พอได้ทีจึงไม่รอช้ารีบมอบความวาบหวามให้ทันที และนั่นก็ทำให้หัวใจของอาทิตยาล่องลอยไปไกลแสนไกล จนไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าหลังแตะฟูกไปตอนไหน กระดุมเสื้อนอนผ้าคอตตอนถูกปลดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ บราลูกไม้หลุดจากตัวไปยังไง
ได้สติอีกทีก็มีอุ้งปากอุ่นของเขากำลังดูดดื่มอกอวบอย่างหิวกระหายแล้ว ปากอยากห้าม มืออยากผลักเขาออกไปให้ไกล แต่หัวใจเจ้ากรรมมันช่างเป็นสุขเหลือเกิน
ร่างใหญ่ทาบไปกับร่างเล็กด้วยความถวิลหา สอดแทรกขาเพื่อหาที่ว่างให้ได้พยุงน้ำหนักไว้ ด้วยห่วงอีกร่างจะบอบช้ำ ฝ่ามือก็ลูบคลำไปตามผิวกายช่วงบนอันขาวผุดผ่อง
อุ้งปากก็ครอบครองยอดปทุมแข็งตึงอย่างเป็นสุขใจ ไม่แพ้กับอีกคนที่สุขจนเกือบจะลืมกฎเหล็กของตัวเองแล้ว แต่ก็ค่อยๆ ตั้งสติได้เมื่อมือของเขาเลื่อนลงไปหาหน้าท้องแบนราบ ลูบไล้ไปมาก่อนจะลดลงไปหาเนินนุ่ม
แล้วกดแน่นๆ สลับกับใช้ฝ่ามือถูไถไปมา เมื่อพึงพอใจแล้วก็เลื่อนขึ้นมาหาขอบกางเกงผ้าคอตตอนขายาว หมายจะดึงออก อาทิตยาจึงรีบสกัดกั้นความสุขออกไปจากใจแล้วเลื่อนมือลงไปห้ามเขาไว้ทันที
“อย่าค่ะคุณจิณ ได้โปรดเถอะค่ะ ฉันยังไม่พร้อม”
“ผมขอโทษ”
จิณณวัตรเองก็เกือบควบคุมตัวไว้ไม่อยู่ หากหญิงสาวไม่ห้ามเอาไว้ก่อน
“นอนเถอะนะ พรุ่งนี้เราต้องทำงาน”
เขาพากายออกห่างด้วยการไปเข้าห้องน้ำ ให้หญิงสาวใส่เสื้อได้สะดวก นานหลายนาทีกว่าจะออกมา พบว่าอีกคนขึ้นไปนอนบนเตียงห่มผ้าไว้เรียบร้อย เขาจึงต้องนอนบ้าง
แต่ก็หลับยากกว่าคืนก่อนมาก เพราะไม่มีความเหนื่อยมาช่วย หลายชั่วโมงกว่าจะเคลิ้มหลับไป สะดุ้งตื่นอีกทีเมื่อนาฬิกาที่อาทิตยาตั้งไว้หกโมงพอดี
ต่างคนก็ต่างรีบอาบน้ำแต่งตัว เพื่อแยกกันไปทำงาน อาทิตยาสงสัยไม่น้อยเมื่อเขาไม่คิดจะหิ้วกระเป๋าใบโตกลับไปด้วย จึงตัดสินใจเอ่ยถาม
“ก็เก็บไว้เผื่อผมมาค้างอีกไง” เขาตอบหน้าตาเฉย พอได้สายตาเขียวปัดให้เขาก็ยิ้มร่าออกมา
“ไม่เอาไว้หมดหรอก แค่จะแบ่งไว้บ้างเท่านั้น เผื่ออยากจะแวะมาอาบน้ำที่นี่จะได้มีใช้ งั้นเจอกันเย็นนี้นะ ผมจะนั่งแท็กซี่เข้าออฟฟิศเลย”
“คืนนี้ต้องตามคุณผู้หญิงไปงานเลี้ยงค่ะ กลับดึกด้วย” เขาทำตาละห้อยมาหา
“งั้นเอาไว้วันอื่นก็ได้ ผมจะโทรหานะ แต่ก่อนไปต้อง...”
จมูกโด่งกดไปหนักๆ ตรงแก้มนุ่มทั้งสองข้าง แล้วรีบผละไปก่อนจะหัวใจกระเจิดกระเจิงอีก ทิ้งให้เจ้าของแก้มมองตามด้วยรอยยิ้มของคนมีความสุข และใจจดจ่อรอเวลาที่จะได้เจอกับเขาอีก
แต่ด้วยงานประจำของครอบครัว งานส่วนตัวของเขา บวกกับอาทิตยาเองก็ต้องยุ่งกับการตกแต่งร้านใหม่ และงานอื่นๆ ทำให้ทั้งสองไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกันถึงสองอาทิตย์เต็มๆ นอกจากได้เห็นหน้าบนโต๊ะอาหารยามเช้าที่เขามักจะได้ยินแม่สั่งงานสารพัดเรื่องจนอดสงสารไม่ได้
“วันหยุดนี้จะกลับบ้านหรือเปล่า”
ชมจันทร์รีบเอ่ยถาม ขณะทุกคนในบ้านกำลังนั่งกินมื้อเช้าไปด้วย อาทิตยาหวาดหวั่นกับคำถาม เพราะกลัวจะมีงานด่วนเข้ามาจนไม่ได้กลับไปหาพ่อแม่กับน้องๆ ที่จะเดือนหนึ่งแล้วไม่ได้เจอหน้ากัน จึงตัดสินใจตอบ โดยไม่สนความรู้สึกเจ้านายเหมือนทุกครั้ง
“กลับค่ะคุณผู้หญิง กุหลาบพันธุ์ใหม่ที่ทดลองเอามาปลูกกำลังบานค่ะ พ่อโทรมาว่าอยากให้ไปดู”
“จริงเหรอ อยากไปดูบ้างจัง ขอไปด้วยได้หรือเปล่าตะวัน พี่เจไปด้วยไหมแอ๊นอยากไปถ่ายรูปกับกุหลาบ”
จิรฐามีสีหน้าตื่นเต้นเลยพูดแทรกขึ้น เพราะไม่เคยไปเห็นกับตาเลย นอกจากพี่ชายคนรองเล่าให้ฟัง เมื่อครั้งที่หนีไปลี้ภัยมืดอยู่เป็นอาทิตย์ และพอน้องเอ่ยขึ้นมา จิรายุก็ให้คิดถึงบรรยากาศ คิดถึงฝีมือทำอาหารของอุบลอย่างช่วยไม่ได้
“ไปก็ไปสิ เดี๋ยวพี่เอากล้องใหญ่ไปด้วย รับรองถ่ายออกมาแล้วสวย ลงเฟสอวดเพื่อนได้เลยล่ะยัยแอ๊น”
“อะไรกันเราสองคนนี่ แม่ยังคุยธุระไม่เสร็จอย่าเพิ่งแทรกได้หรือเปล่า แล้วปกติตะวันกลับกรุงเทพฯ มาตอนไหนล่ะ ใช่เย็นวันอาทิตย์หรือเปล่า”
อาทิตยาเดาได้ทันทีว่าทำไมเจ้านายถึงอยากรู้ ทั้งที่ไม่เคยถามเลย
“ปกติกลับเย็นค่ะ แต่อาทิตย์นี้จะกลับบ่ายๆ เพราะต้องไปงานที่บ้านคุณหญิงไงคะ”
“เหรอ งั้นเปลี่ยนจากกลับบ่ายๆ เป็นสายๆ หรืออย่างช้าสุดเที่ยงได้หรือเปล่า ฉันจะได้ฝากซื้อกุหลาบเอาไปให้คุณหญิงจัดในงานด้วย ถ้ากลัวว่าจะได้นอนกับพ่อแม่น้อยคืน ก็กลับตั้งแต่เย็นวันศุกร์สิ ฉันไปงานกับคุณผู้ชายสองคนก็ได้ คงไม่มีอะไรมากหรอกแค่งานแต่ง”
ชมจันทร์รีบดักทางเพราะกลัวเลขาจะไม่พอใจ
“ค่ะ”
แต่ครั้งนี้อาทิตยาไม่ได้ลำบากใจใดๆ เพราะอยากจะไปช่วยงานคุณหญิงอยู่แล้ว
“แล้วตกลงจะให้เราไปด้วยหรือเปล่าล่ะตะวัน”
จิรฐารีบทวงเมื่อแม่คุยเสร็จแล้ว อาทิตยาเห็นว่าคนทวงอยากไปจริงๆ จึงตกปากรับคำ แม้รู้ดีว่าเวลาส่วนตัวที่จะได้คุยกับพ่อแม่และน้องๆ จะหมดไปหากมีแขก แต่ก็ไม่ถือเป็นอุปสรรคใหญ่อะไร ไว้คุยกันต่อไปก็ได้
“ได้สิคะ แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่าบ้านตะวันมีห้องไม่พอต้องนอนเบียดกันค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก นอนกับรัตน์ก็ได้ ฉันอยากไปดูกุหลาบ พี่จิณไปด้วยกันมั้ยคะ พี่จิณถ่ายรูปเก่ง รับรองถ่ายออกมาสวยกว่าพี่เจภ่ายแน่ๆ นะคะไปด้วยกันหลายๆ คนจะได้สนุก”
น้องสาวหันไปคะยั้นคะยอพี่ที่นั่งจิบกาแฟไปฟังน้องไป และชำเลืองสายตามองอีกคนว่าอยากให้เขาไปด้วยหรือเปล่า พอเห็นเงียบเขาเลยแกล้งแหย่
“อะไรกันยัยแอ๊น มาชวนพี่ยิกๆ นี่ถามเจ้าของบ้านยังว่าอยากให้พี่ไปด้วยหรือเปล่า”
“อืห์ม! ก็ดีนะเอารถจิณไปแทนรถตะวัน ขากลับจะได้ใส่ดอกไม้มาเยอะๆ แวะส่งบ้านคุณหญิงเลย แล้วทิ้งให้ตะวันอยู่ช่วยงานคุณหญิง จิณก็พาน้องกลับบ้าน และถ้าไม่มีนัดเย็นก็ไปงานด้วยกันนะ ว่าแต่ว่างหรือเปล่าล่ะ”
ชมจันทร์ที่อยากจะเอาใจคุณหญิงจนไม่ได้คิดอะไรไปไกลกว่านี้
“ไม่แน่ใจครับคุณแม่ ต้องดูว่างานมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ไว้เช้าวันศุกร์ผมให้คำตอบอีกทีนะครับ”
คนพูดยิ้มบางๆ ไปหาแม่ สลับกับการเหล่ไปหาอีกสาวที่ยังคงนั่งกินมื้อเช้าด้วยท่าทีสงบ ทว่าในใจนั้นแอบลุ้นว่าเขาจะว่างไปด้วยได้หรือเปล่าแทบแย่ แต่ก็ไม่กล้าถาม ยิ่งเกือบทั้งอาทิตย์เขาไม่โทร ไม่ไปหาเลย ก็ยิ่งแน่ใจแล้วว่าคงไม่ว่าง ทั่งเช้าวันศุกร์
“เด็กๆ เลิกเรียนแล้วรีบกลับมาเก็บผ้าใส่กระเป๋านะ เย็นๆ พี่จะมารับไปถ่ายรูปกับกุหลาบกัน”
นั่นล่ะถึงทำให้หัวใจที่แห้งเหี่ยวเพราะคิดถึงเขากลับพองโตขึ้นมาอีก
“รบกวนช่วยจอดหน้าปากซอยรับรุ่งกับรัตน์ด้วยนะคะ”
พอรถแล่นออกประตูบ้าน อาทิตยาก็หันไปบอก ทำเอาจิณณวัตรไม่เข้าใจจนต้องเอ่ยถาม
“ทำไมคุณไม่ให้น้องๆ เข้าไปรอในบ้านล่ะ”
อาทิตยาไม่อาจจะตอบได้ว่าแม่เขาเจ้าระเบียบถือยศศักดิ์มากแค่ไหน ใครจะไปจะมาบ้านต้องรายงานให้รู้ตลอด โดยเฉพาะพวกโนเนมอย่างคนในครอบครัวเธอ ยิ่งจะให้หอบขึ้นรถคันโก้ของลูกชายท่านแล้วยิ่งไม่ควรทำเลย โชคดีที่รถแล่นมาถึงปากซอย จึงทำให้เขาไม่ได้สนใจกับคำตอบแล้ว
“อย่านานนะหนุ่มๆ สาวๆ เดี๋ยวจะถึงมืด”
จิณณวัตรต้องรีบร้องเตือนโดยเฉพาะน้องตัวเอง ไม่ให้ช้อปขณะจอดเติมน้ำมันและให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำ ยกเว้นคนข้างๆ ที่ไม่ยอมให้ไปไหน ด้วยการรีบคว้ามือนุ่มมากุมไว้
“หอมจัง”
เมื่อเห็นว่าน้องๆ หายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแล้ว ก็รีบยกมือนั้นขึ้นมาจูบด้วยความ
“อย่าค่ะ เดี๋ยวน้องๆ มาเห็น”
เจ้าของมืออายจนหน้าแดง เมื่อเหลือบไปเห็นเด็กปั้มมองเข้ามาในรถ
“ก็ผมคิดถึงคุณนี่นา แล้วก็อยากทำแบบนี้ด้วย”
เขายิ้มน้อยๆ แล้วโน้มตัวไปหอมแก้มและกลับมานั่งท่าเดิมอย่างรวดเร็ว เจ้าของแก้มไม่ได้ว่าอะไรนอกจากยิ้มอย่างเอียงอายปล่อยให้เขาครอบครองมือไว้อย่างนั้น
จนทุกคนขึ้นรถถึงได้ค่อยๆ ดึงกลับ แม้จะเสียดายแต่จิณณวัตรก็จำต้องยอมละจับพวงมาลัยแทน ส่วนน้องๆ ก็กินของไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน และสนิทสนมกันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนในความคิดของอาทิตยา
จิณณวัตรเองก็หันไปยิ้มให้คนข้างๆ เป็นระยะๆ กระทั่งถึงจุดหมาย ที่มีเจ้าของบ้านยืนรอต้อนรับอยู่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ

****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเรื่องจะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็นกำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในครอบครองอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็นประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































