ปัก!
เสียงของวัตถุบางอย่างกระทบกับพื้นดินเสียงดังทำให้ฝูงผีเสื้อทั้งหลายที่เกาะอยู่บนดอกไม้หลากหลายสีิ ต่างบินหนีกันคนละทิศละทาง
“โอ๊ย!”
เสียงใสของร่างบางร้องขึ้นด้วยความเ็ปที่เขาได้รับจากการตกลงมาจากที่สูง ใบหน้าสวยได้รูปกำลังแสดงความเ็ปออกมา ริมฝีปากอิ่มบ่นพึมพำอะไรบางอย่าง คิ้วสวยย่นเข้าหากันเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทำให้ใบหน้าสวยนั้นดูหมองลงเลยสักนิด
ใบหน้าน่ารักที่ใครได้มองก็ต้องหลงใหล ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนส่องแสงประกายราวกับมีดวงอาทิตย์ฉายแสงอยู่ในนั้น ผิวขาวใสเกลี้ยงเกลา จมูกเรียวเล็กรับกับริมฝีปากสีแดงสด กับพวงแก้มเนียนสีชมพู แสดงความดื้อรั้นของเ้าตัวได้เป็อย่างดี
“ลู่หาน! เ้าเป็อะไรไหม? าเ็ตรงไหนหรือเปล่า?”
“ข้าไม่เป็ไร เจ็บนิดหน่อยเอง”
เสียงเรียกจากชายร่างบางอีกคน เอ่ยถามเพื่อนตัวน้อยตรงหน้าด้วยความเป็ห่วง ลู่หานตอบออกไปอย่างไม่สะทกสะท้าน เหมือนกับว่าการตกจากที่สูงแบบนี้กลายเป็เื่ที่เ้าตัวคุ้นชินไปเสียแล้ว
ใบหน้าที่น่ารักไม่แพ้กันของใครอีกคนกำลังแสดงอารมณ์ที่หลากหลาย ดวงตาสีน้ำตาลเรียวสวยกลอกตาไปมาอย่างหมดคำจะพูด จมูกโด่งรับกับริมฝีปากสีชมพูอิ่มน้ำ ผิวที่ขาวเนียนไม่แพ้เพื่อนอีกคน ใบหน้านั้นแสดงความทะเล้นขี้เล่นของเ้าตัวได้เป็อย่างดี
“เห้อ ข้าี้เีทายาให้เ้านะ ดูตัวเ้าสิมีแต่รอยฟกช้ำเต็มไปหมดแล้ว”
เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดจะเบื่อหน่ายร่างตรงหน้าเล็กน้อย ลู่หานยืนขึ้นเต็มความสูงของตัวเอง แล้วเดินไปหาเพื่อนของเขาที่ขนาดตัวพอๆ กัน
“เลิกบ่นเสียทีเถอะแบคฮยอน ถ้าข้าบินได้เมื่อไหร่ ข้าจะพาเ้าบินไปทุกที่เลยล่ะ”
ลู่หานเอ่ยขึ้น พลางทำมือกระพือปีกคล้ายๆ ไก่ ด้วยสีหน้าที่แสนจะภูมิใจ ทำให้แบคฮยอนหลุดขำพรืดออกมา
“เ้าพึ่งจะกลายร่างได้นะ เ้านกน้อยหัดบิน แถมยังไม่ใช่ร่างที่สมบูรณ์อีก”
“…”
“อีกอย่าง เ้าควรจะไปขอให้ ไคช่วยสอนเ้านะ เพราะพวกเ้ามีปีกเหมือนกัน”
แบคฮยอนกลาวพลางเช็กสภาพร่างกายของคนตรงหน้าอย่างห่วงใย เกรงว่าจะได้รับาเ็ และเสนอว่าเขาควรจะขอความช่วยจากคนประเภทเดียวกันเพราะคิดว่าถ้าให้คนตรงหน้าฝึกบินเอาเองคงไม่น่ารอด แต่ก็นะ เพื่อนของเขาน่ะ ดื้อที่สุดเลยล่ะ คงไม่ยอมขอความช่วยเหลือง่ายๆ
“…”
“แล้วข้าก็ไม่ได้มีปีกเหมือนเ้าด้วย ข้าช่วยเ้าไม่ได้หรอก”
“ก็ไคไม่ว่างนี่หน่า แค่นี้ทำเป็บ่น พวกจิ้งจอกนี่นอกจากจะเ้าเล่ห์แล้วยังไม่มีน้ำใจด้วยสินะ”
ลู่หานพูดพลางทำปากคว่ำ ยู่หน้าใส่เพื่อนตัวเล็ก ทำให้แบคฮยอนอยากจะดีดปากแดงๆ นั่นเสียจริงๆ แต่ก็ได้แค่คิด เพราะเ้าตัวคงงอนไปอีกหลายวัน
“วันนี้ก็พอแค่นี้เถอะ มืดแล้ว”
แบคฮยอนบอกเพื่อนตัวเล็ก พร้อมกับดันหลังร่างบางให้เดินไปข้างหน้า ลู่หานก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา จำใจเดินไปข้างหน้าอย่างที่เพื่อนอีกคน้า ร่างบางระหงทั้งสองเดินพูดคุยกันสนุกสนาน
"เ้าคิดว่า ป่าเบรย์เดน เป็ยังไงหรือ? "
"เ้าสงสัยเกี่ยวกับป่านั่นทำไมกัน มันเป็ป่าต้องห้าม ใครๆ ก็ไม่อยากไป"
"เ้าว่าัจะยังมีอยู่ไหม?"
"เ้าจะบ้าหรือ ัหายสาบสูญไปเกือบร้อยปีแล้วนะ"
“…”
"ป่าเบรย์เดนก็คงจะมีแต่ิญญาันั่นแหละ"
แบคฮยอนพูดพลางทำหน้าตาน่ากลัวใส่เพื่อนตัวเล็ก หวังว่าเพื่อนของเขาจะกลัวขึ้นมาบ้าง และเลิกสงสัยเกี่ยวกับป่าต้องห้ามนั่นสักที ป่าเบรย์เดนเป็ถิ่นที่อยู่อาศัยของั เป็ป่าที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนแห่งนี้ และอุดมสมบูรณ์มากๆ มีสัตว์วิเศษมากมายอาศัยอยู่ที่นั่น
แต่ป่าเบร์ยเดนในตอนนี้ ไม่ได้เป็แบบนั้นอีกต่อไป ั้แ่พวกปีศาจที่เข้ามาแย่งชิงอำนาจจากั ที่เป็ผู้ปกป้องรักษาป่าเบร์ยเดนแต่ไม่ใช่แค่ป่าเบร์ยเดนเท่านั้นที่ถูกรุกราน รวมถึงป่าวิตนีย์ ป่าที่พวกเขาอาศัยอยู่ตอนนี้ ก็ถูกพวกปีศาจยึดครอง ทำให้สัตว์เทพทั้งหลายต้องออกมาปกป้องผืนป่าเอาไว้
เกิดการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้สูญเสียสัตว์เทพหลายตน รวมถึงัก็ได้หายสาบสูญไปในการต่อสู้ครั้งนั้น
ัเป็สัตว์ที่ค่อนข้างจะดุร้าย ชอบอยู่โดดเดี่ยว ไม่สุงสิงกับสัตว์ตัวอื่นๆ เท่าใดนัก แต่เขาก็ได้พบรักกับสัตว์เทพตนหนึ่ง แต่ก็ได้สูญเสียคนรักไปกับการต่อสู้ในครั้งนั้น ว่ากันว่าัได้ตรอมใจตาย พร้อมกับผู้ที่เป็ที่รัก ที่สละชีวิตตนเองและช่วยเหลือป่าเอาไว้ ตำนานรักของันั้นได้เลืองลือมาถึงปัจจุบัน ช่างเป็ความรักที่น่าเศร้าและน่าศรัทธายิ่งนัก ป่าเบร์ยเดนที่ไร้ผู้ปกป้องรักษานั้น กลายเป็ป่าที่ไม่น่าอยู่ไปเสียแล้ว
“ั้แ่ัหายสาบสูญไป ป่าเบรย์เดนก็กลายเป็ป่าร้างเลยล่ะ”
“ข้าอยากไปที่นั่น”
“ที่ไหน?”
“…”
“ป่าเบร์ยเดน?”
ลู่หานพยักหน้าตอบคำถามของเพื่อนตัวเล็ก พลางมองไปยังท้องฟ้าที่กำลังหมดแสงลงไปเรื่อยๆ
“อยากไปที่นั่นทำไมกัน?”
เพื่อนตัวเล็กถามพลางทำหน้าไม่เข้าใจอีกคน ป่าที่รกร้างมาถึงร้อยปี ไม่มีใครกล้าไปที่นั่นเพราะเกรงว่าจะมีอันตราย จะสนใจไปทำไมกัน
“ไม่รู้สิ”
“…”
ลู่หานตอบพลางทำหน้าตาไม่รู้เหตุผลที่ตัวเองอยากจะไปป่าร้างนั่นทำไม สีหน้าที่เ้าตัวแสดงออกมาทำให้อีกคนหมั้นไส้มากๆ หน้าดื้อเสียจริงๆ
“โอ๊ย! ข้าเจ็บนะแบคฮยอน”
ลู่หานโวยวายใส่เพื่อนคนเ้าเล่ห์ ที่ชอบฉวยโอกาสบีบแก้มตอนเขาเผลอ พลางจะยกมือขึ้นมาบีบแก้มอีกคนเพื่อที่จะเอาคืน แบคฮยอนเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งหนีคนตัวเล็กที่กำลังทำหน้าั์ใส่เขา พลางหัวเราะเสียงดัง
“อย่าหนีนะบยอน แบคฮยอน!”
ทั้งคู่ต่างวิ่งหยอกเย้ากันจนถึงบ้าน เมื่อมาถึงบ้านแล้วลู่หานรีบวิ่งเข้าไปในครัวทันที ดวงตากลมโตวาดสายตามองหา คุณนายบยอน แล้วสวมกอดผู้เป็แม่ของเพื่อนจากด้านหลัง เป็นิสัยขี้อ้อนของเ้าตัว ทำให้ใครๆ ก็เอ็นดูเ้าเด็กคนนี้ทำให้คุณนายบยอนหัวเราะออกมาเบาๆ กับความขี้อ้อนของเ้าเด็กคนนี้ ที่ตัวเองเลี้ยงดูมาเหมือนกับลูกแท้ๆ
“วันนี้ท่านแม่ทำอะไรให้ข้ากินหรือ”
"วันนี้มีเนื้อแกะย่างจ้ะ ของโปรดของลู่หานเลย"
ร่างบางเอ่ยถามเสียงใส พลางทำจมูกฟุดฟิดสูดเอากลิ่นหอมของอาหารตรงหน้าเข้าเต็มปอด คุณนายบยอนพูดอย่างเอาอกเอาใจคนที่กำลังสวมกอดตัวเองอยู่ ทำให้แบคฮยอนลูกชายตัวจริงของคุณนายบยอน เบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ เขาเห็นภาพแบบนี้แทบจะทุกวัน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยไปขัดความสุขของทั้งสองคนตรงหน้า
"อะแฮ่ม มีลูกใหม่แล้วหรnอครับคุณนายบยอน"
คุณนายบยอนเล็กมองเด็กทั้งสองอย่างเอ็นดู แล้วเดินเอาเนื้อแกะย่างชิ้นใหญ่มาให้เ้าลูกชายที่ชอบน้อยอกน้อยใจแม่ของตน
"เ้าก็เป็ลูกของแม่ทั้งสองคน ใยต้องอิจฉากันด้วยเล่า นี่ก็ของโปรดเ้าเช่นกัน"
"กินเยอะๆ จิ้งจอกก็จะกลายเป็หมูนะ"
แบคฮยอนรับเนื้อแกะชิ้นใหญ่มา ด้วยท่าทางที่มีความสุขอย่างเหลือล้น ทำให้ลู่หานอดพูดเย้าแหย่ไม่ได้ลู่หานเอ่ยขึ้น ทำให้คนตัวเล็กอีกคนพูดแทรกขึ้นมาแทบจะทันที
"เ้าก็กินน้อยเสียเมื่อไหร่ ที่บินไม่ขึ้นเพราะตัวหนักหรือเปล่า"
คนที่โดนล้อว่าจะกลายเป็หมูพูดแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เหมือนว่าตัวเองเหนือกว่า ทำให้คนที่โดนกล่าวหาว่าตัวหนักแทบจะพ่นไฟใส่เพื่อนตรงหน้า ถ้าไม่ติดว่าพ่นไฟไม่ได้ แบคฮยอนคงหน้าไหม้ไปแล้ว
“เ้าว่าข้าตัวหนักหรือ”
แบคฮยอนหัวเราะเสียงดัง เพราะสีหน้าของเพื่อนตัวเล็กที่เหมือนแมวขู่นั่น มันไม่ได้ทำให้เขากลัวเลยแม้แต่น้อย ช่างเป็นกที่เหมือนแมวจริงๆ
“ทั้งสองคนเลิกเถียงกันได้แล้ว เดี๋ยวเนื้อแกะก็เย็นหมดหรอก”
คุณนายบยอนพูดขัดาของเด็กๆ ทั้งสองคน ด้วยสีหน้าเอ็นดูปนเหนื่อยใจ เพราะั้แ่เด็กๆ ทั้งสองคนทะเลาะกันแบบนี้เป็ประจำ
คนตัวเล็กทั้งสองยอมนั่งกินเนื้อแกะย่างของโปรดอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่วายชักสีหน้าใส่กันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ ทำให้คุณนายบยอนส่ายหน้าเบาๆ
.
.
.
ท้องฟ้าสีดำทะมึนที่เต็มไปด้วยดวงดาวส่องแสงระยิบระยับมากมายนับล้านดวง ก็ยังเป็ภาพที่ไม่น่ามองเท่ากับชายร่างสูงโปรงที่กำลังนั่งอยู่บนหน้าผาสูงชัน ราวกับเป็ของประติมากรรมที่หาชิ้นใดเทียบ
ใบหน้าคมคายสะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน ทำให้ดูน่าหลงใหลยิ่งเข้าไปอีก จมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป นัยตาคมดุนั้นเรียบเฉย ใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเ้าตั้งใจสร้างขึ้นมานั้น ช่างน่ามองเหลือเกิน
แววตาคมเหม่อมองไปยังท้องฟ้า จ้องมองราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง..
"ข้านึกว่าเ้าตายไปแล้วเสียอีก"
เสียงของผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นคนที่ไม่คิดว่าจะอยู่ในสถานที่แห่งนี้ กำลังนั่งห้อยขาอยู่บนหน้าผา ที่ข้างล่างเป็เหวลึก เหวที่ลึกที่สุดใบป่าเบร์ยเดน
"หรือกำลังจะะโลงไป?" คำถามเชิงกวนประสาทนั่น ไม่ได้ทำให้ผู้ที่ถูกถามเกิดความสนใจขึ้นมาแม้แต่น้อย ใบหน้าที่มีแต่ความเรียบเฉยยังคงมองไปยังท้องฟ้าเหมือนเดิม ทำให้ผู้ที่ถามคำถามหัวเสียเล็กน้อย เมื่อไม่ได้รับความสนใจจากร่างสูงโปร่งข้างหน้า
“ข้ากำลังคุยกับเ้านะ เซฮุน”
“…”
“โอ เซฮุน!”
“…”
ใบหน้าคมคายละสายตาจากท้องฟ้าสีทะมึน มองมายังเพื่อนสนิท ที่นานๆ จะได้พบกันสักครั้ง ั์ตาคมดุจ้องมองเพื่อนสนิทที่เอ่ยชื่อของเขาอย่างเต็มยศ คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย เหมือนกำลังถามอีกฝ่ายว่ามีอะไร
ชายร่างสูงโปร่งอีกคนไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา พลางเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิทตรงหน้า ที่ทำหน้าราวกับคนไม่มีความรู้สึกอะไร เป็สีหน้าเดียวที่เขาเห็นมาตลอดร้อยปีนี้
“ทำไมวันนี้ถึงออกมาล่ะ”
“...”
ผู้ที่ถูกถามเงียบอีกเช่นเคย ทำให้คนที่โดนเมินมาหลายรอบเริ่มจะหัวเสียกับคนใบ้คนนี้เต็มที
"ข้า ปาร์ค ชานยอล ขอสาบานเลยว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง ข้าจะมิขอเกิดมาเป็เพื่อนกับคนผู้นี้อีก"
ชานยอลเอ่ยออกมาอย่างทีเล่นทีจริง กำลังแสดงให้อีกคนเห็น ว่าเขานั้นไม่พอใจกับการที่เพื่อนสนิทไม่สนใจตนเอง ทั้งๆ ที่นานๆ ทีจะได้เจอกัน แต่คนตรงหน้าก็ไม่ได้สนใจเขาอย่างที่ควรจะเป็
“วันนี้ครบรอบหนึ่งร้อยปี”
เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างแ่เบา ตลอดร้อยปีที่ผ่านมา เขาไม่ค่อยได้สนทนากับใคร เห็นทีจะมีแต่เพื่อนสนิทอย่างชานยอล ที่คอยมาถามไถ่เขาบ้างบางครั้ง ว่าเป็อยู่อย่างไร แต่ไม่ค่อยจะได้เจอกันบ่อยนัก
เกือบลืมเสียงตัวเองไปเสียแล้ว
หลังจากได้ยินคำตอบแรกจากเพื่อนสนิท ที่คิดว่าพูดไม่ได้เสียแล้ว ชานยอลก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา พลางกำลังขบคิดอะไรบางอยู่
“เซฮุน พรุ่งนี้ออกไปเที่ยวเล่นกับข้าเถอะ”
“...”
ร่างสูงโปร่งยืนขึ้นเต็มความสูงของเอง ที่มีความสูงราว 190 เิเ เขาบิดตัวไปมาเล็กน้อย เพราะความเหนื่อยล้าสะสม จากการนั่งนิ่งๆ นานเกินไป
ชานยอลมองพลางกลอกตาให้กับภาพที่เห็นตรงหน้า ใบหน้าที่เรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แค่เพียงบิดตัวแค่นี้ทำไมถึงดูดีขนาดนั้นกัน พระเ้าช่างไม่ยุติธรรมเสียจริงๆ
“ไม่ไป”
เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอีกครั้ง พร้อมกับหันหลัง ทำท่าจะเดินออกไปจากตรงนี้ ทำให้เพื่อนสนิทอีกคนรีบพูดดักหน้าไว้ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเดินหนีหายไป
“เ้าจะอยู่แต่ในถ้ำไปอีกนานเท่าใด?”
“…”
“เ้าอยู่ในนั้นมาร้อยปีแล้ว”
“…”
"เ้าควรจะออกมาดูโลกภายนอกบ้าง"
“…”
เซฮุนไม่ได้ตอบคำถามของเพื่อนของตัว เพียงแต่เดินไปข้างหน้า หวังจะกลับเข้าถ้ำ อย่างที่เพื่อนตัวเองพูด
ให้ตายเถอะ
ชานยอลหมดคำจะพูดกับคนคนนี้เสียจริงๆ การเสียใครสักคนไปจากชีวิต มันต้องเป็ถึงขนาดนี้เลยหรือ เขาล่ะไม่เข้าใจคนตรงหน้าเลยสักนิด เวลาก็ล่วงเลยมาถึงร้อยปี แต่คนข้างหน้าไม่ยอมปล่อยวางและใช้ชีวิตเสียที
ถึงแม้จะโดนเมินไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ชานยอลก็ยังพยายามจะคุยกับคนไม่มีความรู้สึกคนนี้ ถ้าเป็คนอื่นเขาคงฆ่ามันไปแล้ว น่าหงุดหงิดเสียจริงๆ
“เ้ารอข้าด้วยสิ!”
“…”
“วันนี้ข้าจะนอนกับเ้านะ”
"..."
“ถือว่าตกลง”
“…”
ชานยอละโไล่หลังคนที่ไม่สนใจอะไรเลย ที่ว่าไม่อยากเป็เพื่อนกับเ้านี่แล้ว เขาพูดจริงๆ นะ
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ข้าก็มิอาจลืมเลือนเ้าได้แม้เพียงนิด