ตอนที่ 22: พันธมิตรในเงามืด และแผนที่สถาบันวิจัย
ลำแสงเลเซอร์สีแดงนับสิบเส้นยังคงทาบทับลงบนอกของน้ำมนต์และโมนา ท่ามกลางความเงียบสนิทในซากห้างสรรพสินค้าร้าง มีเพียงเสียงควันไฟพิษด้านนอกที่แล่นผ่านรอยแตกกระจกดัง หวีด... หวีด... และเสียงหัวใจที่เต้นรำเปรียบเหมือนกลองศึกของคนทั้งสอง
ชายร่างใหญ่ในชุดเกราะทหารลายพรางขาดวิ่น ก้าวลงมาจากซากบันไดเลื่อนที่พังทลาย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็ไหม้เกรียมข้างแก้ม ั์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววผ่านด่านามาอย่างโชกโชน มือขวาของเขากุมด้ามปืนไมโครมานาไว้อย่างมั่นคง
"เมื่อกี้แกบอกว่า... ผู้หญิงข้างๆ แกชื่อ 'โมนา' งั้นเหรอ?" ชายร่างใหญ่เอ่ยเสียงต่ำพลางเพ่งสายตามองชุดวอร์มฮู้ดและถุงมือโลหะนาโนที่ข้อมือของเธอ
"ใช่ค่ะ..." โมนา step ก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย เธอยกข้อมือขึ้นฉายสัญลักษณ์ตราประจำกองทัพ ศป.ม. ที่เรืองแสงสีฟ้าอ่อนบนแผ่นโลหะ "ฉันคือโมนา ทายาทของพลเอกวรเมธ ผู้บัญชาการศูนย์ ศป.ม. ฝ่ายปฏิบัติการทหารมิติ!"
พวกลูกน้องทหารบนชั้นลอยเริ่มส่งเสียงฮือฮา ทหารร่างใหญ่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะสั่งลดปืนลงช้าๆ "ลดอาวุธลงให้หมด! พวกเดียวกัน..."
ทหารในเกราะปริมณฑลนับสิบนายค่อยๆ ก้าวออกจากเงามืด สภาพของแต่ละคนน่วมสะบักสะบอม ชุดเกราะมีคราบเืและรอยกรดอสูรกัดกร่อน ชายร่างใหญ่ยื่นมือขวาออกมาจับมือกับน้ำมนต์อย่างหนักแน่น
"ฉันชื่อ 'ผู้กองเดช' หัวหน้ากองกำลังส่วนหน้าหน่วยรบพิเศษ ศป.ม." ชายร่างใหญ่พูดพลางถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้า "พวกเราหลุดเข้ามาในประตูมิตินี้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน... ตอนที่รอยแยกมิติปะทุขึ้น จากทหารห้าสิบนาย ตอนนี้เหลือพวกเราแค่สิบสองคนเท่านั้น"
"สิบสองคน..." โมนาพึมพำด้วยความะเืใจ "แล้ว... แล้วพวกคุณอาศัยอยู่ที่นี่มาตลอดเลยเหรอคะ?"
"พวกเราตั้งค่ายอพยพคอยช่วยเหลือชาวบ้านที่หลุดเข้ามา" ผู้กองเดชชี้มือไปทางลานกว้างด้านในของห้าง ที่ซึ่งมีชาวบ้านและเด็กๆ ราวสามสิบนายนั่งเบียดเสียดกันรอบกองไฟมานา "แต่สถานการณ์มันแย่ลงเรื่อยๆ ... อสูรร้ายเริ่มบุกหนักขึ้น และที่น่ากลัวที่สุดคือ 'พวกขมังเวทย์สายดำ' ของไอ้วิศรุต มันออกตามล่ามนุษย์เพื่อเอาเืไปสังเวยแกนพลังงานหอคอย!"
น้ำมนต์ขมวดคิ้วแน่น ั์ตาสายนอกฉายความเด็ดเดี่ยว "พวกมันเอาเืคนไปสังเวยเพื่ออะไรครับผู้กอง?"
"พวกมัน้าปลุก 'จอมมารวิวิช' ให้ตื่นขึ้นสมบูรณ์!" ผู้กองเดชพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น "ถ้าประตูมิติถูกเชื่อมต่อร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่ โลกภายนอกจะถูกอสูรกินจนไม่เหลืออะไรเลย!"
ผู้กองเดชพาน้ำมนต์และโมนาไปยังห้องควบคุมระบบความปลอดภัยใต้ดิน ซึ่งถูกดัดแปลงเป็ศูนย์วอร์รูมชั่วคราว บนโต๊ะเหล็กมีแผนที่กระดาษดิจิทัลที่ฉายแสงสีฟ้าสแกนภูมิประเทศของโลกมิตินี้ไว้บางส่วน
"เอเต้... ลองซิงค์ข้อมูลกับแผงควบคุมของพวกเขาที" น้ำมนต์ส่งกระแสจิตบอก
"จัดไปเ้าโฮสต์!" เสียงเอเต้ดังกังวานขึ้น ดวงกลมแสงสีฟ้าลอยออกจากอกของน้ำมนต์ พุ่งเข้าไปเสียบเข้ากับช่องเชื่อมต่อข้อมูลของโต๊ะแผนที่ทันที!
วูบ!
พวกลูกน้องทหารใจนแทบจะยกปืนขึ้นอีกรอบ แต่ผู้กองเดชยกมือห้ามไว้ "นั่นมัน... ปัญญาประดิษฐ์ระดับสหัสวรรษงั้นเหรอ?"
"เอเต้เป็ AI ที่คอยช่วยพวกเราครับ" น้ำมนต์อธิบาย
แผงแผนที่โฮโลแกรมสว่างจ้าขึ้นทันที! ภาพจำลอง 3D ของโลกมิติต้องคำสาปแผ่ออกมาเบื้องหน้า ปรากฏเป็แนวเขตป่าคอนกรีต ซากเมือง และหอคอยั์ที่ตั้งอยู่ไกลออกไป แต่จุดที่เรืองแสงสีม่วงเข้มที่สุดกลับเป็อาคารทรงกลมขนาดั์ที่ตั้งอยู่ริมเหวนรกมิติ
"นั่นไง!" โมนาชี้ไปที่อาคารทรงกลม "สถาบันวิจัยวิศวรรกรมมิติ!"
"ใช่..." ผู้กองเดชพยักหน้า "ที่นั่นเคยเป็ศูนย์บัญชาการหลักของวิทยาการมิติก่อนที่โลกนี้จะล่มสลาย ข้างในนั้นมี 'เครื่องส่งสัญญาณเสาอากาศมานาคลื่นกำลังสูง (Aether Transmitter) ' ถ้าเรากู้ระบบพลังงานของมันได้ โมนาจะสามารถส่งทั้งสัญญาณภาพ สัญญาณเสียง และข้อมูลพิกัดการปิดประตูมิติ กลับไปหาพลเอกวรเมธที่โลกภายนอกได้โดยตรง!"
"แต่การจะไปที่นั่น... ไม่ใช่เื่ง่าย" ผู้กองเดชใช้นิ้วชี้ไปที่เส้นทางระหว่างป่าคอนกรีตกับสถาบันวิจัย "พวกแกต้องผ่าน 'หุบเขากลลวง' เขตหมอกมายาที่เต็มไปด้วยภาพหลอน และที่สำคัญ... ทางเข้าสถาบันถูกคุ้มกันด้วย 'กอร์กอนไซเบอร์' อสูรกลายพันธุ์ระดับ 6 ที่วิศรุตปล่อยมาเฝ้าไว้!"
น้ำมนต์มองแผนที่ด้วยสายตามั่นคง "ต่อให้มีอสูรระดับ 6 หรือขมังเวทย์สายดำ เราก็ต้องไปครับผู้กอง... เพราะถ้าเราไม่ปิดประตูมิติจากข้างใน โลกข้างนอกรวมถึงพ่อของโมนาและวัดป่าของผม จะถูกทำลายหมด"
ผู้กองเดชมองเด็กวัดวัยรุ่นเบื้องหน้าด้วยความทึ่ง ั์ตาของน้ำมนต์ไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย "ดี! ในเมื่อพวกแกกล้าชน ฉันกับลูกน้องจะช่วยคุ้มกันพวกแกฝ่าเขตป่าคอนกรีตไปส่งถึงปากทางเข้าหุบเขากลลวงเอง!"
- ตัดภาพสู่โลกภายนอก — การเผชิญหน้า ณ ถนนสยามสแควร์ -
ตู้มมมมมมมม!
ก้อนหินและเศษปูนจากซากห้างสยามพารากอนะเิกระจายว่อน! รอยแยกมิติมืดขนาดใหญ่กว้างกว่ายี่สิบเมตรเปิดออกกลางถนนสยามสแควร์ ฝูง 'หมาป่าไซเบอร์กลายพันธุ์' นับร้อยตัวกระโจนทะลักออกมา ส่งเสียงคำรามรามกับนรกแตก!
"ตั้งแนวรับ! อย่าให้พวกมันหลุดเข้าเขตไข่แดงเด็ดขาด!"
เสียงของ พันเอกวิชัย ดังก้องผ่านลำโพงรถหุ้มเกราะ ทหารในชุดเกราะทหารทัพบกนับร้อยนายตั้งแถวยิงปืนไมโครมานาใส่ฝูงอสูรอย่างบ้าคลั่ง! ปัง! ปัง! ปัง! ประกายไฟสีฟ้าและสีส้มสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้าที่มืดครึ้ม
ทว่า... รอยแยกมิติกลับแผ่ขยายใหญ่ขึ้น กระแสไฟสีม่วงและหมอกพิษทะลักออกมาจนเกราะบาเรียทหารเริ่มส่งเสียงร้องลัดวงจร!
"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ..."
ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงสวดพระคาถาชินบัญชรอันสงบระงับและทรงพลังก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ!
หลวงตาธรรม เกจิอาจารย์วัยเจ็ดสิบปี ในชุดจีวรสีแก่นขนุน นั่งขัดสมาธิอยู่บนหลังรถบรรทุกทหาร สองมือประประสานในท่าสมาธิ ข้างกายของท่านมีจอมขมังเวทย์สายขาวในชุดขาวนับสิบนาย นั่งล้อมวงบริกรรมคาถาพร้อมกัน
วูบมมมมมม!
แสงสีทองคำบริสุทธิ์จาก 'กระแสจิตสมาธิ' แผ่ออกจากร่างของหลวงตาธรรม กลายเป็ 'กำแพงยันต์แปดทิศสีทองขนาดั์' พุ่งขึ้นเข้าปะทะกับหมอกพิษและฝูงหมาป่าไซเบอร์!
กริ๊ดดดดดด!
หมาป่าอสูรที่ััถูกแสงยันต์อาคมต่างสลายกลายเป็ควันดำทันที! หลวงตาธรรมค่อยๆ ลืมตาขึ้น ั์ตาของท่านทอประกายญาณสมาธิอันล้ำลึก ท่านมองขึ้นไปบนฟ้าทิศเหนือ... ทิศทางที่ประตูมิติมืดตั้งอยู่
"น้ำมนต์เอ๋ย..." หลวงตาธรรมพึมพำผ่านกระแสจิต "กรรมของแผ่นดินมันหนักหนานัก... จงเร่งสติและปัญญาของเ้าเถิด หลวงตากับคณะสงฆ์จะช่วยยันม่านไฟนรกนี้ไว้ให้สุดกำลัง!"
ในเวลาเดียวกัน ที่ศูนย์ ศป.ม. พลเอกวรเมธจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพการยิงพิกัดสัญญาณเสาอากาศสถาบันวิจัยเข้าไปในมิติ "โมนา... น้ำมนต์... ได้โปรดรับสัญญาณนี้ให้ได้ทีเถอะ!"
ตัดกลับมาที่ห้องวอร์รูมใต้ซากห้างร้าง...
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด!
หน้าจอโฮโลแกรมของเอเต้กระพริบแสงสีส้มทองขึ้นอย่างรวดเร็ว! ข้อความรหัสพิกัดดาวเทียมจากโลกภายนอกถูกถอดรหัสออกมาบนหน้าจอ!
[INCOMING SIGNAL EARTH: COORDINATES OF AETHER TRANSMITTER RECEIVED!]
"น้ำมนต์! ดูนี่สิ!" โมนาะโด้วยความตื่นเต้น น้ำตาแห่งความหวังคลอเบ้า "สัญญาณพิกัดจากพ่อ! พ่อส่งพิกัดห้องควบคุมหลักของสถาบันวิจัยมาให้เราแล้ว!"
น้ำมนต์มองหน้าจอพิกัด ั์ตาทอประกายความเด็ดเดี่ยว เขากระชับผ้าดิบพันมือขวาแน่น รอยสักยันต์บนลำตัวเรืองแสงส้มทองตอบรับพลังจิตที่ตื่นรู้
"ผู้กองเดชครับ..." น้ำมนต์หันไปหาหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ "เราจะเริ่มเคลื่อนพลไปสถาบันวิจัยพรุ่งนี้เช้าครับ!"
"จัดไปน้องชาย!" ผู้กองเดชตบไหล่น้ำมนต์แรงๆ "คืนนี้พวกแกพักผ่อนให้เต็มที่... เพราะพรุ่งนี้ เราจะพากันฝ่าซากป่าคอนกรีต และบุกสถาบันวิจัยไปด้วยกัน!"
ท่ามกลางแสงไฟสว่างริบหรี่ในซากห้างร้าง น้ำมนต์และโมนานั่งพิงหลังกันอยู่ข้างกองไฟเล็กๆ ทั้งคู่รู้ดีว่า ศึกข้างหน้าไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด... แต่เป็การต่อสู้ที่มีชะตากรรมของโลกทั้งสองใบเป็เดิมพัน!