ฝืนลิขิตฟ้า ยอดชายาอัจฉริยะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 33 การเดิมพัน

            ฮวาชีเยว่รู้จากชิวอวิ๋นว่าโอวหยางหลิวเอ๋อร์อาจเป็นผู้ประลองของนางช่างเป็นเหตุบังเอิญเหลือเกิน

            ความจริงเรื่องนี้ไม่ได้กระทบฮวาชีเยว่สักเท่าใด กลับเป็นลู่ซินและโหย่วชุ่ยเสียอีกที่พากันกังวลแทนนาง

            ค่ำคืนนั้นฮวาชีเยว่มิได้ย่างเข้าภายในน้ำเต้าหยกเพื่อฝึกอย่างเคยหากแต่เลือกพักผ่อนร่างกายให้เต็มที่

            รุ่งขึ้นลู่ซินใช้เข็มเงินทดสอบยาพิษจากมื้อเช้าของฮวาชีเยว่ก่อนยกสำรับให้คุณหนูใหญ่ของนางรับประทาน

            บังเอิญว่าฮวาชีเยว่เหลือบเห็นว่าหลังมือของชิวอวิ๋นนั้นสั่นเทาคล้ายกับมีผู้ใดบังคับไว้ก็ไม่ปานฮวาชีเยว่ทอดสายตากลับมามองยังจานอาหารและถ้วยน้ำแกงด้วยท่าทางสบายๆก่อนตักน้ำแกงไก่ที่ใช้ต้นหลงแดงและโสมปรุงเข้าปากเพียงเล็กน้อย

            หลังจากมื้อเช้าฮวาชีเยว่พาลู่ซินและชิวอวิ๋นไปยังงานประลองยุทธ์กับนางด้วย

            สนามประลองถูกจัดขึ้นทางฝั่งเหนือของเมืองหลวงนับเป็นที่โล่งกว้างสำหรับใช้จัดงานในช่วงเทศกาลต่างๆ

            ฮวาชีเยว่ยืนนิ่งบริเวณล่างสนามประลองนั้นข้างกายมีชิวอวิ๋นจ้องมองนางไม่ละสายตา “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ต้องการรับประทานอะไรก่อนหรือไม่เจ้าคะ? บ่าวจะไปหาซื้อมาให้”

            ชิวอวิ๋นเอ่ยถามอย่างนอบน้อม

            คิ้วของฮวาชีเยว่เลิกขึ้น “ไม่จำเป็นหรอกเรื่องนั้นเจ้าไปซื้อมีดมาให้ข้าแทนก็แล้วกัน เล่มสั้นสักหนึ่ง”

            ชิวอวิ๋นรุดหน้าไปทันทีที่รับสั่ง

            “คุณหนูเจ้าคะ”ลู่ซินกดเสียงต่ำพูดกับฮวาชีเยว่หลังชิวอวิ๋นลับตาไป“ชิวอวิ๋นดูประหม่านะเจ้าคะวันนี้อย่างกับมีเหตุอันใดกวนใจของนางอย่างนั้นเลยเจ้าค่ะ”

            ฮวาชีเยว่หัวเราะเสียงดัง “ไม่ใช่เรื่องใหญ่ต้นหลงแดงมีสรรพคุณต้านพิษทุกชนิด เราต่างซดน้ำแกงหลงแดงเข้าไปแล้วฉะนั้นไม่มีเหตุอะไรต้องกังวล”

            ลู่ซินผงะไปชั่วครู่ดูเหมือนว่าคุณหนูของนางนั้นมองทุกอย่างออกตั้งแต่แรก ‘แล้วเหตุใดนางจึงไม่เปิดโปงความจริง?’ ลู่ซินได้แต่คิดอยู่ในใจ

            ชิวอวิ๋นกลับมาพร้อมมีดด้ามน้อยที่ส่งมอบไว้ในมือของฮวาชีเยว่รอบข้างของพวกเขา เหล่าคุณหนูน้อยใหญ่จากตระกูลอื่นเริ่มส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยพวกนางมองมายังฮวาชีเยว่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการดูถูกและเหยียดหยาม

            “ดูสิ นั่นฮวาชีเยว่มิใช่หรือ?”

            “ฮ่าๆๆ สุดยอดสวะในใต้หล้า”

            “ได้ยินว่านางกลายเป็นสตรีไร้ค่าไร้ราคาไม่แม้แต่จะดึงพลังชี่ให้ไหลเวียนในตัวได้เหตุใดจึงกล้ามาปรากฏตัวที่งานประลองยุทธ์อีก!”

            “ช่างน่าประหลาด นางรนหาที่ตายแท้ๆ!นางรนหาที่ตายจริงๆ! ดูเหมือนว่าจะพกมีดมาด้วยนะ จุ๊ๆๆ ต่อให้นางซื้อดาบมาอย่างไรเสียเราต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าสุดท้ายนางต้องแพ้!”

            ขณะที่เหล่าคุณหนูเหล่านั้นป้องปากหัวเราะและยิ้มเยาะฮวาชีเยว่กลับพยักหน้าให้พวกนางอย่างสุภาพถ่อมตน “แม่นางทั้งหลายท่านคิดว่าข้าจะพ่ายจริงหรือ?”

            ฮวาชีเยว่แสร้งแสดงสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับนางไร้ความสามารถในการหยั่งรู้ทุกเรื่องราวในใต้หล้านี้

            “ย่อมใช่ ทำไมรึ? เจ้าคิดว่าเจ้าจะชนะได้ด้วยวรยุทธ์แสนกระจอกของเจ้า?” โอวหยางหลิวเอ๋อร์หัวเราะออกมาอย่างเสียดสี

            ฮวาชีเยว่กัดริมฝีปากเสียงดูหมิ่นเหยียดหยามพุ่งตรงมายังตัวนางจากทุกสารทิศ

            ไม่ไกลจากมุมนั้นมีลานสูงใหญ่อันเป็นที่ประทับของเหล่าองค์หญิงและองค์ชายภายในงานสีหน้าของพวกเขานั้นแสดงออกถึงความโกรธกริ้วอย่างเห็นได้ชัดสังเกตจากยอดคิ้วที่พากันขมวดเป็นปม

            อวิ๋นสือโม่นั่งอยู่แถวหน้าของลานนั้นนี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นฮวาชีเยว่ภายนอกจวนนางแต่งกายด้วยอาภรณ์ขาวล้วนขับผิวให้ดูผ่องราวกับจันทร์กระจ่างโดดเด่นท่ามกลางเหล่าสตรีมากมายขนาดที่แน่นอนว่าต้องมีใครสักคนที่จดจำนางได้ในทันทีที่เหลือบมอง

            อาภรณ์ของสตรีนางอื่นนั้นมีสีสันฉูดฉาดหมายมั่นเผื่อมีองค์ชายสักพระองค์ต้องตาต้องใจผลุนผลันได้เลื่อนขั้นเป็นสตรีชั้นสูงผ่านการออกเรือน

            อวิ๋นสือโม่ขมวดคิ้วไม่พอใจเมื่อเห็นว่าฮวาชีเยว่ยังคงสุขุมและสงบนิ่งขณะที่หวงฝู่เซียนหัวเราะลั่นอยู่ข้างกาย“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงมักมากในกามนางนี้จะกล้าปรากฏกายในที่แห่งนี้พนันเลยว่านางมาเพื่อยั่วยวนท่านเป็นแน่”

            ความเป็นจริงฮวาชีเยว่กลับไม่แม้แต่จะปรายตามองไปทางลานสูงนั้นเลยแม้แต่น้อย

            “โอ้ จริงสิ เศษสวะอย่างท่านกลับไปเสียเถิดแม้ท่านจะหนีไปก่อนเริ่มแข่งสกุลจี้ย่อมไม่ใส่ใจ"

            “ถูกต้อง ฮวาชีเยว่ก็เป็นเช่นนี้!”

            “แส่หาความตายโดยใช่เหตุข้าไม่เคยเห็นคนโง่เขลาถึงเพียงนี้มาก่อน”เสียงซุบซิบจากเหล่าสตรียังดังไม่หยุดหย่อน ใบหน้าของลู่ซินเริ่มแดงก่ำนางกำลังจะก้าวออกไปเพื่อปกป้องคุณหนูใหญ่ของนางหากแต่ฮวาชีเยว่รั้งเอาไว้เสียก่อน

            “อย่า เจ้าอย่าไปต่อกรกับพวกนาง!”ฮวาชีเยว่เผยรอยยิ้มปราศจากพิษภัยข้างกายพวกเขานั้นมีชิวอวิ๋นเค่นหัวเราะอย่างเสแสร้ง “คุณหนูเจ้าคะพวกนางดูหมิ่นคุณหนูมากเกินไปแล้ว อย่างไรท่านก็เป็นบุตรีแห่งสกุลฮวาเหตุใดทุกครั้งคนจากจวนสกุลฮวาจึงถูกกระทำเช่นนี้เล่า?"

            คำพูดของชิวอวิ๋นดูเหมือนว่าจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจแทนฮวาชีเยว่แต่ในความเป็นจริงนั้นมันถูกกล่าวขึ้นมาเพื่อโหมไฟให้กระหน่ำขึ้นเพื่อให้ฮวาชีเยว่มีโทสะขึ้นมา

            ทว่านางยังคงมีท่าทีสำรวมและรักษารอยยิ้มบางไว้บนใบหน้าอย่างเรียบร้อย“เช่นนั้นแล้วทุกท่านในที่นี้คิดว่าข้าจะแพ้ใช่หรือไม่?” ฮวาชีเยว่ลั่นถาม

            เสียงระเบิดหัวเราะอย่างเย้ยหยันคือคำตอบ

            ระหว่างนั้นคิ้วของอวิ๋นสือโม่ขมวดแน่นขึ้นไปอีกหลังได้ยินคำกล่าวของฮวาชีเยว่“สตรีนางนี้กำลังเล่นสนุกอะไรอยู่?”

            “ใช่!”

            “เจ้าแพ้แน่!”

            “ชื่อเสียงของสกุลฮวาจะป่นปี้ก็เพราะเจ้า!”

            บริเวณใกล้กันนั้นฮวาเมิ่งซือและอี๋เหนียงสองเองก็หัวเราะเยาะฮวาชีเยว่ที่ดูเหมือนจะไม่ทันคนเลยแม้แต่น้อยความเบิกบานผาสุกปรากฏภายในใจของพวกนาง

            วันนี้คือวันที่ฮวาชีเยว่จะต้องตาย!

            คราวนี้ต้นหลงแดงอันล้ำค่าก็จะตกอยู่ในมือของพวกนางแน่นอนว่าต้องนำมาสกัดเป็นยาเพิ่มพลังวังชาให้ได้ดื่มในทุกวัน

            “ยอดเยี่ยมในเมื่อพวกท่านมั่นใจแน่แล้วว่าข้าจะพ่ายแพ้เหตุใดเราจึงไม่ลองลงขันเดิมพันกันสักหน่อยเล่า? หากข้าแพ้ข้ายอมจ่ายร้อยตำลึงเงินแก่ทุกคนที่เลือกลงข้างข้าแต่ถ้าข้าชนะพวกเจ้าทุกคนต้องจ่ายข้าด้วยจำนวนร้อยตำลึงเงินเช่นกัน!”ฮวาชีเยว่ประกาศก้อง นัยน์ตาของนางฉายแววโง่เขลา

            เสียงหัวเราะกลับดังลั่นขึ้นอีกระลอก

            พวกเขาเห็นแจ้งถึงนิสัยต้มตุ๋นของฮวาชีเยว่คงจริงที่สันดานนิสัยเก่าของนางตายจากไปแล้วฮวาชีเยว่เคยเป็นสตรีอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงหากแต่ตอนนี้นางกลับกลายเป็นนักต้มตุ๋นไปแล้วหรือนี่ “จุ๊ๆๆดูเหมือนไต้ซือเสวียนจีจะคาดการณ์พลาดไปเสียแล้ว”

            “ย่อมได้ ข้าร่วมลงขันด้วย!”

            สตรีนางหนึ่งตะโกนลั่นขึ้นมาทันที

            “ข้าก็เช่นกัน!”

            “ข้าขอร่วมด้วย!”

            ฮวาชีเยว่แสร้งกะพริบตาปริบปรอยขณะมองไปรอบกายอย่างใสซื่อไร้พิษสง“เพียงคำพูดมิอาจเชื่อได้ ข้าต้องการกระดาษสักแผ่นใครอยากลงขันเดิมพันครานี้โปรดเขียนบันทึกด้วย!”

            สิ้นสุดเสียงนางฝูงชนเริ่มครึกครื้นขึ้นมาอีกครั้ง

            สิ่งที่ทุกคนกลัวมากที่สุดก็คือหากฮวาชีเยว่แพ้นางจะปฏิเสธจ่ายค่าเดิมพันเนื่องจากไร้หลักฐานมัดตัวพวกเขาเริ่มออกคำสั่งให้บรรดาบ่าวไพร่นำกระดาษ ถ้วยหมึก และพู่กันมาให้ก่อนจรดเขียนหลักประกันอย่างประณีตแล้วมอบให้กับฮวาชีเยว่ รวมถึงสาวใช้ของนาง

            ลู่ซินใบหน้าขาวซีดจากความตระหนก

            แม้จะมีเงินทองไหลมาเทมาไม่หยุดตั้งแต่คุณหนูใหญ่ของนางมีสมุนไพรวิเศษนั่นไว้ในครอบครองทว่าข้าแต่สวรรค์เบื้องบน… ทั้งหมดนี้คือเงินเดิมพัน! หากแพ้จากคำที่คุณหนูกล่าวไปนั้น… สกุลฮวาจะจ่ายเงินมากขนาดนั้นได้อย่างไร?

            ไม่ปล่อยให้รอนาน ลู่ซินก็ได้ยินเสียงคำสั่งครั้งใหญ่“ชิวอวิ๋น นำกระดาษเดิมพันเหล่านี้กลับไปที่จวนแล้วส่งต่อให้พ่อบ้านหวัง”ฮวาชีเยว่กล่าวอย่างสบายอกสบายใจ

            ขณะออกคำสั่ง ฮวาชีเยว่เผยรอยยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจช่างเป็นอะไรที่น่าดูชมยิ่งนัก!

            กลับกันด้านลู่ซินรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาเล็กน้อย สวรรค์! หากกระดาษเดิมพันส่งไปถึงพ่อบ้านหวังเช่นนั้นก็หวนคืนสิ่งใดกลับมามิได้แล้ว!

            ชิวอวิ๋นรับคำสั่งอย่างนอบน้อมหลังนางจากไปลู่ซินเองก็ได้รับกระดาษเดิมพันมากองใหญ่เช่นเดียวกันแต่ครั้งนี้ลายมือบนกระดาษนั้นดูฉวัดเฉวียนและฉูดฉาดเหลือเกิน

            “หนานอ๋อง... สวรรค์ทรงโปรดนี่เป็นเดิมพันของหนานอ๋อง!”

            ลู่ซินอุทานเมื่อนางเห็นพระนามและวันเวลาที่ระบุไว้บนกระดาษฮวาชีเยว่รู้สึกเบิกบานจากทุกสิ่งนางไม่คาดคิดมาก่อนว่าหนานอ๋องจะเลือกเดิมพันข้างตน

            ฮวาชีเยว่เหลือบมองกระดาษแผ่นนั้น หนานอ๋องเดิมพันให้นางชนะแน่แล้ว!

            หญิงสาวหันไปยังลานสูงพบหนานอ๋องนั่งอยู่ด้วยท่าทางสง่าผ่าเผยเมื่อสายตาทั้งสองบรรจบ ดวงตาของฮวาชีเยว่นั้นเป็นประกายหากแต่ดวงตาของหนานอ๋องนั้นยังคงเย็นชาราวกับน้ำแข็งก็ไม่ปานฮวาชีเยว่ชะงักด้วยความสงสัย นางไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าบุรุษผู้นี้คิดอะไรอยู่

            หนานอ๋องแสดงตัวชัดเจนว่าไม่โปรดในตัวนางขนาดเคยเอ่ยปากไว้ว่าไม่ขอพบหน้านางอีกหลังอาการของเทียนซีดีขึ้นทว่าตอนนี้เขากลับลงขันเดิมพันให้นางชนะหรือ?

            “จุ๊ๆดูเหมือนว่าการเดิมพันครั้งนี้จะเป็นที่สนใจในหมู่องค์ชายมากโข” ฮวาชีเยว่คิด เนื่องจากสกุลจี้เป็นถึงตระกูลแห่งเทพโอสถแน่นอนว่าฮ่องเต้ต้องเสด็จมาเยือนงานประลองยุทธ์ครั้งนี้ด้วยตัวพระองค์เองสังเกตจากกองทัพองครักษ์กระจายอยู่ทุกที่เพื่อคุ้มกันหากมีภัยร้ายมาเยือนองค์กษัตริย์เมื่อหนานอ๋องประเดิมลงขัน ไม่นานนักเหล่าองค์หญิงและองค์ชายก็มิอาจอยู่เฉยขอวางเดิมพันตามไปด้วย

            กล่าวคือจำนวนของบรรดาองค์หญิงที่แอบมีใจให้หนานอ๋องนั้นนับได้ว่าเทียบเท่าจำนวนของบรรดาองค์ชายที่เหม็นขี้หน้าหนานอ๋องเลยก็ว่าได้

            ลู่ซินหยิบกระดาษอีกกองขึ้นมาทั้งหมดล้วนแล้วแต่มาจากองค์หญิงและองค์ชายเหล่านั้นทั้งสิ้นนี่นับเป็นของล้ำค่าเสียยิ่งกว่าทองคำแท้เสียอีก!

            มากไปกว่านั้นอวิ๋นสือโม่และเหล่าราชวงศ์ก็เดิมพันข้างนาง

            เงินทองไม่ใช้เรื่องใหญ่สำหรับพวกเขาแน่แล้ว

            ทว่าเหตุที่คนเหล่านี้เลือกเดิมพันข้างฮวาชีเยว่อย่างจริงจังมิใช่เป็นเพราะหนานอ๋องประเดิมก่อนเช่นนั้นหรือ?

            การประลองยุทธ์เริ่มขึ้นแล้วรอบแรกมิใช่คู่ของฮวาชีเยว่และโอวหยางหลิวเอ๋อร์การประลองของพวกนางนั้นอยู่ลำดับที่สิบ

            การต่อสู้ของคู่แรกเป็นการประลองที่ใช้พลังชี่ระหว่างบุรุษสองนายผู้เข้าแข่งขันนั้นมาจากตระกูลมีชื่อเสียงคนหนึ่งเป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของผู้พิพากษา อีกหนึ่งเป็นบุตรนอกสมรสของเสนาบดี

            ในการแข่งขันเช่นนี้เป็นลูกเต้าเหล่าใครไม่สำคัญเพราะท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเพียงการลองเชิงวรยุทธ์และทักษะการต่อสู้ของแต่ละคนเท่านั้นไม่ว่าผู้เข้าแข่งขันจะมาจากตระกูลใหญ่ มีแต่บุตรชายทั้งในและนอกสมรสก็จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม

            ในทวีปเทียนหยวน ทุกคนให้ความสำคัญกับศาสตร์พลังชี่ใครชำนาญการในศาสตร์นี้จะเป็นที่นับหน้าถือตา ทั้งยังมีอนาคตที่งดงามรออยู่

            สำหรับตระกูลเศรษฐีใหญ่ความภาคภูมิใจและเกียรติยศนั้นสำคัญต่อบุตรนอกสมรสเช่นเดียวกันหากลูกหลานนอกสมรสคนไหนมีฝีมือในศาสตร์พลังชี่ด้อยกว่าตระกูลอื่นย่อมนำมาซึ่งความอับอายขายขี้หน้ายิ่งนัก

            ฮวาชีเยว่ค่อย ๆจิบชาพลางจับจ้องไปยังผู้ท้าประลองทั้งสองไม่ให้คลาดสายตา

            พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เป็นผู้ใช้ศาสตร์พลังชี่ขั้นหน่ออ่อนในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีพวกเขาปะทะกันอย่างไม่ลดละร่างกำยำทั้งสองใกล้ชิดราวกับไม่อยากแยกจากคราวนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะจำแนกกลวิธีการต่อสู้ของพวกเขาอย่างละเอียด

            ศาสตร์พลังชี่เน้นการควบคุมปราณของผู้ใช้ให้รวบรวมพลังจากภายในไว้ในมือก่อนใช้โจมตีศัตรูหากแต่กลวิธีการโจมตีนั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้นั่นเป็นที่มาว่าทำไมศาสตร์พลังชี่จึงไม่มีรูปแบบตายตัว

            กระนั้นสำนักและตระกูลน้อยใหญ่ใต้หล้ายังมิวายริเริ่มคิดค้นกระบวนท่าเฉพาะของตนเพื่อให้บรรดาศิษยานุศิษย์ฝึกฝนด้วยตัวเองพวกเขาคิดว่าการฝึกศาสตร์พลังชี่เช่นนี้จะมีเสถียรภาพและคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดี

            จากนั้นไม่นานก็มีเสียงดังสนั่นเกิดขึ้นปรากฏร่างของหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันกระเด็นขึ้นไปบนฟ้าจากการโจมตีด้วยหมัดเดียวร่างนั้นลอยเคว้งอยู่พักใหญ่กระทั่งตกลงมากระแทกขอบสนามประลองอย่างจังขอบไม้บริเวณนั้นแหลกละเอียดเป็นวงกว้าง

            ด้วยเหตุใดก็มิทราบบุรุษผู้โชคร้ายคนนั้นกลับมาลงเอยตรงเท้าของฮวาชีเยว่นางก้มมองเลือดแดงก่ำที่ไหลออกมาจากปากของร่างที่กำลังกระตุกเกร็ง ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บของเขานั้นจะสาหัสพอควร

            คนเจ็บถูกพาออกไปจากสนามเพื่อรักษาบาดแผลทันที

            สนามประลองมีตายมีเจ็บเป็นเรื่องธรรมดาผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถยืนหยัดอยู่ภายในสนามอย่างผยองและภาคภูมิ

            บนลานกว้างตรงข้ามฮวาชีเยว่พอดี อวิ๋นสือโม่โบกพัดในมืออย่างสุขุมเขามีนิสัยแปลกอยู่อย่างคือเมื่อใดก็ตามที่ออกมานอกจวนเขาไม่เคยรับสั่งให้สาวใช้ติดตามข้างกายเลยสักครั้งอวิ๋นสือโม่มักออกมาจากจวนเพียงลำพัง มิฉะนั้นก็จะให้บ่าวชายติดตามมาแทน

            ข้างกายของเขาคือหวงฝู่เซียนที่ปากเอ่ยคำบ่นไม่หยุด “พี่อวิ๋นข้าไม่เข้าใจเหตุใดท่านจึงเป็นเช่นนี้ สตรีแพศยานางนี้ไม่มีทางชนะหรอก ไยท่านจึงลงเดิมพันข้างนาง?”

            อวิ๋นสือโม่ยิ้มอย่างใจเย็น “อีกประเดี๋ยวเราคงได้เห็นกัน”

            ฮวาชีเยว่มิได้เป็นดังที่ข่าวลือว่าไว้คราวก่อนนางลงมือจนเขาทรุดลงไปกับพื้นแล้วอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุกระทั่งตอนนี้เขายังไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าปราณของนางจะสูญสิ้นไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร

            หวงฝู่เซียนแสยะยิ้มก่อนเหลือบไปยังฮวาชีเยว่ที่นั่งอย่างสงบเรียบร้อยนางยังคงนิ่งเฉยอยู่เช่นนั้นโดยไม่สนใจสายตาของฝูงชนที่มองนางราวกับคนอื่นเป็นธาตุอากาศก็ไม่ปาน

            ด้านอวิ๋นสือโม่เองก็ถูกจับจ้องด้วยสายตาของเหล่าองค์หญิงที่ไม่อาจห้ามใจให้ไม่มองอย่างรักใคร่มิได้

    คล้ายกับเรื่องฝืนลิขิตฟ้า ยอดชายาอัจฉริยะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247