หยางฉินเทียนค้นพบแผ่นหยกแดงและใช้อุบายเพื่อหนีจากการไล่ตามเขาไปยังแท่นศิลาที่ไกลออกไปก็พบกับกลุ่มของหยางลู่เหอกับหยางโม่จื่อต่อสู้เพื่อตัดสินว่าใครควรค่าแก่การเข้ารอบ ในระหว่างที่พวกเขาสู้กันอย่างดุเดือดนั้นเองหยางฉินเทียนอาศัยช่วงไม่มีใครสนใจ ลอบเข้าไปสอดแผ่นหยกที่แท่นศิลา
เมื่อหยางลู่เหอได้แผ่นหยกของตนมาแล้ว หันมาก็พบแต่ซากปรักหักพังเพราะแท่นศิลาได้ถูกหยางฉินเทียนใช้งานตัดหน้าไปแล้วเขาจึงต้องเดินทางไปใช้แท่นศิลาที่ห่างออกไปเพื่อเข้ารอบซึ่งต้องต่อสู้กันอีกยกหนึ่งกับพวกที่ดักชิงแผ่นหยกอยู่ในบริเวณดังกล่าวแม้จะต้องเสียเวลาไปบ้าง แต่ผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยนแปลง
ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายก็คือหยางเทียนหลงหยางมู่เป่ย หยางฉินเทียน และหยางลู่เหอการจับคู่ประลองนั้นจัดตามลำดับการผ่านเข้ารอบคู่แรกจึงเป็นการต่อสู้ระหว่างหยางเทียนหลงกับหยางมู่เป่ยคู่ที่สองจึงเป็นการประลองของหยางฉินเทียนกับ หยางลู่เหอ หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน การประลองรอบสุดท้ายก็เริ่มขึ้นผู้แพ้จะได้ที่สาม ส่วนผู้ชนะต้องมาชิงชนะเลิศ
“การประลองรอบนี้สามารถใช้อาวุธได้ข้าจะเข้าไปห้ามเมื่อเห็นว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเงื่อนไขการชนะต้องทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมแพ้ ตกเวที หรือหมดสติคู่แรกหยางเทียนหลงจะประลองกับหยางมู่เป่ย ผู้ชนะของคู่นี้จะไปรอชิงกับผู้ชนะคู่ต่อไป”
คู่ประลองสองคนแรกกระโดดขึ้นลานประลองทันทีที่ขานชื่อก่อนจะเดินเข้ามาใกล้กันพอประมาณ
“ดูเหมือนเจ้าจะยังคงบาดเจ็บอยู่นะ”
หยางมู่เป่ยทักเมื่อเห็นสีหน้าของหยางเทียนหลง
“หากใช้อาวุธเกรงว่ามันจะอันตรายเกินไปอีกอย่างข้าก็ไม่อยากเอาเปรียบคนที่บาดเจ็บ เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“ไม่มีปัญหา อย่างไรเสียผู้ชนะก็ต้องเป็นข้าอยู่ดี”
หยางเทียนหลงสร้างดาบเพลิงขึ้นมาในมือทั้งสองข้างส่วนหยางมู่เป่ยก็สร้างดาบน้ำแข็งขึ้นมาเช่นเดียวกัน ทั้งสองคนเป็นเหมือนไม้เบื่อไม้เมาใครพลาดพลั้งจะพ่ายแพ้ทันที
“เริ่มได้!!”
เปรี๊ยงงง!!
เปรี๊ยงงง!!
เปรี๊ยงงง!!
เมื่อการประลองเริ่มขึ้นการฟาดฟันอย่างดุเดือดก็เกิดขึ้นทันทีทั้งคู่มีวิถีพลังสายฟาดฟัน ต่างกันเพียงธาตุที่เป็นคู่ตรงข้ามกันเท่านั้นดาบเพลิงและดาบน้ำแข็งกระทบกันส่งเสียงเปรี้ยง-ปร้างประกายไฟเกิดขึ้นทุกครั้งที่เกิดการปะทะ รัศมีพลังกระจัดกระจายไร้ทิศทางตามตัวเริ่มมีบาดแผลจากสะเก็ดพลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว!
“พายุหมุนคมน้ำแข็ง!!”
หยางมู่เป่ยปล่อยพายุอันเต็มไปด้วยคมดาบน้ำแข็ง
“กำแพงเพลิงวายุ!!”
หยางเทียนหลงสร้างกำแพงเพลิงขึ้นมาต้านทาน
ตู้มมมมม!!!
“ข้ารอจังหวะนี้แหละ!!” หยางมู่เป่ยตะโกนขึ้นขณะโจมตี
ฉึกกกก!!
หยางมู่เป่ยใช้หอกน้ำแข็งเสียบเข้าไปที่กลางอกของหยางเทียนหลงโชคดีที่เขาเอามือประกบไว้ทันจึงเข้าไม่ลึกมากวิชากำแพงเพลิงวายุเป็นลักษณะการหมุนพลังเป็นเกลียวซึ่งไม่เหมาะกับการป้องกันการโจมตีที่รวมเป็นจุดเดียวเมื่อเขาใช้ท่านี้ครั้งก่อนก็พลาดพลั้งให้กับหยางเชี่ยงชุนมาแล้ว!
“ข้าก็รอจังหวะนี้เช่นกัน!!”
เปลวเพลิงหมุนเกลียวขึ้นไปยังอากาศเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นมังกรเพลิงแล้วย้อนกลับเข้ามาขณะหยางมู่เป่ยทำการโจมตีด้วยหอกน้ำแข็งมันอ้าปากสำแดงคมเขี้ยวเขมือบศัตรูไปทั้งตัว!!
ตู้มมมมม!!!
“อ้ากกกก!!”หยางมู่เป่ยร้องอย่างเจ็บปวดแม้เขาจะใช้พลังน้ำแข็งป้องกันไว้ได้ทันแต่ก็ลดความรุนแรงได้เพียงส่วนหนึ่งส่วนที่เหลือยังคงเพียงพอที่จะทำให้บาดเจ็บสาหัสได้เพราะพลังส่วนใหญ่ใช้ไปกับการโจมตีเสียหมดสิ้นส่วนของการป้องกันเป็นเพียงพลังเล็กน้อยเท่านั้น
“ตัดสินกันได้แล้วนะ”
หยางเทียนหลงยืนมองหยางมู่เป่ยที่ทำลังนั่งคุกเข่าข้างเดียวอยู่ร่างกายของเขาถูกเผาไหม้ไปบางส่วนโดยเฉพาะบริเวณที่ถูกเขี้ยวมังกรจะมีทั้งแผลลึกและรอยไหม้เกรียม
“ข้าแพ้แล้ว เจ้าได้เข้าชิง”
“ขอบใจที่เจ้าออมมือ”
หยางเทียนหลงขอบคุณจากใจจริงเพราะหากหยางมู่เป่ยเพิ่มพลังในการโจมตีด้วยหอกน้ำแข็งแทนที่จะป้องกันเขาคงแพ้ไปแล้ว และมังกรเพลิงก็อาจจะหยุดชะงักก่อนที่จะทำร้ายคู่ต่อสู้แต่เขาเลือกอย่างหลังเพราะเกรงว่ามันไม่ยุติธรรมต่อผู้ที่บาดเจ็บสมแล้วที่ตระกูลมู่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ดูแลวิหารเพาะพันธุ์เพราะพวกเขามีความซื่อสัตย์และรักยุติธรรมมากกว่าตระกูลใด
ตอนนี้ก็ถึงคราวคู่ต่อไปหยางฉินเทียนกระโดดขึ้นลานประลองทันทีที่การประลองคู่แรกจบลงความหวังของเขาล้นเปี่ยมเพราะหากเขาเอาชนะคู่ต่อสู้ไปได้ก็จะไปเจอกับหยางเทียนหลงซึ่งติดสัญญาโลหิตกับเขาอยู่ฉะนั้นหยางเทียนหลงจะไม่มีทางลงมือกับเขาได้และต้องยอมแพ้โดยไม่ต้องต่อสู้สิ่งที่เขาต้องทำให้ได้คือการผ่านเข้ารอบต่อไปและรักษาสติจนกว่าจะถึงเวลานั้น!!
-----------------------------
เส้นทางยังอีกยาวไกล (ไม่ต่ำกว่า 1,000 ตอน) กำลังใจจึงโคตรสำคัญร่วมเป็นแรงใจด้วยการอุดหนุน eBook (มีหลายเล่ม) ใน meb กันนะครับ