ผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด

    ตอนที่ 39 โรงเรียนแห่งความสุข

    ตอนที่39 โรงเรียนแห่งความสุข


    “เยี่ยม! ยังดีที่ระบบมอบทักษะเพิ่มให้ฉันไม่งั้นคงวุ่นวายเรื่องสร้างโรงเรียนมากกว่านี้”


    เสิ่นอี้ยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจที่ระบบโกลาหลไม่ได้ใจร้ายมากเกินไปแต่พอสำรวจข้อมูลดูรางวัลการเสี่ยงโชค เขาพบว่าตนเองไม่สามารถช่วยเหลือชนพื้นเมืองของดาวคนเถื่อนออกจากที่คุมขังได้ทำให้รางวัลที่จะได้ต้องหายไปในพริบตา


    “เฮ้อ! อดลุ้นรางวัลจากการเสี่ยงโชคเลยแต่อย่างน้อยได้รางวัลเท่านี้ก็ดีถมไปแล้ว”


    เสิ่นอี้ยังมองโลกในแง่ดีเพื่อไม่ทำให้ตนเองรู้สึกเศร้าเกินไปกอปรกับเขารู้สึกดีใจที่ตนกลับมาถึงโลกอย่างปลอดภัย

    จากนั้นเขารีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะต้องเรียกประชุมลูกน้องทุกคนเนื่องจากต้องจัดการก่อสร้างโรงเรียนให้เสร็จทันตามกำหนดเวลาเพียงหนึ่งเดือน


    อีกทั้งยังต้องสำรวจหาเด็กนักเรียนมาเรียนในโรงเรียนที่เขากำลังจะสร้างให้ได้ไม่ต่ำกว่าสองร้อยคนกล่าวได้ว่าเวลาที่ได้รับมาจากระบบค่อนข้างจำกัดมากทีเดียว


    เสิ่นอี้แต่งตัวแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างพร้อมกับตะโกนเรียกลูกน้องทั้งหลายให้มารวมตัวกันโดยเร็วเพื่อประชุมมอบหมายงานเขาไม่ต้องการเสียเวลาไปแม้แต่วินาทีเดียว


    “ซินดี้! เสี่ยวเซียว!สงกวาง! หวังฉาน!เหลียงลู่เอิน! มาพบฉันด่วน!เร็วเข้า!”


    บรรดาลูกน้องทั้งห้าคนต่างวิ่งมาจากทิศทางแตกต่างกันมีเพียงเทาเซียวที่ดูแลกำกับแม่ครัวอยู่ในห้องครัวที่ออกมารายงานตัวกับเสิ่นอี้เร็วกว่าคนอื่น


    “ครับเจ้านาย!” เทาเซียนขานรับพร้อมวิ่งมานั่งตรงข้ามกับเจ้านายอย่างรู้งาน


    “ค่ะเจ้านาย!” ซินดี้วิ่งมาจากหลังบ้านด้วยท่าทางหอบเหนื่อยพลางนั่งลงข้างน้องชายและขานรับทันที


    “ครับเจ้านาย!”


    สงกวาง หวังฉานและเหลียงลู่เอิน วิ่งมาจากหน้าบ้านและหลังบ้าน ต่างขานรับการเรียกหาของเจ้านายอย่างพร้อมเพรียงกัน


    เสิ่นอี้กวาดสายตามองสำรวจลูกน้องทั้งห้าคนอย่างพึงพอใจเขาเอ่ยถึงภารกิจที่ห้าให้แต่ละคนไปช่วยหาข้อมูลให้เขาไปพลางว่า


    “เอาละ ตอนนี้ฉันมีงานด่วนที่ต้องทำให้เสร็จภายในหนึ่งเดือนฉันจะสร้างโรงเรียนประถมในชนบทห่างไกล ต้องหานักเรียนมาเรียนให้ได้อย่างน้อยสองร้อยคนซินดี้ไปแบ่งหน้าที่กับทุกคน ทั้งเรื่องหาทำเลที่ตั้งโรงเรียน หานักเรียนมาเข้าเรียนให้ครบและอื่น ๆ ที่ฉันยังคิดไม่ออก งบมีไม่จำกัด ฉันต้องการสร้างโรงเรียนที่ดีที่สุดมีระบบอำนวยความสะดวกครบครัน ทำได้ไหม?”


    ท้ายประโยคเสิ่นอี้สอบถามลูกน้องอย่างกังวลใจเพราะเป็นงานหนักที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง


    ซินดี้กระพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะสอบถามที่มาที่ไปของโครงการเร่งด่วนจากเจ้านายว่า


    “เอ่อ.....เจ้านายคะมีเวลาแค่เดือนเดียว แล้วทำไมต้องเร่งสร้างตอนนี้ด้วย ตอนนี้โรงเรียนแต่ละแห่งก็เปิดเทอมไปหมดแล้วการหานักเรียนที่เข้าโรงเรียนอื่นไปแล้ว อาจหาได้ไม่ครบตามจำนวนนะคะ”


    ลูกน้องเสิ่นอี้ต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดเห็นของซินดี้หากเป็นช่วงที่ยังไม่เปิดเรียนอาจหาจำนวนนักเรียนได้ตามเกณฑ์ ทว่าในเวลานี้นักเรียนเข้าโรงเรียนไปหมดแล้ว


    ปัญหาสำคัญคือการยื่นเรื่องให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาหลักสูตรการเรียนการสอนการจัดหาครูและอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอน ทุกอย่างล้วนมีปัญหาอุปสรรคที่คาดเดาไม่ได้อยู่อีกมาก


    “ไม่เป็นไรทำไปก่อน เอาเท่าที่ได้และประชาสัมพันธ์ไปทุกทาง ประกาศรับสมัครหาครูมาสอนให้ครบทุกวิชาด้วยเงินเดือนให้สองเท่าจากปกติ ฉันจะร่างแบบก่อสร้างไปยื่นกับทางการก่อนแบ่งหน้าที่ทำให้ดี ฉันเชื่อว่าหากพวกเราทุกคนร่วมมือกันแล้ว มันต้องทำได้สิ.....อย่าเพิ่งท้อเลย”


    เสิ่นอี้กล่าวให้กำลังใจทุกคนเขาเชื่อมั่นว่าหากตั้งใจทำสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ให้กับชุมชนแล้วย่อมได้รับการสนับสุนจากภาครัฐแน่นอน


    ลูกน้องทุกคนเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของเจ้านายจึงรับคำสั่งอย่างเต็มใจ โดยเทาเซียวสั่งให้แม่ครัวนำอาหารมาบริการให้เจ้านาย


    ในขณะที่อีกห้าคนต่างประชุมมอบหมายงานกันต่อในห้องโถงรับแขกโดยมีซินดี้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของเสิ่นอี้เพื่อให้การทำภารกิจของเจ้านายประสบผลสำเร็จ


    สองพี่น้องซินดี้และเทาเซียวยังไม่มีโอกาสสอบถามเจ้านายเรื่องการหายตัวไปหลายวันเนื่องจากมีภารกิจสร้างโรงเรียนแทรกขึ้นมาก่อน


    ..........


    เสิ่นอี้ปล่อยให้ซินดี้จัดการงานอื่นแทนตนไปก่อนเขากินอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วรีบกลับเข้าห้องเพื่อเขียนแบบร่างพิมพ์เขียวในการก่อสร้างโรงเรียนขึ้นมาโดยสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตมาบางส่วน


    ระยะเวลาสองวันตั้งแต่เสิ่นอี้ฟื้นตัวขึ้นมาเขาและทุกคนต่างวิ่งหัวหมุนเพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จทันตามกำหนด


    เสิ่นอี้ไปยื่นแบบพิมพ์เขียวพร้อมนำของขวัญมีค่าไปมอบให้กับนายกเทศมนตรีในเขตพื้นที่ที่ซินดี้เลือกไว้ให้เป็นเขตชนบทติดภูเขาที่นักเรียนเดินทางมาโรงเรียนลำบากและอยู่ห่างไกลความเจริญ


    โครงการก่อสร้าง“โรงเรียนแห่งความสุข” ของเสิ่นอี้ผ่านความเห็นชอบจากมติที่ประชุมของสภาเทศมนตรีอย่างง่ายดายเหตุเพราะเสิ่นอี้บริจาคเงินสิบล้านหยวนเพื่อใช้ในการพัฒนาพื้นที่ตามความเห็นชอบของกรรมการท้องถิ่นทำให้โครงการของเขาไม่มีใครคัดค้านสักคน


    ด้านการก่อสร้างโรงเรียนเสิ่นอี้ออกแบบอาคารหลากหลาย ประกอบด้วย


    อาคารสำนักงานหนึ่งหลังอาคารเรียนสองหลัง โรงอาหาร ห้องสุขา อาคารกีฬาในร่ม อาคารเรียนศิลปะ สนามกีฬาฟุตบอลพร้อมลู่วิ่งมาตรฐานอัฒจันทร์ใหญ่โตหรูหรา และอาคารหอพักครูสองหลัง


    ทั้งหมดถูกก่อสร้างขึ้นในพื้นที่ชนบทห่างไกลในเมืองหยวนเขตพื้นที่เทือกเขาคุณหลุน


    ระหว่างนั่งรถยนต์ไปตรวจสอบงานก่อสร้างโดยเสิ่นอี้ปล่อยให้พวกสงกวางควบคุมงานไปพลาง เขานั่งรับฟังรายงานสรุปปัญหาจากซินดี้ที่กล่าวอย่างลำบากใจเรื่องการสรรหาครูผู้สอนว่า


    “เจ้านายคะเรื่องครูที่จะมาสอนแต่ละวิชา ก็มีสมัครเข้ามาเรื่อย ๆ แต่พอรู้ว่าจะต้องไปสอนในชนบทครูพากันถอนใบสมัครไปมากเลยค่ะ พวกเขาเขียนคอมเมนต์ไว้ว่า เงินเดือนสองเท่าไม่สามารถชดเชยได้”


    “งั้นหรือ? ถ้างั้นเพิ่มเงินโบนัสสิ้นปีให้อีกคนละห้าเท่าของเงินเดือนแต่มีเงื่อนไขว่าครูต้องสอนนักเรียน ให้นักเรียนสอบเข้าโรงเรียนมัธยมดังได้ มีหอพักและอาหารสามมื้อให้พร้อมหากใครไม่สมัครภายในสัปดาห์นี้ ก็ถือว่าสละสิทธิ์ไปเลย ฉันจะไม่พิจารณาอีก”


    เสิ่นอี้เสนอเงื่อนไขเพิ่มอย่างใจดีพร้อมกับเอ่ยถึงห้วงเวลารับสมัครอย่างเอาแต่ใจ


    เขาคิดว่าได้มอบโอกาสที่ดีให้กับครูหลายคนแล้วไม่เพียงแต่จะมีเงินเดือนขั้นต่ำคนละหนึ่งหมื่นห้าพันหยวน ยังมีเรื่องโบนัสและที่พักพร้อมอาหารให้อีก


    หากเงื่อนไขเหล่านี้ไม่สามารถจูงใจครูได้เขาก็ไม่คิดที่จะเสียเวลาประกาศหาครูที่ใดอีก แต่เขาจะไปค้นหาครูจากวิทยาลัยเล็ก ๆที่มีครูยากจนและต้องการหางานทำเอง


    “ได้ค่ะเจ้านายเงื่อนไขดีแบบนี้ หากครูคนไหนพลาดแล้วก็พลาดเลย”


    ซินดี้พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของเจ้านายหากเขาตกงานและไม่มีทางเลือกอื่นใด รวมทั้งมีใบประกอบอาชีพครูอยู่

    แล้ว เขาจะต้องเลือกมาเป็นครูสอนในโรงเรียนของเสิ่นอี้แน่นอน


    ซินดี้รีบพิมพ์ข้อความแจ้งในบัญชีเวยป๋อของเจ้านายที่ได้รับการปรับปรุงใหม่จากชื่อ“ผมมาจากต่างดาว” เป็น “บุรุษแห่งความหวัง”


    ข้อความที่ซินดี้พิมพ์เข้าไปประกาศหาครูผู้สอนที่ต้องมีผลการสอบจบอยู่ในเกณฑ์ดีเพื่อหวังให้ครูมีความรู้ความสามารถมากพอในการมาสอนให้ความรู้นักเรียนว่า


    [ประกาศ!!!รับสมัครครูสอนทุกวิชาสำหรับนักเรียนประถมศึกษา บุรุษแห่งความหวังกำลังก่อสร้างโรงเรียนแห่งความสุขอัตราเงินเดือนขั้นต่ำของครูเริ่มต้นที่หนึ่งหมื่นห้าพันหยวน สิ้นปีมีโบนัสให้ห้าเท่าของเงินเดือนแต่ต้องมีผลงานนักเรียนสอบเข้าโรงเรียนมัธยมชื่อดังได้มีหอพักและอาหารสามมื้อให้ฟรี]


    จากนั้นซินดี้ติดต่อหารุ่นน้องที่คุ้นเคยกันนั่นคือ กู้หลิงหลิง ซึ่งตอนนี้กลายเป็นคนดังแห่งการไลฟ์สดไปแล้วตั้งแต่คราวที่เสิ่นอี้จัดทำอาหารเลี้ยงผู้สูงอายุไปคราวก่อน


    ซินดี้หวังจะให้กู้หลิงหลิงมาไลฟ์สดแสดงสถานที่ก่อสร้างเพื่อให้ผู้คนในโลกโซเชียลได้เห็นสถานที่จริงซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าหากใครได้เห็นภาพการก่อสร้างที่เป็นรูปเป็นร่างแล้วย่อมช่วยให้การตัดสินใจสมัครมาสอนที่นี่ง่ายขึ้น


    ..........


    เสิ่นอี้และพรรคพวกมาถึงสถานที่ก่อสร้างโรงเรียนอย่างทุลักทุเลเขาให้ซินดี้ติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อพัฒนาถนนทางเข้าโรงเรียนจากตัวอำเภอให้สะดวกมากกว่านี้โดยใช้งบประมาณส่วนตัวที่เขาเต็มใจจ่ายไม่อั้น


    “ซินดี้.....ช่วยติดต่อทางการให้ทีสร้างถนนลาดยางอย่างดี ทำมาตั้งแต่อำเภอจนถึงโรงเรียนเลยนะ ไปติดต่อชาวบ้านแถวนี้ด้วยใครอยากมาเปิดร้านค้าแถวนี้ ก็ให้รีบมาจับจองได้เลยหากมีสิ่งอำนวยความสะดวกพวกนี้แล้ว ไม่มีใครมาสมัครเป็นครูเลย ก็ให้มันรู้กันไปสิ”


    เสิ่นอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจเขาเชื่อมั่นว่าหากมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีแล้วย่อมดึงดูดผู้คนให้สนใจที่จะสมัครเป็นครูหรือพ่อแม่สนใจที่จะให้ลูกหลานมาเรียนฟรีที่นี่โดยเขาคิดที่จะมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดี และมีอีกหลายกิจกรรมที่จะพัฒนาเพื่อสร้างนักเรียนคุณภาพให้ได้

    คล้ายกับเรื่องผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด ที่คุณอ่าน