ตอนที่ 17 เห็นผลในครั้งแรก (2)
เซินหมอมอพยักหน้าราวกับตำกระเทียม “ได้ ได้ ขอแค่สามารถรักษาพระสนมให้หาย อย่าว่าแต่วันสองวันเลย ต่อให้เป็นหนึ่งปีสองปีก็ยังได้ ข้าน้อยขอรับรอง ต่อไปนี้คุณหนูกู้จะเป็นแขกคนสำคัญของวังเราเจ้าค่ะ!”
กู้เชียนเสวี่ยได้แต่ตกตะลึงอยู่ในใจ ต่อให้เซินหมอมอจะมีตำแหน่งที่สูงแค่ไหน แต่ก็ยังเป็นบ่าว เหตุใดถึงได้กล้าพูดจาใหญ่โตเช่นนี้ได้
นางจะไปคิดได้อย่างไรว่าเซินหมอมอไม่ใช่แค่บ่าวติดตามของพระสนมฉินเฟยเท่านั้น แต่ยังเป็นแม่นมของลี่อ๋องอีกด้วย ตำแหน่งของนางในวังลี่อ๋อง เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าใครๆ แต่เรื่องพวกนี้เอาไว้ก่อนเถอะ
“คุณหนูกู้ท่านเขียนเทียบยาเถิด ข้าน้อยต้องเอาข่าวดีนี่ไปกราบทูลต่อฝ่าบาทก่อน” พูดจบ ไม่ทันรอให้กู้เชียนเสวี่ยตอบกลับ เซินหมอมอก็หันตัววิ่งออกไปทันที
“สั่งยาอะไรกันล่ะ” ในตอนที่ไม่มีใครเห็น สีหน้าของกู้เชียนเสวี่ยก็เปลี่ยนเป็น ‘囧’ นางจะไปรู้ได้ยังไงว่าต้องสั่งยาอะไร
ไม่นานนัก เหล่าสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติก่อนหน้านี้ต่างก็เข้ามา ท่าทางที่มีต่อกู้เชียนเสวี่ยในครานี้ก็ดูเคารพนอบน้อมขึ้นมาก ราวกับกำลังรับใช้เจ้านายของตัวเองก็มิปาน
หลังจากนั้น ก็มีสาวใช้อีกหลายคนเข้ามา บางคนก็ถือถาดรองมาด้วย บนนั้นมีชากลิ่นหอมและอาหารว่างที่งามประณีต ในมือบางคนก็ยกอ่างทองแดงมา ด้านในมีน้ำอุ่นลอยด้วยกลีบดอกไม้ บางคนก็ถือสบู่หอมกับผ้าซับน้ำ และมีสาวใช้ที่ยกสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ[1] เข้ามาด้วย
ดูท่าแล้วสาวใช้เหล่านี้คงได้รับคำสั่งจากเซินหมอมอให้มาคอยปรนนิบัติกู้เชียนเสวี่ย
กู้เชียนเสวี่ยเองก็ไม่เกรงใจ ปล่อยให้เหล่าสาวใช้ช่วยล้างมือเช็ดเหงื่อ จิบชาอีกนิดหน่อย เมื่อจิตใจสงบลงแล้วก็ยกพู่กันขึ้นมาเพื่อเขียนเทียบยา
ตัวหนังสือของกู้เชียนเสวี่ยน่าเกลียดทีเดียว เอียงไปเอียงมา หนาบางไม่เท่ากัน เป็นเพราะว่า...นางใช้แต่ปากกาลูกลื่นเท่านั้น ต่อให้ฝันก็ไม่มีทางคิดว่าตัวเองจะข้ามมิติ เพราะอย่างนั้นจึงไม่มีทางมานั่งฝึกเขียนด้วยพู่กันหัวอ่อนแบบนี้หรอก
ดีที่เจ้าของร่างเดิมในเวลานี้เป็นพวกมีนิสัยไม่ชอบเรียนรู้ ในเมื่อมีมารดาที่มั่นใจในตัวเองขนาดนั้น ย่อมถูกตามใจจนไม่ยอมฝึกเขียนพู่กันแน่นอน ตัวอักษรน่าเกลียดก็ถือว่ามีคำอธิบายได้
ยาที่เขียนไป ก็ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากยาฤทธิ์ร้อนถอนพิษ ยาที่บำรุงตับรักษาไต สั่งให้กินยาที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดมากกว่าที่หมอคนอื่นๆ ให้เยอะทีเดียว
อวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยทั้งสองคอยเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูตลอด พวกนางไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างใน ทั้งสองคนกังวลใจมาก
ตอนที่กู้เชียนเสวี่ยออกมา ทั้งสองคนก็เข้าไปล้อมทันที
“คุณหนู ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
“คุณหนู ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
กู้เชียนเสวี่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าไม่เป็นอะไร พวกเจ้าดูสิ แขนขาข้าก็ไม่ได้ขาดเสียหน่อย วางใจเถิด”
อวี้ชุ่ยเอ่ยอย่างตื่นเต้น “คุณหนูรักษาให้กับพระสนมฉินเฟยจนหายดีแล้วแน่ๆ เมื่อครู่นี้นี้ข้าเห็นหมอมอผู้นั้นรีบวิ่งออกมา จากนั้นไม่รู้ว่าเอ่ยสั่งอันใด สาวใช้ของวังอ๋องก็พากันไปปรนนิบัติอย่างกระตือรือร้นเลยเจ้าค่ะ”
พอนึกถึงอาการป่วยของพระสนมฉินเฟยขึ้นมา กู้เชียนเสวี่ยก็ขมวดคิ้ว “ตอนนี้ยังไม่ได้เห็นผลอะไรมากมายนัก…ช่างเถอะ มีอะไรไว้พวกเรากลับไปค่อยคุยจะดีกว่า”
สาวใช้ทั้งสองคนก็ตระหนักว่าวังลี่อ๋องไม่ใช่ที่ที่ควรพูด จึงปิดปากลงอย่างเชื่อฟัง ติดตามกู้เชียนเสวี่ยออกจากวังอ๋อง ขึ้นรถม้า แล้วกลับจวนเจ้ากรม
ในเวลาเดียวกันนั้น ณ เรือนหนานซาน วังลี่อ๋อง
“ฝ่าบาท ท่านรีบเข้ามาดูเถิดเจ้าค่ะ” เซินหมอมอเดินนำทางลี่อ๋องอย่างรีบร้อน
เห็นเพียงลี่อ๋องที่อยู่ในชุดสีดำทั้งตัวนั้นกำลังมีสีหน้าวิตกกังวล ความดุดันรอบตัวลดลงไปไม่น้อย รีบก้าวเท้าเข้าไปในเรือน
เมื่อได้เห็นมารดามีสีหน้าดีขึ้นตรงหน้าแล้ว คิ้วขมวดเล็กน้อย ดวงตาเยือกเย็นมาเป็นเวลานานในที่สุดก็เผยความอ่อนโยนออกมา
เชิงอรรถ
^ สี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ ได้แก่ กระดาษ พู่กัน หมึก และที่ฝนหมึก