เทพสงครามหวนจุติ

    สู่นครร่มพฤกษา

    ตอนที่ 60


    สู่นครร่มพฤกษา




    เช้าวันต่อมา ยังคงเป็นที่จัตุรัสใจกลางเมือง เมื่อวาน เป็นการทดสอบสิ้นสุดลงเมื่อใด หานเฟิงก็คร้านที่จะใส่ใจทราบรู้ มันที่หลังจากกลับไปยังโรงเตี๊ยม ก็มิได้ออกไปเดินเที่ยวเล่นที่ใดอีก กระทั่งเช้าวันนี้ จึงได้ออกมาตามเวลานัดหมาย เพื่อเข้าร่วมการทดสอบในช่วงที่สอง


    หากแต่มาแล้ว กลับพบว่า ร้อยคนที่ควรจะพบเห็น นับรวมตัวเองเข้าไป กลับมีอยู่เพียงแค่สี่สิบ ส่วนที่มุงกันกว่าร้อยรอบๆ กลับเป็นชาวบ้านที่มารอชม


    “ ไง สหาย เมื่อวานไม่เห็นหน้าคร่าตาเจ้า ใช่ผ่านเข้ารอบมาเป็นคนสุดท้ายเลยกระมัง”


    กลับเป็นเสียงกล่าวของชายหนุ่มผู้หนึ่ง รูปร่างหน้าตาแลดูหล่อเหลา ระดับความสำเร็จก็ปราณปฐพีขั้นสิบเช่นกันกับหานเฟิง มันที่พอพบเห็นหานเฟิง ก็เดินตรงเข้ามากล่าวคำทักทาย


    “ ไฉนจึงมีกันแค่นี้?” หานเฟิงไม่กล่าวเฉลย ว่าตนมิใช่คนสุดท้าย หากเลือกที่จะตั้งคำถามขึ้นแทน


    “ ก็อย่างที่เจ้าเห็น การทดสอบเมื่อวาน มีผู้เข้าร่วมทดสอบมากมายยิ่ง สุดท้าย กลายเป็นศึกต่อสู้แย่งชิง บาดเจ็บกันเป็นระนาว กว่าที่ตัวข้าเองจะได้แหวนมาจนครบ ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ คนอื่นๆที่ระดับความสำเร็จต่ำกว่าข้า นั่นก็ไม่ต้องกล่าวถึงอันใดกันแล้ว”


    หานเฟิงพยักหน้า ไม่กล่าวถามสิ่งใดอีก กลับเป็นชายหนุ่มผู้นี้ ที่คล้ายยังต้องการที่จะสนทนากับหานเฟิงอยู่อีก


    “ ข้าเรียก จางหมิง... ซ่งจางหมิง เจ้าเล่า?”


    “ หลี่หานเฟิง”


    “ แซ่หลี่? ข้ากลับมิเคยได้ยินนามตระกูลหลี่ในย่านนี้”


    “ เมืองไผ่หยก”


    “ เมืองไผ่หยก!! นั่นอยู่ไกลถึงฟากตะวันออก”


    “ ข้ามาร่ำเรียนวิชา”


    คำตอบของหานเฟิงพาให้ซ่งจางหมิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ กระทั่งที่เสียงกล่าวของชายกลางคนในชุดขาวลายเถาไม้ดังขึ้น ซ่งจางหมิงจึงได้ผละจากไป


    “ ทุกคนที่ผ่านเข้ารอบ มารวมตัว”


    หานเฟิงเองก็ต้องเดินไปรวมอยู่กับคนอื่นๆด้วยเช่นกัน


    เมื่อเห็นคนทั้งสี่สิบมากันโดยพร้อมเพรียงแล้ว ชายกลางคนก็เรียกเอาถังไม้ใบหนึ่งออกมา


    “ ในถังไม้ มีหมายเลขหนึ่งถึงสิบ อยู่สี่ชุด ให้พวกเจ้ามาจับไปคนละหนึ่งหมายเลข”


    สิ้นคำกล่าว ก็ปรากฏผู้คนทยอยกันไปจับหมายเลข ซึ่งหานเฟิงก็จับได้ลูกกลมที่กำกับด้วยตัวอักษรเลขสิบ กระทั่งทุกคนจับหมายเลขจนแล้วเสร็จ เสียงกล่าวของชายกลางคนก็ดังขึ้นต่อ


    “ การทดสอบช่วงนี้ จึงเป็นการตัดสิน ที่จะคัดเลือกเอาตัวแทนสิบคน จากเมืองใบไม้ร่วงแห่งนี้ ไปร่วมทดสอบในรอบต่อไป ที่นครร่มพฤกษา…”


    กล่าวจบก็โบกมือวูบ มองเห็นเป็นเม็ดกลมสีเขียวที่คล้ายโอสถสี่เม็ด ลอยคว้างไปตกยังลานกว้าง ก่อนจะระเบิดออกมาเป็นเสียงดัง “ ปุ๊!!...” เบาๆ จากนั้นก็งอกเงยออกเป็นเถาไม้ เป็นเถาไม้เส้นอวบหนาที่เหลือคณา มันแผ่ขยายยืดยาว รัดม้วนพัวพันเป็นแผ่นผืน กระทั้งหยุดนิ่ง ก็มองคล้ายดั่งโต๊ะกลมกว้างใหญ่ตัวหนึ่ง โต๊ะกลม ที่ถักทอด้วยเถาไม้สีน้ำตาล หากดูอีกครา ก็คล้ายดั่งเวทีประลอง


    ย่อมเป็นเวทีประลอง จากนั้น เสียงกล่าวของชายกลางคนก็ดังขึ้น


    “ ผู้ที่ได้หมายเลขหนึ่ง ก้าวขึ้นไปบนเวที”


    สิ้นคำ ก็ปรากฏผู้คนสี่คนกระโจนทะยานขึ้นไปยืน เพียงเท่านี้ คนทั้งหมดก็ทราบแล้ว ว่าการทดสอบช่วงสุดท้ายของรอบแรกนี้ เป็นเช่นไร


    “ กติกา คือผู้ที่สามารถยืนหยัดอยู่บนเวทีได้เป็นคนสุดท้าย จะได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันในรอบต่อไปที่นครร่มพฤกษา”


    จบคำ ทั้งสี่คนก็เรียกเอาบางสิ่งมาคว้ากุมไว้ในมือ ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ แววตาของแต่ละคน เต็มไปด้วยประกายมุ่งมั่นที่ไม่รู้จักคำว่าจำยอม


    “ เริ่มได้!!!...”


    สัญญาณเริ่มการต่อสู้ดังขึ้นจากชายกลางคน ก็เห็นว่าคนทั้งสี่มีการขยับไหว หากมิใช่การพุ่งใส่เข้าโรมรัน แต่เป็น คว้างปาบางสิ่งใส่กันจนบังเกิดเป็นเสียงระเบิดตูมตาม


    หานเฟิงชมดู ก็เห็นว่าที่แต่ละคนขว้างปาออกไป เป็นเม็ดยา เป็นเม็ดยาที่พอกระทบถูกวัตถุก็ระเบิดออก เรียกเป็นกระแสปราณให้พวยพุ่ง ที่บ้างก็มองเห็นเป็นเปลวอัคคีร้อนแรง บ้างก็เป็นกระแสวารีรินไหล บ้างก็เป็นสายวิชชุอัสนีแลบลั่น หรือแม้แต่กระแสลมพัดกระโชกก็มีออกมา


    หานเฟิงที่เห็นเช่นนั้นก็หาได้มีท่าทีแปลกใจ มันพอจะทราบอยู่ก่อนแล้ว ว่าอาณาจักรร่มพฤกษาที่ขึ้นชื่อในด้านการสกัดกลั่นเม็ดยา หาได้เพียงแค่กลั่นเม็ดยาที่เอาไว้กลืนกิน ยังมี เม็ดยาที่เอาไว้ใช้ในการต่อสู้ กระทั่งเม็ดยาที่สร้างเป็นสิ่งของเช่นเวทีประลองก็มี


    เสียงตูมตามจากกระปะทุของเม็ดยาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากคนทั้งสี่กลับเอาแต่ปักหลักยืนนิ่ง ต่างก็ใช้ออกด้วยเม็ดยาสารพัด โดยเฉพาะเม็ดยาที่มีคุณสมบัติในการสร้างม่านปราการ ที่ต่างก็ถือติดมือกันเอาไว้ตลอดเวลา


    กระทั่งที่เวลาล่วงผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง กลับมีคนถูกเม็ดยาจู่โจมจนล่วงตกเวที คนผู้นี้ เป็นคนที่ใช้เม็ดยาหมดเป็นคนแรก เมื่อสิ้นไร้เม็ดยา ก็คล้ายจะทำอันใดไม่เป็น ถูกจู่โจมจนพ่ายแพ้ไป


    ชั่วขณะต่อมาก็มีอีกคน แล้วก็อีกคน จนเหลือเพียงหนึ่งเดียวที่ยืนหยัดอยู่บนเวที มันยกชูสองแขนประกาศชัยชนะ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดี ต้อนรับเสียงปรบมือของฝูงชน


    รอบแรกผ่านพ้น ตัวแทนคนแรกปรากฏ ผู้ประลองสี่คนของรอบสองขึ้นเวที สิ้นคำเริ่มต่อสู้ เม็ดยาก็ปลิวว่อน หากมีคนผู้หนึ่งร่ายรำกระบี่ที่ลุกโชนด้วยอัคคีธาตุ มันไม่ใช้เม็ดยา สภาวะกระบี่เกรี้ยวกราดร้อนแรง แต่เพียงครู่ มันก็ถูกกระแสปราณที่ทะลักทลายจากเม็ดยา จู่โจมจนร่วงตกเวทีไป บนเวทีจึงเหลือผู้ใช้เม็ดยาอีกสามคน คว้างโยนเม็ดยากันไปกันมาอีกชั่วขณะ ก็ได้ผู้ชนะการประลอง


    อย่างต่อเนื่อง รอบการประลองที่สามเริ่มขึ้น คนทั้งสี่ตบเท้าขึ้นไป หนึ่งในนั้น หานเฟิงมองเห็นเป็นซ่งจางหมิง ซ่งจากหมิงยังคงเป็นผู้ใช้เม็ดยา คู่ประลองทั้งสามของมันก็เช่นกัน แต่ล้วนมีความสำเร็จที่ต่ำกว่า เพียงไม่นาน ซ่งจางหมิงก็เป็นฝ่ายชนะไป


    รอบที่สี่เริ่มขึ้นต่อทันที เมื่อสิ้นสุดลง ก็เป็นรอบที่ห้า รอบที่หก รอบที่เจ็ด และรอบที่แปด ที่ในทุกๆรอบ ผู้เข้าแข่งขันจะใช้เม็ดยาในการต่อสู้ หากมีบ้างที่ร่ายรำอาวุธ แต่ผลลัพธ์เป็นเช่นเดียวกัน ถูกโยนออกจากเวทีเป็นคนแรก จึงสรุปได้ว่า ในอาณาจักรร่มพฤกษานี้ การต่อสู้ด้วยเม็ดยา จึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และได้รับความนิยม


    กระทั่งสี่คนของรอบที่เก้าขึ้นเวที หานเฟิงจึงเห็นว่า หนึ่งในนั้น มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่ตัวมันไม่สามารถมองเห็นระดับความสำเร็จ จึงคาดเดาได้ไม่ยาก ว่าคนผู้นี้ มีความสำเร็จในระดับปราณนภา


    “ ปราณนภา!!!…”


    “ ปราณนภา?!!... เช่นนี้ไม่ต้องแข่งก็รู้ผลกันแล้ว...”


    เป็นเสียงกล่าวของผู้คนที่โดยรอบ แล้วก็เป็นเช่นที่ว่า พอเริ่มการประลองได้ไม่นาน ผู้เข้าแข่งปราณนภาเพียงหนึ่งเดียว ก็ซัดขว้างเม็ดยาจนพาให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆพ่ายแพ้ไป เป็นเพราะความต่างชั้นของระดับพลัง เม็ดยาที่ใช้ออกโดยผู้ฝึกตนขอบเขตปราณนภา จึงเหนือล้ำกว่ากันมาก แค่เพียงไม่กี่อึดใจ อีกสามคนก็ทอดนอนสิ้นสติสัมประดี การแข่งขันจึงจบลงด้วยเวลาที่รวดเร็ว เรียกเป็นเสียงตบมือเกรียวกราวจากผู้คน


    “ ไม่ผิดคาด หากกลับรวดเร็วกว่าที่คิดอยู่บ้าง”


    “ สมแล้วที่เป็นระดับปราณนภา”


    “ คิดไว้ไม่ผิดจริงๆ”


    เสียงกล่าวของบรรดาฝูงชนดังขึ้นพร้อมเสียงตบมือที่ดังสนั่นหวั่นไหว ผู้ชนะ เยื้องย่างลงจากเวทีอย่างช้าๆ สดับรับฟังเสียงตบมืออย่างอิ่มเอม


    “ รอบต่อไป รอบที่สิบ เฟ้นหาตัวแทนคนสุดท้ายจากเมืองใบไม้ร่วง สี่คนที่เหลือ ขึ้นเวที”


    เป็นชายกลางคนผู้เดิมที่กล่าวขึ้น สิ้นคำ หานเฟิงและอีกสามคนก็ตบเท้าขึ้นเวที หานเฟิงเหลียวหน้าชมดูผู้ร่วมประลอง ล้วนมีความสำเร็จไม่ต่ำทราม หนึ่งคนปราณปฐพีขั้นที่สิบ สองคนปราณปฐพีขั้นที่เก้า เห็นทั้งสามเรียกเอาเม็ดยามาถือกุมไว้ในมือ กระทั่งที่สัญญาณเสียงจากชายกลางคนดังขึ้น


    “ เริ่มได้...”


    ฟากฟ้าเบื่องบนก็ส่งสายอัสนีบาตสีเงินลงมาสามเส้น เสียง “ เปรี้ยงงง!!!” ดังขึ้น ควันขาวลอยกรุ่น ก่อนที่ผู้เข้าร่วมประลองทั้งสามคนจะล้มพับแน่นิ่งไป เม็ดยาในมือยังคงกำไว้ หมดโอกาสได้ซัดคว้างออกมา


    บนเวทีจึงเหลือเพียงหานเฟิงที่ยืนอย่างโดดเดี่ยว ชัยชนะเป็นของมัน หากรอบด้านกลับเงียบงัน ไร้เสียงว่ากล่าวปรบมือ เป็นเพราะ ผู้คนที่ยามนี้ต่างก็ตกตะลึงกับสายอัสนีบาต เป็นสายอัสนีบาตที่รวดเร็วเกินไป พาให้การแข่งขันจบเร็วเกินไป กระทั่งที่ว่า เสียงประกาศคำ “ เริ่มได้” ยังไม่ทันเสร็จสิ้นดี การแข่งขันก็จบสิ้นลงแล้ว


    “ จ จบแล้ว?!!!...”


    “ หืม!!! จบแล้ว?...”


    “ สายฟ้าเมื้อครู่มันอันใด?”


    “ เจ้าหนุ่มนั้นใครกัน?...”


    ผู้คนที่พอได้สติ ก็พากันกล่าวอย่างตื่นเต้นเหลือเชื่อ กระทั่งที่หานเฟิงลงจากเวทีไปแล้ว รอบด้านก็มีแต่เสียงพูดคุย เสียงปรบมือที่ควรจะมอบให้ กลับถูกความตกตะลึงชักพาให้หลงลืม กระทั่งที่เสียงกล่าวจากชายกลางคนดังขึ้น เสียงเซ็งแซ่จากฝูงชนจึงสงบลง


    “ ทั้งสิบที่ชนะการประลอง พวกเจ้าคือกลุ่มตัวแทนจากเมืองใบไม้ร่วง อีกสามวันให้หลัง มารวมตัวกันที่นี่ ข้าจะพาพวกเจ้าไปยังนครร่มพฤกษา”


    กล่าวจบก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวหน้ามองดูหานเฟิงแวบหนึ่ง ก่อนจะตบเท้าเดินจากไป ทิ้งให้หานเฟิงมองตามด้วยสายตาที่เย็นชา ใจมันขบคิดว่า กระทั่งการประลองช่วงสุดท้ายนี้ ก็เป็นไปอย่างไม่ใส่ใจ...


    หานเฟิงถอนสายตากลับ กำลังจะตบเท้าจากไป ซ่งจางหมิงก็ตรงปรี่เข้ามา


    “ ยินดีกับเจ้าด้วย สหาย”


    “ เช่นกัน”


    “ เป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมาก ว่าแต่ เจ้าเป็นผู้ฝึกปราณอัสนี?”


    หานเฟิงพยักหน้ารับ ตัวมัน ที่นับตั้งแต่สามารถใช้ออกได้ด้วยสายธาตุพลังต่างๆ ก็ชื่นชอบที่จะใช้เคล็ดธาตุอัสนีเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสาเหตุ มาจากคุณลักษณะของสายฟ้า คือรวดเร็วฉับไว การใช้ออกแต่ละครั้งครา ล้วนเห็นผลลัพธ์ได้อย่างทันท่วงที


    “ ข้ามาชวนเจ้า ไปงานเลี้ยงฉลองแด่ชัยชนะที่คฤหาสน์ตระกูลข้า ก่อนนี้ข้าชักชวนคนอื่นๆไว้ก่อนแล้ว พวกมันล้วนตอบตกลง”


    “ ข้ามีสหายที่รออยู่” หานเฟิงปฏิเสธทางอ้อม


    “ มิได้เดินทางไปที่ใด เพียงอยู่ไปทางตะวันออกของเมือง เจ้าจะพาสหายไปด้วยก็ได้”


    “ ยังคงต้องคิดดูก่อน”


    “ ไม่เป็นไร งานเลี้ยงเริ่มคืนนี้ หากเจ้าสะดวกก็แวะไป ตระกูลซ่งข้ายิ่งใหญ่ ไปไม่ถูกก็สอบถามผู้คน”


    หานเฟิงพยักหน้ารับ ซ่งจางหมิงที่ไม่มีธุระใดให้คุยต่อก็จากไป ก่อนที่หานเฟิงจะตบเท้าเดินทางกลับไปยังห้องพักของตน ส่วนค่ำคืนนี้ แน่นอนว่ามันไม่ไปร่วม เป็นมันมิคิดผูกมิตรคบหาผู้ใด




    สามวันผ่านพ้น จัตุรัสใจกลางเมือง ยืนรวมไว้ด้วยตัวแทนทั้งสิบ หากจะเพิ่มเติมเข้ามา ก็เห็นจะมีจิ่วโม่และซวงเอ๋อร์ เป็นหานเฟิงไม่อาจปล่อยให้ทั้งสองเดินทางกันตามลำพัง จึงจำต้องนำพามาด้วย


    กระทั่งครู่ต่อมา ชายกลางคน ที่ยังคงแต่งกายในชุดผ้าดุจเดิม ก็ปรากฏกายขึ้น มันที่พอมาถึงก็กวาดไล่สายตามองดูผู้เป็นตัวแทนทั้งสิบ ก่อนจะสังเกตุเห็นจิ่วโม่และซวงเอ๋อร์ ที่ยืนอยู่ใกล้ๆกับหานเฟิง


    “ สองคนนั้นใคร?”


    “ เป็นคนสนิทข้า ยังคงต้องขอพาร่วมเดินทางไปด้วย”


    ได้ยินคำของหานเฟิง ชายกลางคนก็มุ่นคิ้วขบคิด ก่อนจะพยักหน้า “ คิดนำไป ยังมิอาจให้อยู่ร่วมกับผู้เข้าทดสอบในวังหลวง เป็นต้องแยกตัวออกไปหาที่พักเอานอกวัง”


    “ ไม่มีปัญหา”


    “ เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้า” กล่าวจบก็กวาดไล่สายตามองดูคนอื่นๆ “ คงไม่มีผู้ใดคิดพาคนสนิทไปด้วยอีกกระมัง”


    คำกล่าวนี้เรียกเป็นเสียงหัวร่ออย่างขบขันจากคนอื่นๆ ชายกลางคนที่เห็นว่าไม่มีใครคิดกล่าวคำโต้แย้ง ก็กล่าวขึ้นต่อ


    “ ข้าจะเปิดข่ายอาคม พาพวกเจ้ามุ่งตรงสู่นครร่มพฤกษา”


    กล่าวจบก็เรียกเอาเม็ดยาสีดำขึ้นมา ก่อนจะปล่อยให้ตกลงสู่พื้น เม็ดยาระเบิดออกเป็นเสียงดัง “ ปุ๊!!!...” กระแสปราณทะลักทลาย ก่อนจะมองเห็นเป็นเส้นสายสีดำเคลื่อนไหวอยู่บนพื้น ชั่วขณะต่อมา เส้นสายสีดำวาดออกเป็นลวดลายอักขระของค่ายกลนำส่งชุดหนึ่ง


    “ มายืนรวมกันด้านใน”


    คำกล่าวของชายกลางคน พาให้ทุกคนไปยืนรวมตัวกันอยู่ใจกลางค่ายกล หานเฟิงเองก็นำซวงเอ๋อร์และจิ่วโม่เข้าไปด้วย กระทั่งที่ขณะต่อมา ชายกลางคนก็กระทำบางอย่าง จนค่ายกลเปร่งแสงสว่างพร่างพราว แสงสว่างเจิดจ้า พร้อมกับผู้คนที่คล้ายจะรู้สึกว่าร่างได้ถูกกระชากอย่างรุนแรง รู้สึกตัวกันอีกที พวกตนก็มายืนอยู่ในสถานที่ที่ต่างออกไป ท้องฟ้ามืดครึ้ม แต่พอแหงนหน้าขึ้นดู ก็พาให้หลายต่อหลายคนต้องอ้าปากเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง


    “ ย ใหญ่เกินไปแล้ว!!!”


    “ ใหญ่โตยิ่ง!!!...”


    “ ก็เคยได้ยินมาอยู่ว่าใหญ่มาก หากไม่คิดว่าจะใหญ่โตเช่นนี้...”


    ที่ผู้คนกำลังแหงนหน้าชมมอง เป็นพุ่มไม้ พุ่มไม้ใบหนาที่บดบังแสงจากดวงตะวัน ทอดเป็นร่มเงาทาบทับไปกว่าครึ่งเมือง


    ถูกแล้ว ครึ่งเมือง เพราะต้นไม้ต้นนี้ใหญ่โตยิ่ง พุ่มของมันอยู่สูงขึ้นไปบนฟากฟ้า กระทั่งหมู่เมฆขาวยังคล้ายว่าจะลอยต่ำกว่ากิ่งใบ


    “ กลับมีต้นไม้ที่ใหญ่โตได้ถึงเพียงนี้?” 


    เป็นคำกล่าวของจิ่วโม่ มันที่ยามนี้สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง มันมิใช่ชาวอาณาจักรร่มพฤกษา ย่อมมิเคยทราบรู้อยู่ก่อน ว่าใจกลางอาณาจักรอันเป็นที่ตั้งของมหานคร จะมีต้นไม้ที่ใหญ่โต


    ซวงเอ๋อร์ก็เช่นกัน นางที่บัดนี้ได้แต่เบิ่งตาอ้าปากหวอ คล้ายตกอยู่ในห้วงภวังค์ไป


    หานเฟิงที่เห็นท่าทีของสหาย ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก แต่สำหรับมันแล้ว ต้นไม้ต้นนี้ ที่ดูอย่างไรก็มิได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ยังคงยืนต้นตระหง่าน แม้วันเวลาจะล่วงผ่านไปอีกสามหมื่นปี...

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามหวนจุติ ที่คุณอ่าน

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912