บทที่ 2 ตอนที่ 14 สัตว์เทพทั้งสอง
ทาเคดะในสภาพบาดเจ็บสาหัส พร้อมกับนักวิทยาศาสตร์สองคน ตามเรือนร่างทั้งสามคนปรากฏบาดแผลฉกรรจ์มากมายหลายแห่ง ก้าวเดินเข้าหาเคนจิอย่างยากลำบาก พร้อมกับเหลือบมองร่างของซูซาคุที่นอนเจ็บอยู่กับพื้น เคนจิยังคงเอาคาตานะน้ำวางพาดคอของซูซาคุ กลัวว่ามันจะหันมาลอบทำร้าย “เคนจิ...หากนายฆ่ามัน คนที่เสียใจที่สุดก็คือนายนั่นแหละ” ทาเคดะกล่าวขึ้น พร้อมกับจับคาตานะออกจากคอของมัน ท่ามกลางความสงสัยของเคนจิ เมื่อมาคัสเห็นบาดแผลบนเรือนร่างของพวกทาเคดะ ก็สั่งให้เดลโลนรักษาบาดแผลให้กับพวกเขาทันที จนบาดแผลบนเรือนร่างได้รับการรักษาจนหายดีทั้งหมด ดวงตาสีแดงเพลิงดุจดั่งไฟที่แดงฉานของซูซาคุนั้น จ้องมองทาเคดะด้วยความโกรธเคือง หากไม่ใช่ปีกทั้งสองข้างถูกทำลายจนแหลกไม่เหลือซาก มันอยากจะสังหารทาเคดะไม่ให้เหลือซาก “อย่ามองฉันแบบนั้นซิ ซูซาคุ...ไม่ซิ! มายูมิ ฉันรู้ว่าเธอคงโกรธแค้นพวกเรา G.A.D เป็นอย่างมาก แต่พวกเราก็ทำให้เธอได้พบกับคนที่เธออยากเจอที่สุดเหมือนกันนะ เธอไม่รู้สึกคุ้นหน้าพ่อหนุ่มคนนี้บ้างหรือไง...มายูมิ” ซูซาคุเหลือบมองไปทางเคนจิด้วยความยากลำบาก ก่อนจะจ้องมองเคนจิตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ทันใดนั้นหัวใจของซูซาคุก็สั่นไหวอย่างรุนแรง เมื่อเห็นร่างเงาของคนรักทับซ้อนบนตัวของเคนจิ จนหยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาเป็นสาย พร้อมกับกลายร่างเป็นมนุษย์หญิงสาว อายุประมาณสามสิบกว่าปี ที่มีบาดแผลฉกรรจ์อยู่ที่ด้านหลัง ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าและโผเข้ากอดเคนจิทันที“ยุนจิโร่!!!” เคนจิตกตะลึงนิ่งแข็งค้างดุจดั่งก้อนหิน ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้แต่ชื่อยุนจิโร่เอง เขาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่หัวใจของเขากลับเต้นแรงโครมครามจนบอกไม่ถูก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาเองเช่นกัน ในขณะที่กำลังมึนงงสงสัยอยู่นั่นเอง และแทบไม่เชื่ออยู่นั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ชราผู้หนึ่งก็พูดออกมา“โอ้~!! พ่อหนุ่มคนนี้คือเด็กที่เกิดขึ้นมาจากไข่ในตอนนั้นหรือนี่!! จะว่าไปหน้าตาพ่อหนุ่มคนนี้ก็เหมือนกับเพื่อนของทาเคดะจริงๆ!” ทาเคดะพยักหน้ารับ พร้อมกับเอ่ยต่อทันที“ตอนแรกฉันก็ยังไม่มั่นใจหรอกนะ ในตอนที่ลงทะเบียนครั้งแรกของเขาฉันก็สะดุดตากับนามสกุลของเขาในตอนแรกแล้ว และยิ่งการ์ดที่แจกให้กับผู้เล่นทุกคน...ก็มีแต่เขาที่ได้รับของพิเศษ นั่นย่อมเป็นข้อยืนยันได้อย่างดี เพราะนอกจากคนที่มีดีเอ็นเอเดียวกับยุนจิโร่และมายูมิเท่านั้นที่ใช้ได้เท่านั้น มันยิ่งทำให้ฉันมั่นใจ ว่าเขาต้องเป็นลูกของยุนจิโร่และมายูมิแน่นอน” “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมมีการ์ดพิเศษพวกนั้น?” เคนจิเอ่ยถามขณะที่อยู่ในอ้อมกอด“ฉันแอบดูนายอยู่...ตอนที่นายสู้กับมาคัส ในตอนนั้นแหละที่ทำให้ฉันรู้ว่านายคือลูกของพวกเขา” ความรู้สึกเหมือนดั่งโดนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ดวงตาทั้งสองข้างพลันเปิดออกกว้าง ราวกับจะถลนออกจากเบ้าตา คาตานะน้ำในมือร่วงหล่นสู่พื้นดิน จนเสียงของมันดังก้องจนได้ยินเสียงของมันอย่างชัดเจน ดวงตาทั้งสองข้างของเคนจิสั่นไหว โอบกอดของหญิงสาวทำให้หัวใจของเคนจิรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชั่วชีวิต หรือว่านี้จะเป็นโอบกอดของผู้หญิงที่เรียกว่า “แม่!” ที่เคนจิต้องการมาตลอดทั้งชีวิต “อบอุ่นเหลือเกิน!! คุณเป็นแม่ผมจริงๆ ใช่ไหม?” “มันคือเรื่องจริงเคนจิ ฉันเอาชีวิตฉันรับประกันได้” ทาเคดะกล่าวขึ้นเพื่อยืนยันความจริงอีกครั้ง ทันใดนั้น! มือทั้งสองข้างของเคนจิสั่นเทา ค่อยๆ โอบกอดหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า ทันใดนั้นหยาดน้ำตาก็เอ่อล้นที่ดวงตาทั้งสองข้าง แม้จะไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิด ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความฝัน มายูมิค่อยผลักดันเคนจิอย่างเบามือ ก่อนจะมองใบหน้าของเคนจิให้ชัดเจน ด้วยสายตาที่เป็นประกายระยิบระยับ มือทั้งสองข้างลูบใบหน้าอย่างแผ่วเบา พร้อมกับกล่าวออกมา “ช่างหล่อเหลาเหมือนกับพ่อของเจ้าเหลือเกิน” “แล้วพ่อล่ะครับ...พ่ออยู่ที่ไหน?” “พ่อ...!!!!” “ครืน~~!!!” ในขณะที่มายูมิกำลังจะเอ่ยสิ่งใดออกมา ทันใดนั้น!! พื้นแผ่นดินก็เกิดสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมกับการปรากฏขึ้นของประตูมิติบานใหญ่ ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน พร้อมกับการปรากฏดวงตาของสัตว์อสูรขนาดยักษ์ ดวงตาที่แดงฉานจ้องมองมาที่กลุ่มของเคนจิอย่างกระหายเลือด เมื่อยามที่มันก้าวขาของมันโผล่ออกมาจากบานประตู ทันใดนั้นดวงตาของเคนจิก็พลันเบิกกว้างขึ้นท่อนขาที่ใหญ่โตปกคลุมไปด้วยขนสีขาวสลับดำ ดุจดั่งลายพาดกลอนปกคลุมไปทั่วทั้งเรือนร่าง กรงเล็บที่แหลมคมสามารถฉีกกระชากได้ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในพื้นโลก คมเขี้ยวที่แหลมคมสามารถบดขยี้ป่นกระดูกให้แหลกได้ในพริบตา ดวงตาที่ไร้แววของมันปรากฏสีแดงฉานที่น่าหวาดกลัว หากบอกว่ามันคือพยัคฆ์ขาวที่น่ากลัวที่สุดในโลก คงไม่เกินเลยแต่อย่างใด“หลินน้อย!!” เคนจิพูดออกมาอย่างบางเบา หัวใจเต้นโครมครามแทบออกมาเต้นอยู่นอกอก พร้อมกับก้าวเดินเข้าหาเสือขาวอย่างเชื่องช้า โดยไม่มีความหวาดกลัวแต่อย่างใด ทันใดนั้น! อุ้มมือของเสือขาวที่ใหญ่โตก็ยกสูงขึ้น พร้อมกับฟาดลงมาอย่างรุนแรง ในจังหวะนั้นเองที่มาคัสรีบทะยานคว้าร่างของเคนจิออกมา ทำให้รอดตายอย่างหวุดหวิด“เคนจินายทำอะไรวะ!! เดลโลนช่วยรักษาซูซาคุที” มาคัสตะโกนใส่เคนจิพร้อมกับหยิบอาวุธคู่ใจมายืนอยู่ด้านหน้า อีกทั้งยังใช้ให้เดลโลนรักษาซูซาคุที่บาดเจ็บหนัก ทาเคดะสั่งให้พวกนักวิทยาศาสตร์ไปหลบซ่อนทันที ก่อนจะทะยานมายืนเคียงข้างมาคัส พร้อมกับวงแหวนเวทที่ปรากฏขึ้นหลายสิบวง “โฮกกก!!!” ในขณะที่กำลังจดจ่อกับคู่ต่อสู้ที่เบื้องหน้า ทันใดนั้นก็ปรากฏเสียงขู่คำรามที่ดังกึกก้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของมังกรฟ้าชิงหลง ทำให้เกิดคลื่นลมแปรปรวนอย่างรุนแรง และสายฟ้าที่ฟาดลงมาไม่ขาดสาย จนเกิดเป็นเพลิงลุกไหม้ไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน ไม่เพียงแต่พบเจอกับเสือขาวเบียคโกะ พวกเขายังต้องเจอกับมังกรฟ้าชิงหลง ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินไปที่พวกเขาจะต้านทานได้ เมื่อต้องเจอกับสัตว์เทพพร้อมกันถึงสองตน “งานเข้าว่ะเคนจิ! เอาไงดี” มาคัสเอ่ยถามขึ้นขณธที่จ้องมองสัตว์เทพทั้งสอง“พวกนายไปจัดการชิงหลง...ส่วนเบียคโกะฉันคนเดียวก็พอ” คำตอบของเคนจิทำให้ทุกผู้ทุกคนต่างตื่นตกใจ การจะต่อสู้กับสัตว์เทพเพียงลำพัง ก็เหมือนดั่งเอาไข่ไปกระทบหิน แม้แต่มายูมิเองยังจ้องมองเคนจิด้วยความตกตะลึง ทันใดนั้นมาคัสก็เอ่ยออกมาทันที“แกจะเข้าไปหาที่ตายหรือไงเคนจิ!! นั่นมันหนึ่งในสี่สัตว์เทพตัวเป็นๆ นะโว้ย! แถมมันไม่ใช่ร่างแยกซะด้วย แกคนเดียวไม่ไหวหรอก” เคนจิลุกขึ้นยืนพร้อมกับเรียกคาตานะน้ำให้ลอยกลับเข้าสู่มือ ก้าวเดินเข้าหาเบียคโกะด้วยความไม่หวาดกลัว ถ้าหากเคนจิคาดเดาไม่ผิดแต่อย่างใด หลินหลินย่อมถูกล้างสมองเหมือนกับเกนบุอย่างแน่นอน ก็จะช่วยเหลือเธอได้นั้น...คงหนีไม่พ้นการปะทะกัน และเคนจิต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี ก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมาเบาๆ “ถึงกับคิดจะฆ่าสามี...ต้องสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว!” ท่ามกลางความตกตะลึงที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณของทุกผู้ทุกคน เมื่อได้ยินคำกล่าวที่บางเบาของเคนจิ เมื่อมาคัสจ้องมองไปยังเสือขาวอีกครั้ง ก็เอ่ยพูดออกมาทันที“อย่าบอกนะว่า...เสือขาวตัวนั้นคือหญิงสาวในตอนนั้น” เคนจิพยักหน้าให้กับมาคัส พร้อมกับออกก้าวเดินไปยังด้านหน้า และปลดปล่อยคลื่นพลังออกมาราวกับคลื่นพายุที่โหมกระหน่ำ ศาสตราวุธวิญญาณมากมายที่บินโฉบเฉี่ยวไปมาอยู่กลางอากาศ ก่อนที่เคนจิจะพุ่งทะยานเข้าหาเสือขาวด้วยความรวดเร็ว ซึ่งในขณะนั้นเองที่ปรากฏเสียงเสียงหนึ่ง ที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา[ระวังตัวด้วย...ศึกครั้งนี้ ฉันไม่มีพลังเพียงพอที่จะออกไปช่วยเจ้าได้ แม้เสือขาวจะมีพลังโจมตีที่สูง แต่การป้องกันของมันกลับอ่อนด้อยกว่าเกนบุเป็นอย่างมาก จงสู้อย่างชาญฉลาด และใช้ทุกอย่างที่มี] “ขอบคุณมาก ข้าจะทำให้ดีที่สุด ข้าจะช่วยหลินน้อยให้ได้” [อ้อ!! ข้าลืมบอกไป นั่นไม่ใช้แม่เสือสาว แต่เป็นพ่อตาของเจ้าตั้งหาก] “??? !!!!”