ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่675 คนของจวนจันทรา

      เจ้าสำนัก เหลียนซูฉี ครั้นรับรู้ขั้นพลังของอี้เฉิน อยู่เหนือกว่าตัวนางไปมากโข ทำให้นางลอบถอนหายใจออกมายาว ไม่คิดเด็กหนุ่มในอดีต ที่เจ้าสำนักเซียน อยากจะรับเป็นศิษย์สายตรง บัดนี้เขาจะเติบโต มาได้ไกลถึงเพียงนี้ อี้เฉินก็เหมือนกับเป็นลม พายุลูกใหญ่ ที่มาแล้วก็จากไปรวดเร็วเหลือเกิน 
 


      ด้านอี้เฉิน ที่ไปพร้อมกับเจ้าสงครามน้อย พวกเขาไม่ลังเล ที่จะสืบฝีเท้า ไปยังทิศทางหมู่บ้านลมหวน ข้ามผ่านป่าไร้สิ้นสุด ไปยังดินแดน5อาณาจักร ทว่าอี้เฉินก็รับรู้ถึงปราณพลังฟ้าดิน ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ของดินแดนเบื้องล่าง ราวกับว่าบัดนี้ มันสมบูรณ์ไปกว่ายามก่อนมาก แม้แต่ภายในเขตป่าไร้สิ้นสุด ยังมีไฟเทพระดับต่ำถือกำเนิด

 


      สัตว์อสูรบางตัวถึงกับกลายเป็นเทพสวรรค์แท้จริง เป็นภัยคุกคามดินแดนเบื้องล่างได้ ทำให้อี้เฉินสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย มีแม้สัตว์อสูรบางตัว เห็นอี้เฉินบินทะยานข้ามผ่าน พวกมันถึงกับคิดเข้าโจมตีฆ่าสังหารอี้เฉิน ทว่าเมื่อพวกมันรับรู้ ถึงสัญชาตญาณการมีชีวิตอยู่รอด รับรู้ว่าชายหนุ่ม ที่บินทะยานผ่าน อันตรายถึงเพียงใด

 


      สัตว์อสูรเหล่านั้นพวกมัน เผ่นหนีไปโดยไว ทำให้ทั่วผืนป่าไร้สิ้นสุด บริเวณที่อี้เฉินบินทะยานผ่าน เหล่าสัตว์อสูร แตกตื่นกันไม่น้อย ไม่เว้นแม้กระทั่งเขตชายแดน ของดินแดน5อาณาจักร ที่รับรู้ถึงความผิดปกติ ของป่าไร้สิ้นสุดบัดนี้

 


      เหล่าทหารที่เฝ้าประจำการเขตชายแดน ต่างก็เฝ้าจับตามอง ว่าบัดนี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นร่างที่วูบไหวอี้เฉิน เหยียบอากาศสืบฝีเท้ามาเป็นทางยาว ด้วยความเร็วอันน่าหวาดกลัว พร้อมริ้วคลื่นที่แพร่กระจาย ออกมาจากฝีเท้า ต่างก็พาให้เหล่าทหารที่เงยหน้ามอง ต้องกลืนน้ำลาย ลงคอไปอึกใหญ่

 


      แล้วยิ่งเห็นเด็กน้อย บนบ่าอี้เฉิน โบกมือมาให้พวกเขา เอ่ยพูดทักทาย เสียงเล็กแหลมมาให้หมู่ชน มันก็ยิ่งทำให้ผู้คน ต่างก็ตะลึงงันกันเป็นแถบๆ แม้ความคิดจะหยุดขวางอี้เฉิน ยังไม่กล้า “เขาเป็นใครกัน ข้า เฝ้าประจำการที่นี่มาก็หลายปี ยังไม่เคยเห็นใครบินทะยานข้ามผ่าน ป่าไร้สิ้นสุด ด้วยตัวคนเดียว ได้มาก่อนเลย”

 


      ทหารอีกคนเอง ก็กล่าวพูดออกมาเช่นกัน ด้วยความตกใจ “ใช่ๆ ข้าเอง ยังไม่อยากเชื่อสายตา เขาถึงกับพาเด็กน้อย บินทะยานข้ามผ่านป่าไร้สิ้นสุดมาด้วย เกรงว่าเขาจะเป็นคนใหญ่คนโตแล้วกระมัง”

 


      คำพูดนั้นที่ดังขึ้นมา ต่างก็พาให้ เหล่าทหารอีกหลายคน พยักหน้าด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ราวกับพวกเขาเห็นทูตสันถวไมตรี ของคนดินแดนเทพ มาเยือนก็มิปาน

 


อี้เฉินที่สืบฝีเท้าลงมาเยือน ยังหมู่บ้านลมหวน เจ้าสงครามน้อยก็กล่าวไต่ถามขึ้นมาทันที “ท่านอาจารย์ ที่นี่หรือที่ท่านอาจารย์เติบโตมา”

 



      อี้เฉินพยักหน้า ก่อนพาเจ้าสงครามน้อยลงจากบ่า จูงมือเด็กน้อย เข้าไปภายในหมู่บ้าน เวลาร่วม7ปี อี้เฉินรู้สึกว่า หมู่บ้านลมหวนยามนี้เปลี่ยนไปมาก แม้แต่เหล่าเด็กภายในหมู่บ้านที่วิ่งเล่น ยังมองเจ้าสงครามน้อย ที่สืบฝีเท้ามาพร้อมกับอี้เฉิน ด้วยดวงตาแปลกๆ

 


      ทว่าเมื่ออี้เฉินรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ บริเวณกระโจมรักษาที่หลินเฟยอยู่  มันก็ทำให้เขาชักสีหน้าออกมาเล็กน้อย เมื่อเห็นเทพสวรรค์ อยู่ยังสถานที่แห่งนั้นหลายคน

 


      อี้เฉินสืบฝีเท้าไปบริเวณนั้นอย่างไม่ลังเล ก่อนเสียงผู้เฒ่าชรา ผู้หนึ่งจะกล่าวพูดขึ้นมา “บัดนี้หมอหญิงหลินเฟยไม่ว่าง กำลังพูดคุยเจรจา กับคนของจวนจันทราอยู่ หนุ่มน้อย เจ้าค่อยพาลูกเจ้ามาวันหลังแล้วกัน” ก่อนเสียงหัวเราะ ของพวกเขาเหล่าเทพสวรรค์แท้จริง อีกหลายคน จะขำออกมาดังก้อง

 


     อี้เฉินยกฝ่ามือถูคางครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย ‘เกรงว่าหลินเฟย คงจะไม่ได้ถูกพวกเขา รังแกหรอกกระมัง’ ก่อนอี้เฉินจะเดินสืบฝีเท้า ย่างก้าวเข้าไปหาหลินเฟย อย่างไม่ลังเล

 



      ผู้เฒ่าชราที่กล่าวพูดเขาถึงกับหน้าดำมืด เมื่อเห็นอี้เฉินเดินผ่านตัวเขา ที่เป็นเทพสวรรค์แท้จริง ไปเสียดื้อๆ เขาแค่นเสียงแข็งกร้าวออกมา “เจ้า! เจ้า! ไม่ได้ยินที่ข้ากล่าวพูดหรืออย่างไร?” แม้แต่เทพสวรรค์คนอื่นๆ ที่มองชม ยังขำกันออกมาก้อง

 


      อี้เฉินมองว่า พวกเขาที่พึ่งจะเป็นเทพสวรรค์แท้จริง ระดับแรกเริ่ม ไม่คิดว่าพวกเขา จะเหิมเกริม ใจกล้าห่อฟ้ากันขนาดนี้ แม้แต่เจ้าสงครามน้อยที่รับรู้ว่า ท่านอาจารย์ของเขากำลังโกรธ เจ้าสงครามน้อยส่ายหัวออกมา เอ่ยพูดเสียงเล็กแหลมทันที “พวกเจ้า รนหาที่ตายแล้วกระมัง”

 


      เหล่าเทพสวรรค์ ได้ยินเสียงเล็กแหลมของเด็กน้อย พวกเขาอยากจะเข้าไปตบปาก เจ้าสงครามน้อย ในยามนี้เสียเหลือเกิน บางคนถึงกับทนไม่ไหว ก้าวฝีเท้าออกมาแล้วในยามนี้

 


      ทว่าเพียงก้าวเดียว ที่ชายวัยกลางคนเดินสืบฝีเท้าออกมา คิดจะไปตบสั่งสอน เลาะฟันเด็กน้อยออกจากปาก พวกเขาก็ถึงกับหน้าบึ้งตึง เมื่อเห็นอี้เฉินเอื้อมฝ่ามือ กดหัวไหล่เทพสวรรค์แท้จริงเบาๆ ก็ทำให้ชายแก่ เข่าทั้งสองข้างกระแทกลงกับพื้น ริ้วคลื่นกฎเกณฑ์บางอย่าง กระแทกร่าง ราวกับถูกน้ำห่าใหญ่จากฟ้ากดทับร่าง แม้แต่ริมฝีปาก ยังกล่าวพูดออกมา ด้วยความยากลำบาก

 


“เจ้า!! เจ้า!!”

 


       เทพสวรรค์คนอื่นๆ พวกเขาต่างก็งงงวยกับภาพเบื้องหน้าที่เห็น ราวกับพวกเขา ถูกค้อนปอนด์ทุบหัวเข้าอย่างจัง ติดสตั๊นไปหลายวินาที “ผู้เฒ่าเจียง เหตุใดท่านนั่งคุกเข่ากับพื้นเบื้องล่าง เช่นนั้นเล่า ท่านเป็นถึงเทพสวรรค์แท้จริงเชียวนะ! รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า!!”

 


แม้แต่น้ำเสียง ภายในกระโจม ยังกล่าวออกมาเอ่ยเตือน ครั้นได้ยินน้ำเสียง ภายนอกดังขึ้นมา จนรำคาญหู “พวกเจ้าภายนอก เบาเสียงหน่อย”

 


      ด้านอี้เฉิน ที่บังคับปราณพลังห่อหุ้ม เจ้าสงครามน้อย ตบฝ่ามือเรียวเล็กของเด็กน้อย เข้าใส่ใบหน้าชายแก่ ส่งเสียง เพียะ!! ดังออกมาก้อง พร้อมเสียงหัวเราะร่า ของเด็กน้อย ส่งให้ฟัน ชายแก่แตกหัก ร่างลอยกลิ้งกระเด็น เป็นรอยฝ่ามือเด็กน้อยในทันใด

 


      คนอื่นๆ ที่เห็นภาพเด็กน้อย ตบใบหน้า ผู้เฒ่าเจียง จนฟันแตกหักนั่งกุมปาก ด้วยความเจ็บปวด พวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อสายตา เด็กนั้นอายุ กี่ปีกันเชียว “เจ้าหนู ช่างสามหาวนัก”

 


      ทว่าผู้เฒ่าเจียง เขารู้ดีคนที่น่าหวาดกลัว ไม่ใช่เด็กน้อย แต่เป็นอี้เฉินที่ควบคุม ทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง ทว่าเมื่อเขาคิดจะกล่าวพูด ร่างของเทพสวรรค์คนอื่นๆ ต่างก็ถูกเจ้าสงครามน้อย ฝากรอยฝ่ามือน้อยๆ ไว้บนใบหน้า กันแทบทั้งสิ้น ร่างที่บิดงอกับพื้น กุมใบหน้าไว้ด้วยความเจ็บปวด

 


ผู้เฒ่าเจียงเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยความยากลำบาก “สหายน้อย โปรดไว้ไมตรีด้วย”

 


       พร้อมเสียงคนภายในกระโจมหนังสัตว์ ที่สืบฝีเท้าออกมา แค่นเสียงแข็งกร้าวออกมาดังก้อง “พวกเจ้าเล่นอะไรกันเงียบหน่อย ไม่เห็นหรือ ข้านายน้อยกำลังเจรจา กับแม่นางหลินเฟยอยู่”

 


       ทว่าน้ำเสียงชายหนุ่ม ต้องพลันแข็งค้าง ครั้นเห็นสภาพเหล่าเทพสวรรค์แท้จริง นอนกองกับพื้นเบื้องล่าง ใบหน้าบวมแดง เป็นรอยฝ่ามือเด็กน้อย ไม่กล้ากล่าวพูดสิ่งใดออกมา

 


      อี้เฉินเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำส่งออกไปหา ชายหนุ่มในทันใด “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าพวกเจ้าเป็นใคร หากพวกเจ้าไม่อยากถูกลบล้างตระกูล จงไสหัวกลับไปเสีย แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก”

 


      คุณชายหลี่ เขาเดือดดาลเป็นโทสะ ขึ้นมาทันที “เจ้าช่างสามหาวนัก กล้า ข่มขู่ข้าเช่นนั้นหรือ?” ครั้นชายหนุ่ม เอ่ยพูดเสร็จสิ้น เขาตั้งใจเตรียมจะเข้าต่อสู้กับอี้เฉิน แม้แต่เจ้าสงครามน้อย ที่เห็นยังส่ายหัวออกมา

 


      ก่อนหลินเฟยนางจะห้ามปราม คุณชายหลี่ เมื่อเห็นใบหน้าอี้เฉิน ในกรอบสายตาอีกครา “คุณชายหลี่ ท่านกลับไปเสียเถอะ เขาคนนี้แหละ ที่ข้ารอเขามาตลอดหลายปี ท่านอย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจเลย”

 


      คุณชายหลี่ที่เห็นสายตา หลินเฟยเปี่ยมไปด้วยความคะนึงหา ออกไปหาชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า ปราณพลังเยือกแข็ง ของเขาแพร่ขยายออกมาทั่วในทันใด ครั้นเห็นเด็กน้อยข้างกายอี้เฉิน สบสายตามาให้ตัวเขา

 


      ปราณพลังเยือกแข็ง ที่แพร่กระจายแปรเปลี่ยนเป็น แท่งเสาน้ำแข็ง พุ่งเข้าทิ่มแทง ร่างอี้เฉินด้วยอายสังหารอย่างไม่มีเก็บออม เสียง“ฆ่า!!”ถูกคำรามออกมาดังก้อง

 


      ในเสี้ยวพริบตา ที่แท่งเสาน้ำแข็งพุ่งปราดแทงร่างอี้เฉิน จู่ๆ ทุกอย่างก็พลันแข็งค้าง พังทลายลงอย่างง่ายดาย เมื่อฝีเท้าอี้เฉินย่างก้าว ส่งคลื่นพลังที่ปลดปล่อย ออกมาจากฝีเท้า แผ่รัศมีความโหดเหี้ยมออกมา ปัง! ปัง! ปัง! ทำให้ร่างคุณชายหลี่ได้ยินเสียงฝีเท้าอี้เฉิน พุ่งเป้าการโจมตี มาที่ตัวเขาโดยเฉพาะ ร่างเขา เซถอยร่น กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ในไม่กี่เสี้ยวอึดใจ

 


      ภาพนั้นต่างก็พาให้เหล่าเทพสวรรค์แท้จริง หน้าบูดเบี้ยว เริ่มเข้าใจเหตุใด ผู้เฒ่าชราภายในตระกูล ถึงย้ำนักย้ำหนา ว่าห้ามก่อเรื่องภายในหมู่บ้านลมหวน ประหนึ่งว่าพวกเขาบัดนี้ อยู่ต่อหน้า ราชันหนุ่มผู้รุ่งโรจน์

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน