"พี่คะ คือว่า...นะ"
"พี่ไม่สะดวกใจจะรับครับ ขอโทษนะ"
สาวสวยที่เป็ถึงดาวคณะแพทย์ถึงกับสตั่นไป เมื่อถูกคนที่เธอชมชอบปฏิเสธั้แ่แรกทั้งที่เธอยังพูดไปไม่ถึงครึ่งคำเลยด้วยซ้ำ ไม่อยากจะเชื่อเลยหญิงสาวยกมือปิดหน้าแล้วเดินร้องไห้ออกไปเป็ภาพที่ะเืใจมากสำหรับผู้คนที่พบเห็นแต่กลับเป็เื่ที่ชินชามากสำหรับชายคนนี้เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรก...
เป็ที่เลื่องลือกันมากว่าเหนือเดือนแห่งวิศวะกรรมเครื่องกลเข้าถึงยากและปฏิเสธสาวทุกคนที่เข้าหาไม่ว่าจะยากดีมีจน สวยเหมือนนางฟ้านาง์ที่ไหนก็ตาม ไม่รอดสักคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสาวๆใจกล้าใจเด็ดเข้ามาสารภาพรักอยู่เรื่อยๆอย่างไม่ย่อท้อ เพราะถึงแม้จะโดนปฏิเสธแต่ก็ยังมีโอกาสได้ยลโฉมหนุ่มหล่อเหลาคนนี้ใกล้ๆสักครั้ง
#ข่าวด่วนจริงไม่จริงลงไว้ก่อน
ลือสนั่นสาวสวยดีกรีดาวคณะแพทย์เดินเข้าไปสภาพรักกับหนุ่มเหนือเดือนวิศวะอย่างอุกอาจ โดยไม่สนฉายา "หล่อไม่อะไรกับใคร" ของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย และผลที่ได้ก็คือ...พ่ายแพ้ไปตามระเบียบจ้าาาา #ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน #มั่นแค่ไหนก็ไม่ได้...พ่อฉันหรอกจ้ะอิอิ>_<#รักพ่อฟ้า
"หึหึ มึงดูเพจนี้ดิไวชิบหายยังไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ" ดินแดนเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้กับกล้าที่ยืนอยู่ข้างกันดู
"เออ แม่งอยู่ตรงไหนว่ะ กูกลัวเลยเนี่ย"
"มึงจะกลัวทำไมก็แค่พวกขี้เสือกเจอมาสามปีแล้วยังไม่ชินอีกไง" ไอ้ฝ้ายตอบออกมาอย่างเบื่อหน่าย
"ก็ชินแหละ แต่กูก็อดใในความรวดเร็วของพวกเขาไม่ได้"
"แล้วไอ้หล่อนี่ก็ขยันปฏิเสธซะด้วย"
"ยังไงมึงคนนี้ก็ไม่เอาอ่อว่ะ"
"มึงยังต้องถามอีกรึไง เคยเห็นมันสนใจใครด้วยเหรอ"
"มี!! กูว่ามี" ฝ้ายโพล่งขึ้นมาทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งที่พวกเขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็อย่างดี
"ฟ้า..." ใช่แล้ว ใครคนนั้นที่พวกมันว่าเดินมาอยู่ตรงหน้าผมเรียบร้อยแล้ว ผมมองมือขาวยืนถุงอะไรสักอย่างมาให้ผม ผมเดาว่าไม่ข้าวเหนียวหมูปิ้งก็ซาลาเปา...เหมือนทุกวัน
ผมรับถุงมาถือเอาไว้เราสองคนต่างไม่ได้พูดอะไรกันผมมองดูคนตัวเล็กที่ยืนล้วงกระเป๋าสะพายของตัวเองหยิบแก้วเก็บความเย็นที่ใส่น้ำส้มคั้นเองออกมายื่นให้ผมอีกครั้ง การกระทำนี้เป็ธรรมชาติเพราะผ่านการทำมาเป็ร้อยๆครั้งั้แ่ผมขึ้นปี 2 จนตอนนี้ผมอยู่ปี 3 หนึ่งปีแล้วที่เธอคนนี้ยังคงทำให้ผมอย่างสม่ำเสมอในวันที่ผมมีเรียน เธอจะเตรียมข้าวเช้าเพราะรู้ว่าผมไม่ทานชอบข้าวเช้า ซื้อขนมมาให้ในตอนเที่ยง แรกๆผมก็ไม่ค่อยรับพอผ่านมานานผมก็ไม่ได้ปฏิเสธอีก ถ้าวันไหนผมไม่รับวันนั้นเธอจะไม่ยิ้ม เมื่อเห็นผมรับของครบแล้วใบหน้าสวยก็ยิ้มหวานจนเพื่อนสามคนของผมมองด้วยตาหยาดเยิ้มจนน่าหมั่นไส้
"ไปเรียนได้แล้ว"ผมเอ่ยบอกคนยิ้มหวานที่ยังส่งยิ้มไม่หยุดเพื่อนผมใจละลายหมดแล้ว
"อื้ม ไปแล้วนะ" ร่างบางเดินสาวเท้าออกไปขึ้นรถหรูของตัวเองแล้วขับออกไปที่คณะของตัวเอง
"แม๋!!!กูละหมั่นไส้" กล้าที่ทนดูมานานพูดออกมาอย่างสุดทน
"นีี่ไงใครว่ามันไม่เอาใคร นี่ไงคนที่มันสนใจ"
"แถมสนใจมาตั้งปีแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ยักจะเห็นคนลงข่าวซุบซิบในเพจไหนเลยสักที่"
"ลงได้ไงละ มึงกล้าลงหรือไงนั่นลูกใครมึงก็รู้ ขืนลงซี้ซั้วได้ซี้แหงแก๋แหน่" ผมมองดินแดนทำท่าเอามือปาดคอตัวเองก็หลุดขำออกมา
ม้านั่งใต้ต้นจามจุรีใหญ่ใต้คณะบริหารธุรกิจ มีสาวสวยหนึ่งคนกับหนุ่มหล่อออกสาวอีกคน นั่งจดงานในมือยิกๆ ด้านหลังมีสาวสวยที่ผ่านการแปลงเพศมาแล้วอย่างสวยงามเดินเข้าข้างหลังทั้งสองอย่างเงียบๆก่อนจะ...
"จ้ะเอ๋!! โอ้ยอิเหี้ยมึงตบกูทำไม"
"เอ้าอีรี่ก็มึงมาเงียบๆแล้วเสือกมาจ้ะองจ้ะเอ๋เหี้ยไรกูก็ใไหมละ!! ดีแค่ไหนกูแค่ตบ ไม่ถีบเอา!" นัตตี้ชายใจหญิงยืนเท้าเอวต่อว่าเพื่อนที่โดนเขาฟาดเข้าให้โทษฐานที่แอบมาข้างหลังเขาเงียบๆ
"เออ ทีหลังกูไม่ทำแล้ว ดีที่จมูกกูไม่หักฟาดมาได้" เชอร์รี่นั่งหน้าหงอลงตรงข้ามเพื่อน
"แล้วนี่อีแม่ชีมันไปไหน"
"โอ้ยยมันจะไปไหนได้!!" นุ่นที่นั่งกับนัตตี้มาั้แ่แรกเอ่ยตอบ
"มึงดูนาฬิกามึงสิ ตอนนี้เวลาเท่าไหร่"
"7:35"
"มึงลองคิดดูสิว่าเวลานี้มันควรอยู่ที่ไหน"
"อ๋อ!!กูรู้ละ!!ให้ข้าวผัว!!"
"ถูกจ้าา เปย์ไม่หยุด"
"แล้วไม่เปย์เป็ก้อนเหมือนคนอื่นนะจ้ะ เปย์วันละ50-60บาท เน้นเปย์ระยะยาวจ้าา"
ทั้งสองคนหัวเราะความจริตจะก้านของนัตตี้ที่ใส่เติมทุกประโยค
"โน่น!!พูดถึงก็มาแล้วเลย"
"ไงจ้ะอิสวย ให้ข้าวผัวเสร็จละเหรอ"
"นัตก็พูดไปยังไม่ใช่สักหน่อย" นางตีที่แขนเพื่อนเบาๆอย่างปรามๆ
"นี่ขนาดยังไม่ใช่นะเนี่ยเป็ไลน์แมนทุกวันเลย"
"เป็มาเป็ปีแล้วแกไม่หนื่อยบางเหรอนาง" นุ่นถามคำถามเดิมที่เคยถามนางมาเป็สิบๆรอบ และแน่นอนว่าคำตอบนั้น...
"เหนื่อยแล้วจะเรียกว่าความรักเหรอ" ใบหน้างามยิ้มกว้างอย่างสดใดทำเอาเพื่อนทั้งสามที่มองอยู่นั้นอยากดึงมากอดอย่างเอ็นดู
"เห้อ...เหมือนเดิม" ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างปลงตก ลูกเรารักเค้า