“แต่ว่านะ...นายยังไม่ได้ตอบฉันเลยนะว่านายเป็บาร์คสายพันธุ์ไหน?”
ในระหว่างที่สมิธกำลังเดินกลับบ้านพร้อมกับมีบาร์คที่ชื่อว่ากรีนชิลดเกาะไหล่อยู่ไม่ยอมเดินด้วยตัวเองเพราะไม่อยากเจ็บราก เนื่องจากเส้นทางโดยสารเกือบทั้งหมดเป็คอนกรีตซึ่งพวกบาร์คไม่ชอบมันอย่างแรง ทั้งแข็ง ทั้งร้อน
“ข้าสายพันธุ์คลอโรฟิลล์ รวมไปถึงตาแก่พวกนั้นด้วย” กรีนชิลดตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา
“ดีเลย!” เหตุผลที่สมิธอยากจะรู้สายพันธุ์เพราะแต่ละสายพันธุ์ของบาร์คมีความสามารถที่ไม่เหมือนกัน อย่างสายพันธุ์คลอโรฟิลล์เท่าที่สมิธพอจะทราบคือมีความสามารถในการล่อเลี้ยงชีวิตและธรรมชาติ แต่ความสามารถอันโดดเด่นของสายพันธุ์นี้คือกลมกลืน! สายพันธุ์นี้ไม่ว่าจะไปอยู่ธรรมชาติในรูปแบบไหนสามารถปรับตัวราวกับเป็ถิ่นกำเนิดด้วยระยะเวลาอันสั้น
ด้วยความสามารถของกรีนชิลดมันจะเป็ประโยชน์ต่อฟาร์มและความปลอดภัยของครอบครัวเขาเป็อย่างมาก
ในที่สุดการเดินก็สิ้นสุดลงเมื่อสมิธมาถึงบ้านเป็ที่เรียบร้อยโดยมีกรีนชิลดเกาะอยู่บนไหล่ สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากมาถึงบ้านคือแนะนำกรีนชิลด์ให้ทุกคนได้รู้จัก
“โว้ว โว้ว!!! พี่ชายพากรูทกลับมาด้วยมาด้วยอ่อ อย่างเจ๋ง!” แจ็กสันยกนิ้วโป้งให้พี่ชายเลยที่พาทีมผู้พิทักษ์ระดับจักรวาลมาบ้านได้
“แน่นอนอยู่แล้วพี่มันไม่ธรรมดา!” สมิธกล้าพูดว่าตัวเองไม่ธรรมดาได้อย่างเต็มปากในตอนนี้เพราะเขาไม่ใช่สมิธคนเก่าผู้แสนจืดจางอีกต่อไปแล้ว ประสบการณ์ 30 ปีได้เปลี่ยนเขาไปอย่างสิ้นเชิง
“ต้นไม้มีตา มีจมูก มีปาก เหมือนพวกเราเลย?” เจนนี่สงสัยว่าทำไมต้นที่พี่ชายเอามาด้วยถึงมีตาจมูกปากเหมือนตัวเราเลย
“ใช่แล้ว ต่อไปนี้เรียกเขาว่าพี่กรีนก็แล้วกันนะ” ดูแล้วเจนนี่น้องสาวของเขาจะสงสัยมากกว่าตื่นเต้น
“นี้สินะสาเหตุที่ลูกออกไป” คอร์ทนี่ย์เข้าใจถึงเหตุผลของลูกเธอแล้ว แม้ในตอนแรกเธอค่อนข้างสับสนก็ตามว่าลูกชายเอาต้นไม้เกาะไหล่ตัวเองไว้ทำไม แต่เมื่อเธอได้เห็นใกล้ๆก็เข้าใจแล้วว่าต้นไม้ที่เกาะไหล่อยู่ๆไม่ใช่ต้นไม้จริงๆแค่เป็สิ่งมีชีวิตรูปแบบหนึ่งที่ร่างเป็ต้นไม้
ส่วนพ่อก็ได้แต่เงียบและพยักหน้าให้เป็สัญญาณประมานว่ากลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว
“บ้านเ้าไม่ธรรมดาเลยนะสมิธข้าของชื่นชม ที่ทำให้มิโนทอร์ผู้มีสมญานามว่าจอมทำลายล้างเชื่องได้ถึงขนาดนี้” ในขณะที่กรีนชิลดกวาดสายตามองดูรอบบ้านสายตาของเขาต้องเบิกกว้างเมื่อได้เห็นมิโนทอร์อสูรลายผู้ทำลายล้างทุกสิ่งอย่าง ผู้เต็มไปด้วยโทสะแห่งการทำลาย เข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้ซึ่งอ่อนแอกว่าเป็อย่างมาก แถมมิโนทอร์ตัวนี้กำลังนอนกินนมอย่างสบายใจราวกับเป็เพียงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมธรรมดาตัวหนึ่งอย่างไงอย่างงั้น
“ตอนแรกที่ฉันเห็นฉันก็คิดเหมือนนาย แต่มิโนว่าไม่ใช่มิโนทอร์อย่างที่นายคิดอย่างแน่นอน เพราะเธอเป็หนึ่งในสิ่งที่พ่อของฉันสร้างขึ้นมาโดยไม่ขึ้นตรงกับเผ่าพันธุ์ใดทั้งสิ้น มิโนว่าเธอคือสายพันธุ์ใหม่อย่างสิ้นเชิง” ไม่ผิดที่กรีนชิลดจะคิดว่าเป็มิโนทอร์เพราะตอนแรกสมิธเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่เมื่อเขาได้เห็นลักษณะทางกายภาพเบื้องต้นแล้วจึงมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยมว่านี้คือสายพันธุ์ใหม่
“งั้นหรอ แต่ว่านะเ้าสุดยอดมากจอห์น ที่สามารถสร้างเผ่าพันธุ์ที่คล้ายคลึงกับจอมทำลายล้างได้ใกล้เคียงถึงขนาดนี้” กรีนชิลดถึงกับหันไปยกนิ้วชี้ให้กับจอห์นในความยอดเยี่ยม
เมื่อทุกคนได้ทำความรู้สึกกับกรีนชิลดเป็ที่เรียบร้อยแล้วสมิธจึงพาไปที่ฟาร์มของเขาต่อในทันที
“อะไรวะเนี้ย...รูปแบบการทำฟาร์มเช่นนี้” กรีนชิลดที่ได้เห็นสภาพฟาร์มของสมิธถึงกับะโลงจากไหล่แล้ววิ่งไปััพืชผลที่กำลังปลูกในทันทีด้วยความเป็ห่วง
“มันเป็รูปแบบความสามารถของฉัน แม้มันจะดูไม่ค่อยปกติแต่นายลองััถึงสุขภาพและอารมณ์ของต้นไม้เหล่านี้สิแล้วนายจะรู้เอง” สมิธก็ได้แต่หยักไหล่และให้กรีนชิลดััมันด้วยตัวเองว่าถึงแม้ลักษณะการปลูกของเขามันจะพิศดาลแต่ผลลัพธ์ไม่พิศดาลอย่างแน่นอน
“เธออารมณ์ดีเนี้ยนะ!...”
“ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะมีความสุขกับดินแบบนี้”
“ทำไมร่างกายของเธอถึงสมบูรณ์ทั้งที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้?”
กรีนชิลดเต็มไปด้วยความมึนงงเมื่อได้ััทั้งความคิดและความรู้สึกของต้นไม้ทั้งหมดทึ่สมิธเป็คนปลูก เพราะมันเป็ไปในทิศทางบวกทั้งหมดต้นไม้เหล่านี้มีความสุขแถมสุขภาพยังดีเยี่ยมไม่มีอะไรเลวร้ายแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไปกว่านั้นเหมือนสรวง์อีกต่างหาก บ้าไปแล้ว...
“เป็ไงเปิดโลกเลยใช่ไหมล่ะ!”