เปลี่ยนลิขิตสวรรค์

    บทที่ 32 ไม่ต้องพูดๆ

           หลินปาและหยางหานมองดูเว่ยเมิ่งงอย่างสนใจในความคิดของพวกมันชายหนุ่มผู้อายุราวยี่สิบปีผู้นี้ไม่คล้ายกับจะเป็นยอดฝีมือที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์สงครามแคว้นชิงและแคว้นเสวียนเลยซักนิด

           ถึงอย่างงั้นสองปรมาจารย์ก็ยังมองเว่ยเมิ่งอย่างพิจารนาจะอย่างไรพวกมันก็มีชีวิตอยู่มานานถึงแม้ภายนอกพวกมันจะคล้ายกับบุรุษวัยกลางคนแต่แท้จริงแล้วอายุของพวกมันถือว่าเหยียบเกินครึ่งร้อยไปแล้วด้วยซ้ำ!

           ประสบการณ์ตลอดชีวิตของมันหล่อหลอมให้พวกมันไม่ใช้แค่สักแต่จะมองผู้คนแค่ภายนอกหรือแค่พลังฝีมือการที่รุ่นเยาว์ระดับแนวหน้าของตำหนักเทวะอย่างต้วนเหยียนยืนยันแล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้มีฝีมือไม่ธรรมดาในใจของทั้งหลินปาและหยางหานย่อมไม่ประมาทแม้แต่น้อย

           จักรพรรดิชิงดึงความสนใจของทุกคนกลับมาอีกครั้งมันกล่าวชื่นชมเหล่าคณะนักแสดงอีกครั้งและประทานรางวัลให้กับคนของคณะเพลิงพิรุณอีกคนละสองสามอย่าง  

           เว่ยเมิ่งพูดคุยกับตงฟางซานและมารดาอีกสองสามประโยคเขาเล่าเรื่องที่เสวี่ยฟางออกเดินทางให้กับทั้งสองฟังตงฟางซานที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจต่างกับตงฟางฮูหยินที่มีสีหน้าอมยิ้มน้อยๆ

           “พี่สาวของเจ้ากำลังเดินทางไปในโชคชะตาของนาง”ตงฟางฮูหยินกล่าว“เจ้ากังวลเกินไปแล้วเว่ยเมิ่งด้วยนิสัยของนาง.....หากมีผู้ใดกล้าหาเรื่องนางและนางไม่สามารถจัดการได้ล่ะก็คิดหรือนางจะไม่รีบวิ่งแจ้นมาหาเจ้า?”

           “แต่-”

           “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น!มาๆ ข้าจะพาเจ้าไปทำความรู้จักกับแม่รองของเจ้า!” ตงฟางฮูหยินตัดบทก่อนจะหัวเราะคิกคักและลากเว่ยเมิ่งไปทางตงฟางหรงที่ตอนนี้กำลังมีสีหน้าแปลกๆข้างๆของเขาคือหมานฮูหยินภรรยาหลวงของแม่ทัพใหญ่ตงฟางหรือก็มารดาของตงฟางจวินนั้นเอง

           “หมานเอ๋อร์! นี่ไงล่ะบุตรชายของข้าที่ข้าเคยเล่าให้ฟังน่ะ!”ตงฟางฮูหยินลากเว่ยเมิ่งไปเปิดตัวกับหมานฮูหยินโดยไม่ทันตั้งตัว

           ตงฟางหรงได้แต่ทำสีหน้าแปลกๆมองตงฟางฮูหยิน‘นางยังคงเป็นเช่นเดิม....นางยังคงเป็นเช่นเดิมจริงๆ’

           หมานฮูหยินที่ตอนแรกมีสีหน้างุนงงแต่ไม่นานนางก็เหมือนรับรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นนางยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะน้อยๆ “ในที่สุดพี่หญิงก็นำบุตรชายมาเปิดตัวกับข้าแล้ว?”

           สองสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงของแม่ทัพใหญ่ตงฟางหัวเราะกันคิกคักปล่อยให้บิดาและบุตรแซ่ตงฟางมีสีหน้าแปลกๆ

           ตงฟางซานมองมองภาพทุกอย่างด้วยความเมตตาชายชรามองไปยังตงฟางหรงด้วยเอ็นดูถึงแม้บุตรชายของตนจะมีอายุมากขึ้นจนถึงขนาดมีบุตรชายสองคนแล้วก็ตามแต่ในสายตาของมันตงฟางหรงก็ยังเป็นเด็กน้อยที่ในอดีตเอาแต่พรำบ่นเรื่องการออกไปผจญภัยนอกหมู่บ้านอยู่วันยังค่ำ

           ชายชรามีรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองชายชราอีกคนหนึ่งที่กำลังทำตัวให้โดดเด่นน้อยที่สุด.....ชายชราผู้คุมกฎกำลังค่อยๆย่องอย่างช้าๆ.....ไปยังทางออก....บุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในหมู่บ้านน้ำตกสวรรค์กำลังแอบหลบหนีจากงานเลี้ยงโดยที่ไม่ให้ใครบางคนรู้ตัว

           พริบตานั้นชายชราผู้คุมกฎพลันรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังชายชราค่อยๆหันกลับไปมองก็พบกับเว่ยเมิ่งที่เหลือบตามาทางมันมันกลืนน้ำลายอย่างเหนียวคอพลันยกมือขึ้นโบกมือทักทายเว่ยเมิ่งอย่างเป็นมิตร

           แน่นอว่าเว่ยเมิ่งเป็นรุ่นเยาว์ที่รู้กาลเทศะเขาประสานมือโค้งคำนับให้กับชายชราก่อนงยหน้าขึ้นมายิ้มให้อย่างไรก็ตามทันทีที่ชายชราผู้คุมกฎเห็นรอยยิ้มนั้นชายก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆมันอ่านรอยยิ้มนั้นออกชายหนุ่มที่อยู่ห่างออกไปคล้ายจะบอกว่า ‘ข้าแค่นเรื่องพี่สาวข้าจากท่านปู่ของข้ากับมารดาไม่ได้ก็จริง.....แต่อย่าหวังว่าข้าจะเกรงใจท่านน่ะตาแก่!’

           เว่ยเมิ่งกล่าวเอ่ยขอตัวกลับมารดาของตนและเดินมาทางชายชราผู้คุมกฎที่กำลังยิ้มอย่างเมตตามาทางตน

           “ท่านผู้อาวุโสคงสบายดีใช่หรือไม่?” เว่ยเมิ่งกล่าวยิ้มๆ

           “แค่กๆไม่เลยช่วงนี้ข้าป่วยบ่อยเหลือเกิน ข้าว่าข้าขอตัวไปนอนพักดีกว่า”ยังไม่ทันที่ชายชราจะได้ถอยหนี มือข้างหนึ่งของเว่เยเมิ่งจับลงที่ไหล่ของชายชราอย่างรวดเร็ว

           “พอดีเลยท่านผู้อาวุโสข้ารู้จักที่ดีๆที่มีท้องฟ้าปลอดโปร่งอยู่พอดี มาๆให้ข้าพาท่านไปเถอะ”

           “ไม่-.............ก็ได้”ชายชราทำถ้าจะปฏิเสธแต่ก็โดนสายตาดุๆของเว่ยเมิ่งกดข่มเอาไว้

           เว่ยเมิ่งยิ้มอย่าง‘อ่อนโยน’ก่อนจะผ่ายมือออกเป็นเชิงบอกว่าให้ตามทางนี้อย่างไรก่อนที่ทั้งสองจะออกเดินทาง ชายชราพลันเหมือนนึกอะไรได้ ชายชราผู้คุมกฎหันไปมองหยางหานและหลินปาที่กำลังมองมาทางนี้

           “เดี่ยวๆ....เฮ้ย!พวกเจ้าน่ะ! ตามข้ามานี่สิ”เสียงลมปราณของชายชราดังขึ้นที่ข้างหูของหลินปาและหยางหานสองปรมาจารย์แห่งตำหนักเทวะมีสีหน้างุนงงแต่อย่างไรก็ตามทั้งสองก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของชายชราพวกมันลุกขึ้นและเดินไปทางพวกเว่ยเมิ่งทันที

           “ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมีอะไรให้พวกเรา....”

           “ไม่ต้องพูดๆตามข้ามาก็พอแล้ว” ชายชราตัดบทอย่างไม่ใยดี

           เว่ยเมิ่งมองดูหลินปาและหยางหานก็เลิกคิ้วเขาหันไปมองเหมือนจะถามชายชราว่า ‘ท่านจะหาพวกมันมาทำไม?’

           ชายชราก็ทำสายตากลับไปเหมือนจะบอกว่า‘เอาน่า...ไว้เดียวเจ้าก็รู้เอง’ คนทั้งสี่เดินออกจากท้องพระโรงไปอย่างเงียบๆโดยที่คิดไว้ว่าคงไม่มีคนสนใจ...อย่างไรก็ตาม

           “หืม?อะไรกันทำไมแขกจากตำหนักเทวะถึงได้ติดตามเจ้าหนุ่มกับชายชราคนนั้นออกไปกัน?”

           “ถ้าข้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าข้าจะเคยเห็นชายชรานั้นอยู่ในเรือนของตระกูลตงฟาง?”

           “ว่าแต่บุรุษหนุ่มนั้นเป็นใครกัน?”

     

     

    ข้อมูลบางส่วนภายในเรื่องกันลืมจ้า

           แคว้นสำคัญในเรื่อง(เฉพาะที่มีการกล่าวถึงแล้วน่ะ)

           - แคว้นชิง

           -แคว้นเสวียน

           -แคว้นจู

    ขั้วอำนาจสำคัญ (เฉพาะที่มีการกล่าวถึงแล้วเช่นเดิม)

           - ตำหนักเทวะ

           - เก้าพันธมิตร

           -ดินแดนมาร

    คล้ายกับเรื่องเปลี่ยนลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน