ตงไท่ใช้ทักษะมากมายเพื่อป้องกันการโจมตีของหยางจื่อแต่มันก็ไร้ผลการโจมตีของหยางจื่อยังคงตรงไปทางตงไท่ด้วยความเร็ว
"ข้าขอยอมแพ้!!!!!" ตงไท่กล่าว
ซวนหวู่จี๋ที่เตรียมพร้อมเเล้วก็รีบเข้าไปช่วยตงไท่ในทันทีซวนหวู่จี๋ที่ทำลายการโจมตีของหยางจื่อจนสลายหายไปแต่ก็ยังอดตกตะลึงไม่ได้ที่รอยพื้นบนสนามประลองปรากฏคมดาบที่ลึกอย่างมากที่อยู่ไม่ต้องบอกเลยว่าถ้าตงไท่ถูกการโจมตีนี้เข้าไปจะต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน "พลังเมื่อกี้เหมือนกับตอนที่เขาสู้กับหลี่หู่เลย"ผู้คนเริ่มกล่าวขึ้น "ใช่ๆอยู่ ๆพลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพรันหรือว่าเขาซ่อนพลังเอาไว้""ไม่ใช่หรอกมันดูเหมือนจะเป็นทักษะบางอย่างที่สามารถเพิ่มพลังให้เขาได้ในระยะเวลาสั้นและไม่สามารถใช้ได้นานได้"
ผู้คนต่างก็พูดคุยกันอย่างตื่นเต้นหยางจื่อที่เป็นม้ามืดสามารถเอาชนะอัจฉริยะอย่างตงไท่ลงได้ด้วยความรวดเร็วทำให้พวกเขายิ่งชื่นชมหยางจื่อเข้าไปอีก "เจ้าชั่งสุดยอดจริง ๆด้วยพลังที่ระเบิดออกมาเมื่อครู่ต่อให้อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่ 5 ทั่วๆไปก็ไม่สามารถป้องกันได้ แต่ว่ากับสองคนนั้นเจ้าคงต้องทุ่มพลังมากกว่านี้เเล้วหละ"ตงไท่กล่าวด้วยรอยยิ้ม หยางจื่อรู้สึกแปลกใจที่ตงไท่ยังยิ้มได้ทั้งที่ตงไท่แพ้ให้กับตนและที่สำคัญรอยยิ้มของตงไท่ยังไม่ใช่รอยยิ้มเสแสร้งอีกด้วย"ข้าจะพยายาม" หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ที่บนที่นั่งคนดูโม่หงเย่และมู่โหลวที่ได้สติเเล้วต่างก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเพราะคนรักของพวกนางกำลังเจิดจรัสอยู่บนสนามประลองจักรพรรดิฉินที่นั่งอยู่ข้างๆฉินหมิงเยี่ยเองก็ยิ้มหน้าบานจนหุบไม่อยู่เพราะหยางจื่อคือตัวแทนจากอาณาจักรฉินซึ่งชื่อเสียงของอาณาจักรฉินต่อไปนี้จะโด่งดังขึ้นอย่างแน่นอนแต่ในทางกลับกันจักรพรรดิเหยียนและจักรพรรดิเฝิ่นเริ่มรู้สึกท้อแท้พวกเขาที่มีความขัดแย้งกับหยางจื่อและต้องการจะสังหารหยางจื่อแต่ในตอนนี้หยางจื่อกำลังเเข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อและด้วยประมุขตระกูลจี้ชื่นชอบหยางจื่อเข้าไปอีกทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะทำอะไรหยางจื่อได้เลยเพราถไม่งั้นผลที่ตามมาก็จะเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถรับผิดชอบใหว
ในตอนนี้การประลองใกล้จะจบลงจ้าวเสวี่ยได้ขึ้นไปบนเวทีประลองเเล้วชีไปทางหยางจื่อ"เรามาต่อจากที่ค้างคากันไว้เถอะ" จ้าวเสวี่ยกล่าว
หยางจื่อยิ้มอย่างขมขื่นสิ่งที่นางพูดว่าค้างคามันเหมือนกับพวกเขากำลังต่อสู้กันแต่จริงๆแล้วหยางจื่อเป็นฝ่ายหนีและจ้าวเสวี่ยเป็นฝ่ายไล่ตามต่างหาก "คราวนี้แหละที่ข้าจะให้เจ้าแสดงพลังทั้งหมดที่มีออกมา"จ้าวเสวี่ยกล่าว "ก็คงต้องเป็นแบบนั้นสู้กับเจ้ามีแต่จะต้องทุ่มสุดตัวเท่านั้น"หยางจื่อกล่าว"ตูม!!!"
พลังปราณของทั้งคู่ต่างระเบิดออกมาปราณน้ำแข็งของจ้าวเสวี่ยและปราณมังกรของหยางจื่อต่างปะทะกันอย่างดุเดือดรูปลักษณ์ของหยางจื่อเปลี่ยนไปอีกครั้งเส้นผมสีขาวและดวงตาสีฟ้าที่สวยงามทำให้หญิงสาวหลายๆคนรู้สึกหัวใจเต้นแรงใบหน้าของพวกนางแดงขึ้นมาในทันทีที่ผ่านมาหยางจื่อจะใช้พลังนี้ในเสี้ยววินาทีเท่านั้นทำให้ผู้คนไม่สามารถจะเห็นได้ชัดแต่คราวนี้หยางจื่อใช้มันตั้งแต่เริ่ม "นี่สินะคือพลังที่เจ้าซ่อนไว้ตลอดมาชั่งน่าสนใจยิ่งนัก"จ้าวเสวี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม"เรามาเริ่มกันเลยเถอะ" หยางจื่อกล่าว
"แยกสวรรค์" หยางจื่อกล่าว
"นี่คิดจะจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุดสินะแต่ข้าไม่ยอมหรอก"จ้าวเสวี่ยกล่าว"โล่ผนึกเยือกแข็ง"
โล่น้ำแข็งนาดใหญ่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจ้าวเสวี่ยและที่กลางโล่มีอักษรที่ไม่รู้จักสลักอยู่
"ตูม!!!!"
การโจมตีของหยางจื่อปะทะกับโล่น้ำแข็งของจ้าวเสวี่ยอย่างจังการโจมตีของหยางจื่อสลายหายไปแต่โล่น้ำแข็งของจ้าวเสวี่ยก็พังทลายลงเช่นกันเพียงแค่กระบวนท่าแรกของทั้งสองก็ทำให้ซวนหวู่จี๋ที่ดูอยู่รู้สึกตื่นเต้น"ดาบวายุอัสนี!!!"
"ระบำวิหคเหมันร่ายรำ"
"ตูม" "ตูม"
การปะทะของทั้งสองรุนแรงขึ้นเรื่อยๆทั้งสองไม่ได้หยั่งเชิงกันเลยแต่กลับปล่อยทักษะที่ทรงพลังใส่กันอย่างบ้าคลั่งหยางจื่อที่รู้ว่าไม่สามารถใช้พลังของดาบมังกรสวรรค์ได้นานนักจึงรีบใช้ทักษะทรงพลังเพื่อที่จะเอาชนะจ้าวเสวี่ยให้ได้ "สุดยอดเจ้าทรงพลังอย่างที่ข้าคิดจริง ๆเจ้าไม่สนใจที่จะมาเข้านิกายของเรารึ" จ้าวเสวี่ยกล่าว "ต้องขอปฏิเสธเพราะเส้นทางการบ่มเพาะของข้าไม่เหมาะกับนิกายของเจ้าหรอก"หยางจื่อกล่าว "ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยก็จริงอยู่ที่นิกายของข้าเน้นไปทางทักษะด้านน้ำแข็งแต่ก็ใช่ว่าเจ้าที่ใช้ดาบจะเข้าร่วมกับนิกาของเราไม่ได้"จ้าวเสวี่ยกล่าว "เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันอีกครั้งหลังจบการประลองก็เเล้วกันแต่ในตอนนี้เรามาจบการต่อสู้กันเถอะ" หยางจื่อกล่าว ใบหน้าของหยางจื่อในตอนนี้เริ่มซีดและมีเหงื่อใหลออกมาอาการของหยางจื่อสามารถบ่งบอกได้ว่าถึงขีดจำกัดเเล้ว"เอาอย่างงั้นก็ได้" จ้าวเสวี่ยกล่าว
"สวรรค์วินาศ" หยางจื่อตะโกน
"บงกชเหมันต์" จ้าวเสวี่ยตะโกน
ทั้งสองต่างทุ่มพลังทั้งหมดกับทักษะสุดท้ายแสงสว่างสีขาวสาดประกายออกมาจากดาบมังกรสวรรค์ในทางกลับกันบัวน้ำแข็งได้ปรากฏและห่อหุ้มร่างของจ้าวเสวี่ยไว้ แสงสีขาวทำให้ผู้คนรู้สึกแสบตาจนมองไม่เห็นแสงสว่างสีขาวมันราวกับจะนำพาทุกสิ่งกลับไปสู่ความว่างเปล่าทำให้หัวใจของผู้คนหวาดกลัวแม้แต่เหล่าตัวตนที่ทรงพลังอย่างซวนหวู่จี๋ก็ยังสั่นสะท้าน ไม่นานแสงสว่างก็หายไปหยางจื่อที่ยืนอยู่บนเวทีประลองในตอนนี้ได้กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้วแต่สภาพของหยางจื่อในตอนนี้ดูอ่อนล้าอย่างมากแต่ทางด้านจ้าวเสวี่ยที่มีบัวน้ำแข็งปกป้องไว้ น้ำแข็งเริ่มร้าวและแตกพังทลายลงมาใบหน้าของนางซีดอย่างมากและมีเลือดใหลที่มุมปากจ้าวเสวี่ยที่ยืนอยู่ในบัวน้ำแข็งมีสภาพที่หนักกว่าหยางจื่อ"ข้าแพ้เเล้ว" จ้าวเสวี่ยกล่าวก่อนจะหมดสติไป
หยางจื่อที่ยืนหอบหายใจต่างก็มองไปที่จ้าวเสวี่ยด้วยสายตาชื่นชมเพราะจ้าวเสวี่ยสามารถลดพลังของสวรรค์วินาศ ของหยางจื่อได้ 1ใน3ส่วน--------------------------------------------------------------------------------------------