ตอนที่ 208 นินิว
ดาวเมื่อเห็นเป็นลูกค้าต่างชาติ สิ่งแรกที่เธอทำก็คือรีบออกไปต้อนรับเพราะเธอรู้ว่า ชาวต่างชาติมักจะให้ทิปค่อนข้างหนักหากบริการดีและภายในร้านก็มีเธอที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วแค่คนเดียว มันเลยทำให้ดาวตั้งใจที่จะบริการลูกค้าคนนี้อย่างเต็มที่
“ที่ร้านมีดาวพูดภาษาอังกฤษได้คนเดียว ยังไงดาวขอไปรับลูกค้า ก่อนนะ…ไว้ดาวจะกลับมาคุยด้วยใหม่” ดาวแสร้งทำเป็นเหมือนคนขยันที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เธอได้เดินไปต้อนรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม น้ำเสียงที่เคยดูเศร้าๆ บัดนี้กลับร่าเริง
ซึ่งพีทก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร เขาแค่พยักหน้าเพราะรู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวอีกสักพัก ดาวก็ต้องเดินกลับมาที่โต๊ะเขาอยู่ดี
เพราะชาวต่างชาติที่เข้ามาในร้านก็ไม่ใช่ใครอื่นคือ วิเวียร์ ที่พีทได้นัดกันไว้นั่นเอง
“พีท~ โอ้ น้องชายของฉัน” วิเวียร์เมื่อเห็นพีทก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที สวนทางกับดาวที่เดินเข้ามาต้อนรับด้วยท่าทางงุนงง
สาวอเมริกันสวมกอดพีทอย่างสนิทสนม ซึ่งพีทก็ได้แต่ยอมสวมกอดกลับไป…ประหนึ่งว่านี้คือ พี่เขย ไม่สิ พี่สาวในอนาคตของเขา
พีทรู้ว่าวิเวียร์นั้นมีรสนิยมที่ไม่เหมือนกับคนทั่วไป เขาไม่ได้รังเกียจวิเวียร์ในเรื่องนี้เลยและก็ไม่เข้าไปห้ามความสัมพันธ์ระหว่างวิเวียร์กับพี่สาวของเขาด้วย เพราะขนาดตัวเขาเองมีแฟนสาวถึงสองคน ซ้ำหนึ่งในสองคนคืออดีตเจ้านายของตัวเอง พี่สาวของเขายังไม่ว่าเขาเลยสักคำ
“วิเวียร์คุณมาช้านะ ระดับผู้ช่วยผู้บริหารบริษัทระดับโลกทำแบบนี้ได้ยังไง” พีทหยอกล้อเล็กน้อย แต่มันก็จี้ใจดำของวิเวียร์อย่างแรง
วิเวียร์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหัวเสีย เธอไม่ได้โกรธพีทที่พูดจิกกัด แต่เธอแค่เผลอนึกถึงบริษัทของเธอ มันก็ทำให้เริ่มที่จะหัวเสียขึ้นมา
ดาวเดินตามลูกค้าต่างชาติมาที่โต๊ะของพีท พลางมองพีทด้วยความสงสัย “เพื่อนของฉันเอง ส่วนเมนูเอาเป็น xxx ไม่ต้องเผ็ดมาด แล้วก็กาแฟร้อนให้กับเธอก็พอ” พีทไม่ได้ดูเมนูเพราะเขาจำเมนูในร้านนี้ได้อยู่แล้ว
และหลังจากที่พีทสั่งอาหารให้กับดาวเสร็จ เขาก็เริ่มพูดคุยกับวิเวียร์เป็นภาษาอังกฤษชนิดที่ว่าดาวก็ฟังไม่ทันเลยทีเดียว
ดาวไม่เคยรู้มาก่อนว่าพีทเก่งภาษาและสื่อสารภาษาอังกฤษได้แบบนี้ มันเลยทำให้เธอรู้สึกแปลกใจและรู้สึกผิดที่เคยทิ้งชายคนนี้ไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนพีทถึงกับเงยหน้ามามองเธออีกครั้ง ราวกับเพื่อถามว่าเมื่อไรดาวจะให้พวกเขาพูดคุยกันตามลำพังเสียที
โดนพีทมองแบบนี้ ดาวก็ไม่มีหน้าอยู่ต่ออีก เธอกลับไปทำงานของเธอ…แม้ตัวจะอยู่ห่างออกไป แต่หูของเธอเหมือนจะอยู่ข้างๆ โต๊ะของพีทเสียมากกว่า
โดยใจความที่ดาวได้ยินจากการพูดคุยของพีทกับชาวต่างชาติ เธอได้ยินว่าพวกเขากำลังพูดกันถึงเรื่องบริษัท Rayzen Techฯ และบริษัท Pineapple ที่เป็นเจ้าของมือถือแบรนด์ Uphone ที่มันทำให้ดาวรู้สึกว่าตัวเอง ดูรวยและดูแพง อยู่ภายในใจ
“พีทเธอก็รู้สัญญาของฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันติดสัญญาถึง 5 ปีเลยนะ เธอควรมองหาคนอื่นมารับหน้าที่ในตำแหน่งนี้เถอะ” วิเวียร์พูดด้วยความร้อนใจ ผิดกับพีทที่ยังคงสงบนิ่ง
“ผมได้ปรึกษากับทนายและดูเอกสารสัญญาของคุณแล้ว ไม่มีข้อใดที่ห้ามคุณมาทำงานกับบริษัทของผมสักหน่อย” คราวนี้รอยยิ้มของพีท ได้แปลเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์
“บริษัท Rayzen Techฯ ในตอนนี้เป็นบริษัทที่ให้บริการแอปพลิเคชัน ในบริบททางกฎหมาย ไม่ได้ถือว่าเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับโทรศัพท์ แม้ตอนนี้ผมจะซื้อบริษัท Nomia เอาไว้แล้ว แต่ผมยังไม่ได้ควบรวมบริษัท Nomia เข้ามาในบริษัท Rayzen techฯ อย่างสมบูรณ์เพราะผมยังเก็บรักษาอาคารสำนักงานของบริษัท Nomia เอาไว้อยู่”
“และอีกประการบริษัท Nomia ในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในเสถียรภาพที่จะพัฒนาโทรศัพท์ได้อีกแล้ว จากการที่ผมได้ขายโรงงานและเครื่องจักรไปเกือบทั้งหมด รวมไปถึงโยกย้ายบางส่วนมาตั้งฐานผลิตที่ประเทศไทย ฉะนั้น…ฉะนั้นถึง Pineapple จะใช้ข้อห้ามนี้กับคุณก็ไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น เพราะบริษัท Rayzen และ Nomia ยังไม่บุกเข้าตลาดมือถือ จึงไม่ถือว่าเป็นคู่แข่งทางด้านมือถือกับบริษัท Pineapple ครับ” พีทพูดจบก็จิบน้ำให้ชุ่มคอ และด้วยคำพูดของเขามันก็ทำให้ตัวของวิเวียร์นิ่งเงียบไปเพื่อคิดตาม
ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะเริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมา ‘เป็นแบบนี้เองสินะ! พีทเธอทำให้ฉันประทับใจมากๆ หากเธอไม่อธิบายให้กับฉันในวันนี้ ฉันคงต้องบินกลับอเมริกา นั่งตบฝุ่นเป็นคนตกงานไปแล้ว” วิเวียร์หยิบกาแฟขึ้นมาดื่มเช่นกัน ความร้อนของกาแฟทำให้เธอสมองปลอดโปร่งมากๆ
วันนี้คงเป็นวันที่เธอจะได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม หลังจากที่ต้องเผชิญกับสภาวะเครียดที่สะสมมานาน ‘ที่เหลือก็แค่ต้องทนอีก 1 เดือนเท่านั้น…หลังจากนั้นฉันจะได้เริ่มต้นสร้างอาณาจักรใหม่ รวมกันกับพีทสักที…ชักอยากจะเห็นแล้วว่าอนาคตมือถือในมือของพีทมันจะเป็นยังไง’ วิเวียร์ได้ลาจากไป เธอวางทริปให้ตามธรรมเนียม ส่วนค่าอาหารพีทนั้นเป็นคนออก
ซึ่งพีทเคลียร์ค่าอาหารทั้งหมด ก็กลับมาไปนั่งที่เดิมอีกครั้ง สร้างความงุนงงให้กับพนักงานและตัวของดาวเป็นอย่างมากว่าทำไม พีทถึงไม่ลุกออกไป หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว
ดาวกำลังจะเดินเข้าไปถามและถือโอกาสนี้เคลียร์ใจกับพีทไปด้วยเลย แต่แล้วในระหว่างที่ดาวกำลังเดินเข้าไป เสียงรถเบนซ์และรถมินิคูเปอร์ สองคันก็ได้ขับเข้ามาจอดที่ร้านอาหารอีกครั้ง
รถหรูถึงสามคัน มาจอดในร้านอาหารระดับปานกลาง หากเจ้าของร้านได้มาเห็นภาพนี้ คงอดตื่นเต้นกับภาพนี้ไม่ได้ แต่สำหรับดาวภาพตรงหน้าไม่ใช่เรื่องที่เธอจะยินดีด้วยเลย
ดาวจำรถเบนซ์ทะเบียนหรูคันที่ขับเข้ามาจอดได้ มันคือรถของคนที่ชื่อว่ารดา หนึ่งในแฟนสาวของพีทนั่นเองและตอนนี้ รดาก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวที่ขับรถมินิคูเปอร์ ขนาดมินิน่ารักๆ พอดิบพอดี
ทั้งสองโบกมือให้กับพนักงานต้อนรับที่กำลังออกมารับหน้า ประหนึ่งว่าไม่ต้องจัดหาที่นั่งให้กับพวกเธอ…เพราะเธอทั้งสองคนมาพบกับคนที่รออยู่ก่อนแล้ว นั้นก็คือพีทที่ลุกขึ้นและยืนยิ้มให้กับรดา ที่วันนี้เป็นอีกวันที่รดาแต่งตัวสบายๆ แต่ก็ดูสวยมากๆ
และข้างกายของเธอก็คือนินิวเพื่อนของรดา ที่พึ่งจะกลับมาจากเกาหลีได้ไม่กี่วันนั่นเอง
นินิวเป็นหญิงสาวที่หน้าตาดี มีความมั่นใจเหมือนกับที่พีทได้เห็นจากในรูปบนสื่อ Ibook ของเธอ
หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้นินิวแตกต่างและเปลี่ยนแปลงไปก็คือ ทรงผมของเธอ ที่เธอได้ตัดมันจนสั้นอยู่ในระดับคอ จากที่เคยไว้ยาว ทำให้ใบหน้าของเธอดูโฉบเฉี่ยว ประกอบกับการแต่งหน้าโทนร้อนแรง มันเลยทำให้เธอดูเป็นสาวมั่น ราวกับกุหลาบสีแดงที่เต็มไปด้วยหนามอันแหลมคม
“สวัสดีครับ ผมพีท ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณนินิว” พีทลุกขึ้นและยื่นมือออกไปทักทาย ซึ่งนินิวก็เกาะกุมมือของพีทไว้ด้วยมิตรไมตรี หากแต่ในใจของเธอก็แอบประเมินพีทในฐานะแฟนของเพื่อนเธอและผู้ร่วมงานไปพลางๆ ว่า เด็กหนุ่มอย่างพีทจะมีดีสักแค่ไหนถึงได้เป็น CEO เจ้าของธุรกิจที่กำลังโดดเด่นมากที่สุดในประเทศ ในเวลานี้
นินิวมองสำรวจพีทด้วยความสนใจ ในตอนแรกเธอตั้งใจแค่ประเมินเขา แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาและบุคลิกภาพ มันก็ทำให้นินิวเข้าใจแล้วว่าทำไมรดาถึงได้คบกับคนที่อายุน้อยกว่าอย่างพีท
ในสายตาของหญิงสาว พีทแม้ภายนอกจะยังดูเหมือนกับนักศึกษา แต่ด้วยการแต่งกาย การวางตัวล้วนแล้วแต่มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่อวดอ้างของหรูหรามากเกินไป ไม่จำเป็นต้องใช้ของแพงๆ มาประดับร่างกาย เหมือนกับพวกไฮโซที่จะออกไปไหน ทำตัวราวกับเป็นตู้เสื้อผ้าแบรนด์เนมเดินได้
ทั้งนี้สไตล์การแต่งตัวของพีทที่ทำให้นินิวถูกใจ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะฝ้ายและรดา ช่วยกันจัดการให้ ก่อนที่ฝ้ายจะย้ายไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เธอกับรดาได้หาเวลาว่างพาพีทไปช็อปปิ้ง ซื้อของและเสื้อผ้าที่ดูดีให้กับพีท
พีทเป็นถึง CEO หนุ่มที่เริ่มพอจะมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้างแล้ว แม้จะยังไม่ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อสาธารณะ แต่ชื่อของเขาในตอนนี้ก็เริ่มเป็นที่สนใจของสำนักข่าวที่ต้องการจะขอสัมภาษณ์และนำมาออกรายการของพวกเขากันไม่น้อยเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม นินิวก็มีข้อกริ่งเกรงที่ไม่ชอบใจในตัวของพีทอยู่เรื่องหนึ่ง เธอรู้ว่ารดาเป็นแฟนอยู่กับพีท หากแต่รดาก็ได้ยอมรับและบอกเธอว่า จริงๆ แล้ว พีทนั้นไม่ได้มีเธอเป็นแฟนแค่คนเดียว ยังมีเพื่อนวัยเดียวกันที่ตอนนี้ไปเรียนต่อต่างประเทศที่พีทยังคบอยู่ด้วย แน่นอนเรื่องนี้มันทำให้ นินิว ไม่ชอบใจมากที่สุด
เพราะในอดีตเธอเคยถูก พี่เจมส์ หรือ CEO จากบริษัท Winner Group คบผู้หญิงซ้อนอยู่เป็นประจำ มันเลยทำให้นินิวมีเกราะกำบังและมักจะมองผู้ชายที่หลายใจ เป็นพวกเดียวกัน
ดังนั้นพอรู้ว่าพีทกำลังคบกับรดาและยังมีผู้หญิงอีกคน ถึงตัวเธอจะรู้ว่ายุคสมัยในตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วจากการที่ทั่วโลก มีอัตราเกิดต่ำ แต่ทว่าสำหรับนินิวมันยังมีกำแพงที่เธอสร้างมาป้องกันตัวเอง ครอบเอาไว้อยู่
“เข้าเรื่องเลยนะครับ คุณนินิวคงได้ฟังบริษัทของผมมาคร่าวๆ จากรดาแล้วใช่ไหมครับ…อย่างที่รดาบอกไป ในตอนนี้บริษัท Easy Shop ของผมยังขาดผู้บริหารที่มีความสามารถอย่างคุณนินิวอยู่ ผมเลยอยากให้คุณเข้ามารับหน้าที่ในตำแหน่งนี้ครับ” ถึงนินิวจะเป็นคนที่รดาแนะนำมา แต่ตัวของพีทเองก็ได้ให้เอไออัลฟ่า ไปสืบเรื่องของนินิวมาหมดแล้วเช่นเดียวกัน
พีทรู้ว่านินิวมีความสามารถในการบริหารที่ดีมาก แถมยังมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ขนาดไปเปิดแบรนด์เครื่องสำอางในเกาหลีใต้ ที่ขึ้นชื่อเรื่อง คอสเมติก ที่กำลังตีตลาดไปทั่วโลก เธอยังสามารถทำให้แบรนด์เล็กๆ ของเธอ โด่งดังขึ้นมาได้ภายในไม่กี่ปี
ฉะนั้นหากได้นินิวเข้ามาเป็นผู้บริหารและรับหน้าที่ดูแลบริษัท Easy Shop ให้กับเขา พีทก็สามารถวางใจในส่วนตรงนี้ได้ จนสามารถแบ่งเวลาไปให้กับบริษัทอื่นๆ หรือโปรเจกต์อื่นๆ ในอนาคตที่เขาต้องการได้นั่นเอง
“ฉันได้ยินเรื่องแอป Easy Shop มาบ้างแล้ว…มันน่าสนใจและเป็นธุรกิจที่มีอนาคตกว้างไกล แต่คุณเองก็น่าจะรู้เรื่องของฉันมาบ้างเช่นกัน ถึงฉันในตอนนี้จะเหมือนคนตกงานจากการที่ต้องเสียแบรนด์ที่ฉันก่อตั้งที่เกาหลีไปก็จริง แต่ฉันก็ยังมีความคิดที่จะเปิดแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเองอยู่เหมือนเดิม มันจะดีเหรอถ้าหากฉันทำมันสองอย่างควบคู่กันไป?” นินิวยังคงมีความฝันของเธออยู่ เธอยังมีไฟที่อยากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์เครื่องสำอางอยู่เหมือนเดิม
เพียงแต่ตอนนี้เธอต้องเริ่มมันไม่จากศูนย์อีกครั้งและการเริ่มต้นมันต้องใช้เงินมหาศาล ถึงจะได้รับเงินจากการที่หุ้นส่วนเก่ายักยอกเงินไป มันก็ไม่พอสำหรับสร้างแบรนด์ให้กับเธออยู่ดี
นินิวเก่งในด้านการบริหาร เก่งในเรื่องทำส่วนผสมเครื่องสำอาง แต่เธอก็เก่งเรื่องการเงินเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถจับเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ จากหุ้นส่วนที่ยักยอกเงินในบริษัทของเธอไปได้เร็วแบบนี้
และนี้เองก็เป็นเหตุผลที่พีทสนใจในตัวของนินิวและอยากได้เธอมาทำงานให้กับเขาในฐานะ ผู้บริหารบริษัท Easy Shop
พีทไม่ได้พูดอะไร เขานั่งรับฟังเรื่องของนินิวอย่างมีมารยาท ก่อนที่จะรับฟังเธอจนจบ เขาก็ได้หยิบเอามือถือของเขาขึ้นมา เปิดหาข้อมูลที่พึ่งได้รับมาเมื่อวันก่อนจากพี่จ๊อบจากช่อง WeAreOne ที่ตัวของพีทได้ว่าจ้างให้ทำคลิปโปรโมตบริษัทของเขา
อันที่จริงการทำคลิปของช่อง WeAreOne มันยุ่งยากและซับซ้อนมากไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่ติดต่อปุ้บ แทบจะลุยกันทันที
แต่ทว่าตอนนี้นับตั้งแต่เริ่มมีการจัดตั้งเป็นบริษัท มีการแบ่งหน้าที่ของบริษัทกันอย่างเป็นสัดส่วน มันก็ทำให้ตารางงานและการติดต่อในการทำคลิปยุ่งยากขึ้น ใช้เงินในการทำคลิปไม่ต่ำกว่าหลายแสนบาท แถมยังต้องรอคิวอีกนานเป็นเดือน
กระนั้นด้วยความสนิทสนม ประกอบกับตัวของพี่จ๊อบและพี่อิทเองก็เป็นเหมือนคนคิดเนื้อหาต่างๆ ภายในช่องอยู่แล้ว ในเมื่อรายการหลักมีบริษัทจ้างทำคอนเทนต์จนเต็มแน่นไปหลายเดือน แถมไม่มีช่องว่างให้สอดแทรกได้อีกแล้ว
ตัวของพี่จ๊อบก็เปิดรายการใหม่ ที่ไร้สาระมารองรับตรงนี้มันเสียเลย พี่จ๊อบชอบทำอาหารอยู่แล้ว จึงทำรายการเกี่ยวกับอาหาร แต่ก็ยังแฝงความตลกเอาไว้อยู่ ซึ่งการตอบรับในช่วงแรกก็ดีมาก จนสามารถเข้ามาทดแทนรายการหลักที่ต้องออกไปสัมภาษณ์ข้างนอกได้เลยทีเดียว
และในตอนอื่นๆ ด้วยความที่พี่จ๊อบรู้สึกผิดต่อพีท ที่มักจะเรียกพวกเขาไปกินเมนูใหม่ๆ ของทางร้านอยู่เสมอ พี่จ๊อบและทีมงานเลย ทำคลิปให้กับร้าน Chicky CPF ในรายการทำอาหารไปเลยฟรีๆ แถมไม่ยอมบอกกับพีทด้วย กว่าพีทจะรู้ว่าพี่จ๊อบทำคลิปให้กับเขา รายการก็ถูกออนแอร์ไปแล้ว เป็นคลิปทำอาหารที่พี่จ๊อบใช้ไก่ทอด Chicky CPF มากินคู่กันกับข้าวอื่นๆ จากเมนูข้าวดังเดิมที่ขายอยู่ที่หน้าร้าน
ดั่งเช่นข้าวไก่ทอดแกงเขียวหวาน ข้าวแกงกะหรี่ไก่ทอด และเมนูอีกมากมาย
ซึ่งพีทได้เห็นคลิปที่มีคนดูมากกว่า 5 ล้านวิว โดยที่เขาไม่ต้องเสียเงินจ้างก็อดไม่ได้ที่จะขอบคุณพี่จ๊อบ เลยทำการจ้างให้พี่จ๊อบกับพี่อิททำรายการไร้สาระขึ้นมาเล่นๆ ที่ไม่ต้องยาวมากเป็นรายการไร้สาระล้วนๆ ประมาณ 15 นาทีก็เพียงพอแล้ว ชื่อรายการว่า ‘ไอ้บ้าห้าร้อย’
โดยจะให้เงิน 500 บาทกับพี่จ๊อบและพี่อิท รวมไปถึงพิธีกรในช่องซื้อสินค้าจากแอป Easy Shop ของเขามารีวิว สั่งจริง ส่งจริง…แกะมารีวิวกันจริงๆ ให้เห็นไปเลย ว่าตอนนี้ประเทศไทยมีแอปฯ สั่งสินค้าที่รวดเร็วแบบนี้เกิดขึ้นแล้ว
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 2 ทุ่มนะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy