จากข้อมูลที่ได้รับมาที่ตลาดมืดแห่งนี้มีโอกาสมากกว่า 80%ที่จะพบชายแขนเดียว และไม่ใช่เพียง 1 แต่เป็น 3 และรอนก็เป็นหนึ่งในนั้น
ระหว่างที่รอนกำลังมีเรื่องกับวาร์กอสอยู่นั้นวาสก็เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ในมือของเขากำหินใสคล้ายอัญมณีและมีสีแดงสว่างไว้
หินนี้มีชื่อว่า หินลาวาสวรรค์ ว่ากันว่ามันคือลาวาสวรรค์ที่จับตัวกันเป็นก้อน
สาเหตุที่ไออ้อนมอบหินลาวาสวรรค์ให้กับวาสก็เพื่อใช้มันเป็นตัวช่วยในการค้นหาลาวาสวรรค์ ไออ้อนเล่าว่าทั้งหินลาวาสวรรค์และลาวาสรรค์นั้นมีต้นกำเนิดเดียวกัน หากมันอยู่ใกล้กันในระยะ 5 เมตรมันจะแสดงปฏิกิริยาบางอย่างออกมา
น่าเสียดายที่มันไม่สามารถนำไปหลอมกลับไปเป็นลาวาสวรรค์ได้ไม่เช่นนั้นวาสก็คงไม่ต้องลำบากลำบนมาถึงที่นี่
แต่ตลอดเวลาที่วาสเฝ้ามองดูรอน หินลาวาสวรรค์ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ชายสวมหน้ากากก็ยังไม่หมดหวัง การที่หินลาวาสวรรค์ไม่แสดงปฏิกิริยาอาจจะเป็นเพราะรอนไม่ได้พกลาวาสรรค์ติดตัวก็ได้
ตลอดทางที่ผู้ดูแลตลาดมืดเดินผ่าน จะต้องมีสายตาเคารพยำเกรงจากผู้คนรอบข้าง แต่สำหรับร่างไร้สติของรอนมีเพียงความสมเพชเท่านั้นที่ถูกส่งมา
เมื่อออกมาพ้นเขตตลาดมืด ผู้ดูแลตลาดมืดสองคนที่รับหน้าที่นำรอนออกมาก็โยนตัวเขาทิ้งลงบนกองขยะที่วางสุมกันอยู่แล้วเดินจากไป
ผ่านไปไม่กี่วินาที ร่างในชุดคลุมก็มาโผล่ที่กองยะ เขายืนนิ่งพิจารณาบางอย่าง จากนั้นก็หยิบขวดน้ำออกมาจากถุงมิติสาดน้ำลงไปที่ใบหน้าของชายผิวดำและฉีกตัวหลบไปที่ตรอกใกล้ๆ
ชายผิวน้ำถูกน้ำเย็นสาดหน้าสะดุ้งเฮือก หันมองรอบข้างอย่างไม่เข้าใจ เขาใช้เวลาตั้งสติและนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ใบหน้าดำคล้ำเต็มไปด้วยความโกรธและโศกเศร้าปะปนกัน
รอนคว้าท่อนไม้ยาวใกล้ตัวมาพยุงตัวขึ้น และลากร่างกายอันบอบช้ำจากไป โดยไม่สังเกตเห็นคนผู้หนึ่งที่แอบเฝ้ามองเขาอยู่ไกลๆ
สถานที่ที่รอนเดินทางกลับมาคือบ้านไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดมืด
เมื่อชายผิวดำเดินมาถึงเขาก็เปิดประตูหายเข้าไปในบ้านไม้ วาสที่แอบมองอยู่กวาดตามองดูรอบๆ สิ่งปลูกสร้างที่สร้างติดกันไร้รั้วกั้นคล้ายสลัมแบบนี้ยากที่จะลอบเข้าไปข้างในโดยที่ไม่มีใครมองเห็น
ชายหนุ่มเค้นสมองนึกถึงแผนที่จะลอบเข้าไปในด้านในบ้านไม้ แต่ความทรงจำกลับนึกไปถึงความวุ่นวายในบริเวณรอบนอกเมืองอัมมอร์
ภาพกลุ่มคนป่าเถื่อนที่บุกไปค้นบ้านผู้อื่นหน้าด้านๆทำให้วาสนึกขึ้นได้ว่าเมืองนี้เป็นเมืองไร้กฎ เขาไม่จำเป็นต้องเคารพกฏหรือเกรงกลัวใครทั้งนั้น
ปัง!
ประตูถูกถีบให้เปิดออก รอนที่นั่งทำแผลอยู่สะดุ้ง มองร่างในชุดคลุมที่เข้ามาในบ้านหลังนี้โต้งๆอย่างไม่เข้าใจ ความคิดสับสนอยู่ชั่วขณะ จากนั้นจึงตะโกนออกมา
“แกเป็นใคร!”รอนหยิบดาบขึ้นมาพุ่งเข้าหาผู้บุกรุก
ผัวะ! อั๊ก!
หมัดตรงถูกส่งเข้าที่ใบหน้าของรอน ร่างสูงหงายหลังล้มตึงไม่เป็นท่าเห็นดาวระยิบระยับ
ชายหนุ่มในชุดคลุมหยิบหินลาวาสวรรค์ขึ้นมา ไม่ได้ให้ความสนใจกับชายผิวดำอีก แค่การออมแรงหมัดเมื่อครู่ก็ถือเป็นความเมตตาสำหรับเขาแล้ว
วาสเดินไปทั่วทุกบริเวณบ้านและคอยจับตาดูหินลาวาสวรรค์ในมือ แต่แล้วเขาก็ต้องผิดหวังเพราะหินลาวาสวรรค์ไม่แสดงท่าทีอะไรให้เขาเห็นเลย
“ไม่ใช่คนนี้สินะ”วาสหยิบสมุดบางออกมาและขีดกากบาทบนหน้ารอน จากนั้นก็เดินตรงไปที่ทางออก
“เฮ้ย! รอนเกิดอะไรขึ้น”
เมื่อวาสเดินกลับมาที่หน้าบ้านเขาก็เห็นชายผิวดำอีกคนที่ดูมีสัญชาติเดียวกับรอนกำลังประคองร่างเพื่อนเขาอยู่
“แกเป็นใครมาบุกบ้านฉันแล้วยังทำร้ายเพื่อนฉะ...”วาสขี้เกียจฟังคำพูดของชายคนนี้จึงยกเท้าถีบไปที่ยอดอกของเขาด้วยความเร็วที่ชายผิวดำมองตามไปทัน ส่งร่างกำยำลอยละลิ่วไปชนผนังบ้าน
ขณะจะก้าวขาเดินจากไปเขาก็รู้สึกถึงแรงที่รั้งข้อเท้าเขาไว้
วาสก้มลงมองรอนที่ได้สติกำลังยื่นมือมาจับข้อเท้าของเขา วาสแค่นเสียงยกขาอีกข้างขึ้นเตรียมจะย่ำลงไปที่หน้าของรอน!
“ดะ..ได้โปรดช่วยผมด้วย”วาสชะงัก ไม่คิดว่าคนที่พึ่งโดนเล่นงานจะพูดอะไรอย่างนี้ออกมา ตอนนี้รอนนับว่าจนตรอกแล้ว ถ้าเขาไม่มีคอร์ไปให้วาร์กอสลูกของเขาจะต้องไปขายบริการอยู่ในซ่องเกย์ซึ่งเขารับไม่ได้
ทางเลือกของรอนเหลือเพียงนำคอร์ไปจ่ายหรือไปชิงตัวเรนอลมาดื้อๆเท่านั้น!
“ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องช่วยนาย”วาสต้องการสะบัดเท้าจากไป แต่รอนกับยิ่งกุมข้อเท้าเขาแน่น
“ได้โปรด! ฝีมืออย่างคุณต้องช่วยผมได้แน่ ไม่ว่าคุณต้องการอะไรผมก็จะหามาให้”
วาสเริ่มเบื่อกับลูกตื้อของรอน แต่คำพูดของรอนก็ทำให้เขาครุ่นคิดถึงปัญหาบางอย่าง
รอนที่พบว่าวาสเงียบไปก็เริ่มมีความหวัง ส่วนเพื่อนของเขาที่ถูกวาสถีบไปเมื่อครู่ก็พึ่งลุกขึ้นมาได้ ตั้งใจจะเข้ามาช่วยรอนสู้กับชายในชุดคลุมแต่ก็ต้องหยุดเอาไว้เพราะสายตาของรอน
“ฉันต้องการหาคน นายคิดว่านายจะช่วยฉันได้หรือเปล่า?”ในที่สุดวาสก็พูดออกมา เมืองอัมมอร์เป็นสถานที่แปลกใหม่สำหรับวาส ต่อให้มีแผนที่อยู่ในมือก็ไม่มีทางชำนาญเท่าคนที่อาศัยอยู่เมืองนี้จริงๆ
“แน่นอนๆๆ ถึงผมจะไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่เมืองนี้ตั้งแต่แรก แต่เพื่อนผม สโตนอาศัยอยู่เมืองนี้เกือบ 5 ปีแล้ว เขาช่วยคุณได้แน่นอน”รอนที่พูดเร็วรัวราวกับกลัววาสจะปฏิเสธ
“เฮ้รอน! เกิดอะไรขึ้น ทำไมนายต้องไปขอความช่วยเหลือจากหมอนี่ด้วย แล้วไหนนายว่าวันนี้นายจะไปซื้อตัวลูกชายคืน? แล้วลูกชายนายอยู่ไหน?”สโตนที่ไม่เข้าใจเรื่องราวเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่สายตาหวาดระแวงยังไม่ละไปจากวาส
ชายหนุ่มชุดคลุมสะบัดขาออกจากการจับกุมของรอนและเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วเอ่ยว่า
“รีบๆอธิบายให้เพื่อนนายฟังซะ! แล้วค่อยมาคุยกับฉัน”
ไม่นานสโตนก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ชายผิวสีสบถค่าหยาบคายออกมายาวเหยียด ทุกๆคำล้วนมอบให้กับวาร์กอส
ทว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ควรจะไปสนใจกับพ่อค้าจอมโกงอย่างวาร์กอส แต่ควรจะหันมาสนใจชายในชุดคลุมที่นั่งเหยียดขายาวอยู่บนโซฟาประหนึ่งว่าบ้านหลังนี้มีเขาเป็นเจ้าของ
“ก่อนจะมาคุยเรื่องของพวกนาย เรามาคุยเรื่องผลตอบแทนของฉันก่อนดีกว่า”เสียงของวาสมีโทนเดียวราบเรียบสม่ำเสมอเหมือนกับคุยกับคนคุ้นเคยกัน
“ที่คุณบอกว่าต้องการตามหาคน คนๆนั้นคือใคร”สโตนเอ่ยถามด้วยท่าทางเกร็งๆ ชายผิวคล้ำพยายามจะทำตัวให้สุภาพกับวาส เขาอยู่ที่เมืองอัมมอร์นี้มานานทำให้รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร
เมืองไร้กฎอย่างอัมมอร์ ทุกคนสามารถตายได้ทุกเมื่อ และสาเหตุการตายส่วนใหญ่ก็มาจากการไม่เจียมตัวไปหาเรื่องคนที่ไม่สมควรจะยุ่งด้วย
“ฉันต้องการให้นายค้นหาคนพวกนี้ให้ฉันหน่อย”ชายสวมชุดคลุมโยนสมุดบางให้สโตน ชายผิวสีรับสมุดบางเล่มนี้มาพิจารณาครู่หนึ่งจากนั้นก็สูดลมหายใจหนาวเหน็บเข้าลึก
“คะ...คุณคือ…!”สโตนจำสมุดเล่มนี้ได้ เขาเป็นหนึ่งคนที่ได้มีโอกาสไปดูวาสสู้บนสังเวียนเป็นตายด้วยตาตนเอง และเขาก็ยังเป็นหนึ่งในอีกหลายๆคนที่เฝ้าตามสอดแนมวาสเพราะหวังจะเสี่ยงโชคปล้นชิงคอร์จำนวนมหาศาลของวาสมา ฉากที่กริมม์ยื่นสมุดเล่มนี้ให้วาสก็อยู่ในสายตาเขาและใครอีกหลายๆคนเช่นกันนัยน์ตาสีดำใต้หน้ากากส่อแววอันตรายวูบแต่ก็จางหายไปในเวลารวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นสโตนก็สังเกตเห็นได้ทัน
ชายผิวดำรู้ตัวว่าพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดไป สองเข่ากระแทกพื้นโขกศีรษะเสียงดัง
“ผมรับปากจะไม่บอกใคร กรุณาอย่าฆ่าผมเถอะครับ”สโตนเห็นฝีมืออันโหดเหี้ยมของวาสด้วยสองตาคู่นี้ เนื้อตัวของเขาสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว รอนที่อยู่ใกล้ๆมองท่าทีแปลกของเพื่อนเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“ตกลงนายจะตามหาคนให้ฉันไดไหม?”ชายสวมชุดคลุมเมินเฉยต่อคำพูดของสโตน ทำให้ชายผิวดำยิ่งทวีความหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก ในหัวของเขาแทบจะจินตนาการภาพว่าเขาถูกวาสกระชากอวัยวะออกมาเล่นได้แล้ว
“ถ้านายทำได้ฉันจะไว้ชีวิตนาย”เห็นสโตนหวาดกลัวจนพูดไม่ออกวาสก็ผสมโรงเข้าไป อันที่จริงสโตนจะอยู่หรือตายก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ต่อให้สโตนคาบข่าวของเขาไปป่าวประกาศให้ทุกคนรู้วาสก็ไม่กลัว ต้องพูดว่าตั้งแต่สังหารเจคอบไปครั้งนั้นเขาก็ไม่เคยกลัวมนุษย์หน้าไหนอีกเลยต่อให้พวกเขายกกันมาเป็นกองทัพก็ตาม!
“ผมทำได้ครับ!”เมื่อเห็นทางรอดสโตนก็รีบรับคำทันที แต่รอนกลับเอ่ยขึ้นมาว่า
“แล้วเรื่องลูกชายผมละ!”สโตนพึ่งนึกขึ้นได้ เขาเงยหน้ามองใบหน้าที่สวมหน้ากากปิดไว้นั้นช้าๆ ถ้าวาสไม่ต้องการทำตามข้อตกลงก็ไม่มีใครห้ามเขาได้
วาสโยนถุงผ้าใบใหญ่ไปให้รอน
“ในนั้นมี 100,000 ดิล ไปซื้อตัวลูกนายมา และฉันจะไปกับนายด้วย ถ้าไอ้พ่อค้านั่นเล่นไม่ซื่ออีกฉันจะจัดการมันเอง”จบคำวาสก็หันไปหาสโตน
“ส่วนนาย พรุ่งนี้ฉันต้องการที่อยู่ของชายแขนเดียวที่ชัดเจนอย่างน้อย 5 คน ถ้าทำไม่ได้คงรู้นะว่าจะเจออะไร”เจอคำขู่ท้ายประโยคเข้าไปทำให้สโตนรีบพยักหน้าหงึกๆไร้ข้อโต้แย้ง
“ถ้างั้นก็ไปได้แล้ว”คำพูดนี้วาสหมายถึงรอน ชายผิวดำฝืนยันร่างสะบักสะบอมขึ้นนอกจากจะถูกทำร้ายจากผู้ดูแลตลาดมืดแล้ว เขายังถูกวาสกระแทกหมัดไปเต็มๆอีก 1 หมัดด้วย
“วาร์กอส!”เป็นอีกครั้งที่รอนมายืนตะโกนหน้าร้านขายทาสแห่งนี้ แต่มาครั้งนี้เขามีความมั่นใจมากว่าจะได้ลูกชายคืน
ชายผิวดำก้าวฉับๆเข้าไปในร้านแบบที่ไม่ต้องมีใครเชิญ เดินไปประจันหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตของเขา“นึกว่าใครที่แท้ก็ไอ้หมาขี้แพ้รอนนี่เอง”วาร์กอสเดินออกมาจากห้องเล็กๆ ใบหน้าตอบประดับไว้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“คืนลูกชายฉันมา!”คำพูดเดิมถูกพ่นออกมา
“แกนี่พูดไม่เคยฟังเลยนะ ฉับอกว่า...”
“ในนี้มี 1 แสนดิล ถ้าอยากได้ก็คืนลูกชายฉันมาซะ!”รอนพูดทะลุปล้องขึ้นมา อ้าถุงคอร์ที่มีอยู่ 1 แสนดิลให้วาร์กอสเห็น
ชายหน้าตอบชะงัก แววตาเปลี่ยนเป็นสับสน ถึงเขาจะเป็นคนพูเองว่าให้รอนนำคอร์มา แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงรอนไปเอาคอร์จำนวนมากนี้มาจากไหน แต่แล้วเขาก็สบเข้ากับร่างในชุดคลุมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนหน้านี้วาร์กอสมัวสนใจแต่รอนจนลืมมองเห็นเขา
กิริยาท่าทางวาร์กอสเปลี่ยนเป็นระวังตัว เขารู้โดยสัญชาตญาณว่าคอร์ของรอนจะต้องมาจากร่างในชุดคลุมนี้แน่ๆ และคนที่ควักคอร์ 100,000 ดิลออกมาให้คนอื่นได้ง่ายๆต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
คติประจำตัวของวาร์กอสคือการไม่เสี่ยงถ้าไม่จำเป็น การที่ชายในชุดคลุมมาที่นี่กับรอนแสดงว่ามาเพื่อปกป้องรอนแน่ๆ วาร์กอสตีหน้ายิ้มแย้มจากนั้นจึงพูดว่า
“ในเมื่อนายมีคอร์มาซื้อตัวลูกชายนายฉันก็จะยอมขายให้ ถึงแม้จะต้องผิดสัญญากับคุณเดวาก็ตาม เฮ้! ใครก็ได้ไปเอาตัวเจ้าหนูเรนอลมาหน่อยซิ”
เพียงไม่กี่นาทีลูกน้องของวาร์กอสก็นำตัวเด็กชายผิวคล้ำคนหนึ่งมา เด็กชายคนนี้มีหน้าตาคล้ายกับรอนมาก แต่กลับมีรูปร่างผ่ายผอมจากการอดอาหารสีหน้ามีแต่ความหวาดกลัว แตกต่างจากรูปร่างบึกบึนของบิดาเขา
“เรนอล!”รอนพุ่งเข้าไปสวมกอดลูกชายเขา ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่นานจึงรู้ว่าลูกชายจะต้องเผชิญอะไรมาบ้างและหันไปมองวาร์กอสอย่างโกรธแค้น
“ถ้าเรียบร้อยแล้วก็กลับได้แล้ว”ชายสวมชุดคลุมเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาในร้านเป็นเชิงปรามรอน
รอนแม้จะรู้สึกโกรธแค้นแต่ก็ไม่กล้าขัดใจวาสรีบนำตัวเรนอลออกไปจากร้านค้าทาสอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของวาร์กอสที่จ้องมอง
เดินออกมาจากร้านค้าทาสได้ระยะหนึ่งวาสก็เอ่ยขึ้นว่า
“ฉันจะแยกกับนายตรงนี้ อย่าลืมไปย้ำกับเพื่อนนายเรื่องค่าตอบแทนของฉันละ”จบวาจาวาสก็สะบัดกายเดินจากสองพ่อลูกไป