ตอนที่ 4 เปิดระบบผีตนแรก
“พีทเอาจริงดิ”
แชมป์กระซิบถามเมื่อเห็นพีททีท่าทีที่เอาจริง “จริงดิ จะทนอยู่ทำไมให้คนอื่นรังแก…ฉันจะไปรอข้างนอก ส่วนแกจะเอายังไงต่อไปก็แล้วแต่แกตัดสินใจ” พูดจบพีทก็เดินจากร้าน ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความใของเหล่าพนักงาน
แชมป์เองก็ไม่รอช้า เขาได้ถอดผ้ากันเปื้อนและป้ายชื่อของทางร้านออกและติดตามพีทออกไป
ในระหว่างที่แชมป์เปิดประตูเตรียมที่จะออกมา ดิวตี้คนเดิมก็ยังไม่วาย ทำตัวปากมากด่าพวกเขาไล่หลัง “ออกก็ออกไป แต่ถึงพวกแกจะออก ฉันก็จะหักเงินของพวกแกจากค่าแรงทั้งสัปดาห์อยู่ดี ฮ่าฮ่า!” พีทไม่ได้ยินคำพูดนี้เพราะตัวของชายหนุ่มได้ออกไปยืนรอด้านนอกร้านแล้ว จะมีก็แต่แชมป์เท่านั้นที่ได้ยินคำพูดนี้ของดิวตี้
แชมป์หันขวับกลับไปในทันที “ถ้ามึงกล้าหักเงินของกูกับพีทแม้แต่บาทเดียว…มึงเตรียมไปคุยกับกระทรวงแรงงานได้เลย!” แชมป์นอตหลุดแล้ว ปกติแชมป์กับพีทจะไม่ค่อยใช้คำเรียกที่ไม่สุภาพ แต่ตอนนี้แชมป์สุดจะทนแล้ว
ถึงแชมป์จะไม่อยากทำนิสัยเดียวกับพ่อของตัวเองที่เป็นักการเมือง ที่มักจะใช้คำพูดข่มขู่ชั้นผู้น้อยอยู่เสมอ
แต่ตอนนี้เขาเหลืออดแล้ว จึงได้พูดข่มขู่ดิวตี้คนนี้กลับไปบ้าง ‘ว่าต่อให้พ่อของมันจะใหญ่สักแค่ไหน ทำงานอยู่ในบริษัทใหญ่โตหรือตำแหน่งที่ใหญ่โต แต่ก็คงไม่อยากจะมีปัญหากับกระทรวงแรงงานอย่างแน่นอน’
ดิวตี้ได้ยินแชมป์ยกอ้างถึงกระทรวงแรงงานด้วยหน้าตาที่จริงจัง ก็ต้องชะงักไป “เหอะๆ มองอะไรกัน กลับไปทำงานซะสิ!” ก่อนจะรีบหัวเราะกลบเกลื่อนแก้เขิน
หลังจากแชมป์พูดทิ้งท้ายจบ ชายหนุ่มก็ไม่ได้รั้งรออยู่ต่อ รีบเดินออกมาจากร้าน ซึ่งห่างออกไปประมาณ 20-30 ก้าว ก็เห็นพีทกำลังยืนยิ้มรออยู่
“ยิ้มอะไรวะ ตอนนี้ตกงานแล้วยังจะยิ้มอีก แกบ้าไปแล้วไง ปกติควรเป็ฉันที่ต้องหัวร้อนดิ?” เมื่อเห็นพีทกำลังยืนยิ้มอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า แชมป์ก็เดินเข้าไปหา พลางพูดคุยกันตามประสาเพื่อน
“ให้แกหัวร้อน? ป่านนี้ไอ้ดิวตี้นั้นคงได้ไปนอนที่โรงพยาบาล ส่วนเราสองคนก็จบลงที่สถานีตำรวจนะสิ” พีทตอบกลับ พลางหัวเราะออกมาพร้อมกันกับแชมป์
แต่ในขณะเดียวกันนั่นเอง ในระหว่างที่พีทกับแชมป์กำลังยืนคุยว่าจะเอายังไงต่อไป โทรศัพท์ของพีทก็ได้ดังขึ้น ‘ในใจก็มีแต่เธอ เธอคนเดียวเท่านั้น~มองตาทีไร หัวใจมันเต้นไม่ทัน♫’ (เพลงแอบหลง เพลงยอดนิยมของนักร้องหญิงดูโอที่ชื่อ อีฟ&เอลลี่ (Eve&Ally) เป็ศิลปินในสังกัด ST Entertainment ในประเทศไทยของโลกบลูสตาร์)
[พี่แตง Manager QFC]
เป็โทรศัพท์จากพี่แตง ผู้จัดการร้านไก่ทอดสาขาที่พีทและแชมป์ทำงานอยู่…พีทนั้นค่อนข้างเคารพและสนิทกับผู้จัดการร้านคนนี้อยู่พอสมควร เพราะเป็เธอที่เป็คนสัมภาษณ์และรับพีทกับเพื่อนของเขาเข้าทำงาน
“สวัสดีครับพี่แตง” พีทกระแอมเล็กน้อยเพื่อปรับโทนเสียงให้เป็ปกติ แต่ทว่าดูเหมือนว่าปลายสายน่าจะรู้เื่ที่เกิดขึ้นภายในร้านแล้ว
“พีท พี่รู้เื่ที่เกิดขึ้นหมดแล้ว พวกเธอสองคนใจเย็นๆ ก่อน พี่รับปากว่าจะไม่มีการหักค่าแรงของพวกเธออย่างแน่นอน เื่นี้เป็พี่เองที่จัดการตารางงานได้ไม่ดีเอาแบบนี้ วันนี้พวกเธอสองคนกลับไปพักก่อน พรุ่งนี้ค่อยกลับมาทำงาน อย่าใจร้อนรีบลาออกเลย” พี่แตงพูดผ่านโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่ดูร้อนใจและจากที่พีทได้ยิน ดูเหมือนว่าเธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่บนรถ คาดว่าน่าจะรีบขับรถมาที่ร้านเพื่อที่จะจัดการกับปัญหานี้ด้วย
หากแต่ว่า พีทกลับเลือกที่จะส่ายหน้า “ขอบคุณครับพี่ แต่ว่าผมกับแชมป์ไม่อยากสร้างปัญหาให้กับพี่ครับ ผมรู้ว่าพี่เองก็อาจจะเดือดร้อนได้หากไปกระทบกระทั่งกับรองผู้จัดการ อีกอย่างผมเองก็เรียนอยู่ปี 4 แล้ว มีโปรเจกต์ที่จำเป็ต้องทำคงไม่มีเวลามาทำงานพาร์ทไทม์อีก พี่อย่าเสี่ยงลำบากเพราะพวกผมสองคนเลยครับ” พีทตอบกลับไปตามความจริง เขากับแชมป์ได้ตกลงกันแล้วว่า ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า พวกเขาจะลาออกจากงานอยู่แล้ว
เพราะต้องให้ความสนใจกับการเรียนในเทอมสุดท้าย ที่จะเป็ตัวชี้วัดว่าเขาจะเรียนจบภายใน 4 ปี หรือไม่ ดังนั้นพวกเขาทั้งสองคนแม้จะเดือดร้อนในเื่เงินอยู่บ้าง จนต้องมาทำงานพาร์ทไทม์ แต่จากระยะเวลาที่พวกเขาทำงานพาร์ทไทม์มานาน จึงพบที่จะมีเงินเก็บอยู่บ้างคนละหมื่น สองหมื่น น่าจะมากพอที่จะใช้ไปอีกหลายเดือนหากประหยัด
“เธอสองคนตัดสินใจแล้วใช่ไหม?” พี่แตงก็ไม่ได้คะยั้นคะยอต่อ ก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นมาเป็ผู้จัดการร้าน เธอย่อมต้องมีประสบการณ์ในการดูแลร้านมามากพอสมควร เข้าใจในวัฏจักรการทำงานของพนักงานพาร์ทไทม์มาก็ค่อนข้างมาก ดังนั้นพอเธอได้ยินถึงการตัดสินใจของพีท เธอจึงได้เน้นย้ำเพื่อความแน่ใจ ว่าพวกเขาตัดสินใจกันดีแล้วใช่หรือไม่
และพอพีทตอบว่าเขาตัดสินใจแบบนี้แล้ว พี่แตงก็ไม่ได้พูดเพื่อเหนี่ยวรั้งพีทอีก “ถ้าอย่างนั้นพี่ขออวยพรให้พวกน้องๆ โชคดี เรียนจบตามที่หวังและประสบความสำเร็จในอาชีพการงานในอนาคตนะน้องๆ ไว้วันข้างหน้าหากมีโอกาสได้เจอกัน อย่าลืมทักทายพี่ด้วยนะ” พี่แตงอวยพรพีทและแชมป์ด้วยความเอ็นดูก่อนที่เธอจะวางสายไป รวมไปถึงในเมื่อเื่ที่เกิดขึ้นภายในร้านได้ถูกเคลียร์จบแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องรีบไปที่ร้านอีก เธอหักหัวรถของเธอเพื่อเลี้ยวรถกลับบ้าน ก่อนในใจจะนึกถึงใบหน้าของน้องๆ ทั้งสองคนที่เธอเอ็นดู ไม่สิต้องสามคน
เพราะหากพีทและแชมป์ลาออก มีหรือที่ ‘ฝ้าย’ พนักงานพาร์ทไทม์อีกหนึ่งคนของร้านจะทำงานต่อ?
พีท แชมป์และฝ้าย คือพนักงานพาร์ทไทม์ ที่ยึดครองตำแหน่งพนักงานดีเด่นของสาขาเธอมาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผลัดเปลี่ยนตำแหน่งพนักงานดีเด่นวนกันอยู่แค่ 3 คนนี้มาตลอด
‘พีทถึงพี่จะไม่ว่าอะไรกับเื่ที่น้องลาออก แต่กับฝ้ายพี่เองก็ไม่รู้นะ อิอิ~’ ในระหว่างขับรถ พี่แตงที่กำลังเลี้ยวรถกลับเข้าบ้าน เธอได้นึกถึงเื่ของพีท แชมป์และฝ้ายอีกครั้ง เธอยิ้มและหัวเราะเล็กน้อย เมื่อคิดถึงสภาพของพีทหลังจากนี้ ก่อนที่เธอนั้นจะฮัมเพลงที่เปิดในวิทยุด้วยความร่าเริง
หลังจากที่พีทวางสายพี่แตงเสร็จ ตัวเขากับแชมป์ก็ยังคงเดินตากแอร์อยู่ในห้างต่อไปเพราะไหนนี้ก็ยังเช้าอยู่ กลับไปก็ไม่รู้จะทำอะไร ดังนั้นแชมป์จึงชวนพีทเดินเล่น เพื่อหวังจะหางานพาร์ทไทม์ในห้างต่อ
“แกเอาไงพีท จะทำพาร์ทไทม์ที่ไหนต่อดี เอาเป็ร้านพิซซ่าไหม มีไอ้แดงกับไอ้เขียว จะเลือกสีไหน?” แชมป์เดินผ่านร้านพิซซ่าภายในห้างและโบกไม้โบกมือให้กับพนักงานสาวที่ยืนต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้าน
โดยพิซซ่าทั้งสองสีนี้ ก็ตั้งประจันอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน พอดิบพอดีกับพีทและแชมป์เดินผ่านพอดี “. . .”
พีทนั้นไม่ได้ตอบกลับอะไร เขาเดินใช้ความคิดเงียบๆ ตามลำพัง จนแชมป์ที่รู้สึกแปลกๆ ต้องดึงแขนเพื่อนสนิท เพื่อเอ่ยถามว่ามันเป็อะไร “เห็นแกเงียบมาั้แ่วางสายพี่แตง เป็อะไรวะ หรือว่าจะกลัวยัยฝ้าย? ถ้าอย่างนั้น ฉันยอมเสียสละตัวเอง ให้แกโบยว่าฉันเป็คนชวนแกลาออกก็ได้”
“เปล่าแค่คิดอะไรเพลินๆ” พีทยังคงทำตัวเหมือนมีลับลมคมใน ซึ่งในระหว่างนั้นแชมป์ก็ได้เดินปรี่เข้าไปในร้านพิซซ่าสีเขียว เพื่อที่จะขอใบสมัครทำงานแล้ว หลังจากพบว่าพนักงานพิซซ่าสีเขียวน่ารักดี หวังจะจีบให้กับพีทได้คล้ายเหงา หลังจากพึ่งทำใจจากแฟนเก่าได้ไม่นาน
แชมป์รับเอาใบสมัครงานมาสองใบ หวังนำมาให้กับพีทเพื่อเตรียมตัวสมัครงานใหม่ หากแต่พีทกลับนำใบสมัครงานนั้นมาเขียนขยุกขยิก จนแชมป์ต้องแอบชำเลืองมอง พร้อมกับผงะไป เมื่อพีทนั้นกำลังจดอะไรบางอย่างอยู่
{ปีกไก่,แป้งทอดกรอบ,เกลือ,น้ำส้มสายชู,งาขาว,พริกไทย,ซอสเกาหลี,ขิง,และลูกแพร์ขูด ฯลฯ } พีทได้จดสูตรการทำไก่ทอดลงบนกระดาษ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะฉีกยิ้มกว้าง โดยที่สายตาของพีทได้จ้องมองออกไปกลางอากาศ สะท้อนแสงสีฟ้าที่เป็หน้าจอของระบบกำลังส่องสว่างเรืองรอง
‘ติ้ง!’ ย้อนกลับไปหลังจากนี้ประมาณ 30นาที หลังจากพีทได้เดินออกมาจากร้างขายไก่ทอด QFC ทันทีที่เขาประกาศกร้าวว่าจะขอลาออก ทันใดนั้นระบบก็พลันทำงาน
[สารบัญิญญาผู้ทรงอิทธิพลได้ถูกกระตุ้น: ปลดล็อกบุคคลที่มีชื่อเสียงสำเร็จ]
ระบบขอแนะนำ “เทพไก่เกาหลีแห่งทงแดมุน ผู้ที่ทอดไก่ด้วยหัวใจ”
[ชื่อ: มิน แจ-กยู (Min Jae-kyu / 민재규)
ภูมิหลัง: เ้าของร้านไก่ทอดเล็ก ๆ ที่ถูก QFC แย่งตลาดจนเกือบล้มละลาย แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ให้กับโชคชะตาทดลองพัฒนาสูตรกว่า 300 แบบ และเคยชนะการประกวดไก่ทอดระดับประเทศในปี 1998
ถึงอย่างนั้น เขากลับเสียชีวิตโดยไร้ทายาท มีคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ถ้ามีใครมาสืบทอดจิติญญาไก่ของข้า ข้าจะมอบสูตรไก่ทอดของข้าให้กับคนๆ นั้น]
[อันยองฮาเซโย]
เสียงภายในระบบได้ดังขึ้นเป็ภาษาเกาหลี แต่ด้วยความที่พีทนั้นเป็คนไทย เขาฟังภาษาเกาหลีไม่ออกระบบจึงได้ปรับเปลี่ยนเสียงของ มินแจกยูให้พูดเป็ภาษาไทยด้วยระบบแปลภาษาอัตโนมัติ
‘สวัสดีครับ? คุณเป็ใครครับ’ พีทกล่าวสวัสดี ด้วยความรู้สึกแปลกๆ นี้เป็ครั้งแรกที่เขาได้ไปกระตุ้นภารกิจของระบบโดยบังเอิญและที่สำคัย คนสำคัญคนนี้แม้จะไม่ได้มีชื่อเสียงที่ดังอะไรมากมายแต่นี่คือคนต่างประเทศคนแรกไม่เหมือนกับน้าผี ที่อย่างน้อยก็เป็คนไทยด้วยกันเอง
[ไอ้หนูสิ่งที่เ้าทำ มันทำให้ข้าชอบใจมาก เ้ากล้าที่จะหันหลังให้กับไอ้ QFC ที่ข้าเกลียดเข้ากระดูกดำ…และในเมื่อเ้ากล้าหันหลังให้กับมัน งั้นข้าผู้นี้ มินแจกยูก็จะขอมอบสูตรและวิธีการทอดไก่ทอดเกาหลีให้กับเ้าเอง]
{ค่าความสัมพันธ์กับมินแจกยู + 5 (5/100) ระดับ ผิวเผิน}
ไก่ทอดเกาหลี มีชื่อเสียงในระดับโลกเป็รองแค่ QFC เท่านั้น อันที่จริงจะบอกว่ารสชาติของไก่ทอดเกาหลีอาจจะเหนือกว่าไก่ทอดของ QFC ก็ว่าได้เป็รองแค่การตลาดเท่านั้นที่ยังสู้ QFC ไม่ได้
แน่นอนไก่ทอดของไทยเอง อย่างไก่ทอดหาดใหญ่ ก็มีรสชาติไก่ทอดที่ดีและถูกปากคนไทย หากแต่คุณภาพของร้านไก่ทอดหาดใหญ่นั้นค่อนข้างเหวี่ยง มีไม่กี่ร้านเท่านั้นที่จะรักษาคุณภาพของไก่ทอดให้คงที่
ผิดกับไก่ทอดเกาหลี ไม่ว่าจะเป็ร้านที่มีแบรนด์หรือร้านภายในประเทศเกาหลีเอง ส่วนใหญ่ด้วยการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง หันไปทางไหนก็เจอแต่ร้านเกาหลีทุกมุมเมือง จนเรียกได้ว่านึกถึงเกาหลีนอกจากกิมจิแล้วก็มีไก่ทอดนี้แหละที่เป็อาหารประจำชาติอีกอย่างหนึ่ง
ดังนั้นร้านไก่ทอดที่เกาหลีจึงมีการแข่งขันที่ค่อนข้างดุเดือด หากไม่รักษามาตรฐานและรสชาติเอาไว้ไม่ได้ ก็สู้ร้านอื่นไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ มินแจกยู จึงได้กลายเป็หนึ่งในบุคคลสำคัญในวงการไก่ทอดเกาหลี แม้ชื่อของเขาจะถูกลืมเลือนไปแล้ว แต่ในสารบัญิญญาไม่มีทางลืม
ในชั่วพริบตาเดียวสูตรไก่ทอดกว่า 300 สูตร ก็ไหลเข้ามาในหัวของพีท…เขาใช้เวลาย่อยและทำความเข้าใจอยู่นานสองนาน ก่อนที่ในที่สุด เขาจะตัดสินใจแล้วว่า จะเริ่มต้นธุรกิจแรกของตัวเองยังไง
‘ฉันจะเป็เ้าของร้านไก่ทอด!!’
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
รู้นะว่ากำลังเพลิน งั้นจัดไปอีกตอน
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy