ณ โรงน้ำชาสวน์ เป็โรงน้ำชาสองชั้น ตั้งอยู่ในเมืองเสียนเตี้ยนเมืองหลวงของอาณาเขตที่สิบสาม
“เ้าทราบหรือไม่ เย่เจ๋อลิ่วบุตรชาย จอมมหาเวทย์เย่มู่จี้ ได้ข่าวว่าเย่เจ๋อลิ่วเข้าไปในมิติประหลาดที่เป็ซากอารยธรรมโบราณยุคเมื่อหลายหมื่นปีก่อน และเขาเป็หนึ่งในสามผู้รอดชีวิตจากหนึ่งพันคนที่เข้าไปเลยนะ สงสัยว่าคงได้รับการสืบทอดจากซากอารยธรรมนั่นแน่ๆ น่าอิจฉายิ่ง ก่อนเข้าไปข้ายังจำได้ว่าระดับด่านพลังยังอยู่แค่ด่านััเวทย์อยู่เลย ตอนนี้ก้าวสู่ด่านครองเวทย์เสียแล้ว ในไม่ช้าก็คงตามบิดาของตนทันอย่างแน่นอน อยากรู้เสียจริงว่าเย่เจ๋อลิ่วนอกจากได้รับการสืบทอดพลังมาแล้วยังได้ตำราเวทย์ชนิดใดและเป็ระดับใดกันมากันแน่ จะเป็ตำราเวทย์ระดับหกในตำนานนั่นหรือไม่?” บทสทนาแนวนี้ดังกระหึ่มไปทั่วเมืองเสียนเตี้ยน กับอาณาเขตที่สิบสามรวมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียงหลังจากที่เย่เจ๋อลิ่ว บุตรชายของเ้าอาณาเขตที่สิบสาม เย่มู่จี้สามารถออกมาจากมิติประหลาดที่สร้างโดยราชันย์มหาเวทย์ท่านหนึ่งในอดีตเมื่อหลายหมื่นปีก่อนได้อย่างหวุดหวิด ก่อนมิตินี้จะแหลกสลายไปจากการที่มีคนนับพันไปยั่งวุ่นวายกับมิตินี้
"มีข่าวการล้มอำนาจของเ้าอาณาเขตที่สี่โดยลูกน้องของเขาเอง เพราะทนการปกครองแบบทรราชของเ้าอาณาเขตเหมียวไป๋ไม่ได้ ตระกูลเหมียวนอกจากเหมียวไป๋ที่ถูกจับกุม คนอื่นๆโดนฆ่าล้างตระกูลทั้งหมดจนสิ้นตระกูล คนที่ล้มอำนาจของเขาหัวหอกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนลูกเขยของเขา จ้าวไห่ นั่นเอง จ้าวไห่นับว่าโเี้อย่างยิ่งจับกุมพ่อตาหลังจากวางยาทำลายเวทย์จนพลังเวทย์ของเหมียวไป๋เสื่อมถอยจนสู้ตัวจ้าวไห่และคณะฏของเขาไม่ได้ กระทั่งภรรยาตนเองยังฆ่าด้วยการตัดคอ จอมมหาเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งอย่างเหมียวไป๋พ่ายแพ้งั้นรึ อาณาเขตที่สี่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำดินขนานใหญ่เลยล่ะ" มีคนกล่าวอย่างออกรสออกชาติ
"เกิดมรสุมโลหิตจากมารโลหิตที่แดนจอมยุทธ์ มารตนนี้น่ากลัวเป็อย่างยิ่งสังหารคนเป็ล้านแล้วดูดกลืนแก่นพลังโลหิต ตอนนี้ตบะบำเพ็ญสูงอย่างยิ่งน่าจะอยู่ด่านทลายปราณของพวกเขาแล้วเทียบได้กับจอมมหาเวทย์ของพวกเราได้เลย ถ้ามารโลหิตเข้าสู่แดนจอมเวทย์ของพวกเราข้าไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น"คนผู้หนึ่งกล่าวอย่างหวาดกลัว
"เ้านี่ปากพล่อยเกินไปแล้ว อย่าพูดเช่นนั้นทำผู้คนหวาดกลัวไปหมดแล้วแล้วอีกอย่างการจะข้ามทะเลตัดผ่านสองแดนไม่ใช่เื่ง่ายเสียหน่อย ทั้งเื่ค่ายกลจากฝั่งแดนจอมยุทธ์ และอาณาเขตเวทย์ของเราอีก ปราการสองชั้น มารโลหิตจะข้ามมาได้เช่นไรกัน"คู่สนทนากล่าวตอบ
"เฮ้อ ข้าล่ะอิจฉาเย่หานหลานชายของเ้าอาณาเขตเย่มู่จี้นัก ภรรยาคนที่สิบของเขาสวยและเรือนร่างเย้ายวนนัก เย่หานนี่มีสายตาที่ดีไม่รู้ว่าไปเจอสตรีที่ครบเครื่องทั้งหน้าตาและเรือนร่างมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ ถ้าข้ามีภรรยาแบบนั้นบ้างก็คงตายตาหลับแล้ว"
"ฮ่าฮ่า สหายเ้าเพ้ออันใดอยู่ ถ้าเ้ามีเงินมีอำนาจเ้าอยากมีภรรยาแบบไหนก็ได้อยู่แล้วแต่พวกเราก็คงจะอีกนานเลยล่ะ กว่าจะทำได้อย่างเย่หานผู้นี้"
สองสหายพูดคุยกันอย่างตัดพ้อต่อชีวิตตนเองและอิจฉาคนที่ชื่อเย่หานยิ่งนัก
ณ ชั้นแรกของโรงน้ำชา สุ่ยลิ่ว กำลังนั่งดื่มน้ำชาอย่างสบายอารมณ์อยู่ผู้เดียวเงียบๆอยู่ที่มุมอับสายตาผู้คน กำลังดื่มด่ำชาเลิศรสและฟังเื่ราวกับข่าวลือต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูลไปเรื่อย
สุ่ยลิ่วใส่ชุดสีเทาเก่าๆ เป็ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ หน้าตาไม่ได้หล่อเหลาแต่พอไปวัดไปวาได้ เป็ดั่งตัวประกอบที่พบได้ในทุกเื่ของนิยายทั่วไป
ตอนนี้สุ่ยลิ่วกำลังแอบมองโต๊ะที่ติดกับหน้าต่างมีชายหนึ่งคน กับหญิงสาวสองคนนั่งอยู่ด้วยกัน ทั้งสามใส่ชุดสีฟ้าน้ำทะเลและยังมีการปักเลขสิบสามไว้ที่แขนเสื้อที่ไหล่ เป็สัญลักษณ์ว่าทั้งสามมาจาก สำนักศึกษาที่สิบสาม
ชายหนุ่มเป็ชายอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี หล่อเหลาอย่างยิ่ง
หญิงสาวทั้งสองก็เป็สาวงามหยดย้อย คนหนึ่งงดงามเรือนร่างทรวดทรงองค์องเอวเย้ายวนยิ่งนักมีแววตาดุจนางจิ้งจอกนามว่า ฝานชิงเหมย คนหนึ่งสดใสดั่งดวงตะวันแก้มแดงน่ารักน่าชังนามว่า จิ่วซานเย่ ทั้งคู่อายุราวสิบเก้าถึงยี่สิบปี
"ศิษย์พี่ฝาน ศิษย์พี่จิ่ว พวกท่านทั้งสองจะตามข้ามาทำไมกัน ข้าจะออกไปซื้อของพวกท่านก็เดินตามข้าไม่หยุดเสียที ข้าจะนั่งดื่มชาเพียงลำพังท่านทั้งสองก็ยังตามมานั่งกับข้าอีก พวกท่านทั้งสองทราบไหมว่าข้าอึดอัดนัก ช่วยบอกเหตุผลหน่อยเถิด" ชายหนุ่มที่มากับสองสาวมีนามว่า หานโจว ถามสองสาวอย่างหงุดหงิด
ฝานชิงเหมยเป็ผู้ตอบหานโจว "ศิษย์น้องหานเ้าย่อมรู้สาเหตุที่พวกข้าทั้งสองตามติดเ้าอยู่แก่ใจนะ พวกข้าตกลงปลงใจแล้วว่าจะตามเ้าไปทุกที่ ต่อให้เ้าไล่พวกข้าอย่างไร ศิษย์น้องหานก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือพวกข้าหรอก คิกๆ"
สุ่ยลิ่วที่นั่งอยู่มุมอับของตน เขาแทบจะยกนิ้วให้ความใจกล้าของหญิงสาวนางนี้เสียจริง ในยุคแบบนี้หญิงสาวที่จีบชายหนุ่มเองนับว่าหาได้ยากอย่างยิ่ง สงสัยว่าหานโจวคงไม่รอดจากเงื้อมมือของฝานชิงเหมยเสียแล้ว ยังมีจิ่วซานเย่ผู้นั้นอีก โอ หานโจวคงจะเก่งกาจ มีพร์สูงส่งแถมมีจิตใจดีถึงดึงดูดสองสาวงามให้มาติดพันเขาได้ น่าอิจฉาจริงหนอ สุ่ยลิ่วรำพึงรำพันพร้อมจิบชา และแอบรับฟังเื่ของผู้อื่นต่อไป
"ปั้ง!!!" คนในโรงน้ำชาสะดุ้งมีเสียงถีบโต๊ะล้มระเนระนาดอยู่แถวหน้าทางเข้าโรงน้ำชา เป็ชายตัวอ้วนตัวใหญ่ที่ดูไร้สมองคนหนึ่งแต่บ้านร่ำรวย ใส่ชุดสีฟ้าเหมือนทั้งสามเช่นกัน เขาก็เป็ศิษย์ของหอเวทย์ "น้องฝาน น้องฝานอยู่ที่ใด พี่เย่มาหาแล้ว โอ๊ะโอ อยู่ที่นั่นนี่เอง" คนตัวอ้วนเดินอุ้ยอ้ายไปที่โต๊ะของหานโจวกับสองสาว มองแทะโลมฝานชิงเหมยอย่างเปิดเผย
ฝานชิงเหมยขนลุกและรังเกียจคนผู้นี้มาก เพราะคนผู้นี้คือเย่หานนั่นเอง เย่หานมีชื่อเสียงฉาวโฉ่เื่มักมากในกาม ชอบอวดเบ่งอำนาจของท่านลุงของตนเป็อย่างยิ่งเพราะท่านลุงของเข่คือ เย่มู่จี้ที่เป็เ้าครองอาณาเขตที่สิบสามผู้ยิ่งใหญ่และยังเป็จอมมหาเวทย์อีกด้วย
เย่หานมีชื่อเสียงที่ย่ำแย่ต่างกับลูกพี่ลูกน้องของตนอย่างเย่เจ๋อลิ่วผู้เก่งกาจ เย่หานมีนิสัยขี้ประจบต่อเย่มู่จี้กับเย่เจ๋อลิ่ว แต่สำหรับผู้อื่นเย่หานถือว่าตนเป็เ้าชีวิตของผู้อื่นเป็ผู้ยิ่งใหญ่แม้จะอายุเกือบสามสิบปีแล้วแต่เขาก็คือเศษขยะทั้งการฝึกเวทย์และความคิดของเขา
เมื่อเทียบกับลูกพี่ลูกน้องของเย่หานอย่างเย่เจ๋อลิ่วที่อายุสิบห้าปีกลับแข็งแกร่งกว่าเย่หานเป็อย่างยิ่ง แบบห่างกันลิบลับเพราะเย่หานถึงอายุจะสามสิบแล้วก็มีความสามารถทางด้านเวทย์พลังอ่อนด้อยนักด่านพลังยังอยู่ที่ด่านฝึกเวทย์ด่านแรกของการฝึกเวทย์อยู่เลย เป็แกะดำในครอบครัวอย่างยิ่งเป็ตัวมักมากในกาม สิ่งที่เข่ฝึกฝนอย่างหนักไม่ใช่การฝึกเวทย์แต่การเป็การฝึก่ล่างของเขาอยู่ทุกวี่วัน แม้แต่ข้ารับใช้ยังดูถูกเขาด้วยซ้ำ
ส่วนลูกพี่ลูกน้องของเขาเย่เจ๋อลิ่วอายุเพียงสิบห้าปีก็มีพร์สูงเสียดฟ้า มีความสามารถอยู่ที่ด่านครองเวทย์แล้ว มีความตั้งใจฝึกฝนพลังเวทย์ั้แ่อายุเจ็ดปีแล้ว ทั้งมีพร์ทั้งขยันฝึกฝน ไม่ชอบเบ่งอำนาจ มีคุณธรรม เป็พ่อพระกลับชาติมาเกิดผู้หนึ่ง
"เย่หาน เ้ายังถ่อยไม่เลิกเลยนะ บอกไว้เลยแค่เห็นหน้าเ้าข้าก็จะอ้วกออกมาแล้ว ไปไกลๆข้าเลยไอตัวน่ารังเกียจ" ฝานชิงเหมยกล่าวออกมาอย่างไร้ความปราณี สายตามีแต่ความรังเกียจเดียดฉันท์ต่อเย่หาน
"เ้า...." เย่หานอับอายอย่างมากที่ถูกฝานชิงเหมยฉีกหน้าของเขาท่ามกลางผู้คน สายตาเหลือบไปเห็นหายโจวที่มองมาทางเขา แววตาส่องประกายความเ้าเล่ห์ ความคิดของเย่หานต่างจากคนปกติ ชอบลงความเ้าคิดเ้าแค้นใส่ผู้อื่นที่เขาไม่ชอบหน้า และเหยื่อคราวนี้ก็คือหานโจวนั่นเอง
"ไอ้หนู ออกไป ที่ตรงนี้เป็ของข้ากับน้องฝานชิงเหมยว่าที่ภรรยาคนที่สิบเอ็ดของข้า อยากออกไปดีๆหรืออยากเจ็บตัวกันหือ?"เย่หานหันไปเรียกลูกน้องที่เป็ด่านครองเวทย์ขั้นฝึกฝนออกมาเพื่อนำมาข่มขู่หานโจว
หานโจวหน้าแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม ถึงด่านพลังของเขาที่ด่านััเวทย์ขั้นฝึกฝนจะไม่อ่อนแอในอายุพวกเขาแต่จะไปสู้ด่านครองเวทย์คนหนึ่งได้อย่างไรกัน ห่างกันด่านใหญ่หนึ่งด่านเต็มๆยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
ลูกน้องคนนี้ของเย่หานผอมและสูงเป็อย่างยิ่ง สูงเกือบหกจั้งรอบกายแผ่พลังเวทย์สีน้ำเงินออกมา เขาเป็นักเวทย์น้ำนั่นเอง และการแผ่พลังออกมาจนเห็นด้วยตาเปล่าได้ก็หมายความว่าคนคนนั้นเป็ด่านครองเวทย์คนหนึ่งนั่นเอง
**ในแต่ละด่านของผู้ฝึกเวทย์ก็จะมีความแตกต่างที่เป็เอกลักษณ์ อย่างด่านครองเวทย์ก็จะมีคลื่นพลังแผ่ออกมาจากร่าง ในที่นี้ขอเรียกว่า ออร่า เพื่อให้แตกต่างกับแดนจอมยุทธ์ที่ใช้คำว่า คลื่นพลัง**
หานโจวเป็นักเวทย์ไฟที่มีพร์ดีเยี่ยมคนหนึ่ง เขาไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆให้กับเื่แบบนี้แน่นอน ช่างเป็เด็กหนุ่มที่กล้าหาญนัก
หานโจวถึงรู้ว่าเสียเปรียบแต่ก็ยังสร้างเวทย์เพลิงที่ฝ่ามือของเขา เป็ลูกเพลิงขนาดเท่าไข่ไก่หนึ่งลูก ซึ่งดูเล็กจ้อยนักเมื่ออยู่ต่อหน้านักเวทย์น้ำอย่างลูกน้องของเย่หาน ถึงแม้เปลวเพลิงจะมีขนาดเล็กแต่คลื่นความร้อนที่แผ่ออกมาก็ไม่ใช่ย่อยๆหานโจวหันหน้าไปมองเย่หาน ถ้าตัวเย่หานโดนเข้าไปก็ตายได้เช่นกัน เพราะเย่หานอ่อนแอยิ่งนัก แต่ลูกน้องของเย่หานฉไหนจะยอมกัน รีบมายืนบังเย่หานทันที
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังตึงเครียด ก็มีเสียงเดินดังขึ้นจากภายนอกโรงน้ำชา คนที่มุงดูอยู่นอกโรงน้ำชารีบหลบทางให้คนมาใหม่ เพราะคนที่มาใหม่ก็คือ เ้าอาณาเขตน้อยเย่เจ๋อลิ่วผู้โด่งดังนั่นเอง ออร่าพลังเวทย์สายฟ้าแผ่ออกมาจากร่างเย่เจ๋อลิ่ว เมฆดำทมิฬลอยอยู่เหนือท้องฟ้ามีเส้นสายฟ้าแปลบปลาบอยู่
“พี่เย่หาน หยุดการกระทำต่ำช้านั่นซะ!!” พร้อมกับที่เย่เจ๋อลิ่วผายมือออกไปทางลูกน้องของเย่หาน สายฟ้าฟาดไปทางลูกน้องเย่หานอย่างแรง จนลูกน้องเย่หานกระเด็นไปชนผนังไม้ของโรงน้ำชาจนผนังไม้ทะลุ หน้าอกของคนผู้นี้ดำและไหม้เกรียม าเ็สาหัสในการโดนสายฟ้าฟาดในครั้งเดียวสลบเหมือดน้ำลายฟูมเต็มปาก
เย่เจ๋อลิ่วมองตาขวางไปทางเย่หาน “ท่านพ่อเรียกตัวท่านพี่ มากับข้าเถิด” เย่หานสั่นด้วยความหวาดกลัวขาอ่อนปวกเปียก เดินตามเย่เจ๋อลิ่วราวกับลูกน้องคนหนึ่ง คนรอบๆมองเย่หานอย่างดูถูกดูแคลนเป็อย่างยิ่ง
แต่ในใจเย่เจ๋อลิ่วเต็มไปด้วยโทสะต่อเย่หาน ด่าในใจ "ไอ้เย่หาน ไอ้ตัวบัดซบ ไอตัวนรกส่งมาเกิดในตระกูลเย่ของข้า กลับไปเ้าโดนท่านพ่อลงโทษจนเข็ดหลาบแน่นอน ไอ้เวร"
ลูกน้องนับสิบของเย่หานรีบเดินตามไป และไม่ลืมลากลูกน้องด่านครองเวทย์ของเย่หานตามไปด้วย
ฝั่งหานโจวกับสองสาวก็โล่งอกที่เย่เจ๋อลิ่วมาแก้สถานการณ์ยุ่งยากให้พวกเขา ทั้งสามไม่รอช้ารีบจ่ายเงินแล้วเดินออกจากโรงน้ำชาไปทันที
สุ่ยลิ่ว จิ๊ปากด้วยความไม่พอใจที่อดเห็นมวยคู่เด็ดเสียได้ เย่เจ๋อลิ่วมาขัดจังหวะเื่สนุกๆในชีวิตของเขาอย่างการรับชมการทะเลาะเบาะแว้งของชาวบ้านเสียได้ สุ่ยลิ่วนั่งเท้าคางอย่างเซ็งๆ