ไกลจากจวนออกไปนับยี่สิบลี้เด็กสาวป่ายปีนขึ้นไม้ยืนต้นสูงอย่างคล่องแคล่วครั้นก็ค่อยหย่อนสะโพกทิ้งลงบนลำกิ่งไม้ที่แข็งแรงเรือนร่างเล็กทะมัดทะแมงกระเทิบนั่งให้ได้ที่ ก่อนที่จะมองทอดสายตาไปทางตีนเขากินเวลาเข้าเกือบหนึ่งยามเด็กสาวยังไม่เห็นผู้ใดที่มีท่าทีจะมุ่งหน้ามาทางที่นางอยู่จะเห็นแต่ก็เพียงคนที่ผ่านไปผ่านมาสวี่กงเหมยได้แต่แกว่งไกวขาไปมาก็พอแก้เบื่อพลันความคิดก็แล่นปราดไปถึงความนุ่มนิ่มของเตียงนอน นางคิดถึงความนุ่มของมันจะแย่ริมฝีปากอวบแบะบุ้ยออกอย่างเอาแต่ใจพลางก็ถอนหายใจทิ้งเฮือกหนึ่ง ก่อนที่จะเหลือบเห็นคนบนหลังม้าสองเงาผ่านแมกไม้ตรงเข้ามาหา
มือบางคว้าเอาคันธนูที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมาสะพายข้างครั้นก็หยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูงบนกิ่งไม้ก่อนที่จะโก่งคันธนูมุ่งเป้าไปยังเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามาทางที่นางอยู่ทว่าเพียงชั่วพริบตาที่นางเหลือบตาไปมองแมลงตัวหนึ่งที่บินเข้าใกล้หูเงาตะคุ่มที่เพิ่งเห็นพลันหายไปจากวิถีสายตา
“โอะ ไปไหนแล้วนะ”เด็กสาวพึมพำกับตัวเอง พลางก็กวาดตามองหาไปทั่วบริเวณเพื่อทำให้แน่ใจอีกครั้งว่าตนเองไม่ได้ตาฝาดไปหรือเลินเล่อจนปล่อยให้ผู้ใดเข้าถึงหุบหมื่นพิษได้โดยง่ายทว่าระหว่างที่ยังกวาดตาหาเสียงแหวกอากาศของสิ่งที่ใหญ่กว่านกก็ผุดขึ้นมายืนอยู่ข้างกายนาง
เด็กสาวเบิกตาโตมองชายแปลกหน้าที่ดีดเท้าเพียงไม่กี่ครั้งกับต้นไม้ใหญ่ก็ขึ้นมาถึงกิ่งไม้ที่นางนั่งอยู่
“จ จะ เ้า!”
“เอามานี่”มือกร้านกระชากเอาคันธนูในมือสวี่กงเหมยมาไว้ในมือของตนก่อนที่จะหักมันด้วยมือเดียว
“นี่...เ้า” สวี่กงเหมยมองธนูคันโปรดที่นางออดอ้อนบิดาอยู่นานสองนานกว่าท่านพ่อจะให้ช่างทำให้นางสักคันหนึ่งที่ยังค้างอยู่ในมือของคนโฉดแปลกหน้า ทั้งเนื้อทั้งตัวของเด็กสาวสั่นไปด้วยความโกรธ
“เ้าคงเป็โจรสินะ”เด็กสาวขมวดคิ้วเป็ปมกับคำพูดของชายแปลกหน้าที่ถือวิสาสะขึ้นมาบนพื้นที่ส่วนตัวของนางโดยพละการ
“เ้านั่นแหละโจร เ้าคนถ่อย!” เด็กสาวมือไวเผลอผลักคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆบนกิ่งไม้กิ่งเดียวกันพลัดตกจากต้นไม้ใหญ่อย่างไม่ตั้งใจมือกร้านเข้าฉวยแขนของนางเอาไว้ ครั้นก็ฉุดพานางลงมาข้างล่างเสียด้วยกัน
“นี่เ้าทำอะไรเนี่ย” สวี่กงเหมยทอดสายตามองชายหนุ่มร่างกายกำยำที่ร่อนลงมายังพื้นอย่างไร้รอยขีดข่วนผิดกับนางที่ลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัวด้วยท่าที่ไม่สวยทั้งยังรู้สึกเจ็บและจุกที่ท้องน้อยจนลุกไม่ขึ้นเสียด้วย
“ไม่ใช่ข้านะที่ทำ เป็เ้าต่างหาก”น้ำเสียงทุ้มหัวเราะเยาะคนที่ยังนั่งพังพาบอยู่กับพื้นไม่ไปไหน ครั้นก็ยกมือขึ้นกอดอกมองสตรีร่างเล็กที่สูงไม่ถึงปลายคางเขาอย่างค้นหา
“ถ้าเ้าไม่ใช่โจรป่าแล้วมานั่งขึ้นธนูอะไรกลางป่ากลางเขากัน”
“กลางป่ากลางเขาอันใด!เ้าไม่รู้เหรอว่าเ้าเข้ามายังหุบเขาหมื่นพิษและที่นี่เป็บ้านของข้า!เ้านั่นแหละเ้าคนโฉด มาทำอันใดกลางป่ากลางเขาเช่นนี้!”ทั้งที่ยังลุกไม่ขึ้นแต่สวี่กงเหมยก็สามารถใช้คำพูดของนางปกป้องตนเองจากข้อครหาได้
“เหมยเอ๋อร์!” เสียงหนึ่งแว่วที่ลอยมาแต่ไกลเด็กสาวหันใบหน้าอ่อนเยาว์หาเ้าของเสียง ก่อนที่แววตาจะฉายประกาย “พี่รอง!”เด็กหนุ่มวิ่งปรี่เข้าหาเ้าของร่างเล็กที่ลงไปกองอยู่กับพื้น
“เหตุใดเ้าลงไปนั่งอยู่ตรงนั้นเล่า”หลี่หลิวอวี่ค่อยนั่งย่อลงข้างเด็กสาวผู้เป็ศิษย์น้องมือหนึ่งช่วยหยิบจับใบไม้แห้งออกจากเรือนผม
“ท่านพี่! ท่านหักขาเขาให้ข้าทีเขาหักคันธนูของข้า” ซุ่มเสียงงอแงของเด็กสาวพาให้หลี่หลิวอวี่เหลือบตามองชายหนุ่มสูงสง่าที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ม มะ เหมยเอ๋อร์ จ จะเ้าพูดอะไรออกมา” เด็กหนุ่มเบิกตากว้างละสายตาจากใบหน้าสวยของศิษย์น้องเหลือบมองรูปร่างกำยำของชายหนุ่มจากเท้าเรื่อยไปยังศีรษะก่อนที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ พลันความคิดก็แล่นตำหนิศิษย์น้องของตนนางเห็นเขามีกำลังภายในเยี่ยมยุทธ์ถึงขนาดหักขาขนาดเท่าท่อนซุงของคนตรงหน้านี้ได้ง่ายดั่งใจั้แ่เมื่อใดกันเขาเป็เพียงหมอยาฝึกหัด หาใช่จ้าวยุทธจักรไม่!
“เหมยเอ๋อร์ เ้าลุกขึ้นเถอะ”หลี่หลิวอวี่ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะยื่นฝ่ามือส่งให้เด็กสาวได้ยึดขึ้นยืน
“ท่านพี่หักขาเ้าคนนี้ให้ข้าก่อนเ้าค่ะ” เด็กสาวบุ้ยปากน้ำเสียงแง่งอน
“เ้าลุกขึ้นก่อนเถอะแล้วข้าจะบอกเ้า” เด็กสาวทำหน้างง วางมือลงกับฝ่ามือหลี่หลิวอวี่แล้วลุกขึ้นยืน
“เหมยเอ๋อร์ท่านผู้นี้คือเซวียนจางหย่ง ไท่เว่ย์แห่งแคว้นจิ้ง” หลี่หลิวอวี่พูดเสียงสั่นหน้าถอดสีด้วยความกลัว เพราะด้วยตำแหน่งที่เขามี เป็ถึงไท่เว่ย์เขาน่าจะฆ่าฟันคนมานับร้อยนับพัน หากว่าเขาถือสาการกระทำของศิษย์น้องแล้วล่ะก็เห็นทีจวนแห่งหุบเขาหมื่นพิษอาจเหลือเพียงตำนานก็เป็ได้
“ท่านพี่ว่าอย่างไรนะ!? เ้าคะ” เด็กสาวทิ้งหางเสียงแ่เบาเบิกตาโตอ้าปากเหวอทันทีที่ได้รับรู้ความจริงวงคิ้วบนหน้าสวยมุ่นรวมไว้ตรงกลางหน้าผาก ปากก็พึมพำกับตัวเอง ‘ทำไงดีล่ะเนี่ย!’ด้วยเพราะวีรกรรมไม่น่ารักเมื่อครู่ถ้าท่านพ่อรู้นางจะต้องโดนท่านพ่อตำหนิอย่างมากมายเป็แน่
“แล้วเพิ่งมาบอกอะไรตอนนี้”เด็กสาวเหลือบตามองชายแปลกหน้าที่ยืนจังก้าอยู่ข้างนางปากก็พึมพำตำหนิศิษย์พี่ของตน
“ข้าก็เพิ่งรู้ตอนที่ท่านอาจารย์มาเรียกข้าที่จวนนั่นล่ะ...”หลี่หลิวอวี่ปรายตามองจางหย่งก่อนที่จะหันมาพูดกับกงเหมยต่อ“ก็เพราะเ้าไม่ได้อ่านจดหมายที่ท่านอาจารย์เขียนไว้ให้...” เด็กหนุ่มยื่นกระดาษในมือให้เด็กสาว“นี่ไง” มือบางยื่นมือมารับกระดาษพลันก็คลี่กระดาษออกอ่านเอาความ “โฮะ...จริงด้วย”ก่อนที่จะปรายตามองคนสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยสีหน้าสลด