“อืมมมม…มมม ปวดหัวจังเลยยยย” นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงที่แสนนุ่ม ‘เมื่อวานกลับมากี่โมงกันนะ’ ลืมตามองเพดานนิ่งคิด อยู่ในร่างนี้มาเกือบเดือนเกิดเื่ต่างๆ ขึ้นมากมาย ตอนนี้เื่ราวในนิยายกลับกลายมาเป็เื่จริงของตัวเองซะงั้นหวังจะเข้าไปแก้ไขเหตุการณ์อันใดก็คงทำอย่างที่ใจคิดไม่ได้เพราะไม่เคยอ่านเื่ราวั้แ่ต้นจนจบ ตำแหน่งนางร้ายที่ได้มาก็ไม่รู้ว่าจะพาตัวเองไปตายเมื่อไหร่ เครียด..
ก่อกๆๆ ก่อกๆๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“คุณหนูตื่นรึยังเ้าคะ??” เสียงเสี่ยวถงร้องเรียก
“ตื่นแล้วเข้ามาเถอะ”
แอ้ดดด!!! เปิดประตูเข้ามา “วันนี้คุณหนูจะไปไหว้พระขอพรที่อารามซงกวน กับคุณหนูตู้นะเ้าคะ มิลืมใช่หรือไม่??”
“…นี่ยามใดแล้ว?” ‘เพิ่งนึกออกนะเนี่ย’
“ตอนนี้ปลายยามเฉินแล้ว (09.00) อีกไม่ถึงชั่วยามก็จะถึงเวลานัดหมายเ้าค่ะ คุณหนูตู้จะนำรถม้ามารับคุณหนูที่หน้าจวน” ยืนพับผ้าห่มข้างเตียง ‘ดีนะเมื่อวานคุณหนูดื่มสุราครบสี่ไหก็หลับไปเลย กลับถึงจวนก็พักผ่อนยาวจนถึงยามนี้’
“เดี๋ยวข้าจะไปชำระร่างกาย..ตอนนี้เ้าไปโรงครัวหาน้ำแกงสร่างเมามาให้ข้าสักหนึ่งถ้วยนะ” จบคำก็ลุกขึ้นเดือนหายไปด้านหลังฉากกั้น
“เ้าค่ะ”
หน้าจวนสกุลจู มีรถม้าสกุลตู้จอดเทียบลงหน้าจวนคุณหนูตู้แจ้งแก่พ่อบ้านว่ามาพบจูเหม่ยเซียน พ่อบ้านเฉิงมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยเนื่องจากทราบดีว่าคุณหนูเหม่ยเซียนมิเคยนิยมชมชอบนางแต่ยังคงรักษามารยาทเชื้อเชิญคุณหนูตู้เข้าไปรับชารอคุณหนูเหม่ยเซียนที่ห้องโถง
ภายในห้องโถงใหญ่ตู้ฟางซินได้พบกับท่านเสนาบดีจูที่นั่งจิบชาร่วมกับเกาฮูหยิน
“ตู้ฟางซินคาราวะท่านเสนาบดีจู คาราวะเกาฮูหยินเ้าค่ะ” ย่อกายเคารพผู้าุโอย่างมีมารยาท
“อืม..เชิญนั่งตามสบายเถิดคุณหนูตู้ มีธุระอันใดกับเหม่ยเอ๋อร์อย่างนั้นรึ” ถามด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“เอ่อ..เมื่อวานนี้ข้าน้อยและเหม่ยเซียนตกลงที่เป็จะสหายกันแล้ววันนี้เลยตกลงกันเอาไว้ว่าจะไปไหว้พระขอพรที่อารามซงกวนเ้าค่ะ” ก้มหน้าลงด้วยความประหม่า
“ตกลงเป็สหายกันเช่นนั้นรึ??” เสนาบดีจูกล่าวย้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อ ใช่ว่าจะมิรู้ เื่ที่บุตรสาวของตนเกลียดชังไป่เยว่ชิงและตู้ฟางซินเพียงใด เพียงแต่หลังจากที่นางตกบันไดอะไรๆ ก็เปลี่ยนไปจนหมดแม้แต่นิสัยใจคอ
“เ้าค่ะ”
“แล้วสหายสนิทของเ้าเล่า บุตรสาวเสนาบดีไป่ใช่หรือไม่??”
“ในกาลก่อนอาจจะเป็เช่นนั้นเ้าค่ะแต่ในยามนี้ข้าตัดสินใจตัดขาดความเป็สหายกับนางจนสิ้นแล้วั้แ่เมื่อวาน” ส่งสายตาแน่วแน่กลับไป
“ท่านพ่อเ้าขาา” เสียงเหม่ยเอ๋อร์เรียกท่านเสนาบดีั้แ่หน้าประตูและโผเข้าไปกอดเอวท่านแม่ของนางอย่างออดอ้อน
“เรียกพ่อแต่วิ่งไปกอดแม่เ้ารึ??"
“ท่านแม่ตัวหอมนี่เ้าคะ” ฮูหยินยิ้มตอบและลูบผมบุตรสาวเบาๆ
“ตอนนี้มีสหายใหม่แล้วนี่..ฟางเอ๋อร์มาขออนุญาตพาเ้าไปอารามซงกวน??” เกาฮูหยินถามย้ำ
“่นี้พ่อมิอยากให้เ้าออกไปนอกจวน เกรงว่าจะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น เื่ไปขอพรที่อารามซงกวนค่อยว่ากันอีกทีดีหรือไม่?” เสนาบดีจูเอ่ยเตือนเสียงเครียดแต่มิยอมบอกว่าเป็เื่ใด
“เช่นนั้นหรือเ้าคะ” หันมองตู้ฟางซินใบหน้าขมวด ‘รึจะเป็เื่เสนาบดีไป่กันนะ’ แต่ก็อดเสียดายไม่ได้ “ฟางซิน..เราค่อยไปกันวันอื่นดีหรือไม่? ”
“อืม..มิเป็ไร” ตู้ฟางซินอดคิดไม่ได้ว่าท่านเสนาบดีคงมิชอบนางจึงอยากกันให้ออกห่าง เพราะเมื่อก่อนนางกับจูเหม่ยเซียนใช่ว่าจะถูกคอกัน
“พ่อว่าลูกชวนคุณหนูตู้นั่งเล่นอยู่ในจวนก่อน ยามเซิน (17.00) ค่อยกลับดีหรือไม่..หืม” หันไปมองตู้ฟางซิน
“ดีเลยเ้าค่ะ” มองตู้ฟางซินแล้วพูด “ตกลงหรือไม่ สหายใหม่หนึ่งวันของข้า"
“อื้ม..ตกลง” ยิ้มปนหัวเราะกับคำถามของเหม่ยเซียน เสนาบดีและฮูหยินก็พากันหัวเราะ ‘สหายใหม่หนึ่งวันอะไรของเ้า'
“เช่นนั้นวันนี้แม่จะสอนพวกเ้าทำผงหอมเอาไว้แช่ในน้ำสำหรับชำระผิวกายดีหรือไม่” เกาฮูหยินเอ่ยถาม
“ดีเ้าค่ะ/เ้าค่ะ” ทั้งสองตอบรับพร้อมกันแล้วยิ้ม
“ไปรอแม่ที่ศาลาริมน้ำกันก่อน เดี๋ยวแม่ให้สาวใช้เตรียมของแล้วจะตามไป” ทั้งสองสตรีเดินไปยังศาลาริมน้ำพร้อมกัน พูดคุยเรื่อยเปื่อยตามทางเดิน
“ท่านแม่ของเ้าดูอ่อนเยาว์ยิ่งนัก” ฟางซินพูด
“ใช่แล้ว ผิวกายก็หอมมากเช่นกัน” เหม่ยเซียนพูดไปยิ้มไป
“ท่านพ่อของเ้าดูมิค่อยชอบข้าเท่าไหร่..ใช่หรือไม่?”
“มิใช่หรอกท่านแค่เป็ห่วง” ถอนหายใจ “เ้าคงไม่ทราบสินะ..หลังวันปักปิ่นข้าได้เข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้ ฮองเฮาและพระสนมบังเอิญพบกับพ่อลูกสกุลไป่มาขอเข้าเฝ้า”
“เช่นนั้นรึ”