ภายในเขารกร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เขตชานเมืองของเมืองหลวงแคว้นเว่ย
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย...” เสียงร้องขอความช่วยเหลือปนเหนื่อยหอบของซุนหลิงดังขึ้นในขณะที่นางกำลังวิ่งหนีบางอย่างอย่างสุดชีวิต
“อย่างไรวันนี้เ้าก็หนีพวกข้าไม่พ้นหรอก มาสนุกกับพวกเราดีๆ เถอะ” ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ดักหน้าซุนหลิงพลางกางแขนออกกว้างกันทางเอาไว้ ไม่นานชายอีกสามคนก็ล้อมนางเอาไว้ทุกทิศ
ซุนหลิงเห็นเช่นนั้นก็เนื้อตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัว นางเป็เพียงชาวบ้านตัวเล็กๆ ที่เดินทางมาพร้อมกับบิดาโดยมีเป้าหมายเป็เมืองหลวง ทว่ากลับพบเข้ากับกลุ่มคนเหล่านี้ระหว่างทาง พวกเขาฆ่าบิดาของนางแล้วโยนลงแม่น้ำ เมื่อนึกถึงบิดาที่จากไปน้ำตาบนใบหน้าก็ยิ่งไหลรินหนักขึ้น
“ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าขอร้อง อย่าทำอะไรข้าเลย” นางคุกเข่าลงเพื่ออ้อนวอน เนื้อตัวสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว
เมื่อชายร่างใหญ่เห็นอาการเช่นนี้ก็หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ “ฮ่าฮ่าฮ่า ปล่อยเ้าไปข้าก็โง่แล้ว” ว่าแล้วก็เดินเข้ามากระชากซุนหลิงและกดลงไปบนพื้น ในขณะที่นางก็ดีดดิ้นแต่ไม่อาจสู้แรงของคนตัวใหญ่ั์ได้
“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า” เสียงร้องของนางดังขึ้นเรื่อยๆ คลอเคล้ากับเสียงหัวเราะหยาบโลนของชายฉกรรจ์ทั้งสี่
“ร้องให้ตายก็ไม่มีใครมาช่วยเ้าหรอก วันนี้เ้าจะต้องกลายเป็ของเล่นของพวกข้า” ว่าแล้วเขาก็เริ่มกระชากชุดของนางออก
แต่ทว่าในจังหวะที่กำลังจะได้ยลนวลเนื้อที่อยู่ภายใต้ร่มผ้าของซุนหลิง ที่บริเวณศีรษะกลับรู้สึกได้ถึงแรงบางอย่างที่รวบเส้นผมของเขาและดึงกระชากอย่างรุนแรง จากนั้นร่างกายที่ใหญ่โตก็ลอยหวือกลางอากาศเพียงชั่วพริบตา รู้ตัวอีกทีก็กระแทกกับพื้นอย่างแรงเสียแล้ว
เขาหยัดกายลุกขึ้นในทันที เพื่อมองดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทว่าเบื้องหน้าเขากลับเห็นสตรีอีกคนยืนอยู่
“เ้าเป็ใคร” เขาเอ่ยอย่างหัวเสียเพราะถูกขัดจังหวะ ไม่รู้ว่านางใช้กลอันใดถึงทำให้เขากระเด็นออกไปได้ แต่อีกสามคนที่เหลือเห็นกับตาว่าสตรีผู้นี้ใช้เพียงหนึ่งกำมือเดียวเท่านั้นในการโยนตัวลูกพี่ของพวกเขาออกไป
คนทั้งหมดต่างอยู่ในอาการสับสนมึนงง ระหว่างนั้นซุนหลิงจึงรีบหยัดกายลุกขึ้นมาและเกาะแขนสตรีผู้ช่วยชีวิตของนางเอาไว้แน่นด้วยมือที่กำลังสั่นเทา
“พวกเ้าอยากได้ของเล่นไม่ใช่หรือ เช่นนั้นข้าจะเล่นกับพวกเ้าแทนนางเอง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น ใบหน้างดงามกวาดสายตามองชายทั้งสี่อย่างเรียบเฉย สีหน้านั้นไม่บ่งบอกถึงอาการใดแม้แต่น้อย
ใช่แล้ว...นางคืุ์ทดลองหมายเลข 4216 ที่เดินทางผ่านห้วงมิติจนมาปรากฏตัวในโลกแห่งนี้นั่นเอง
เมื่อพวกเขาได้ยินดังนั้นก็แสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย สตรีนางนี้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าประหลาดตาราวคนเสียสติ ทั้งท่อนบนและท่อนล่างแนบกับรูปร่างจนเห็นสัดส่วนเด่นชัดขึ้นมา ทำให้พวกเขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความหื่นกระหาย ไหนจะใบหน้างดงามราวนางฟ้านาง์นั่นอีก เล่นกับนางคงสนุกกว่าซุนหลิงเป็ไหนๆ
“ดี ในเมื่อเ้าเสนอตัวเองเช่นนี้ ไม่ยอมรับคงไม่ได้” ชายร่างใหญ่ผู้นั้นเอ่ยพลางลูบคางไปมา “พวกเ้า จับตัวนางเอาไว้ หากวันนี้ทำให้พวกข้ามีความสุข ข้าสัญญาว่าจะให้เ้าตายอย่างไม่ทรมาน ฮ่าฮ่าฮ่า”
ซุนหลิงที่ได้ยินดังนั้นก็หวาดกลัวมากขึ้นไปอีก “ไปเร็ว พวกเราหนีเร็ว” นางพยายามดึงแขนให้อีกฝ่ายหนีตามนาง ทว่าไม่เป็ผลเลย
“อย่ามาเกะกะข้า” ว่าแล้วก็ผลักร่างของซุนหลิงออกไป ก่อนจะหันมาสนใจชายโฉดทั้งสี่ ส่วนซุนหลิงก็ได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ เมื่อเห็นว่าสตรีประหลาดยืนประจันหน้ากับโจรชั่วด้วยความมั่นใจจึงได้ยินยอมวิ่งไปหลบอยู่หลังต้นไม้
“นี่เป็ครั้งแรก ที่ข้าตัดสินใจด้วยตนเองโดยไม่ต้องฟังคำสั่งใคร” สตรีต่างโลกแสยะยิ้มเ็า นางเคยคิดมาตลอดว่าหากได้อิสรภาพมาอยู่ในมือจะทำสิ่งใดเป็อันดับแรก และคำตอบก็อยู่ตรงหน้าแล้ว
“พูดอะไรของเ้า” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น จากนั้นชายอีกคนก็พุ่งตัวเข้าไปเพื่อจับตัวของนางตามคำสั่งของคนที่เขาเรียกว่าลูกพี่ แต่ทว่าในจังหวะที่กำลังจะถึงตัวของสตรีตรงหน้า เขากลับเห็นเป็ภาพทับซ้อนก่อนที่นางจะปรากฏตัวข้างหลังสหายของเขาพร้อมมีดสั้นในมือที่กำลังจ่อคอของอีกฝ่ายอยู่
โลหะเย็นกระทบผิวบริเวณต้นคอ ทำให้ชายโฉดผู้นั้นตัวแข็งเกร็งและกลั้นลมหายใจอย่างไม่รู้ตัว เขาเริ่มส่งเสียงสั่นออกมาแทบจะในทันที “แม่นาง ใจ...ใจเย็นก่อน”
คนที่เหลืออีกสามคนแทบไม่อยากเชื่อสายตา พวกเขาถอยหลังไปอย่างไม่รู้ตัวเพราะคิดว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือภูตผีปีศาจ “เ้า...เ้าเป็ผีหรือไร” ชายคนที่ตั้งใจจะเข้าไปจับกุมนางคนแรกก่อนหน้านี้เอ่ยละล่ำละลักพลางถอยหนี
“อย่าไปเชื่อ นางต้องใช้เล่ห์กลอันใดเป็แน่” เป็ชายร่างใหญ่ที่เป็หัวโจกของกลุ่มเอ่ยบอกลูกน้อง ก่อนจะหันไปพูดกับสตรีที่ถือมีด “หึ ข้าไม่เชื่อว่าสตรีบอบบางเช่นเ้าจะกล้าลงมีด...”
ฉึก!
ชายผู้เป็หัวหน้ากล่าวยังไม่ทันจบ สตรีตรงหน้าก็แทงมีดเข้าที่จุดตายบริเวณลำคอของลูกน้องเขาในทันที โดยที่ใบหน้าของนางไม่ได้แสดงถึงอารมณ์ใดๆ อีกเช่นเคย ราวกับว่าการสังหารคนเป็เื่ง่ายดายยิ่ง
ผู้เป็หัวหน้ามองเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างไม่อยากเชื่อ ลูกน้องของเขาต้องตายโดยที่ยังไม่ทันได้ทำสิ่งใดด้วยซ้ำ เขาถดกายถอยหนีหลายก้าวอย่างไม่ทันได้รู้ตัว ในขณะที่สตรีตรงหน้านั่งลงข้างร่างไร้ิญญาที่นางเพิ่งสังหารไปเมื่อครู่ และใช้ชายผ้าของเขาเช็ดเืออกจากมีดสั้นของตนอย่างอ้อยอิ่ง
ลูกน้องที่เหลืออีกสองคนเห็นเช่นนั้นก็เกิดอาการหวาดกลัวขึ้นมา “ลูกพี่ ทำเช่นไรดี” คนหนึ่งถามอย่างร้อนรน ทว่าในจังหวะที่ขยับเข้าไปใกล้ลูกพี่ของเขา กลับถูกอีกฝ่ายผลักอย่างแรงไปทางสตรีนางนั้น และแน่นอนว่ามีดในมือของนางได้ปักเข้าที่อกแทงทะลุหัวใจจนสิ้นชีพไปอีกราย
ส่วนที่เหลืออีกสองคนก็วิ่งหนีไปคนละทิศละทางอย่างหวาดกลัว “ข้ากลัวแล้ว...อย่าทำอะไรข้าเลย” ลูกน้องคนสุดท้ายร้องเสียงหลงพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ทว่าสตรีที่เขาวิ่งทิ้งห่างออกมาในคราแรกกลับปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าราวผีสาง สุดท้ายมีดอีกเล่มก็ปักเข้าที่ข้างขมับของเขาอย่างรวดเร็วจนล้มลงไปกองกับพื้น
หญิงสาวเหยียดสายตามองอย่างไร้อารมณ์ ก่อนหันไปให้ความสนใจกับตัวการใหญ่ที่กำลังวิ่งไปทางซุนหลิงที่หลบอยู่หลังต้นไม้ นางรู้ได้ในทันทีว่าเป้าหมายของชายฉกรรจ์ย่อมไม่พ้นการจับตัวหญิงสาวนางนั้นเป็ประตัวประกัน