉันทำเป็อยู่แล้ว”
“อย่างนั้นก็ดีเลยครับ เดี๋ยวผมจะตัดพลังปราณของมันเพื่อไม่ให้มันใช้เถาวัลย์โจมตีได้ แล้วคุณหนูก็เข้าไปใช้หมัดปราณต่อยจนกว่ามันจะสลายไปเลยนะครับ”
“ดะ…ได้ แต่นายว่าฉันจะเอาชนะมันได้อย่างงั้นหรอ”
“ถ้ามันใช้เถาวัลย์ปราณไม่ได้ มันก็แค่ต้นไม้ที่เดินได้ธรรมดาเองครับ นายน้อยเอาชนะมันได้อยู่แล้ว…ขอแค่อย่าใช้วิชาแมวขู่ขวัญก็พอ”
เมื่อเ้าโดนผู้ช่วยฝึกฝน แซวเื่วิชาที่เขาเคยภูมิใจออกมามันก็เป็ครั้งที่สิบกว่าแล้วที่ชายหนุ่มทำให้เขาไม่พอใจ แต่มันก็ไม่ได้มีเวลาให้เขาได้แสดงออกมาเลย เพราะทันทีที่ฮ่าฮ่าพูดจบเขาก็ดึงพลังปราณส่วนหนึ่งออกไปจากเ้าและปล่อยมันให้พุ่งไปโจมตีไม้วิเศษเดินได้นั้น พร้อมกับดึงเ้าให้พุ่งเข้าไปหามันด้วย
เมื่อไม้วิเศษเห็นเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ที่อยู่ดีๆ ก็โผล่มา มันก็แสดงความอ่อนแอให้กับเด็กหนุ่มเห็น เพื่อล่อให้เขาเข้าไปใกล้ ก่อนที่จะเห็นว่าเด็กหนุ่มได้เดินเข้ามาหามันอย่างง่ายดายจริงๆ มันถึงเริ่มเรียกใช้เถาวัลย์ของตัวเองออกมา
แต่ยิ่งเด็กหนุ่มตรงหน้าเดินเข้ามาใกล้มันเท่าไรก็แล้วแต่ มันก็ไม่สามารถเรียกเถาวัลย์ให้ออกมาจากร่างกายของมันได้ จนมันแสดงความร้อนรนออกมา พอดีกับที่เด็กหนุ่มเตะไปที่กิ่งก้านที่มันใช้ค้ำยันกับพื้น จนร่างกายที่แข็งทื่อของมันล้มลง
ภาพเดียวที่มันเห็นก่อนสลายไปคือเด็กหนุ่มที่นั่งคร่อมตัวที่ไม่มีแขนของมันไว้ และกระหน่ำใช้หมัดที่รวบรวมพลังปราณต่อยมาที่ผุพังของมัน
แต่ภาพแล้วภาพเล่าที่มันคิดว่าจะเป็ภาพสุดท้ายของชีวิต ก็กลับถูกฉายซ้ำให้มันดูอยู่อย่างนั้น เพราะหมัดที่อ่อนแอของเด็กหนุ่ม ทำได้เพียงแค่ให้เศษไม้ตามร่างกายของมันหลุดออกก็เท่านั้น
มันที่เคยภูมิใจกับร่างกายที่อ่อนแอของตน เพื่อใช้หลอกลุ่์ให้เสียท่ามานักต่อนัก แต่เมื่อมันเจอกับเด็กหนุ่มที่อ่อนแอกว่าตนแน่นอน มันกลับไม่สามารถตอบโต้เขาได้เลย ร่างกายนี้ก็แปรเปลี่ยนเป็ความเสียใจที่สุดในชีวิตของมัน ที่มีร่างกายแบบนี้ต้องยอมทนหมัดที่เบายังกับปุยนุ่นของเด็กหนุ่มทุบตีจนกว่ามันจะแห้งตายไป
ไม่ทันที่พลังปราณของเ้าจะหมดดี แรงของเขาก็กลับหมดลงก่อน เพราะหมัดที่กระหน่ำต่อยไปที่ไม้วิเศษเดินได้ที่อยู่ใต้หว่างขาของเขา
เ้าที่เห็นท่าทางไม่มีทางสู้ของไม้วิเศษเดินได้ เขาก็นั่งพักอย่างหมดแรงอยู่บนร่างกายของมัน โดยที่ไม่ได้เร่งร้อนใจเลย เพราะเมื่อเขาอ่อนแรงลงผู้ช่วยฝึกฝนของเขา ก็ดึงพลังปราณออกไปจากร่างกายเขาเพียงแค่หน่อยเดียว ก่อนที่จะไปสลายพลังปราณของไม้วิเศษเดินได้อีกครั้ง
เมื่อเขานึกถึงพ่อแม่ที่ไม่ค่อยได้เห็นหน้าของตน เขาก็ไม่เคยรู้สึกขอบคุณพ่อแม่ของตัวเองขนาดนี้มาก่อน ที่ตัดสินใจเขาองค์กรของฮ่าฮ่าและมอบผู้ช่วยฝึกฝนที่มีความสามารถขี้โกงอย่างงี้ให้กับเขา
ก่อนที่เมื่อแรงของเ้าจะกลับมาเ้าก็ได้กระหน่ำทุบตีไปที่ไม้วิเศษไร้ทางสู้ระหว่างขาของตนเองต่อ จนในที่สุดร่างกายของมันก็แห้งไปเหลือไว้แต่ผลปราณที่ส่องแสงลอยอยู่เท่านั้น
“เย้ๆๆๆๆๆๆๆ”
เมื่อสามารถกำจัดสัตว์วิเศษตัวแรกในชีวิตของตัวเองได้ เ้าก็ชูมือทั้งสองของของเขาออกมาอย่างดีใจ ก่อนที่จะะโโลดเต้นรอบๆ ผลปานนั้นและแวบมากอดเข้าที่ตัวของผู้ช่วยฝึกฝนของเขาเพียงแค่แป๊บเดียว ก่อนที่จะวิ่งกลับไปที่ผลปราณต่อ
“นายน้อยอย่าใช้งานมันเองนะครับ ต้องให้ผมเป็คนใช้งานมันให้ มันจะได้ประสิทธิภาพมากกว่า”
เ้าที่ใช้มือกุมผลปราณไว้อย่างทะนุถนอมเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ช่วยฝึกฝน เขาก็พยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้มตามภาษาเด็กอายุสิบสี่ที่ควรจะเป็
เพียงการล่าสัตว์วิเศษตัวเดียวของเ้า ฮ่าฮ่าผู้ช่วยฝึกฝนก็ได้หยิบเตียงนอนต่างๆ ออกมากลางทันทีจนสร้างความประหลาดใจให้กับเด็กหนุ่ม
“วันนี้เราจะล่าแค่ตัวเดียวเองอย่างงั้นหรอ”
“ใช่แล้วครับ เดี๋ยวผมจะใช้ผลปราณให้กับนายน้อย กว่านายน้อยจะดูดซับได้เสร็จ ก็คงถึก่เย็นพอดี แล้วผมจะฝึกวิชาเพิ่มให้กับนายน้อยเพื่อให้นายน้อยได้สู้อย่างที่ควรจะเป็…พรืด ฮ่าๆ”
อยู่ดีๆ ท่าทีที่หลุดขำออกมาของฮ่าฮ่ามันก็สร้างความงุนงงให้กับเด็กหนุ่ม ว่าเขาขำอะไรของเขา ก่อนที่เมื่อเ้าปะติดปะต่อเื่ที่เขาบอกว่าจะฝึกวิชาให้เขาและให้เขาสู้ได้อย่างที่ควรจะเป็ เขาก็นึกถึงตอนที่ต่อสู้กับไม้วิเศษเดินได้ออกมา ก่อนที่จะเข้าใจว่าผู้ช่วยฝึกฝนของตนมองการต่อสู้ของตัวเองเป็เื่ขบขัน
จนเขาได้แต่กำหมัดที่เต็มไปด้วยพลังปราณของเขาไว้แน่น เพื่อข่มความอับอายของตัวเอง ก่อนที่จะนั่งรอให้ฮ่าฮ่าใช้ผลปราณที่เพิ่งได้รับมากับเขา
เมื่อฮ่าฮ่าจัดเตรียมที่นอนและที่นั่งไว้เรียบร้อยแล้ว เขาก็ดึงพลังปราณของเด็กหนุ่มออกจนหมด และนำมันมาสร้างม่านพลังปราณเหมือนที่เคยทำ ก่อนที่จะป้อนผลปราณลงไปในปากของเด็กหนุ่ม
ทันทีที่ผลปราณเข้าไปจนเขารู้สึกได้ว่ามันได้กลืนลงคอไปแล้ว พลังปราณมหาศาลที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนก็วิ่งพล่านไปทั่วร่างกายของตัวเขาเอง จนเขายิ้มออกมาอย่างมีความสุขด้วยความตื่นตาตื่นใจที่เกิดขึ้น
เขาไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายตัวเองจะพุ่งผ่านไปด้วยพลังปราณขนาดนี้มาก่อน ก่อนที่จะสังเกตเห็นว่าพลังปราณบางส่วนได้ลอยออกมาจากร่างกายของเขาแล้ว
แต่มันไม่ได้ลอยออกไปไหน มันถูกชายหนุ่มผู้ช่วยฝึกฝนของตนใช้มือกวาดรวบรวมพลังปราณที่ลอยออกมาเ่าั้ ไปตามร่างกายของเด็กหนุ่มอยู่นาน เพราะความล่าช้าในการซึมซับพลังปราณของเด็กหนุ่ม
เมื่อฮ่าฮ่าเห็นว่าผลของพลังปราณหมดลง เขาก็ใช้ปราณที่รวบรวมมาก่อนหน้านี้ นำมันเข้าไปในปากของเด็กหนุ่มอีกครั้ง จนมันเข้าไปแทรกแซงพลังปราณที่มีอยู่เดิมและถูกขับไล่ออกมาในรูปแบบวิชามหาพยัคฆ์ข่มขู่ซึ่งเป็วิชาเดียวที่เด็กหนุ่มมี
แมวตัวแล้วตัวเล่าที่พลังปราณของเด็กหนุ่มสร้างขึ้นมา ได้ขู่พร้อมกับทำท่าจะตะปบไปที่ฮ่าๆ อยู่หลายครั้ง แต่มันก็ทำได้เพียงแค่นั้น
สิ่งไม่ดีสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นระหว่างการซึมซับพลังปราณของเ้า ก็คือภาพของมหาพยัคฆ์คู่ขวัญที่เด็กหนุ่มเคยภูมิใจกับมันมาตลอด กำลังถูกผู้ช่วยฝึกฝนของตนเด็ดใบหญ้าที่อยู่รอบตัวมาหยอกเย้าเล่นกับมัน จนทำให้เด็กหนุ่มตัดสินใจหลับตาของตัวเองลงเพราะภาพบาดตาบาดใจตรงหน้าและตั้งใจปล่อยให้ร่างกายซึมซับพลังปราณเ่าั้ไป