ตอนที่ 9 เื้ัที่น่าอาย (1)
ลู่โจวเห็นลี่หนานเสวียนมีสีหน้าไม่ค่อยดีก็ถามด้วยความเป็ห่วง “คุณเป็อะไรไป”
แต่ดูเหมือนลี่เฟิงหลิงจะไม่สังเกตเห็นว่าหลานชายคนโตมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอถามด้วยรอยยิ้ม “หนานเสวียนหลานชายสุดที่รัก อาได้ยินเสี่ยวโจวบอกว่าหลานตกหลุมรักเขาั้แ่แรกพบเหรอ”
ลู่โจวไม่คิดว่าลี่เฟิงหลิงจะถามเื่นี้กับลี่หนานเสวียนจริงๆ จึงเหลือบมองลี่หนานเสวียนอย่างกระอักกระอ่วน
ลี่หนานเสวียนมองลู่โจวแล้วยกยิ้มมุมปาก “ใช่ครับ เมื่อวานผมเห็นเขาแวบแรกก็หลงเสน่ห์เขาเลย ตอนนั้นผมอยากมัดเขาไว้ข้างตัวมากๆ ไม่อยากให้เขาหนีไปไหน และไม่อยากให้คนอื่นมีโอกาสเขาด้วย ทันทีที่พบกันผมก็เลยกำหนดวันแต่งงานทันที ให้ทุกคนได้รู้ว่าเขาเป็ของผม”
ลู่โจวไม่เชื่อคำพูดของลี่หนานเสวียน แต่พอถูกมองด้วยสายตารักใคร่จากอีกฝ่ายก็รู้สึกขัดเขินไม่น้อย โดยเฉพาะหัวใจที่เต้นกระหน่ำไม่หยุดอย่างควบคุมไม่ได้
“หลานชาย อารู้สึกว่าหลานมีความปรารถนาที่จะคนที่ตนเองชอบอย่างแรงกล้าเหมือนประธานจอมเผด็จการในนิยายเลย” ลี่เฟิงหลิงหัวเราะพลางหันกลับไปถามลู่โจว “เสี่ยวโจว แล้วเธอล่ะ เธอตกหลุมรักหลานชายคนโตของอาั้แ่แรกพบเหมือนกันหรือเปล่า”
ลู่โจวกระแอมเบาๆ อย่างไม่เป็ธรรมชาติ “เื่นี้ผมอยากบอกหนานเสวียนเป็การส่วนตัวหลังจากแต่งงานครับ”
ลี่หนานเสวียนฉีกยิ้มกว้างขึ้น “ผมจะรอวันนั้นนะ”
ลู่โจว “...”
ลี่เฟิงหลิงลากเสียงยาวเป็เชิงหยอกล้อ “ดูท่าจะมีเื้ัที่น่าอายซ่อนอยู่ในนั้นสินะ”
ลู่โจวถูกเธอกระเซ้าก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงรีบเปลี่ยนเื่ทันที “อาหารเย็นชืดหมดแล้ว รีบกินข้าวกันเถอะครับ”
หลังจากทานอาหารเสร็จ ลี่หนานเสวียนพูดคุยกับลี่หยวนกังอีกครึ่งชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นพาลู่โจวออกไป
ลี่เฟิงหลิงมองตามรถที่ค่อยๆ แล่นจากไปพลางถามลี่หยวนกัง “พ่อคะ แสงสว่างบนตัวเสี่ยวโจวสว่างเจิดจ้ามาก หนูไม่เคยเห็นใครเปล่งประกายแสงสีทองสว่างขนาดนี้มาก่อนเลย ผู้สูงศักดิ์ท่านใดกลับชาติมาเกิดเป็เสี่ยวโจวเหรอคะ”
ลี่หยวนกังงอนิ้วเคาะหน้าผากเธอเบาๆ “ใครบอกให้เธอไม่ตั้งใจเรียนล่ะ ตอนนี้แม้แต่แสงสีทองบนตัวเสี่ยวโจวก็ยังดูไม่ออก ไม่ละอายใจบ้างหรือ รีบกลับไปเรียนซะ จนกว่าจะรู้ว่าแสงสีทองบนตัวเสี่ยวโจวคืออะไร”
“รู้แล้วค่ะๆ” ลี่เฟิงหลิงรีบวิ่งกลับไปอ่านหนังสือในห้อง
ลี่หยวนกังมองไปยังทิศทางที่รถขับออกไป ก่อนจะถอนหายใจยาว
ลี่หนานเสวียนขับรถกลับมาถึงตระกูลลี่
ลู่โจวเดินเข้ามาในลานบ้าน ก็พบว่าทุกคนมองมาที่เขาด้วยสายตาตกตะลึง คล้ายประหลาดใจที่ยังสามารถเห็นเขาอีกครั้ง
เมื่อลี่หนานเสวียนและลู่โจวกลับมาถึงบ้านหยางเหมินก็เข้าห้องอาบน้ำทันที
ลู่โจวนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ริมหน้าต่างอย่างเบื่อหน่าย พลางมองออกไปข้างนอกเป็ครั้งคราว
ชายชราที่สวมชุดโบราณทั้งสี่คนยังคงยืนอยู่ในศาลาพลางจับจ้องไปยังโต๊ะหิน แต่คราวนี้บนโต๊ะหินมีหมากรุกจีนวางอยู่ พวกเขากำลังศึกษาว่าควรเดินหมากในครั้งถัดไปเช่นไรดี
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กๆ ก็ดังขึ้นที่ลานบ้าน
ลู่โจวหันไปตามเสียง เห็นเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงสองคนอายุประมาณสามขวบวิ่งเท้าเปล่าบนพื้นหิมะ ทว่าบนตัวของพวกเขากลับสวมเพียงเสื้อเอี๊ยมสีแดงและกางเกงขาสั้นตัวเล็กราวกับกุมารทองและกุมารีหยก[1]บนภาพวาดปีใหม่ เด็กผู้ชายสวมหมวกเล็กๆ ส่วนเด็กผู้หญิงมัดมวยผมสองข้างเหนือใบหูดูน่ารักมาก
เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นว่าลู่โจวกำลังมองพวกเขาอยู่ก็รีบวิ่งมาที่หน้าต่างแล้วเงยหน้าส่งรอยยิ้มสดใสให้เขา
เชิงอรรถ
^ กุมารทองและกุมารีหยก คือ เด็กรับใช้ชายหญิงของเทพเซียนหรือผู้วิเศษ