ตอนที่ 3
ผ่านไปสามวัน....
ช่างลี่นั่งดูดซับพลังโลกาอยู่นั้น
ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม
ระดับพลังของข้าเลื่อนมาอยู่
รากฐาน ขั้นที่สองขั้นปลายแล้ว
ซึ่งถือว่าเป็การเลื่อนระดับที่เร็วมาก
สำหรับผู้ฝึกยุทธแล้วจะใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนใน่อายุเท่านี้
พรึบ!!
ช่างลี่ลุกจากก้อนหินที่นั้งดูดซับพลังโลกามาตลอดสามวัน เขารู้สึกแน่นหน้าอกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
"สงสัยเราพึ่งเลื่อนระดับมาคงไม่เป็อะไรมั้งนะ...รีบกลับบ้านไปบอกท่านพ่อดีกว่า"
"ท่านพ่อท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว"
"ไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมากินข้าว"
เสียงจากหลีี่เฉียงนั้นเอง
ช่างลี่พยักหน้าแล้วไปอาบน้ำในทันที..
พรึบ.....
หลังจากอาบน้ำแล้วเขารู้สึกว่าภายในเส้นลมปราณของเขานั้นปั่นปวนอย่างมากเหมือนแทบจะะเิออกมาอยู่แล้ว
ที่เขารู้สึกอย่างนั้นเพราะว่าเส้นลมปราณของเขานั้นอุดตันไม่สามารถที่พลังแห่งโลกาจะไหลเวียนได้เลยเกิดการปะทะกับอวัยวะภายในอาจจะทำให้เขาถึงตายได้เลย
ช่างรีบพุ่งไปหาบิดาของเขาทันทีที่ห้องทานข้าวซึ่งเขาคิดว่าคงเป็เพราะโรคประหลาดของเขานั้นได้กำเริบแน่ๆ
พรึบ...
.
....
"ท่านพ่อ.... อึ.."
กระอัก เืออกมาแล้ว
สลบไปทันที
ช่างลี่เปิดประตูมาแล้วกำลังจะพูดแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะว่าพลังงานโลกาที่ย้อนกลับไปทำลายอวัยวะภายในไปเสียแล้ว
เมื่อหลี่เฉียงเห็นบุตรชายของเขาล้มลง
ต่อหน้า ทะยานตัวไปรับในทันทีและรีบตรวจพลังซีพในทันทีซึ่งมันอ่อนลงไปมากแล้วเขารีบบอกให้ภรรยาของเขาที่ยืนตัวสั่นและใอยู่มาดูแลแทน
และไปตามนักโอสถในทันที
พรึบ...
..
...ฟิ้ว..
ภานในตระกูลเลี่ยงหรงมีนักปรุงโอสถอยู่แต่ไม่ได้ระดับสูงมากนัก
ตำหนักโอสถ....
ผู้าุโชงฉินชายชราอายุราวๆห้าสิบปีได้แล้วกำลังคัดแยกสมุนไพรอยู่นั้น
แอ๊ด....โครม!!!
เสียงประตูเปิดออก
"หือ"
ชงฉินใหันไปมองก็พบว่าคนที่เปิดมานั้นคือผู้าุโหลี่เฉัยงนั้นเอง
"มากับข้าก่อนผู้าุโ"
เขายังไม่ทันได้พูดสิ่งใดโดนลากออกแล้ว
พรึบ...
บ้านช่างลี่....
ที่ห้องของช้างลี่เขานอนอยู่บนเตียงด้วยเหงื่อท่วมกายและตัวร้อนเป็อันมาก
"ท่านชงฉินลูกชายข้าเป็อย่างไรบ้าง"
หลี่เฉียงถามหลังจากชงฉินตรวจอาการแล้ว
"เขาอาจจะมีชิวิตอยู่ได้ไม่เกินสองชั่วยาม
นี้แล้วท่านผู้าุโหลี่เฉียน"
ชงฉินตอบกลับด้วยสีหน้าเศร้าใจ
เพราะเขาได้บอกว่าเด็กคนนี้เป็โรคประหลาดไปั้แ่แปดปีก่อนแล้ว
ดังนั้นห้ามฝึกยุทธหรือดูดซับบ่มเพาะพลังใดๆเป็อันขาด
หลังจากชงฉินจากไปแล้วบ้านของช่างลี่มีแต่ความเศร้าเสียใจปกคลุมพร้อมทั้งเสียงร้องไห้ของแม่ของเขา
ณ. มณทลหนึ่งในประเทศจีน...
เจิ้งหลิ้นเขาเป็เด็กกำพร้าถูกรับมาเลี้ยงโดยคุณตาท่านหนึ่ง คุณตามีอาชีพทำสวนผักขนาดเล็ก เจิ้งหลินจำต้องช่วยคุณตาทำสวนั้แ่เด็กถึงแม้ว่าจะเหนื่อยสักแค่ไหนเขาไม่เคยบ่นเลยสักครั้ง เพราะเขารักคุณตามากและเป็คนในครอบครัวคนเดียวของเขาด้วย
ตอนนี้เจิ้งหลินอายุเก้าปีแล้วหลังจากช่วยคุณตาปลูกผักเสร็จและไปโรงเรียนแล้วหลังเลิกเรียนเขามักจะขออนุญาติคุณตาไปทำงานเฝ้าร้านหนังสือภายในหมู่บ้านซึ่งร้านหนังสือแห่งนี้ดูเก่าแก่และทรุดโทรมมากสร้างด้วยไม้มีสองชั้นด้วยกัน
ซึ่งภายในร้านแห่งนี้มีชายชราคนหนึ่งเป็เ้าของร้านอายุราวเจ็ดสิบปีได้
ร้านเช่าหนังสือนิยาย...
"ท่านตาฟู่เห๋อข้ามาแล้วครับ"
เสียงของเจิ่งหลินกล่าวทักทายชายชรา
ชายชราเพียงยิ้มตอบด้วยร้อยิ้มที่อบอุ่น
เพราะเจิ่งหลิ่นเขามาที่นี่ทุกวันหลังเลิกเรียนมาช่วยเฝ้าร้านและปิดร้านช่วย
แลกกับการได้อ่านนิยายเื่ต่างๆ
ภายในร้านนี้
และแน่นอนนิยายที่เขาชอบอ่านคือแนวฝึกยุทธ กำลังภายใน ซึ่งร้านแห่งนี้มีนิยายเก่าๆมากมายแถมยังเต็มไปด้วยความเก่าแก่ในแต่ละเล่มอีกด้วย ราวกับ
เื่เล่าเหล่านี้เป็เื่จริงอย่างนั้นแหละ