หลังจากที่ติดตามหญิงงามได้ได้ระยะในที่สุดก็ถึงเขตที่พักของเจ้าหญิง แน่นอนในระหว่างทางมานี้เหล่าผู้คนต่างมองเขาด้วยแววตาที่แปลกประหลาดราวกับเห็นผีเลยก็ว่าได้แต่ที่มันแปลกไปกว่านั้นคือเหล่าข้ารับใช้เหล่านั้นไม่ได้ทำความเคารพเจ้าหญิงด้านหน้าของเขาไม่ มีเพียงข้ารับใช้คนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในเขตที่ทำความเคารพนาง
"หลินเอ๋อ พาชายคนนี้ไปเรียนรู้งานเสียนับจากนี้เขาจะเป็นหนึ่งในคนของข้า"เจ้าหญิงตงกู่เซียนหันไปกล่าวกับสาวใช้ ก่อนจะเดินเข้าที่พักไป
"เจ้าค่ะ องค์หญิง"สาวใช้นามหลินเอ๋อกล่าว นางเดินพาเฟยหรงไปยังที่สำหรับคนรับใช้ส่วนตัวขององค์หญิงในทันที แน่นอนชายหนุ่มก็เดินตามไปอย่างไม่ได้ขันขืนอะไร ระหว่างทางเขาก็ไม่พลาดที่จะกล่าวถามสาวใช้ด้านหน้าของตนถึงเรื่องราว ณ ที่แห่งนี้
"พี่สาว ข้าขอถามอะไรท่านหน่อยได้หรือไม่ขอรับ"
"หืม??ได้สิ แต่ข้าจะตอบเท่าที่จะตอบได้ละนะ"
"เหตุใดองค์หญิงนางถึงได้ช่วยข้าละขอรับ ข้าเป็นแค่คนธรรมดาไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรให้สนใจทั้งตบะก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเช่นนี้ พวกชนชั้นสูงอย่างพระองค์ไม่น่าจะสนใจข้าเลยนี่น่า??"
"อ๋อ เรื่องนี้เอง จะว่าอย่างไรดีละ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นองค์หญิงแต่พระองค์ก็มีมารดาเป็นสามัญชนละนะ มันจึงไม่แปลกที่นางจะมีความเห็นอกเห็นใจในตัวของสามัญชนตาดำๆเช่นพวกเรา แต่ทว่านะเจ้าพูดผิดอยู่หนึ่งข้า....."
"พูดผิด??"
"เจ้าแม้จะไม่ได้ตบะพลังมากมาย แต่หน้าตาของเจ้านั้นเรียกได้ว่าหล่อเหลามากทีเดียวหรืออาจจะเรียกได้ว่าหล่อเหลากว่าทุกคนที่นี่เสียอีก ไม่แน่นะเจ้าหญิงอาจจะสนใจจุดนี้ก็ได้ ฮิฮิ"
"ท่านอย่าล้อเล่นน่า ประเดี๋ยวได้พากันถูกลงโทษหรอกขอรับ"
"เอาละๆไม่ล้อเล่นแล้วไปกันเถอะ เดี๋ยวข้าจะพาไปเรียนรู้งานว่าแต่ข้าจะเรียกเจ้าว่าอะไรดีละ??"
"ข้าชื่อเฟยหรงขอรับ"ชายหนุ่มกล่าวตอบทันควัญ หลินเอ๋อพยักหน้าจนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยังสถานที่พักของคนรับใช้ในเขตของเจ้าหญิงตงกู่เซียน
"ถึงแล้ว หน้าที่ของเจ้าคือตักน้ำมาให้เต็มบ่อ แค่ผ่าฟืน เท่านั้นก็พอแล้ว ที่เหลือประเดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะทำเอง"นางกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม เฟยหรงเองก็ยิ้มตอบกลับและพยักหน้าให้การผ่าฟื้นกับตักน้ำมันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยสำหรับเขา ยิ่งการตักน้ำยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ ต้องไม่ลืมว่าเฟยหรงมีสายเลือดเทพสมุทรเขาจะกลั่นน้ำบริสุทธิ์แค่ไหนก็ได้ เมื่อได้รับคำสั่งง่ายๆเช่นนี้เขาจะปฏิเสธมันได้อย่างไร
เมื่อได้รับคำสั่งจากหลินเอ๋อ เฟยหรงก็สวบบทบาทเป็นคนรับใช้ที่แสนจะสู้งานในทันใด ตัวเองทำท่าว่าไปตักน้ำอยู่สองสามครั้งเพียงเท่านั้นแต่ความจริงแล้วกลับเติมเต็มบ่อน้ำด้วยปราณธาตุวารีที่แสนบริสุทธิ์ไปแล้ว
ส่วนเรื่องการผ่าฟืนแน่นอนมันก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้เข้าถึงแก่นแท้กระบี่เช่นเขา ฝ่ามือของตนวาดไปมาฝ่าไม้ให้มีชิ้นเท่าๆกันอย่างง่ายดาย เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งครึ่งก้านธูปทุกอย่างก็เสร็จสิ้น
"เห้อ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยแห๊ะว่างานพวกนี้จะแก้เบื่อข้าได้เหมือนกัน"เฟยหรงยกยิ้มโดยพลัน เดินไปหาต้นไม้เหมาะๆที่อยู่ใกล้ๆและนอนลงสบายใจในทันที ก่อนที่ตัวชายหนุ่มจะหยิบผลไม้ป่าในแหวนมิติมานั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย
ต้องยอมรับจริงๆว่าบรรยากาศที่โลกใบนี้ดีมาก ด้วยที่มีทะเลและธารน้ำแข็งล้อมรอบผืนดินเอาไว้ทำให้บริเวณนี้เย็นสบายอย่างถึงที่สุด เฟยหรงหลังจากที่นั่งชมบรรยากาศอยู่พักใหญ่ในที่สุดเขาก็เผลอหลับไปด้วยเพลิดเพลินที่ได้ยินเสียงคลื่นกระทบหาดทราบ สามลมพัดผ่านพร้อมกับเสียงนกที่ขับร้องบทเพลงให้เขาได้ฟังอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มในเวลานี้รับรู้แล้วว่าการได้เสพสุขจากธรรมชาติเป็นเช่นไร
"เฟย หรง!! ตื่นเดี๋ยวนี้!!"ในขณะที่เฟยหรงกำลังเสพบรรยากาศอยู่นั้น สาวใช้หลินเอ๋อคนเดิมก็พลันตะโกนขึ้นจนชายหนุ่มต้องสะดุ้งตัวตื่นในทันที
"เห้อ พี่สาวหลินเอ๋อ ท่านมีอะไรหรือเปล่าขอรับ"เฟยหรงพลันถอนหายใจพร้อมกล่าวขึ้น
"ยังจะมาถามอีก ตักน้ำ ผ่าฟืนหรือยังมัวมานั่งหลับอยู่ได้"
"นึกวาเรื่องอะไร ข้าทำเสร็จแล้วขอรับท่านสามารถตรวจสอบได้เลย"
เฟยหรงกล่าวอย่างโล่งใจคิดว่าจะมีเรื่องอะไรเสียอีกที่แท้นางก็แค่จะตรวจงานที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น ส่วนทางด้านหลินเอ๋อเมื่อได้ยินเช่นนั้นในใจพลันเกิดความไม่เชื่อขึ้นมา จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งก้านธูปในการทำทุกอย่างจนเสร็จสิ้น ขนาดข้ารับใช้ระดับราชันยังไม่สามารถทำได้เร็วขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ
แต่เมื่อนางได้ไปตรวจสอบแล้วก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงในใจ เขาทำได้จริงๆทั้งบ่อน้ำนี้ยังดูใสกว่าแต่ก่อนเอามากๆจนแทบจะมองไม่ออกเลยว่ามีน้ำอยู่ ส่วนทางด้านฟืนก็ถูกตัดด้วยขนาดพอเหมาะจนกองเป็นภูเขาขนาดย่อมๆเรียกได้ว่าสามารถนำไปใช้ได้เลยหลายวันเลยทีเดียว
"อะแฮ่ม เป็นไงขอรับ ข้าทำงานได้ดีหรือไม่"เฟยหรงกล่าวออกไปน้ำเสียงประดุจดังเขาคือผู้ชนะ หลินเอ๋อที่ได้ยินก็พลันเกิดความหมั่นใส้ขึ้นมาเล็กน้อย "เหอะๆก็ถือว่าทำได้ดี เช่นนั้นงานต่อไปซักผ้า ทำอาหาร เก็บกวาด ให้เจ้าทำ"
"เฮ้ พี่สาว ท่านทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง ข้าทำเสร็จแล้วไฉนท่านถึงโยนงานมาให้ข้าเช่นนี้ละ"ชายหนุ่มกล่าวด้วยท่าทีไม่ยินยอมพร้อมทำหน้าประดุจดังไม่ได้รับความเป็นธรรม
"หนวกหูน่า ข้าบอกให้ไปทำก็ไปทำซะ แต่เป็นเรื่องดีที่เสื้อผ้าอาภรณ์นั้นข้าซักหมดแล้ว เหลือแค่ทำอาหาร กับเก็บกวาดเท่านั้น สู้ๆละน้องชาย"หลินเอ๋อยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินออกไป เฟยหรงถึงกับน้ำตาจะไหล เขาไม่น่าไปทำท่าทีเช่นนั้นกับนางเลย
"เหอะๆเริ่มจากเก็บกวาดก่อนสินะ เอาเถอะลองดูก็ได้"เฟยหรงบ่นอุบอิบออกมา แต่ทว่ากลับทำตามอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังเขตของที่พักและเริ่มเก็บกวาดในทันที ในเวลานี้เจ้าหญิงตงกู่เซียนไม่ได้อยู่บริเวณที่พักแต่อย่างใดนั้นทำให้เฟยหรงทำงานง่ายเข้าไปใหญ่เพราะไม่ต้องมากังวลว่าจะต้องทำกิริยาสุภาพตลอดเวลา
"เห้อ เนี้ยละหนา ห้องผู้หญิงเต็มไปด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์"เมื่อเข้ามาชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา เขาเลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่งกับสิ่งของพวกนั้นแต่อย่างใดและทำความสะอาดแค่รอบๆแทน เฟยหรงในเวลานี้แสดงบทพ่อบ้านได้สมบทบาทอย่างแท้จริง แถมยังทำมันอย่างสนุกสนานอีกด้วย
"เจ้าปีศาจน้อยของข้า หาวิธีแก้เบื่อได้น่าสนใจแท้"กู่เทียนหลงที่อยู่ในหอคอยเทพมังกรอดไม่ได้ที่จะหัวเราะร่า เจ้าเด็กคนนี้นับวันยิ่งทำตัวแปลกประหลาดในตอนนี้ถึงกลับปลอมตัวเป็นคนรับใช้ ในอนาคตข้างหน้าจะปลอมตัวเป็นอะไรอีก กู่เทียนหลงยิ่งคิดก็ยิ่งหัวเราะยกใหญ่ การได้มัศิษย์เช่นนี้เองก็ทำให้เขาไม่เบื่อเลยแม้แต่น้อย
ตัดกลับมาที่เฟยหรงหลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูปการทำความสะอาดที่พักโดยรอบของเจ้าหญิงก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี เขาเดินกลับไปและเห็นหลินเอ๋อกำลังทำอาหารอยู่ก็อดนึกที่จะยกยิ้มไม่ได้ พี่สาวคนนี้ไม่ได้ใจร้ายกับเขาขนาดนั้นสินะ
"พี่สาวมีอะไรให้ข้าช่วยไหมขอรับ"เฟยหรงเดินเข้าไปหาพร้อมกล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า
"อ่อ! ไม่ต้องหรอกนั่งเฉยๆก็พอแล้วเดี๋ยวช่วยข้ายกอาหารไปก็พอ"เฟยหรงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็นั่งลงในทันทีก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงกล่าวถาม
"ว่าแต่ ทำไมที่พักขององค์หญิงถึงได้มีข้ารับใช้แค่ท่านเพียงคนเดียวละขอรับ ทั้งที่ข้าเห็นที่พักอื่นมีข้ารับใช้มากมาย"
"เห้อ เจ้าเด็กนี่ถามข้าอีกแล้ว ก็อย่างที่ว่าองหญิงตงกู่เซียนเกิดจากมารดาที่เป็นสามัญชนจึงไม่ถูกให้ความสำคัญมากนัก อีกทั้งนางไม่ชอบคนหน้าไหว้หลังหลอกจึงไม่อยากรับใครเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้า ตอนนี้ก็อย่างที่เห็นมีเพียงเจ้าและข้าเท่านั้น เมื่อเจ้าได้รับโอกาสแล้วก็ทำหน้าที่ให้มันดีเข้าใจหรือไม่"หลินเอ๋อกล่าวขึ้น เฟยหรงเมื่อได้ยินก็กระจ่างแก่ใจดูเหมือนว่าเจ้าหญิงนางนี้จะมีอำนาจน้อยที่สุดในบรรดาเชื้อพระวงศืสินะ