ตอนที่ 80 หยาดพิรุณ อุณหภูมิโดยรอบนับว่าหนาวเหน็บเสียดกระดูก เพียงการถอนลมหายใจยังกลับกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา ท่ามกลางความหนาวเย็นดุจนรกน้ำแข็งกลับปรากฏตัวถ้ำธรรมดา ทว่า มันกลับไม่ดูธรรมดาเลยเพราะตัวถ้ำนั้นไร้ซึ่งความหนาวเหน็บ ภายในถ้ำมีเพียงแค่ความอบอุ่นเบาบางที่ทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม ในขณะนี้เอง ลึกล้ำเข้าไปในตัวถ้ำปรากฏสองบุคคลอยู่ด้วยกัน บริเวณขอบผนังถ้ำ ลาซิเฟียนอนพิงไหล่แนบกายกาติรัส ใบหน้าของหญิงสาวซีดขาวอย่างน่ากลัว ซีดขาวดุจกระดาษ ร่างกายราวกับไร้มวลแม้กระทั่งกระดูกยังมิอาจสัมผัสได้! หากไม่ใช่พลังงานลึกลับนั้นคงสภาพของลาซิเฟียเอาไว้ เห็นที เธอคงแหลกละเอียดเลือดสาดกระจาย แค่ยังมีลมหายใจอยู่ก็นับว่าแหกกฎสวรรค์มากพอแล้ว กาติรัสสัมผัสข้อมือของลาซิเฟียอย่างนุ่มนวล ชายหนุ่มเร่งโคจรพลังของอัตลักษณ์แห่งจักรพรรดิ เพียงพริบตาเดียว ชายหนุ่มจำเป็นต้องถอนมือออกอย่างตื่นตะลึง พลังลึกลับสายนั้นเกือบจะกลืนกินอัตลักษณ์แห่งจักรพรรดิไปแล้ว ชายหนุ่มจ้องมองลาซิเฟียอย่างโง่งม ไม่ว่าจะความรู้ชาตินี้หรือชาติที่แล้ว เขาไม่เคยพบเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน มีอำนาจพลังทางวิญญาณที่มากกว่าอัตลักษณ์แห่งจักรพรรดิอีกรึ!? พลังลึกลับสายนั้นทอแสงสว่างเจิดจ้ายิ่ง ส่องสว่างดุจสิบดวงตะวัน “ข้าพอรู้ว่าเจ้าเป็นเทพ…” กาติรัสเงียบสนิทก่อนเอ่ยต่ออย่างฉงน “เหตุใดความเข้มข้นของสายโลหิตเทพในกายเจ้าถึงได้มากมายเพียงนี้” กาติรัสเคยประมือกับเทพมาก็มาก ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าทวยเทพผู้ยิ่งใหญ่ โลหิตเทพที่สาดกระจายจนชินตา กลิ่นโลหิตที่คุ้นเคย แต่ทว่า กลับไม่มีโลหิตเทพหยดใดเลยที่เข้มข้นไปกว่าของลาซิเฟีย!! เข้มข้นยิ่งจนน่าตกตะลึง หากจะให้พูดตามความเข้าใจ ลาซิเฟียสมควรเป็นเทพเหนือเทพ อนาคตของหญิงสาวย่อมมิอาจคาดเดา ในช่วงเวลานั้นเองที่รูม่านตาของชายหนุ่มต้องหดลีดเล็กลง พลังลึกลับสายนั้นกลับโคจรอย่างรวดเร็วราวกับถูกกระตุ้น ผิวซีดขาวดุจกระดาษเริ่มปรากฏน้ำนวลขาวดูมีชีวิตชีวาเฉกเช่นเมื่อก่อน มวลกระดูกเริ่มเข้าแทนที่พลังลึกลับสายนั้นอย่างเชื่องช้า แทบจะในทันที บาดแผลของลาซิเฟียก็หายเป็นปลิดทิ้ง แม้กระทั่งบาดแผลเล็กน้อยยังมิอาจหาพบได้ กาติรัสจ้องมองตาค้างพลันสัมผัสข้อมือของลาซิเฟียในทันที พลังลึกลับสายนั้น ได้หายไปแล้ว… “หายไปแล้ว…” กาติรัสเอ่ยขึ้นอย่างตระหนกตกใจ ขุมพลังใดกันที่สามารถรักษาคนใกล้ตายให้หายสนิทได้ในพริบตา แท้จริงแล้ว พลังลึกลับสายนั้นมีความเป็นมาเช่นไรกันแน่!? กาติรัสได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้กระทั่งความรู้ของเขายังมิอาจอธิบายเหตุการณ์เบื้องหน้าราวกับปรากฏการลึกลับ ชายหนุ่มไม่ครุ่นคิดถึงมันอีก แววตาของจักรพรรดิถูกแทนที่ด้วยความอิ่มเอมใจ อย่างไรเสีย ลาซิเฟียนั้นปลอดภัยแล้ว กาติรัสรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก มันมีแต่ความสบายใจ ชายหนุ่มปิดตาหลับไปด้วยความอ่อนล้า ไม่มากนักที่จักรพรรดิผู้นี้ได้หลับสนิทไป… ช่วงเวลาไหลผ่านไปเกือบครึ่งค่อนวัน เนื่องด้วยภายในมิติของภูเขาศตวรรษ มันกลับไม่มีเวลากลางวันหรือกลางคืน ช่วงเวลาที่ควรถึงยามราตรีนั้น ตอนนี้ ท้องฟ้ายังคงสว่างกระจ่างใสไร้มวลเมฆบดบัง ทันใดนั้นเองที่กาติรัสตื่นขึ้นจากห้วงภวังค์ ชายหนุ่มกวาดมองโดยรอบด้วยอาการสะลึมสะลือ ภาพเบื้องหน้าปรากฏบุคคลผู้หนึ่ง ผมยาวสีเงินระยาว ใบหน้านวลขาวดั่งน้ำนมแย้มยิ้มให้ “หลับสบายดีไหม?” น้ำเสียงไพเราะละมุน รอยยิ้มงามล้ำเปี่ยมเสน่ห์แม้กระทั่งนางอัปสรยังมัวหมอง แววตาคู่งามเปรยมองกาติรัสอย่างสุขใจ “ลาซิเฟีย!!” กาติรัสกล่าวตะโกนอย่างตื่นตะลึง ร่างกายที่นั่งพิงผนังถ้ำพลันลุกพรวดขึ้น ชายหนุ่มสงบสติในทันทีก่อนเปรยมองลาซิเฟียอย่างพินิจตริตรอง “ท่านเห็นข้าเป็นผู้อื่นหรืออย่างไรกัน!?” ลาซิเฟียเม้มปากแน่น ภายใต้ความไม่พอใจนั้นกลับแฝงความรู้สึกสุขใจอยู่ไม่น้อย เธอนึกว่าจะต้องสูญเสียสหายไปซะแล้ว กาติรัสลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ความกังวลคล้ายคลายมลายสิ้น แววตาของจักรพรรดิเปรยมองหญิงสาวเบื้องหน้าอย่างฉงน เขายังมีคำถามมากมายที่อยากจะถามออกไป ฉับพลันนั้นเอง กลิ่นอายอันคุ้นเคยราวกับติดตรงปลายจมูกคล้ายชักชวนให้ไล่ตาม ชายหนุ่มกวาดสายตามองหากลิ่นที่มาเหล่านั้น แทบจะในทันที ฝ่าเท้าพลันก้าวออกมุ่งตรงติดตามกลิ่นอายของมันไป “นั่นท่านจะไปไหนกัน?” ลาซิเฟียมองตามบุรุษเบื้องหน้าอย่างฉงน กาติรัสกลับไม่สนใจแม้กระทั่งจะหันมามอง แก้มน้ำนวลพองป่อง ความรู้สึกน้อยใจพรั่งพรูขึ้น ลาซิเฟียไม่รอช้าพลันสาวเท้าก้าวเดินตามไปทันที กาติรัสเดินไปสักพักก่อนจะหยุดชะงักลง ณ ใจกลางของถ้ำ บริเวณตรงนี้ไร้ซึ่งโขดหินมีเพียงลานกว้างไร้ซึ่งสิ่งกีดขวางใดๆ ชายหนุ่มมองบริเวณโดยรอบก่อนครุ่นคิด กลิ่นอายสายนี้มีความคุ้นเคยอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าจะให้เทียบความคุ้นเคยกับราชันพิษกลืนโลกา ยังนับว่าห่างชั้น!! กลิ่นอายสายนี้ มันกลับแฝงไปด้วยความผูกพันประหลาด เป็นความรู้สึกบางอย่างที่มิอาจบ่งบรรยายออกมาได้ “ท่านกำลังจะทำอะไร?” ลาซิเฟียเอ่ยถามขึ้นอย่างสับสน แววตาคู่งามเป็นประกายจ้องมองแผ่นหลังสูงใหญ่ บางครั้งมันก็ดูราวกับกำแพงที่มิอาจก้าวผ่าน ในขณะเดียวกัน มันก็ดูเหมือนกับกำแพงที่คอยปกป้องเธอเอาไว้ ความอบอุ่นสบายใจเป็นเขาที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกนี้ได้อีกครั้ง!! กาติรัสไม่กล่าวตอบ หลังจากปราดมองบริเวณโดยรอบและครุ่นคิดอยู่สักพัก สายตาคมกริบทอดมองบนพื้นเบื้องล่าง ชายหนุ่มโน้มกายลง ฉับพลัน แววตาขึงขังกลับแสดงออกถึงความปรีดา “อยู่นี้เอง!” กาติรัสตะโกนก้องด้วยความตื่นเต้น ถ้าหากการคาดเดาของเขาไม่ผิดพลาด สิ่งนี้สมควรเป็นสมบัติจากตาแก่นั้น!! แหล่งพลังงานธาตุไฟที่เข้มข้นที่สุด! มุกเพลิงอัคนี!! กาติรัสพลันกระทืบเท่าหนึ่งครา เพียงพริบตาเดียว ศาสตราวุธพุ่งลอยขึ้นกลางอากาศจากแรงกระทืบเท้า มันเป็นดาบยาว… ดาบนั้นหมุนกลางอากาศหลายตลบ ปับ! กาติรัสจับด้ามดาบสีทองแน่น “เป็นมุกเพลิงอัคนีจริงๆ” ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจ มุกเพลิงอัคนีอาจกล่าวได้ว่าบนโลกใบนี้ ไม่มีขุมพลังธาตุไฟไหนเข้มข้นไปกว่ามุกเพลิงตรงหน้าแล้ว ส่วนรายละเอียดของเรื่องราวนั้น เขากลับจำอะไรไม่ได้เลย ดาบยาวสีแดงสดดั่งโลหิต ด้ามจับสีทองอร่ามดูเก่าแก่โบราณ ตรงใจกลางของด้ามจับปรากฏเม็ดกลมสีแดงสดแวววาว ทันทีที่ดาบเล่มนี้ปรากฏขึ้นในครรลองสายตา ลาซิเฟียตกตะลึงวูบ ท่าทีน้อยใจอันตรธานหายไปในพริบตา อากัปกิริยาปรากฏเพียงความนิ่งสนิท นิ่งสนิทจนน่ากลัว!! กาติรัสถึงกับสัมผัสพลังของลาซิเฟียไม่ได้ราวกับพลังของเธอหายไปเสียดื้อๆ ขุมพลังลึกลับแผ่กระจายออกมาอย่างเบาบางดุจเส้นผม บางเสียจนแม้แต่กาติรัสก็มิอาจสัมผัสถึง พลังลึกลับสายนั้นแผ่ขยายครอบคลุมบริเวณโดยรอบอย่างเงียบงัน ฉับพลันนั้นเอง ลาซิเฟียพลันทะยานร่างเข้าหากาติรัสดุจสายอัสนีวาบผ่าน ฝ่ามือนวลงามคว้าจับดาบสีแดงสดเล่มนั้น ไม่ทราบว่าไปได้พลังล้นฟ้านี้มาจากไหน จักรพรรดิผู้นี้ยังต้านแรงสู้ด้วยไม่ได้!! เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นในชั่วระยะเวลาสั้นๆ ลาซิเฟียกระโดดถอยหลังไปหลายสิบก้าว หญิงสาวระแวดระวังถึงขีดสุด ระวังถึงขั้นหวาดกลัว เธอกลัวว่าจะเสียดาบเล่มนี้ไปอีกครั้ง!! แม้ใบหน้าจะแสดงความดุร้ายยิ่ง หากแต่หัวใจของเธอกลับเต้นไม่เป็นส่ำ ลาซิเฟียกล่าวตะโกนก้อง “สิ่งนี้เป็นของสำคัญของข้า!!” ในช่วงเวลานั้นเอง โลกหล้าราวกับถูกผนึกปิดโดยสมบูรณ์ กาติรัสนิ่งค้างดุจถูกสาปกลายเป็นหิน ภาพเบื้องหน้านั้นราวกับมายาภาพ อิสตรีผิวขาวผ่องดุจหยกงาม นิ้วและขาที่เรียวงาม คิ้วโก่งดั่งพระจันทร์เสี้ยว แววตาเข้มแข็งเปี่ยมเสน่ห์อย่างน่าเอ็นดู ผมสีเงินยาวระเอวพริ้วไสวตามสายลมอันบางเบา สตรีเบื้องหน้าราวกับเทพเซียนสวรรค์ งามล้ำจนมิอาจนำสิ่งใดมาเทียบเทียม ฉับพลันนั้นเอง ความทรงจำบางอย่างก็ได้พรั่งพรูทะลักออกมา ภาพเบื้องหน้าราวกับเกิดการย้อนทับกัน เด็กสาวในตอนนั้น เด็กสาวที่กอดศาสตราสีแดงไว้แน่น ดรุณน้อยในตอนนั้นได้ซ้อนทับภาพกับลาซิเฟียดุงดั่งว่าเป็นคนๆเดียวกัน!! กาติรัสถึงกับอึกอึ้งพูดไม่ออก ตั้งแต่ได้มาเยือนโลกต้นกำเนิดอีกครั้งในฐานะนามแห่งจักรพรรดิ “จักรพรรดิผีดิบ” ความทรงจำนี้กลับไม่เคยปรากฏขึ้นมาเลย ไม่ว่าจะพยายามทบทวนความทรงจำทั้งหมดแล้ว มันกลับไม่มีเรื่องราวแบบนี้อยู่เลยราวกับถูกลบหายไปเสียเฉยๆ ณ ที่แห่งนี้ ทั้งคู่กับไม่รู้เลยว่าเป็นเพราะพลังลึกลับสายนั้นที่ได้คลายปลดผนึกบางอย่างออก “ที่แท้…” กาติรัสจ้องมองลาซิเฟียอย่างตื่นตะลึงงัน แม้กระทั่งน้ำเสียงยังขาดช่วง “นามของเจ้าก็คือลาซิเฟีย” จักรพรรดิทอดมองเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างประหลาดใจถึงขีดสุด ประสบการณ์ของเขายากจะหาใครอื่นใดมาเปรียบ แต่ทว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ มันกลับเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยจริงๆ ลาซิเฟียมองกาติรัสกลับอย่างฉงนงุนงง หญิงสาวยิ่งกอดดาบสีแดงสดแนบแน่นยิ่งกว่าเดิม เธอกลับอดคิดไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว เขามีความทรงจำที่สั้นดั่งปลาทอง “อยู่กันมาตั้งนาน เพิ่งผ่านสถานการณ์เป็นตายมาเสียหมาดๆ เขากำลังจะบอกว่าข้าชื่อลาซิเฟียรึไง? ไม่ใช่ว่ารู้กันมาตั้งนานแล้วหรือ?” หญิงสาวได้แต่ขบคิดในใจมิได้กล่าวมันออกไป ในช่วงเวลานั้นเองที่กาติรัสย่างก้าวเดินเข้าหาลาซิเฟียอย่างช้าๆ ลาซิเฟียก้าวถอยอย่างตระหนกตกใจ ใบหน้านวลงามจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าอย่างหวาดกลัว “ท่านจะทำอะไรน่ะ!? อย่าเข้ามานะ! เข้ามาข้าฟันจริงๆด้วย!” ถึงเธอจะกล่าวเช่นนั้นหากแต่ใบหน้าขาวนวลดั่งน้ำนมกลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ทันทีที่ระยะห่างเหลือเพียงเอื้อมมือ กาติรัสจ้องมองลาซิเฟียราวกับโลกใบนี้ไม่เหลือสิ่งใดอื่นอีก ลาซิเฟียเบี่ยงหน้าหลบอย่างเขินอาย ถึงจะลั่นวาจาเช่นนั้นไปหากแต่ก็มิอาจกล้ากระทำจริงๆ หญิงสาวขดตัวลง ใบหน้าแดงระเรื่อไปถึงใบหู ฝ่ามือหนาหยาบกร้านสัมผัสแก้มน้ำนวลอย่างอ่อนโยน ลาซิเฟียตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หญิงสาวที่แทบจะใช้สมองอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ ห้วงความคิดกลับกลายเป็นขาวโพลน เธอไม่กล้าจะสบตาเขาตรงๆ ในชั่ววินาทีต่อมา ความปรารถนาราวกับถูกเติมเต็ม กาติรัสโอบกอดร่างของลาซิเฟียอย่างแนบแน่น หญิงสาวยิ่งมายิ่งไม่เข้าใจ! ถึงกระนั้นเธอกลับคิดสิ่งใดไม่ออก ปล่อยให้บุรุษเบื้องหน้ากระทำตามใจชอบ แต่ทว่า มันกลับไม่มีความรู้สึกอึดอัดใจอยู่เลย มีเพียงความอบอุ่นดั่งพรปกปักษ์แห่งเทพแท้จริง รู้สึกอบอุ่นและสบายใจ ลาซิเฟียปิดตาลง “ความรู้สึกนี้ คุ้นเคยมาก…” ความเงียบงันครอบคลุมบริเวณ กาติรัสกล่าวขึ้นอย่างขื่นขมระทมใจ “ข้ามารับเจ้าแล้ว ข้ามารับเจ้าแล้ว…” ลาซิเฟียราวกับถูกสายฟ้าฟาด หยาดพิรุณไหลพรากดั่งสายธาร “เอ๊ะ!?” หญิงสาวอุทานขึ้นอย่างประหลาดใจ เธอไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะอะไรน้ำตาถึงได้ไหลไม่หยุด แต่ทว่า ความโศกเศร้าในจิตใจนั้นเป็นของจริง! ตลอดเวลามานี้ เธอได้แต่ข่มระงับมันไว้ตลอด ความโศกาเปรียบดั่งมีดคมทิ่มแทงจิตใจ ยิ่งเก็บความรู้สึกไว้นานเพียงใด การระเบิดของมันยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น ในวินาทีที่ได้รับการปลดปล่อยนั้น เธอมิอาจหักห้ามน้ำตาไว้ได้อีก ทันใดนั้นเอง ความทรงจำมากมายได้ทวนย้ำเรื่องราวเก่าก่อน ลาซิเฟียมิใช่คนโง่ สติปัญญายังกล่าวได้ว่าเป็นอัจฉริยะ! ยิ่งความทรงจำเหล่านั้นผุดขึ้นมามากเพียงใด หยดน้ำตายิ่งหลั่งไหลออกมา ฉับพลันนั้นเอง ฝ่ามือน้อยๆก็ได้โอบกอดกาติรัสกลับ ลาซิเฟียโอบกอดร่างชายหนุ่มอย่างแนบแน่น เธอไม่ได้โอบกอดเขาอย่างอ่อนโยนแต่อย่างใด ฝ่ามือน้อยๆนั้นบีบอาภรณ์สีดำขลับของกาติรัสอย่างรุนแรงคล้ายจะบีบเนื้อของเขาไปด้วย!! กาติรัสรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาหากแต่ใบหน้าของเขาปรากฏเพียงความระทมใจ ยิ่งเธอกำอาภรณ์ของเขารุนแรงเพียงใด มันหมายถึงประสบการณ์ที่พบเจอ ความเศร้าโศกาที่มิอาจก่นระบาย! ความทุกข์ทรมานที่ต้องแบกรับมันมาตลอดสิบภพชาติ!! ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด ทั้งที่ไม่ได้สนิทกันเลยแท้ๆ ไม่ว่าจะเรื่องราวในตอนเด็กหรือแม้กระทั่งตอนนี้ พวกเขาดูไม่ได้สนิทกันถึงขั้นจะทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายได้ ทว่า เหตุนั้นเองจึงน่าประหลาด ไม่ว่าจะกาติรัสหรือลาซิเฟีย ชายหญิงทั้งคู่ต่างรู้สึกผูกพันกันอย่างมิอาจบ่งบรรยาย ผูกพันกันดั่งเคยร่วมภพร่วมชาติกันมา กาติรัสลูบศีรษะของลาซิเฟียอย่างอ่อนโยน ชายหนุ่มแย้มยิ้มออกมา “ท่านรู้บ้างไหม…” ลาซิเฟียกล่าวเสียงสะอึกสะอื้น “ข้ารอมาตลอด ข้ารอท่านมาตลอดเวลาเลย!!” หยาดน้ำตาหลั่งไหลออกมาไม่หยุดหย่อน หยาดพิรุณอาบท่วมอาภรณ์สีดำขลับของกาติรัสจนเปียกแฉะ “เป็นท่านจริงๆใช่ไหม… เป็นท่านใช่ไหม… ความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้เป็นท่านแล้วใช่ไหม…” ลาซิเฟียกล่าวพลางน้ำตาไหลอาบนองหน้า หญิงสาวยิ่งกำมือบีบแน่นคล้ายทรมานมาก “ฮืออออออ----ข้ารอท่านมาตลอดเลย รอมาตลอดเลย ฮิอออออออ” คราวนี้เองที่ลาซิเฟียปล่อยโฮ ความทุกข์ทรมานตลอดหลายร้อยปีมานี้พลันทะลักล้นออกมา “ร้อยปี… ร้อยกว่าปี… ข้ารอท่านมามากกว่าร้อยกว่าปีเชียวนะ! ข้ารอท่านมาตลอด… ตั้งแต่วันนั้นข้าก็ได้เติบโตและแข็งแกร่งขึ้น เพียงหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้พบกับท่านอีกครั้ง ข้ายอมก้าวผ่านมาหลายภพชาติพร้อมกับความหวังที่ลดลงเรื่อยๆ ทำเช่นนี้มาตลอด ตลอดถึงสิบภพชาติ… ข้ารู้ตัวเองแล้วว่าหัวใจของข้านั้นมีเพียงท่าน! มีแค่ท่านเท่านั้น!!" กาติรัสแย้มยิ้มออกมาโดยไม่กล่าวอันใด รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มเปี่ยมสุขหากแต่เป็นความขื่นขมระทมใจ เธอทนทรมานมาตลอดหากแต่เขาไม่ได้รับรู้เรื่องนี้ด้วยเลย! ครั้งนั้นได้ให้คำมั่นไว้ว่าจะมารับตัวเธอไป ถึงจะทำได้ดังคำสัตย์ ทว่า นับว่าช้านัก! ช้าจนผ่านพ้นมาถึงร้อยห้าสิบกว่าปี!! ชายหนุ่มจับแก้มน้ำนวลอย่างอ่อนโยนยิ่งราวกับจับของล้ำค่าที่สำคัญประหนึ่งชีวิต ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:10,031 พลังกาย:50,520,010 พลังเวทย์:51,602,978 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ