จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 47 ความลึกลับของถ้วยสามขา

            “ไม่นึกเลยว่านางก็มาด้วย”เมื่อมองจากระยะไกล เย่เฉินก็บ่นพึมพำกับตนเอง ใจเต้นรัว และรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา

            อดีตคนรักต้องมาพบกันที่นี่ทำให้เขารู้สึกเหมือนอยากจะอยู่คนละโลก สำหรับจีหนิงซวงแล้วเขาไม่อาจจะรักนางได้อีก แต่ก็ไม่ได้เกลียดความเจ็บปวดภายในใจนั้นก็เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ

            ทันใดนั้นเย่เฉินก็หยิบหน้ากากผีออกมาจากอกเสื้อ เพื่อปกปิดใบหน้าของตนเอง

            ภาพเงานั้นเกิดการเคลื่อนไหวจีหนิงซวงเดินมาตามฝูงชน

            นางไม่ได้มาเพียงผู้เดียวแต่ยังมีชายหนุ่มที่มีบุคลิกสบายๆ คนหนึ่งอยู่ข้างกาย มองดูช่างสง่างามจริงๆงดงามราวกับต้นหยก ท่วงท่ากิริยา แสดงให้เห็นถึงความอ่อนโยนและสง่างามอย่างชัดเจน

            เย่เฉินจำบุคคลผู้นี้ได้เขาคือหวาอวิ๋นซึ่งเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของศิษย์สอนที่แท้จริงทั้งเก้าแห่งสำนักเจิ้งหยาง

            “ศิษย์น้องหญิงจีเราไปดูที่อื่นกันเถอะ!” หวาอวิ๋นขยับพัดเบาๆส่งรอยยิ้มเหมือนสายลมในวสันตฤดู มองดูแล้วสุขสบายอย่างมาก

            จีหนิงซวงมีสีหน้าที่สงบแต่ก็ไม่ปฏิเสธ

            ทันใดนั้นนางก็เดินผ่านเย่เฉินไป อดีตคนรักได้มาพบกันอีกครั้งแต่กลับกลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้า

            เย่เฉินค่อยๆเดินผ่านไป ฝีเท้าของเขาก้าวไปอย่างมั่นคง และไม่ได้หันมองย้อนกลับไป

            ไม่รู้ว่าเป็นเวลาเมื่อใดเจ้าหมีสองก็ได้หาตัวเขาเจอแล้ว

            “เจ้าจะใส่หน้ากากทำไมกัน”เจ้าหมีสองมองไปยังเย่เฉินอย่างหงุดหงิด “ไอ้คุณชายบ้าเอ๊ยก็เลยต้องหาอยู่ตั้งนาน”

            “เพิ่งซื้อมาดูดีไหม?”เย่เฉินถอดหน้ากากออก

            “สิ้นเปลืองเงิน” เจ้าหมีสองด่ากลับไป “ไปเถอะข้าหาที่พักเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ไปพักกันก่อนเถอะ!”

            ทั้งสองคนเดินตามกันไปจนถึงส่วนลึกของตลาดมืดอเวจี

            ตรงด้านหน้าของพวกเขามีอาคารเรียงรายกันอยู่ซึ่งถือได้ว่าเป็นที่พักของผู้คนในระหว่างที่มีการประมูล

            เมื่อเข้าไปในห้องพักหมีสองก็ขังตัวเองไว้ในห้องของตนเองดูเหมือนว่าจะกำลังศึกษากลยุทธ์เสริมพลังหยางของเขา

            “อย่าเสริมจนตายนะ”เย่เฉินด่ากลับไป จากนั้นก็หันกลับและเดินไปที่ห้องของตนเอง

            เมื่อล็อกประตูแน่นหนาแล้วเย่เฉินก็หยิบถ้วยสามขาขนาดเล็กออกมา

            ถ้วยสามขาขนาดเล็กดูเหมือนจะถูกฝังอยู่ในพื้นดินมาเป็นเวลานานทั่วทั้งชิ้นมีรอยด่าง และมีพลังเก่าแก่พุ่งเข้าใส่เขา

            “ไม่รู้ว่าข้างในจะมีความลึกลับอะไรอยู่บ้าง”พูดจบ เย่เฉินก็หยิบน้ำเต้าม่วงทองออกมา จากนั้นก็ดึงจุกปิดของน้ำเต้าออก

            ฮึบ!

            ทันใดนั้นน้ำเต้าม่วงทองก็สั่นสะท้าน

            หลังจากนั้นวังวนก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ถ้วยสามขาเล็กนั้นก็ถูกกลืนเข้าไปในน้ำเต้าม่วงทอง

            ฮึบ!

            ฮึบ!

            หลังจากกลืนถ้วยสามขาขนาดเล็กเข้าไปน้ำเต้าม่วงทองก็ส่งเสียงไม่พอใจขึ้นมา และสั่นขึ้นอย่างรุนแรง

            เมื่อเห็นดังนั้นดวงตาของเย่เฉินก็เฉียบคม แม้แต่น้ำเต้าม่วงทองก็ยังมีปฏิกิริยาตอบสนองแรงขนาดนี้ความลึกลับของถ้วยสามขาขนาดเล็กนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

            “สรุปว่าความลึกลับของมันคืออะไรกันแน่”เย่เฉินถูมือ จนถึงกับแทบจะทนไม่ไหว ที่จะมองเข้าไปด้านในของน้ำเต้า

            ด้านในน้ำเต้าม่วงทองเต็มไปด้วยหมอกสลัวมันเต็มไปด้วยน้ำยาวิญญาณที่ซึมซาบเข้าไปในหัวใจ และถ้วยสามขาเล็กนั้นก็แขวนอยู่บนน้ำยาวิญญาณ ไม่มีการสั่นสะเทือน ไม่มีแสงกะพริบใดๆแขวนนิ่งสงบอยู่อย่างนั้น

            เย่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยและเฝ้ารอต่อไป

            หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามน้ำเต้าม่วงทองก็ส่งเสียงเวิงๆ และคายถ้วยสามขาขนาดเล็กออกมา

            แต่เย่เฉินไม่ได้สังเกตเห็นว่าก่อนที่ถ้วยสามขาขนาดเล็กนั้นถูกคายออกมาได้มีเลือดหยดออกจากถ้วยสามขา เข้าไปหลอมรวมกับน้ำยาวิญญาณในน้ำเต้า

            “เอ่อ...ไม่มีอะไรหรือ?” เมื่อไม่ได้รับรู้ถึงความลึกลับของถ้วยสามขาเย่เฉินก็มองไปยังน้ำเต้าม่วงทองด้วยความประหลาดใจ

            เมื่อถูกเย่เฉินจ้องมองน้ำเต้าม่วงทองก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังคงดูดกลืนพลังปราณวิญญาณฟ้าดินต่อไป

            เย่เฉินโบกเก็บน้ำเต้าม่วงทองจากนั้นก็หยิบถ้วยสามขาขนาดเล็กขึ้นมาจากพื้น

            ถ้วยสามขาขนาดเล็กยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนแรกไม่มีอะไรต่างออกไปเลย

            “ข้าไม่เชื่ออีกแล้ว”เย่เฉินแอบด่า และเมื่อคิดดังนั้น เขาก็เรียกอัคคีเที่ยงแท้ออกมาโอมล้อมถ้วยสามขาขนาดเล็กเอาไว้ทันที

            หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม

            เย่เฉินจึงเรียกเก็บอัคคีเที่ยงแท้นั่งลงบนพื้น หายใจแรงๆ แต่ถ้วยสามขานั้น ก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิมเมื่อถูกเย่เฉินเผาด้วยอัคคีเที่ยงแท้เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วยามแล้วก็ยังไม่หลอมละลาย

            “เจ้าทำมาจากอะไรกันแน่แม้ถูกอัคคีเที่ยงแท้เผาก็ยังไม่สะทกสะท้าน”

            เย่เฉินถือถ้วยสามขาขนาดเล็กไว้และถอนหายใจ แม้แต่อัคคีเที่ยงแท้ก็ยังไม่สามารถหลอมละลายมันได้เขาจึงเริ่มจะไม่สบอารมณ์แล้วจริงๆ

            “ให้ตายเถอะ”ในใจยังแอบด่าอีกครั้ง เย่เฉินถือน้ำเต้าม่วงทองยกขึ้นมาแล้วเทน้ำยาวิญญาณเข้าปากไปสองสามอึก

            เอ๊ะ?

            เมื่อน้ำยาวิญญาณเข้าสู่ร่างกายเช่นเดียวกันกับน้ำแร่บริสุทธิ์ ที่ไหลไปทั่วร่างของเขาเพียงแต่สิ่งที่เย่เฉินยังไม่สามารถบอกได้ ว่าการกลืนน้ำยาวิญญาณเข้าไปในครั้งนี้นั้นจริงๆ แล้วมันมีความแตกต่างจากปกติอยู่บ้างแต่เขาก็ยังอธิบายไม่ถูกว่ามันต่างกันอย่างไร

            “ทำไมถึงมีความรู้สึกแปลกๆแบบนี้นะ” เย่เฉินรู้สึกร้อนเล็กน้อย จึงปลดคอเสื้อออก

            เพียงเวลาไม่นานการหมุนเวียนของเลือดในร่างกายของเขาก็เร่งความเร็วขึ้นแม้จะพลุ่งพล่านอยู่เล็กน้อย แต่ก็ทำให้ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกเผาไหม้

            เขาเลียริมฝีปากที่แห้งผากจากนั้นจึงหยิบน้ำเต้าม่วงทองขึ้นมาอีกครั้ง และเงยหน้าขึ้น

            เพียงไม่นานความรู้สึกของการถูกเผาไหม้นั้นก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

            เย่เฉินสะบัดศีรษะเล็กน้อยตอนนี้เขารู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย ความรู้สึกปากแห้งนั้นได้เกิดขึ้นอีกครั้งน้ำยาวิญญาณจำนวนมากในน้ำเต้าม่วงทองถูกเขากลืนลงไปแต่เมื่อดื่มแล้วก็กลับอยากดื่มอีก เมื่อดื่มแล้วก็เริ่มอยากมากขึ้นเรื่อยๆ

            ในระหว่างที่เขายังไม่รู้ตัวน้ำยาวิญญาณในน้ำเต้าม่วงทองได้ถูกเขาดื่มไปเกินครึ่งแล้ว

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน”ดวงตาของเย่เฉินเริ่มพร่ามัว แม้แต่มองดูสิ่งของก็ยังเลือนราง

            ด้วยเหตุที่เขาดื่มน้ำยาวิญญาณมากเกินไปเขาจึงยังไม่รู้ตัวเลยว่าได้บรรลุเข้าสู่ขั้นรวมพลังชั้นที่หกแล้ว

            อ๊ะ...!

            ไม่รู้ว่าเป็นเวลาเท่าใดเขาคำรามขึ้นดัง ฉีกเสื้อผ้าของตนเองออก รู้สึกว่าทั่วทั้งร่างกำลังลุกเป็นไฟแม้แต่รูขุมขนเล็กๆ ตามร่างกาย ก็ล้วนแต่มีเปลวไฟลุกโชน

            “น้ำ”เย่เฉินคว้าน้ำเต้าม่วงทองไว้อย่างไม่รู้ตัวจากนั้นก็เงยหน้าอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลานานมากแล้วก็ยังไม่หยุด

            พัวะ!

            ไม่นานร่างกายของเขาก็มีเสียงเช่นนี้ดังขึ้นมา เขาได้บรรลุขึ้นไปอีกขั้นแล้วในโลกของการฝึกตน เขานั้นได้บรรลุจากขั้นรวมพลังชั้นที่หกเข้าสู่ขั้นรวมพลังชั้นที่เจ็ด หากเป็นเช่นนี้ต่อไป การที่จู่ๆจะเข้าสู่ชั้นที่แปดมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

            โอ๊ย...!

            ด้วยเสียงคำรามที่ดังขึ้นอีกครั้งเย่เฉินมีท่าทางและรูปร่างที่เปลี่ยนไป

            ดวงตาของเขาแดงก่ำรอยเส้นบนหน้าผากก็ได้ปรากฏออกมาทีละเส้น

            มันยังไม่จบเพียงเท่านี้ร่างกายของเขาเกิดสิ่งที่อธิบายไม่ได้ นั่นก็คือทุกรูขุมขนทั่วร่างกายเขาล้วนเต็มไปด้วยวิญญาณชั่วร้ายสีดำ เส้นผมสีดำ และหากมองด้วยตาก็จะเห็นว่ามันค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด

            สิ่งที่สำคัญที่สุดคือระหว่างคิ้วของเขาตอนนี้มันมีแสงของเวทมนตร์วิเศษ รวมถึงรูปของพลังเวทย์ปรากฏขึ้นและหายไป

            เอ่อ...!

            เขาประคองศีรษะเอาไว้เดินเซไปมา รู้สึกได้เพียงเสียงคำรามที่ดังอยู่ในความคิด จนสมองเขาแทบระเบิดออกมา

            เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นลมหมดสติจนล้มลงบนพื้นตั้งแต่เมื่อไร

            ภายในห้องกลับเข้าสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้วเขาจึงเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา

            หนึ่งคืนผ่านไปอย่างสงบชั่วพริบตาก็รุ่งสาง

            แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบกับใบหน้าของเขาทำให้เขาลุกขึ้นนั่งทันที

            หลังจากนั่งนิ่งอยู่ไม่นานเขาก็รีบสำรวจร่างกายของตนเอง จึงพบว่าเสื้อผ้าของเขาถูกตัวเองฉีกจนขาด

            “การฝึกตนของข้า”เมื่อรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งอันยิ่งใหญ่ของร่างกายตนเอง เขาก็ตกตะลึงอย่างมากระดับขั้นการฝึกตนของเขาได้บรรลุขึ้นไปอีกสามขั้นจนตอนนี้ถึงขั้นรวมพลังชั้นที่แปดแล้ว

            “เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น”หลังจากมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา

            เย่เฉินกวักมือเรียกน้ำเต้าม่วงทองออกมาดวงตาของเขาเปลี่ยนไปทั้งมืดและสว่างอย่างเอาแน่ไม่ได้เมื่อคืนนี้เขาดื่มน้ำยาวิญญาณเข้าไปจากนั้นจึงเกิดเรื่องที่แปลกประหลาดแต่ละอย่างตามมา ร่างกายถูกเผาไหม้ในห้วงความคิดเกิดเสียงคำรามระเบิดกึกก้อง

            “น้ำยาวิญญาณนี่มีอะไรผิดปกติ?” เย่เฉินดึงจุกปิดน้ำเต้าออก และต้องการหาคำตอบแต่เจ้าหมีสองกลับมาเปิดประตูห้องเสียก่อน

            “ไปกันเถอะๆการประมูลกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”

            “อ่อ!”

            เย่เฉินตอบรับแล้วปิดจุกน้ำเต้ากลับไปจากนั้นจึงเก็บน้ำเต้าม่วงทองเอาไว้ พลางเดินออกไปพร้อมกับเจ้าหมีสอง

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน