บทที่ 1: ัหลับภายใต้เงาตะวัน
ณ ยอดเขากิเลนทอง ที่ตั้งของ สำนักกายาทองคำ หนึ่งในสี่ขั้วอำนาจแห่งยุทธภพทิศใต้
แสงตะวันยามเที่ยงสาดส่องลงบนลานฝึกหินแกรนิต เสียงกัมปนาทจากการปะทะกันของเนื้อหนังและศิราดังกึกก้อง ศิษย์สายนอกนับพันคนกำลังฝึกฝนวิชา "ระฆังทองคุ้มกาย" ร่างกายของพวกเขาสะท้อนแสงสีทองจางๆ ยามเกร็งลมปราณรับแรงกระแทกจากท่อนซุงั์
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อและไอสังหารของลูกผู้ชาย ที่ศาลาริมหน้าผาซึ่งห่างออกไป กลับมีร่างหนึ่งนั่งทอดอารมณ์อยู่อย่างเงียบงัน
หลงเฟย บุตรชายเพียงคนเดียวของเ้าสำนัก นั่งจิบชาหลงจิ่งชั้นเลิศ ผิวพรรณของเขาขาวซีดไร้เืฝาด รูปร่างผอมบางคล้ายบัณฑิตที่แค่ลมพัดแรงก็อาจปลิวตามลม นิ้วเรียวยาวที่จับถ้วยชานั้นดูไร้เรี่ยวแรง ต่างจากบิดาและศิษย์คนอื่นๆ ราวฟ้ากับเหว
"นายน้อยหลง... ท่านเ้าสำนักเรียกพบที่โถงบรรพชนขอรับ"
ศิษย์พี่ร่างั์ผู้หนึ่งเดินเข้ามาประสานมือ แม้ท่าทีจะนอบน้อม แต่แววตากลับแฝงด้วยความสมเพชเวทนา ทุกคนในสำนักต่างรู้ดีว่า หลงเฟยคือ "จุดด่างพร้อย" ของสำนักกายาทองคำ เกิดมาพร้อมชีพจรที่ตีบตัน ไม่สามารถกักเก็บลมปราณเพื่อฝึกวิชาสายแข็งแกร่งได้
หลงเฟยวางถ้วยชาลงช้าๆ "ข้าเข้าใจแล้ว"
เขาหยิบไม้เท้าขึ้นมาพยุงตัว ลุกขึ้นเดินตามศิษย์ผู้นั้นไป ทุ่างก้าวของเขาเชื่องช้าและมั่นคง แต่สำหรับคนทั่วไป มันดูเหมือนคนอ่อนแอที่กำลังลากสังขาร
...
ณ โถงบรรพชน
หลงป้าเทียน เ้าสำนักกายาทองคำ ผู้มีร่างสูงใหญ่ดุจหอคอยเหล็ก นั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ข้างกายคือ ฮูหยินหลิว มารดาผู้กุมอำนาจการค้าของสำนัก นางมองดูบุตรชายที่เดินเข้ามาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและเ็ป
"คารวะท่านพ่อ ท่านแม่" หลงเฟยค้อมศีรษะ
หลงป้าเทียนถอนหายใจ เสียงลมหายใจของเขาสั่นะเืไปทั่วโถง "เฟยเอ๋อ ปีนี้เ้าอายุครบสิบแปดแล้ว การประลองจัดอันดับศิษย์ในเดือนหน้า... เ้าคงลงแข่งไม่ได้เช่นเคย"
"ลูกทราบดี ร่างกายลูกอ่อนแอ การฝืนลงแข่งมีแต่จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงท่านพ่อ" หลงเฟยตอบเสียงเรียบ
หลงป้าเทียนกำหมัดแน่น เขาไม่ได้โกรธลูก แต่เขาโกรธ์ที่กลั่นแกล้ง "พ่อไม่สนชื่อเสียง! พ่อสนแค่ว่าหากวันหนึ่งพ่อไม่อยู่ ใครจะปกป้องเ้า! ยุทธภพนี้โหดร้าย ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ หากไร้วรยุทธ์ เ้าก็ไม่ต่างจากมดปลวก!"
ทันใดนั้น ฮูหยินหลิวก็วางมือลงบนท่อนแขนสามีเพื่อปราม ก่อนจะหันมาหายิ้มให้บุตรชาย
"เฟยเอ๋อ เ้าไม่ต้องห่วง เื่ความปลอดภัยของเ้า แม่ได้เตรียมการไว้แล้ว"
นางหยิบกล่องไม้จันทน์หอมออกมาเปิด ภายในบรรจุป้ายหยกหกชิ้นและม้วนสัญญาหกฉบับ
"แม่รู้ว่าเ้าฝึกยุทธ์ไม่ได้ แม่จึงใช้เวลาสิบแปดปีที่ผ่านมา เจรจา แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ และทวงบุญคุณเก่าก่อน เพื่อสิ่งนี้... สัญญาหมั้นหมายกับทายาทหญิงจาก หกสำนักใหญ่"
หลงเฟยเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ั์ตายังคงสงบนิ่ง "หกสำนัก? ท่านแม่ ท่านกำลังจะบอกว่า..."
"ใช่" ฮูหยินหลิวกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "สำนักกระบี่เหมันต์, หุบเขาอัคคี, ตระกูลอสูรคลั่ง, หอโอสถทิพย์, วังบุปผา์ และ นิกายเงาจันทร์... สตรีผู้เป็อัจฉริยะที่สุดของหกขุมกำลังนี้ คือคู่หมั้นของเ้า พวกนางจะเดินทางมาที่นี่ในอีกเจ็ดวัน เพื่อทำพิธีหมั้นหมายอย่างเป็ทางการ"
"ท่านแม่... นี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือ? การผูกมัดพยัคฆ์สาวหกนางไว้กับสุนัขป่วยอย่างข้า มีแต่จะนำภัยมาสู่ตัว"
"ใครกล้าแตะต้องเ้า แม่จะถล่มมันให้ยับ!" ฮูหยินหลิวประกาศก้อง "เ้ามีหน้าที่แค่แต่งงานกับพวกนาง หรืออย่างน้อยสักคนในพวกนาง เพื่อใช้บารมีของพวกนางคุ้มกะลาหัวเ้า!"
หลงเฟยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "หากเป็ความประสงค์ของท่านแม่ ลูกมิอาจขัด"
...
ยามวิกาล
หลงเฟยกลับมายังเรือนพักส่วนตัวที่แยกห่างออกมาบริเวณป่าไผ่ด้านหลังูเา เมื่อแน่ใจว่าไร้ผู้คน ััแห่งความอ่อนแอที่เขาสวมใส่ไว้ตลอดเวลาก็พลันจางหายไป
แววตาที่เคยเฉื่อยชากลับลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทร
เขาเดินไปหยุดที่ก้อนหินขนาดมหึมาเท่าบ้านหลังหนึ่งหลังเรือนพัก หินก้อนนี้เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำและดูธรรมดายิ่งนัก หลงเฟยยกนิ้วชี้ขึ้นมา แตะลงไปบนผิวหินเบาๆ ยิ่งกว่าััของแมลงปอ
ครืด...
ไม่มีเสียงะเิ ไม่มีแสงสว่างวาบ แต่หินั์ก้อนนั้นกลับสลายกลายเป็ "ฝุ่นผง" สีเทาละเอียด ร่วงกราวลงมากองกับพื้นอย่างเงียบเชียบในพริบตาเดียว โครงสร้างโมเลกุลของหินถูกทำลายจากภายในด้วยพลังที่ละเอียดอ่อนและน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าขอบเขตของจอมยุทธ์ทั่วไปจะจินตนาการได้
"กายาา... พรที่เหมือนคำสาป" หลงเฟยพึมพำกับตัวเอง
แท้จริงแล้ว เขาไม่ได้ชีพจรตีบตัน แต่ชีพจรของเขากว้างใหญ่ไพศาลเกินไป ร่างกายของเขาดูดซับพลังงานธรรมชาติรุนแรงเกินไปั้แ่กำเนิด หากเขาออกแรงเพียงนิดเดียว หรือโคจรลมปราณแบบคนทั่วไป พลังที่มหาศาลนั้นจะฉีกกระชากทุกอย่างรอบตัวจนพินาศ เขาจึงต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อ "สะกด" พลังเอาไว้ สร้างเปลือกนอกที่อ่อนแอ เพื่อขังปีศาจร้ายในกายไม่ให้ออกมาทำลายโลก
"หกคู่หมั้นงั้นรึ..."
หลงเฟยสะบัดมือเบาๆ ฝุ่นผงหินเ่าั้ก็ลอยขึ้นมาเกาะกลุ่มเป็รูปเก้าอี้หิน เขาลงไปนั่งทอดถอนใจ
"คนธรรมดาแค่คนเดียวยังรับมือยาก นี่มาถึงหก... แถมยังเป็ยอดฝีมือจากต่างสำนัก ความสงบสุขของข้าคงจบสิ้นกันคราวนี้"
เขามองออกไปในความมืด รู้ดีว่าอีกเจ็ดวันข้างหน้า เมื่อเหล่าหญิงสาวผู้หยิ่งยโสเ่าั้เดินทางมาถึง พวกนางย่อมไม่ได้มาเพื่อแต่งงานด้วยความเต็มใจ
แต่คงมาเพื่อฉีกหน้า 'ขยะแห่งตระกูลหลง' ผู้นี้เสียมากกว่า
"ก็ดี... หากพวกนางถอนหมั้นได้ ข้าก็จะได้กลับมาอยู่อย่างสงบ" ทว่าหลงเฟยหารู้ไม่ว่า ชะตากรรมของราชันย์ ย่อมไม่อาจหลีกหนีความวุ่นวายพ้น และการมาของทั้งหกนาง จะเป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้ัที่หลับใหลจำต้องตื่นขึ้น