ทั้งหมดที่อยู่ในห้องการประมูล ต่างได้เห็นการต่อสู้ของเทียน กับ ไทเกอร์แวมไพร์ ล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในความเงียบ ไปพักใหญ่ สุดท้ายก็พูดกันดัง สนั่นห้องประมูล
โดยเฉพาะตระกูลซู ล้วนมีคนมาแสดงความยินดีที่ หลานชายคนเก่งขนาดนี้ เล่นเอา ปู่ซูหมิง ยิ้มไม่หุบ
เพื่อนเพื่อนของเทียนก็เขาทักทายด้วยความยินดีที่ปราบปีศาจได้สำเร็จ ส่วนพี่น้อง แวนเฮลซิ่ง ได้แต่ร้อง โอ พระเจ้า โอ พระเจ้า มีมนุษย์อย่างนี้อยู่บนโลก และ มีความคิดชวน เทียนไปอังกฤษเข้าร่วมกันปราบปีศาจ
ส่วนท่านหญิงแสนดี กับท่านชาย สิงหล ก็ตะลึง ไม่หาย และเตรียมเข้าไปหาเทียน เพื่อพูดคุยบางอย่าง
แต่เทียนจัดการปีศาจตัวนี้เสร็จก็รีบเดินออกไปดูคนเจ็บที่อยู่ด้านนอกทันที
คนตาย ไป เกือบ 300 คน คนเจ็บอีก 600 คน
เทียนรีบสั่งให้หน่วยป้องกันรีบแยกคนเจ็บหนัก คนเจ็บน้อย ให้เข้ามาในอาคาร และ นำคนเสียชีวิตไว้ข้างนอก แล้ว
เรียกรถพยาบาลเข้ามารับคนเจ็บไปรพ. ใกล้เคียงให้มากที่สุด ส่วนคนที่เหลือที่ต้องรอ รถพยาบาล ให้มานอนรอในอาคาร
แล้วเทียน จะเริ่มรักษาพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อน เพื่อนเพื่อนเห็นดังนั้น ก็เริ่มเข้าไปช่วย ทำการรักษาเบื้องต้นให้ กับคนเจ็บเหล่านั้นด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากคนเจ็บเป็นจำนวนมาก
เวลารักษาพยาบาลเบื้องต้นจึงใช้เวลาไปตลอดคืน นี่ขนาดมี รถกู้ภัย เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิต่าง ๆ เข้ามาช่วยด้วย มิเช่นนั้น วันหนึ่งอาจไม่เสร็จ
หลังจากปฏิบัติการช่วยเหลือ ผู้คนไปแล้ว เสื้อผ้าแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยเลือดเต็มไปหมด ชุดที่ใส่สีดำ ไม่เท่า ไหร่ แต่ชุดของราตรีของริษา และอันอัน ต่างก็เต็มไปด้วยเลือด ที่กระเด็นเข้าตอนเข้าปฐมพยาบาล
แต่น่าสงสารมากที่สุด น่าจะเป็นคุณชายกร เพราะใส่สูตรสีขาว ไปทั้งตัว และด้วยเป็นผู้ชายเลยต้องช่วยเคลื่อนย้ายคนเจ็บด้วย เลยเลอะเทอะเปรอะเปื้อน หนักที่สุด
ทั้งหมดต่างมองหน้ากัน มองชุดของกันและกัน และเริ่มหัวเราะที่ละนิด จนระเบิดเสียงหัวเราะไปพร้อมพร้อม กันโดยเฉพาะมองไปที่คุณชายกรที่ดูเป็นคุณชายมากที่สุด
ในมุมของผู้ใหญ่ทั้ง ท่านอธิบดีกรมตำรวจ ท่านรัฐมนตรีเก้า พ่อของ กร
และท่านปู่ ซูหมิง มองเด็กๆ เหล่านี้และ ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ในมิตรภาพของพวกเขา ในขณะที่ทั้งหมดล้วนอยู่สายตาของ ท่านหญิงแสนดี ที่มองมา ด้วยเช่นกัน
ตอนเช้า เทียน ถูกเรียกเข้ากรมตำรวจ พอเข้าไป ในห้องประชุม มีผู้นำหลายท่าน และ สองพี่น้อง เวนเฮลซึ่ง นั่งอยู่ด้วย
“อาเทียน มานั่งลงก่อน วันนี้ที่เรียกมา ก็จะคุยเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานนี้ โดยเราเพิ่งได้รับแจ้งข่าว ใหม่ จาก อังกฤษ มาลองฟัง จาก คุนจอนและคุณแมรี่ เชิญครับ” ปู่อินทรีย์ กล่าว
“เมื่อ 400 ปีก่อน ได้มีชายคนหนึ่ง ชื่อว่า ปีเตอร์ โพลโคโจวิช ชาวเซอร์เบีย ได้ตายไปแล้ว กลับลุกขึ้นดูดเลือดผู้คนในหมู่บ้าน แล้วกลับไปนอนต่อในหลุมศพ ทำแบบนี้อยู่ 3 วัน จนชาวบ้านหวาดกลัว พอข่าวนี้แพร่ออกไป ทางสำนักวาติกัน และ อังกฤษสมัยนั้น
ได้ส่งคนไปรับศพ ของนายปีเตอร์นำมาศึกษาที่อังกฤษ และออกข่าวว่าได้กำจัดศพปีเตอร์โดยการปักอกและเผาไปแล้ว
หลังจากนำตัวนายปีเตอร์มาศึกษาแล้วพบว่า เขาสามารถคืนชีพขึ้นมาได้จริง แต่เฉพาะกลางคืนเท่านัน แล้วมีความรู้อยากกินแต่เลือดมนุษย์ ทางวาติกัน ได้ทำเอาเลือดมาตรวจ แล้วลองใช้กับมนุษย์ที่ตายไปแล้ว
ไม่เกิดผล แต่กลับเกิดผลกับ มนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ คือมีพลังมากขึ้นแต่ก็ทำให้เขาขาดสติรับรู้ ต้องกินเลือดมนุษย์มากขึ้นไปอีก
ดังนั้นนายปีเตอร์ ถือเป็นผีดิบตัวแรกที่ได้ถูกศึกษาวิจัย ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
ผู้นำสำนักวาติกันทราบเรื่อง ก็สั่งให้เผาทำลายทั้งศพปีเตอร์ และการทดลองทั้งหมด เพราะเห็นว่าผีดิบ ไม่สมควรอยู่ที่จะบนโลกใบนี้
แต่สำนักวาติกันอังกฤษ แอบเก็บตัวอย่างเลือดเอาไว้ ซึ่ง บัดนี้มันได้หายไปจากสำนักวาติกันอังกฤษแล้ว คาดว่าจะมีผู้นำไปสกัด DNA แล้วนำไปฉีดให้มนุษย์ แล้วไปผสม กับ DNA กับสัตว์อื่นๆ อาจจะเป็นแบบเรื่องเมื่อวาน ซึ่ง จะทำให้เกิดหายนะไปทั้งโลกอย่างแน่นอน ทางเราอยากขอความร่วมมือในการตามหาบุคคลผู้นี้ เพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายที่จะตามมา “ จอน กล่าวโดยสรุป
“ถ้าพวกมันสามารถสร้างยาปีศาจชนิดนี้ได้ เป็นจำนวนมาก ถ้าคิดจะยึดเมืองหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง ง่ายดายทีเดียว พวกเราจะร่วมมือกับพวกคุณ"ท่านผอ. ฝ่านมั่นคงกล่าว
โดยที่ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยทั้งหมด
“ เรื่องเมื่อคืนผมคิดว่ามีบางสิ่งที่น่าสงสัยอยู่มากคับ” เทียนออกความเห็น
“ สงสัยอะไร” ท่านอธิบดีถาม
“ เมื่อคืน พวกคนร้ายคิดจะปล้นเพชรมูลค่า ประมาณ 2 พันล้าน แต่โดรนมิตซายและโดรนปืนกล ที่ถูกส่ง มามันมีมากกว่า 1,000 ตัว ซึ่งมูลค่า มันก็ไม่ต่ำกว่า 1พันล้าน และประเด็นที่น่าสงสัยคือ
พวกโดรนต่างก็โจมตีผู้คุ้มภัยรอบนอกทั้งหมด และโจมตี รถยนต์เปล่า มากมาย แต่ไม่เข้าบุกมาทำลายอะไรเลย ในห้องประมูล เพราะอะไร” เทียนตั้งข้อ สงสัย
“ และที่สำคัญ ในโลกนี้มีใครสร้างโดรนโจมตีได้ มากขนาดนี้ “ เทียนชี้จุดอีกจุดที่สงสัย
“ ประเทศของเราก็ยังไม่มีใช้ เทคโนโลยี โดรนโจมตีเลย มีแค่สำรวจเท่านั้น” ผอ.ฝ่ายสืบลับกล่าว
“ แถวยุโรปก็ยังไม่เห็นมีใครเอามาทำโดรนทำสงคราม กันเท่าไหร่ อาจจะมีคนสร้างแต่ไม่เปิดเผย ให้รับรู้ “ แมรี่เสนอไปบ้าง
“ ถ้ามีคนแสดงอานุภาพของอาวุธ และ ตัวยาปีศาจ นี้ให้สาธารณะ ได้ชม และเพื่อขาย เขาจะได้ความมั่งคั่งเท่าไร” เทียนบอกเรื่องที่สงสัยมาตลอด
“ บัดซบ เอ้ย ถ้ามันเอาผู้คนมาทดสอบอาวุธจริงจริง มันโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว” ปูอินทรีย์เกล่าวด้วยความโกรธ
ทุกคนเริ่มเห็นคล้อยตามเทียนเหมือนกัน ถ้าเอาเทคโนโลยีแบบนี้ไปขายมันจะได้เงิน หลายหมื่นล้านเลยทีเดียว ผลของสงครามก็จะร้ายแรงขึ้นไปอีก
“ ผมคงต้องฝากเรื่องช่วยติดตามเรื่องผู้บงการสร้างตัวยานี้ด้วย ผมคงต้องแจ้งไปที่ทางรัฐบาลว่า ตอนนี้ใครเทคโนโลยีแบบนี้ มาบอกขายทางตลาดบ้าง" จอนรีบขอตัว เพื่อแจ้งเรื่องนี้กับหัวหน้าของเขาทันที
“ เรื่องนี้ใหญ่มาก หากหน่วยงานใดเจอเบาะแส เรื่องนี้ ให้แจ้งทุกหน่วยในทันที” ผอ. หน่วยความมั่นคงกล่าวสรุป
ทุกคนพยักหน้า ด้วยความไม่สบายใจนึกผลที่ตามมาเมื่อคืน ใช้โดรนมาฆ่าคนคืนเดียวไปหลายร้อยศพ โดยที่ไม่ต้องใช้กำลังทหารเลย อาจมีแค่คนควบคุมโดรนไม่กี่สิบคน
ที่น่ากลัวที่สุดก็คือยาปีศาจ ถ้ามันผลิตออกมาได้ในจำนวนที่มาก ไม่รู้เลย จะเกิดอะไรขึ้น กับโลกใบนี้
เทียนออกมากรมตำรวจก็ไปโรงพยาบาลรักษาคนไข้ปกติ เจอท่านหญิงแสนดีและท่านชายสิงหล
“ หมอเทียนขอเวลาซักครู่ได้ไหม” ท่านหญิงแสนดีกล่าวทัก
“ มีอะไรให้เหรอครับ “ เทียนสงสัย
“ บอกตามตรง ทางเราอยากจะเชิญ หมอเทียนไปรักษาท่านพ่อ ที่เมืองมูนไลท์” ท่านหญิงพูดตามตรง
“ ท่านพ่อของท่านป่วยเป็นโรคอะไร” เทียนถามกลับ
“ ท่านพ่อป่วยเป็นโรคประหลาด หาหมอมาทั่วแล้ว แต่ไม่มีใครระบุโรค หรือแนวทางการรักษาได้เลย ดังนั้นที่เราสองพี่น้องมากันที่นี่ก็เพื่อหา หมอที่วางใจได้ให้ไปช่วยรักษาท่านพ่อ” ท่านหญิงแสนดี กล่าวด้วยความเศร้า
“ เราหวังว่า ท่านหมอจะปิดเป็นความลับให้กับเราด้วย” ท่านชายสิงหลกล่าวย้ำ
“ ตกลงท่านพ่อของท่านเป็นอะไรกันแน่ “ เทียนยิ่งอยากรู้
สองพี่น้องสบตากัน ถอนหายใจ “ท่านพ่อแข็งแรงทุกอย่างแต่ผิวกายของท่านเต็มไปด้วยเกร็ดงู ทั่วไปหมด” ท่านหญิงพูดด้วยความอัดอั้น
“ ท่านหญิงใช่โรคสะเก็ดเงินหรือเปล่า"
“ ไม่ใช่เป็นเกล็ดงูจริงจริง" ท่านหญิงย้ำ
“ พรุ่งนี้ผมไปดูเลยดีกว่า ไม่ต้องห่วงผมจะไม่บอกใคร"
“ ขอบคุณหมอเทียน” สองพี่น้องกล่าวขอบคุณ