จักรพรรดิมารนอกรีต

    ตอนที่ 45 : ความโกลาหล (2)

    "ออกตามหาเร็วเข้า!"

    ระหว่างที่ชายชราทั้งสามกำลังจะออกจากตระกูลหยางเพื่อไล่ตาม กลับมีร่างสีม่วงของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นเหนือกำแพง 

    ชายวัยกลางคนผู้นี้คือผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งของตระกูลหยาง หยางเหวินโจวที่มีสีหน้าสลึมสลือและอดไม่ได้ที่จะตะคอกอย่างไม่สบอารมณ์ "เอะอะอะไรกัน! คนจะหลับจะนอ-"

    แต่ยังไม่ทันจะได้สิ้นสุดประโยคนั้น สายตาก็สบเข้ากับร่างไร้วิญญาณของชายหน้าเหลี่ยมที่นอนตายโดยที่นัยน์ตาเบิกโพลงอย่างสิ้นหวัง

    หยางเหวินโจวตกตะลึงสุดขีดพร้อมทั้งรีบตรงดิ่งไปยังร่างไร้วิญญาณที่ศีรษะเกือบจะหลุดออกจากบ่า 

    แววตาของมันฉายแววสิ้นหวังก่อนจะคำรามอย่างบ้าคลั่ง "เฉินเฉิน!"

    มันพยายามเขย่าร่างของชายหน้าเหลี่ยมที่ไร้วิญญาณด้วยสีหน้าเศร้าโศก สายตาที่แข็งกร้าวจ้องมองกลุ่มชายชราทั้งสาม "ใครกัน! มันเป็นฝีมือของใครกัน!?"

    "วู้ม!"

    รัศมีจิตสังหารระเบิดออกด้วยความสะเทือนใจ แรงกดดันอันครอบงำปกคลุมเหนือน่านฟ้า

    ชายชราทั้งสามแสดงสีหน้าอ้ำๆอึ้งๆก่อนที่หนึ่งในนั้นจะกล่าวขึ้นและอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเริ่ม "ผู้เฒ่าเหวินโจว เกิดเหตุการณ์เช่นนี้..."

    ชายชราใช้เวลาในการบอกกล่าวเรื่องราวของหลวนซิงที่บุกรุกเข้าสู่ตระกูลหยางจากเส้นทางตรอกด้านหลังอาคาร รวมถึงเป้าหมายที่หลวนซิงต้องการนั่นคือเหมืองหยกและโรงงานคัดแยกหยก 

    แต่หลังจากที่หยางลั่วปรากฏขึ้น เขากลับพุ่งกลับไปยังอาคารหลักเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนกรีดร้อง 

    และหลังจากที่หยางลั่วออกจากอาณาบริเวณไป ภายในเวลาไม่เกินสองลมหายใจกลับมีร่างที่สวมหน้ากากไหมปรากฏขึ้นสังหารชายหน้าเหลี่ยมอย่างปราณีตโดยไร้เสียงไร้เงา ก่อนที่ร่างนั้นจะช่วยเหลือบุคคลแรกที่ลักลอบเข้ามา

    หยางเหวินโจวที่ได้ยินก็กัดฟันกรอดด้วยแววตาแดงก่ำราวกับเส้นเลือดฝอยแตกพร่า "กลุ่มใดกันที่กล้าหมายปองหยกของตระกูลหยางและอาจหาญเข่นฆ่าคนของพวกเราเช่นนี้!?"

    พวกเขาคือตระกูลหยางที่มีธุรกิจและเส้นสายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองเทียนหยุน หากเป็นกลุ่มสังกัดทั่วไปคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะกล้าหมายตาตระกูลหยางเป็นแน่

    ชายชราเคราสีขาวกล่าวอย่างลังเลใจ "ภายในเมืองเทียนหยุนคงไม่มีผู้ใดกล้ากระตุกหนวดเสืออย่างตระกูลหยางเป็นแน่ เว้นเสียแต่ว่า..."

    "...ตระกูลฉิน" ชายชราก้มหน้าลงหลังจากกล่าวจบ

    "ไม่! เป็นไปไม่ได้! ฉินเหยียนไม่ใช่บุคคลที่ไร้เหตุผลและโง่เขลาถึงเพียงนี้! มันไม่ใช่บุคคลที่จะทำลายความสัมพันธ์เพียงเพื่อความมั่งคั่งเป็นแน่!" หยางเหวินโจวส่ายศีรษะยืนยัน

    แต่ทันใดนั้นเขากลับตระหนักได้ถึงบางสิ่ง "เจ้าบอกว่าพวกมันมีกันสองคนใช่หรือไม่?"

    "ถูกต้อง แต่ข้าสามารถบอกได้ว่าทักษะของบุคคลแรกนั้นอ่อนแอยิ่งกว่าชายสวมหน้ากากไหมผู้นั้น" ชายชราที่มีตีนกาเต็มหน้าเอ่ยตอบ

    หยางเหวินโจวกลับสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีก่อนจะรีบกล่าว "ไม่ดี! ไปที่เหมืองหยกและโรงงานคัดหยกกันก่อน"

    ไม่มีผู้ใดสามารถบ่งบอกได้ว่าผู้บุกรุกจะมีเพียงแค่สองคนหรือมากกว่านั้น ซ้ำแล้วจุดประสงค์หลักคือเหมืองหยกรวมถึงหยกเนื้อดีที่กำลังเตรียมจัดจำหน่าย

    เมื่อหยางเหวินโจวพุ่งทะยานไปยังด้านหลังอาคาร ชายชราทั้งสามมองหน้ากันก่อนจะติดตามไปอย่างกระชั้นชิด

    . . .

    หยางเหวินโจวพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงสุดไปตลอดทางปรากฏขึ้นเบื้องหน้าโรงงานคัดแยกหยกที่เปิดโล่งไร้ซึ่งทหารยามป้องกัน 

    สีหน้าหยางเหวินโจวซีดเผือดมันรีบพุ่งเข้าไปด้านในด้วยสัญชาตญาณ

    แต่เมื่อเข้ามาก็กลับพบว่า หยกสีม่วงที่อยู่ในหีบกว่าหลายร้อยกิโลได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย! 

    รอบๆโรงงานเผยให้เห็นฉากที่น่าสะอิดสะเอียน ทหารยามทั้งหมดเกือบสิบคนถูกสังหารโดยการฆ่าปาดคออย่างปราณีตและโหดร้าย ตัดทะลวงผ่านคอหอยโดยไม่มีแม้แต่ความเจ็บปวดก่อนตาย ภายในมีเพียงโลหิตกระซ่านกระเซ็นรอบๆอาณาบริเวณเท่านั้น

    "ปะ-เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!" หยางเหวินโจวคำรามอย่างไม่เชื่อ 

    หยกทั้งหมดหายไป! ทหารยามทั้งหมดถูกเข่นฆ่าอย่างโหดเหี้ยม!

    แต่ยังไม่สิ้นสุดเพียงแค่นั้นเขารีบพุ่งทะยานไปยังด้านหลังของเหมืองหยกเพื่อตรวจสอบ

    เมื่อเข้าไปภายในถ้ำมืดมิดฉากที่คาดว่าจะมีหยกผสมเกาะติดอยู่รอบๆผนังจะปรากฏขึ้น แต่พวกเขากลับเจอะเจอแค่เพียงชั้นหินที่ถล่มลงมาทำลายล้างปิดกั้นเส้นทางเหมืองทั้งหมดที่พวกเขาเพิ่งจะขุดเจอ! 

    นั่นหมายความว่าธุรกิจหลักการส่งออกหยกเนื้อดีของพวกมันล้มละลายไปโดยปริยาย! 

    หากจะสามารถกลับมาทำธุรกิจค้าขายหยกได้อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลากว่าหลายเดือนกว่าจะเกณฑ์คนงานเพื่อมาขุดเหมืองหยกที่ถล่มอีกระลอกได้

    "มะ-มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?" ริมฝีปากของหยางเหวินโจวสั่นระเรื่ออย่างไม่เชื่อสายตา

    แม้แต่ผู้อาวุโสทั้งสามก็หน้าถอดสี พวกมันไม่คาดคิดว่าภายในเวลาแค่ไม่กี่นาทีตั้งแต่การบุกรุกของบุคคลเดียวจะก่อให้ความโกลาหลและส่งผลกระทบที่ร้ายแรงถึงเพียงนี้

    "พรึ่บ!"

    ทันใดนั้นร่างชราของหยางลั่วปรากฏขึ้นด้วยใบหน้าเกรี้ยวกราด ในมือของเขากำลังอุ้มร่างแห้งกรำด้วยมือที่สั่นเทา

    แน่นอนว่ามันติดตามรัศมีของหยางเหวินโจวมาจนถึงที่นี่ 

    แต่ก่อนที่มันจะได้กล่าวอันใด มันกลับต้องพบเจอกับฉากที่สิ้นหวังยิ่งกว่าเก่า คือเหมืองหยกทั้งหมดถล่มราบเป็นหน้ากลอง! 

    "อะ-อะ" หยางลั่วเบิกตากว้างอย่างพูดไม่ออก แม้แต่ศพของหยางเหมินที่อยู่ในมือก็แทบจะร่วง

    "เหวินโจว! เกิดอะไรขึ้นที่นี่!?" หยางลั่วจ้องมองหยางเหวินโจวพลางตะคอกถาม

    หยางเหวินโจวหน้าถอดสียิ่งกว่าเก่า "พะ-พี่ใหญ่...พวกเรา..."

    มันสอดส่องสายตาไปรอบๆคนทั้งสี่ แต่เมื่อไม่เห็นร่างของหลวนซิง นัยน์ตาของมันแดงก่ำราวกับกำลังบ้าคลั่ง "มันหายไปไหน! ฆาตกรนั่นมันหายไปไหนกัน!" 

    ชายชราเคราขาวตัวสั่นสะท้านก่อนจะกล่าวเสียงแผ่ว "มีใครบางคนมาช่วยเหลือมันไว้ ซ้ำแล้วบุคคลที่สองกลับสังหารผู้อาวุโสหยางเฉินรวมถึงขนหีบหยกออกไปและ...ถล่มเหมืองหยกของพวกเราจน..." 

    หยางลั่วที่มิอาจทนรับความสิ้นหวังได้ไหวกลับกระอักเลือดออกมาเต็มปาก 

    ภายในเวลาแค่ชั่วครู่ตระกูลหยางได้สูญเสียหยางเหมินที่ซึ่งเป็นบุตรชายของมัน ซ้ำยังสูญเสียผู้อาวุโสที่มีระดับการบำเพ็ญปราณสวรรค์ไปอีกคน โดยที่พวกมันมิอาจจับผู้ร้ายและมิอาจตระหนักได้ว่าบุคคลที่บุกรุกเข้ามาตระกูลหยางมาจากสังกัดใด 

    แต่สิ่งที่ทำให้ตระกูลหยางอาเจียนเป็นเลือดคือเหมืองหยกที่ซึ่งเป็นธุรกิจหลักและเป็นธุรกิจที่ทำกำไรให้ตระกูลหยางร่ำรวยมาจนถึงปัจจุบันกลับถล่มลงมาปิดกั้นเส้นทางเข้าออกเหมืองที่เคยขุดไว้

    หลังจากนี้ไปอีกครึ่งปีตระกูลหยางจะไม่มีหยกเนื้อดีให้ส่งออก นั่นหมายความว่าความมั่งคั่งเส้นทางการเงินทั้งหมดของตระกูลหยางถูกสะบั้นลงด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวของไป๋เฉิน

    หยางเหวินโจวที่สีหน้าซีดเซียวสังเกตเห็นร่างที่โอบอุ้มในอ้อมแขนของหยางลั่ว เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ๆอย่างสงสัย

    แต่เมื่อเข้าไปมองดูใกล้ๆก็กลับพบว่าร่างแห้งกรำนั้นคือร่างของหยางเหมิน "เสี่ยวเหมิน! เกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวเหมิน!?"

    "นายน้อย! นั่นคือนายน้อยงั้นหรือ!?" ชายชราอุทานอย่างไม่เชื่อ 

    สถานการณ์ตอนนี้ประเดประดังถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องราวกับว่าเป็นฝันร้ายของตระกูลหยาง!

    หยางลั่วกัดฟันด้วยนัยน์ตาอาฆาตแค้น "ถูกต้อง! ในขณะที่ข้ากำลังจะสังหารผู้บุกรุกผู้นั้นกลับมีใครบางคนเข้ามาสังหารเสี่ยวเหมินในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกัน นั่นหมายความว่าศัตรูที่บุกรุกมิได้มีเพียงแค่หนึ่งหรือสองคน!"

    การแสดงออกของหยางเหวินโจวกลับกลายเป็นร้ายแรง พวกเขาไม่คาดคิดว่าตระกูลหยางกลับต้องมาพบเจอกับหายนะที่ไม่รู้จักในเวลายามวิกาลเช่นนี้

    เขาสามารถคาดเดาได้ว่าหลังจากนี้หยางลั่วคงจะบ้าคลั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    หยางลั่วสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ "ตรวจสอบรอบๆอาณาบริเวณของโรงงานและเหมืองหยก ค้นหาต้นตอและที่มา ไม่ว่าหลักฐานจะเล็กน้อยสักเพียงใดก็ต้องหามาให้ได้!"

    หยางเหวินโจวและชายชราทั้งสามพยักหน้าตอบรับ พวกเขาแยกย้ายกันไปปลุกคนอื่นๆให้ตื่นจากการหลับใหลเพื่อตรวจสอบค้นหาหลักฐานที่คนร้ายอาจจะทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ

    . . . 

    ในระยะเวลานี้หยางลั่วได้สั่งการให้นำศพของบุตรชายของมันและศพของหยางเฉินนำไปฝังตามพิธีการของตระกูลหยาง

    ระหว่างที่หยางลั่วกำลังเหม่อลอยจ้องมองไปยังหลุมศพของบุตรชายด้วยสีหน้าโศกเศร้า กลับมีเงาสีม่วงปรากฏขึ้นด้านหลัง "ท่านผู้นำ เราพบเจอสิ่งนี้ในละแวกใกล้เคียงกับเส้นทางคับแคบหลังอาคารตระกูลหยาง"

    เงาสีม่วงหยิบยื่นผืนผ้าสีขาวที่มีร่องรอยคร่ำคร่าให้แก่หยางลั่วที่กำลังหันหลังด้วยความเคารพ

    เมื่อหยางลั่วรับผ้าเก่าๆที่ยื่นมา รูปลักษณ์อาฆาตฉาบอยู่บนใบหน้าของมันอย่างฉับพลัน "ที่แท้ก็เป็นกองโจรมายา!"

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิมารนอกรีต ที่คุณอ่าน