เมื่อจัดการจ่ายเงินค่าม้าทั้ง 12 ตัว พร้อมเกวียนใหญ่ทั้ง 6 หลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในตอนนี้เกวียนรถม้าทั้ง 6 ก็พร้อมใช้งานแล้วด้วย พวกท่านลุงซุน ท่านอาใหญ่ไป่ ก็ออกจากร้านขายม้าของเถ้าแก่หวงเลยทันที
แต่ก่อนที่จะออกจากร้านเถ้าแก่หวงพวกท่านปรึกษาพูดคุยกันไว้ก่อนแล้วว่า………..
“ให้ตายเถอะ พวกเจ้าดูสิเป็นเงินตำลึงทองก้อนใหญ่ก้อนแรกในชีวิตของข้าเลย ที่ใช้จ่ายมากมายขนาดนี้น่ะ..!!!”ตัวแทนบุรุษจากหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง
“รถม้าสองคัน 40 ตำลึงทอง…!!! รวมทั้งของหมู่บ้านข้าและของพวกเจ้าทั้งหมด 6 คัน 120 ตำลึงทอง..!!!!”ตัวแทนบุรุษจากหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง
“ข้าก็เหมือนกับพวกเจ้าทุกๆคนนั่นแหละน่า รู้สึกว่างเปล่าไปเลย”ท่านอาใหญ่ไป่
“ใช่ๆ….!!!” “หงึก…หงึก…”ทุกๆคน
“เอาเถอะ อย่างไรก็จ่ายเงินไปแล้วนี่ อือ..จริงด้วยสิข้าว่าจะซื้อแค่ของกิน ของแห้งไปก่อนนะพวกเจ้าว่าอย่างไรกัน…???”ท่านอาใหญ่ไป่
“อ้าวทำไมกันเล่าข้าไม่เข้าใจ??? ก็ไหนตอนแรกว่าจะซื้อข้าวของให้พวกผู้หญิง และพวกเด็กๆ ให้ครบ และนี่ก็มีรถม้ากันแล้วนะไม่ต้องกังวลเรื่องขนของเยอะๆมากมายแบบเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้วนะ จะซื้อข้าวของเยอะเท่าไหร่ก็ได้แล้ว”ตัวแทนบุรุษจากหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง
“พวกเจ้านี่นะเฮ้อ……..ก็เพราะว่าข้ากับพวกเจ้ามีรถม้าแล้วเนี่ยแหละ ทำไมถึงไม่ให้พวกฮูหยิน และเด็กผู้หญิง กับพวกเด็กๆ มาหาเลือกซื้อของกันเองในเมืองเล่า???”ท่านลุงซุน
“โอ้….!!!จริงด้วยสิ พวกเจ้าสองคนฉลาดมากๆเลยนะในตอนนี้เนี่ย..!!”ตัวแทนบุรุษจากหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง
“.............?????”ท่านลุงซุน และท่านอาใหญ่ไป่ ถึงกับขมวดคิ้วกันเลยทีเดียวก็ว่าได้ เพราะฟังแล้วมันดูแปลกๆชอบกลดูเหมือนจะโดนพวกเพื่อนๆด่าทางอ้อมยังไงอย่างงั้นเลยทีเดียว!!!!
ตอนนี้ตัวแทนบุรุษจากหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง พากันออกเดินทางโดยใช้รถม้าเป็นครั้งแรก และออกจะตื่นเต้นกันมากๆอีกด้วย แย่งกันบังคับรถม้ากันยกใหญ่เลยทีเดียว ต้องใช้วิธีการจับไม้สั้น ไม้ยาวเพื่อที่ว่าผู้ใดจะบังคับรถม้าก่อนและหลัง โดยวัดระยะว่าสามารถบังคับรถม้าคู่ละกี่ลี้จนกว่าจะถึงหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามกัน
“อ้า…ข้าได้บังคับรถม้าก่อนล่ะ ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…..”ท่านลุงซุน
“ข้าก็ได้ก่อนรอบแรกเหมือนกันล่ะ ฮ่า…ฮ่า….”ท่านอาใหญ่ไป่
“ข้าก็ด้วยรอบแรกเช่นกัน…..”คู่แรกที่ได้
“เหออออะะะะะ……….”คนที่จับได้รอบหลังๆก็พากันมองแบบไม่พอใจ แต่ก็พากันไปนั่งด้านในรถม้ากันอย่างตื่นเต้นเหมือนกันนั่นแหละ
คู่แรกของการบังคับรถม้าต่างพากันพูดอวดเบ่งกันอย่างเต็มที่ข่มคนที่แพ้ทั้งๆที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันแท้ๆเลย แต่ตอนนี้กลายเป็นศ้ตรูแทนกันไปแล้ว และอีกสองหมู่บ้านกลายเป็นเพื่อนรักแทนเพราะได้บังคับรถม้าก่อนเหมือนกัน นี่แหละตรรกะเพี้ยนๆของทั้งสามหมู่บ้านเลี่ยงฯที่เป็นแบบนี้กันบ่อยๆจนเหล่าบรรดาฮูหยิน และพวกผู้หญิงในหมู่บ้านต่างเอือมระอากับพฤติกรรมแบบนี้ของพวกบุรุษกัน
และมันก็ส่งต่อมายังกลุ่มพวกลูกๆหลานๆรุ่นเล็กๆด้วยนี่น่ะสิ เหมือนมองพวกบุรุษเหล่านั้นย่อส่วนกันลงมาเลยทีเดียว!!!
“กุบกับ……กุบกับ……..”เสียงรถม้าทั้งสามคันค่อยๆเคลื่อนติดตามกันมาอย่างช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไร เพราะเส้นทางในเมืองใหญ่ถึงแม้ว่าจะมีเส้นทางให้รถม้าได้วิ่งสบายๆคู่สองถึงสามคันเรียงหน้ากระดานก็ตามที แต่ก็มีการกำหนดความเร็วเอาไว้ เพื่อไม่ให้เดือนร้อน หรือเป็นอันตรายสำหรับคนเดินเท้าภายในเมืองใหญ่ด้วยเช่นกัน
“ทำไมข้าไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยนะว่าการเข้ามาเมืองใหญ่ในครั้งนี้มันดูแปลกไปอย่างไรก็ไม่รู้สิ”ท่านลุงซุน
“ก็นั่นน่ะสินะ ข้าก็รู้สึกแปลกๆเช่นกันล่ะ”คนในหมู่บ้านเลี่ยงหลิน
“ข้าก็เหมือนกัน…..”คนที่เหลือด้านในรถม้าที่โผล่หน้ากันเรียงราย
“อาจจะเป็นเพราะว่าในทุกๆครั้งที่ข้ากับพวกเจ้าเข้าเมืองใหญ่มาก็ต้องเร่งรีบกันตลอด แข่งกับเวลาเพื่อจะได้กลับให้ทันถึงหมู่บ้านก่อนจะมืดค่ำหรือก็คือต้องก่อนยามซวี (ยามซวี (戌:xū)คือ 19.00 - 20.59 น). ถึงจะดีและปลอดภัยสำหรับการเดินทางของพวกเราทุกๆคนด้วย”ท่านลุงซุน
“ใช่ๆ ถึงแม้ว่าข้ากับพวกเจ้าจะมีความสามารถด้านการป้องกันตัวที่ดี หรือแม้กระทั่งคนที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงติดตามมาด้วยทุกๆครั้ง ก็ประมาทไม่ได้อย่างเด็ดขาดเลยในแต่ละครั้งของการเดินทางไป และกลับหมู่บ้านเลี่ยงฯ และตัวเมืองใหญ่”คนในหมู่บ้านเลี่ยงหลิน
“ใช่ๆ….”คนอื่นๆ
“นี่ก็คือเหตุผลที่สำคัญที่ข้ากับพวกเจ้าเห็นด้วย และจะต้องหาซื้อรถม้ามาให้ได้เมื่อมีรายได้จากการหาเงินตำลังมามากพอ มันสะดวก และประหยัดเวลาในการเดินทางเป็นอย่างมาก เชื่อได้เลยนะว่าวันนี้ข้ากับพวกเจ้าจะต้องถึงหมู่บ้านก่อนเวลาถึงเท่าตัวหรืออาจจะมากกว่านั้นถ้าเร่งฝีเท้าของม้าพวกนี้”ท่านลุงซุน
“ใช่ๆ….” “หงึก…หงึก….”
บรรดาตัวแทนบุรุษจากหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง ต่างก็พากันพูดคุยกันอย่างสบายๆ บนรถม้ากันพากันมองภายในเมืองใหญ่สวยงามขึ้นเยอะมากอีกด้วย
ณ ตอนนี้รถม้าทั้ง 6 คันของหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามก็ได้ออกจากนอกเมืองใหญ่ มุ่งสู่เส้นทางหลักกลับเข้าสู่หมู่บ้านเลี่ยงฯกันแล้ว สองข้างทางยังคงมีผู้คนเดินทางเข้าและออกกันเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้าของชาวบ้านทั่วๆไป การใช้วัวเทียมเกวียน การขี่ม้าเข้ามาเอง ล่อ ลา สัตว์ที่สามารถเป็นพาหนะแบ่งเบาในการเดินทางก็เห็นหมดในเส้นทางหลักของการเข้าสู่ตัวเมือง
การเกาะกลุ่มของขบวนรถม้าทั้ง 6 คันดูเอิกเกริกมากมายนัก เหมือนเป็นขบวนพ่อค้า หรือตระกูลที่ค่อนข้างมีฐานะใช้สำหรับเดินทางเลยก็ว่าได้ แต่จริงๆแล้วมาจากสามหมู่บ้าน
และเส้นทางใช้เดินทางก็ต้องปรับเปลี่ยนบ้างเล็กน้อย ไม่สามารถเลาะเส้นทางเล็กๆได้เหมือนตอนที่เดินเท้ามากัน จะต้องไปเส้นทางหลักที่ใหญ่พอสำหรับรถม้าเคลื่อนที่ได้
“เส้นทางแถวนี้ไม่ได้เดินมานานมากแล้วนะ”ท่านอาใหญ่ไป่
“ใช่แล้วล่ะ…..”เสียงตะโกนพูดคุยกันระหว่างรถม้าทั้ง 6 คันที่วิ่งมาด้วยกัน เพราะตอนนี้ต้องบอกได้เลยว่าไม่มีผู้ใดอีกแล้วใสระยะรอบๆ 10-20 ลี้ (2 ลี้ = 1 กิโลเมตร หรือ 1000 เมตร) เพราะเข้าสู่เส้นทางเฉพาะที่จะเดินทางเข้าไปสู่หมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแล้วนั่นเอง
“ไม่รู้ว่าพวกเด็กๆพอเห็นรถม้าแล้วจะเป็นอย่างไรบ้างนะ พวกเจ้าว่าไหม???”ท่านลุงซุน
“ก็คงจะตื่นเต้นดีใจมากๆเหมือนกับข้าและพวกเจ้านี่ล่ะ”ท่านอาใหญ่ไป่
“ใช่ๆ….”ทุกๆคน
การเดินทางขากลับในครั้งนี้ทุกๆคนดูจะผ่อนคลายขึ้นเยอะมากเลยทีเดียว มีการพูดคุยเล่นกันไปตลอดเส้นการเดินทางเลยก็ว่าได้
กลับไปทางหมู่บ้านเลี่ยงหลิน
แม่นางน้อยทั้งสี่ที่ตอนนี้พากันมานั่งเล่นกับพวกเพื่อนๆในหมู่บ้านทั้งสามเลี่ยงฯ ที่บางคนยังไม่ได้กลับหมู่บ้านทั้งสองกันไป พากันั่งบนก้อนหินบ้าง ตอไม้บ้าง ท่อนไม้บ้าง
บางคนก็พากันวิ่งไล่จับกัน ส่วนเด็กที่โตๆหน่อยก็จะพากันนั่งคุย ดูน้องๆกันเสียมากกว่า
“คร่อกกกกก….ฟี้ฟี้ฟี้….คร่อกฟี้……”
แต่ที่แน่ๆเสียงกรนเบาๆดังเป็นระยะๆมาจากใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งในพื้นที่ที่พวกเด็กๆกำลังรวมตัวเล่นกันส่งเสียงดัง แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรกับคนที่กำลังส่งเสียงกรนน้อยๆอยู่ในตอนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
“ฮูหยินใหญ่ของพวกเจ้าหลับไปแล้วล่ะลู่ซือ ลู่เสียน”เด็กผู้หญิงในหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสาม
“ปล่อยนางไปก่อน เพราะถ้าข้าอุ้มนางในตอนนี้รับรองเลยว่าจะต้องตื่นร้องโวยวายว่าขออยู่เล่นที่นี่ก่อน นางยังไม่ยอมกลับไปนอนที่บ้านอย่างแน่นอนเลยล่ะ”พี่สาวลู่ซือ
“คงจะยังห่วงเล่นอยู่ล่ะนะ”เด็กผู้หญิงคนอื่นในหมู่บ้านเลี่ยงฯ
“ใช่ๆ แต่เดี๋ยข้าว่าจะหาอะไรมาปูรองให้นางนอนแถวๆนี้ก่อน”พี่สาวลู่ซือ
“นั่นก็ดีเหมือนกันนะ น้องๆของข้าเองก็ดูจะไม่ไหวกันแล้วล่ะได้เวลาพวกเขานอนหลับพักกลางวันกันแล้วด้วย”เด็กผู้หญิงคนอื่นในหมู่บ้านเลี่ยงฯ
กลุ่มพวกพี่ๆที่โตกว่าก็เตรียมหาพื้นที่สำหรับพวกน้องๆมานอนพักกันเลย จริงๆแล้วไม่ว่าส่วนไหนของหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามก็สามารถพากันนอนเล่นพักผ่อนกันได้อย่างสบายๆเลย ปลอดภัยอย่างแน่นอน
สุดท้ายแล้วช่วงกลางวันนี้พวกเด็กๆ พากันมารวมตัวนอนใต้ต้นไม้ใหญ่กันหมดเลย และดูท่าจะพากันนอนสบายใจกันเสียด้วย
ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ ท่านอาสะใภ้ พวกแม่ๆของพวกเด็กๆ ก็แอบพากันมามองหาลูกๆหลานๆด้วย เพราะพวกท่านรู้ว่าช่วงเวลานี้เด็กๆจะต้องไปนอนกลางวันกันแล้ว แต่พอเห็นว่าคงจะไม่พากันกลับบ้านกันจากที่เห็นนอนหลับใต้ต้นไม้กันอย่างมีความสุข พวกท่านก็พากันเดินกลับไป
ต้องบอกเลยว่าวันนี้เป็นวันที่ทุกๆคนพากันคึกคักมากมาย พอได้เวลาตื่นนอนกลางวันของพวกเด็กๆ ก็วุ่นวายเสียงดังลั่นหมู่บ้านกันอีกครั้งแล้ว และในช่วงเวลายามโหย่ว (ยามโหย่ว (酉:yǒu) คือ 17.00 - 18.59 น.) เป็นช่วงเวลาที่จะได้กินอาหารมื้อเย็นกันอกด้วยยิ่งทำให้พวกเด็กๆดูร่าเริงกันอีกเท่าตัว พากันนั่งรอกันอย่างเรียบร้อย รอให้อาหารมาวางบนโต๊ะ
แต่ทันใดนั้นเองไม่ใช่แค่เพียงกลิ่นอาหาร และอาหารน่ากินตรงน้าที่กำลังทยอยวางเพียงเท่านั้นที่ดึงดูดความสนใจของยวี่ยวี่น้อย เพราะว่าตอนนี้แม่นางน้อยซุนคนเล็กกำลังได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจากไกลๆ และไม่รอช้ารีบใช้ความสามารถพิเศษที่นางได้มาใช้ให้คุ้มค่า
(หู) เปิดทักษะการได้ยินจากระยะไกลๆ เพื่อตรวจสอบเสียงบางอย่างที่ดัง…..
“กุบกับ….กุบกับ………กุบกับ…”
“เสียงฝีเท้าของม้าวิ่งมาตรงเส้นทางของหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามของข้าด้วยแหะ…????? โอ้…เสียงล้อรถวิ่งด้วยแต่ว่าที่นี่ไม่ใช่รถยนต์หรอก จะต้องเป็นพวกรถล้อเกวียน อือ….จะต้องพูดว่ารถม้า..???รถเกวียนม้า…???ใช่หรือไม่นะสำหรับยุคแบบนี้น่ะ!!!”ยวี่ยวี่น้อย
“รถม้า…??? รถเกวียนม้า…???!!!”พวกท่านพี่
ที่พากันนั่งรอกินข้าวเย็นอยู่ใกล้ๆ ที่ได้ยินสองคำนี้ชัดเจนจากปากยวี่ยวี่น้อยที่พูดดังออกมา ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้อาจจะไม่มีผู้ใดสนใจอะไรมากมายนัก แต่หลังจากทุกๆคนทั้งสามตระกูลรับรู้ถึงความสามารถวิเศษที่ติดตัวยวี่ยวี่น้อยมา ก็ไม่มีผู้ใดสามารถละเลยสิ่งที่ยวี่ยวี่น้อยบ่นพึมพำกับตัวของนางเองได้เลย เลยทำให้ทุกๆคนตั้งใจมองมาที่ยวี่ยวี่น้อยกันอย่างพร้อมเพรียง ด้วยความตื่นเต้นว่า น้องเล็กของพวกเขานั่นได้ยิน หรือเห็นอะไรอีกแล้ว!!!!
“1ตัว…2ตัว….3ตัว….4ตัว……12ตัว…!!! ม้าทั้งหมด 12 ตัวกับ รถม้า 6 คันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!!!”ยวี่ยวี่น้อย
“...........???!!!”พวกท่านพี่ทั้งหลาย
“ควั่บ….ควั่บ……”ยวี่ยวี่น้อย
*****************
กำลังจะกินข้าวมื้อเย็นกัน แต่ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมาแต่ไกลๆ และตอนนี้แม่นางน้อยซุนยวี่ยวี่เองก็เริ่มจะมั่นใจว่าได้ยินผู้ใดที่กำลังจะมาถึงหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่งนี้แล้ว ในขณะที่พวกท่านพี่ทั้งหลายก็ลุ้นทุกๆคำพูดของยวี่ยวี่น้อยที่นางกำลังพูดออกมาอย่างตื่นเต้นเช่นกัน